อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ ‘ดร.ณรงค์ชัย’ เปรียบ AI คือ ‘ไฟฟ้ายุคใหม่’ จะใช้ AI ก็ต้องมี Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐาน เหมือนยุคก่อนอยากใช้ไฟฟ้า ก็ต้องมีโรงไฟฟ้า ชี้ไทยควรเร่งลงทุน ก่อนโอกาสไหลไปประเทศเพื่อนบ้าน

ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี เสนอให้ไทยมอง AI กำลังนำการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ เปรียบได้กับยุคที่โลกเริ่มใช้ไฟฟ้า ชี้ Data Center คือโครงสร้างพื้นฐานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากไทยต้องการใช้ AI พร้อมเสนอวางนโยบายทั้ง Data Center ไฟฟ้า น้ำ ระบบทำความเย็น และโครงข่ายไปพร้อมกัน

หนึ่งในประเด็นใหญ่ของรายการ “มั่นใจไทยแลนด์” ที่ดำเนินรายการโดย ดร.คณิศ แสงสุพรรณ คืออนาคตของ AI และ Data Center ในประเทศไทย ซึ่งกำลังถูกตั้งคำถามทั้งในแง่ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ การใช้พลังงาน การใช้น้ำ และมูลค่าที่ไทยจะได้รับจากการลงทุน

ดร.คณิศตั้งข้อสังเกตว่า กระแส AI เริ่มส่งผลต่อภาคการผลิตและการส่งออกของไทยแล้ว โดยอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีกลับมามีบทบาทมากขึ้น อีกทั้งการลงทุนด้าน Digital และ AI กำลังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 

ดร.ณรงค์ชัยมองเรื่องนี้โดยอธิบายว่า AI ควรถูกมองว่ากำลังนำการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งสำคัญ เทียบเท่าการเข้ามาของไฟฟ้าในอดีต

เมื่อโลกมีไฟฟ้า ก็จำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้า ระบบสายส่ง และเชื้อเพลิงที่นำมาผลิตไฟฟ้า   ขณะที่เมื่อโลกเข้าสู่ยุค AI ก็จำเป็นต้องมี Data Center สำหรับประมวลผลและจัดเก็บข้อมูล เป็นโครงสร้างพื้นฐาน และก็ต้องมีไฟฟ้า มีน้ำ มีอินเตอร์เน็ต ความเร็วสูง เป็นปัจจัยสนับสนุน

ดังนั้น การบอกว่าต้องการใช้ AI แต่ไม่ต้องการ Data Center จึงเป็นไปไม่ได้ ดร.ณรงค์ชัยเปรียบเทียบสถานการณ์เช่นเดียวกับพื้นที่ที่ประชาชนต้องการใช้ไฟฟ้า แต่ไม่ต้องการให้มีโรงไฟฟ้าตั้งอยู่ใกล้ตัว พร้อมตั้งคำถามว่า หากไทยไม่ยอมให้มี Data Center แล้วจะเอาโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ไปไว้ที่สิงคโปร์ มาเลเซีย หรือประเทศอื่นหรือทั้ง ๆ ที่ข้อมูลของไทยนั้นที่คนไทยเป็นคนใช้

อีกประเด็นหนึ่งคือ ข้อมูลของประเทศไทย ซึ่งดร.คณิศชี้ว่า หาก Data Center และข้อมูลจำนวนมากอยู่ต่างประเทศ ไทยจะมีทั้งต้นทุนในการเคลื่อนย้ายข้อมูล และข้อจำกัดในการนำข้อมูลของประเทศกลับมาต่อยอดสร้าง Application และบริการใหม่

โดยเฉพาะข้อมูลภาษาไทย ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ การมีโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลอยู่ในประเทศย่อมเอื้อต่อการพัฒนา AI ที่ตอบโจทย์คนไทยมากกว่า

ดร.ณรงค์ชัยยังชี้ว่า Data Center ไม่ได้จบอยู่ที่อาคาร Server แต่จะสร้างธุรกิจต่อเนื่องทั้ง ไฟฟ้า ระบบน้ำ ระบบทำความเย็น ระบบ Grid และอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งไทยเองมีความสามารถในหลายด้านอยู่แล้ว

ข้อเสนอจากการสนทนาจึงไม่ใช่การเปิดรับ Data Center อย่างไม่มีเงื่อนไข แต่ควรมี นโยบาย Data Center แห่งชาติ ว่าควรตั้งอยู่ที่ใด ใช้ไฟจากแหล่งใด ระบบน้ำต้องเป็นอย่างไร และโครงข่ายไฟฟ้าจะรองรับอย่างไร

ในช่วงท้าย ดร.คณิศสรุปแนวคิดดังกล่าวว่า ไทยอาจมอง AI เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ โดยมี Data Center เป็น Infrastructure และถือโอกาสวางแผนพัฒนาพลังงาน และน้ำ ของประเทศทั้งระบบ เพื่อนำประเทศไปสู่อนาคต  ซึ่งดร.ณรงค์ชัยเห็นด้วยว่าเป็นทิศทางที่เหมาะสม ควรจะถือโอกาสนี้เร่งการลงทุน ไม่ควรปล่อยให้โอกาสการลงทุนในรอบนี้ไหลไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมด