“มหาวิทยาลัยไม่มีคำตอบ”!! คำถามปมใหญ่ยังไร้คำตอบ รามคำแหงถูกจี้ตอบปมทรัพย์สิน–งบประมาณ–การบริหาร หลังหลายคำถามยังไร้คำชี้แจงสาธารณะ สังคมต้องการความโปร่งใสตรวจสอบ

มหาวิทยาลัยไม่มีคำตอบ

ผมตั้งคำถามหลายข้อ หลายประเด็น ไปยังผู้บริหารมหาวิทยาลัยรามคำแหงยุคปัจจุบัน แต่จนถึงวันนี้ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยรามคำแหงยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนต่อสาธารณะ จดๆจ้องกับการจะแถลงข่าว แต่แล้วก็ไม่มี

การตั้งคำถามต่อการบริหารมหาวิทยาลัย ไม่ใช่การจับผิด และไม่ใช่การกล่าวหาใครล่วงหน้า หากแต่เป็นสิทธิของคนในสังคม โดยเฉพาะเมื่อคำถามเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับ ทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย เงินงบประมาณ และผลประโยชน์ของส่วนรวม ถ้ายังปิดงำอยู่ก็เป็นสิทธิของสังคมที่จะตั้งคำถามดังๆ

ที่ผ่านมา มีคำถามเกิดขึ้นมากมาย แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ หลายคำถามยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน มีแต่พูดกันวงในว่า “มั่ว” บ้าง ไม่จริงบ้าง แต่ในทางสาธารณะไม่มีการอธิบาย

ทำไมต้องทุบ AD1?
คำถามแรกคือ หอประชุม AD1 อันเป็นสัญญลักษณ์ความเป็นรามคำแหง ศูนย์กลางการทำกิจกรรมนักศึกษา ถึงถูกทุบทิ้งเพื่ออะไร และจะสร้างเป็นอะไรต่อ แล้วทำไมไม่สร้างปล่อยให้รกร้าง หญ้าขึ้นท่วมหัว

เดิมมีแนวคิดจะพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ แต่เหตุใดจึงเดินหน้าไม่ถึงฝัน และสุดท้ายต้องทุบอาคารทิ้ง? โดยไม่มีอะไรคืบหน้า

คำถามสำคัญกว่านั้นคือ เมื่อทุบอาคารแล้ว เหล็ก ไม้ และวัสดุต่าง ๆ ที่ได้จากการรื้อถอนถูกนำไปไว้ที่ไหน มีการทำทะเบียนไว้หรือไม่ มีการประเมินราคา มีการจำหน่ายหรือไม่ และหากขายแล้ว มหาวิทยาลัยได้รับเงินกลับมาเท่าไหร่ เงินอยู่ไหน

เรื่องเหล่านี้ควรมีเอกสารและตัวเลขตรวจสอบได้ ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นเพียงคำถามค้างคาใจทั้งคนในและคนนอกที่รับรู้

ดินสไลด์เสียหายสนามเทนนิส กกท. ใครจ่าย?
อีกประเด็นคือกรณี ดินจากพื้นที่มหาวิทยาลัยที่นำไปวางกองชิดกำแพงแล้วเคลื่อนตัวลอดกำแพงเข้าไปสร้างความเสียหายต่อสนามเทนนิสของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)

คำถามคือ ความเสียหายเกิดขึ้นเท่าไหร่ มหาวิทยาลัยต้องชดใช้หรือไม่ และหากมีการจ่ายเงินแล้ว จ่ายไปจำนวนเท่าไหร่ ใช้งบประมาณจากก้อนไหน ใครเป็นผู้อนุมัติ ใครรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะถือเป็นความประมาทเลินเล่อ

เรื่องนี้ไม่ควรจบลงเพียงคำว่า “แก้ไขแล้ว” แต่ควรเปิดเผยข้อเท็จจริงให้ตรวจสอบได้

ตึกเอกศาสตร์ ซื้อมาเพื่ออะไร?
อีกคำถามใหญ่คือ อาคารเอกศาสตร์และที่ดินด้านหน้า กกท.

มหาวิทยาลัยจัดซื้อทรัพย์สินดังกล่าวด้วยวัตถุประสงค์อะไร มีแผนใช้ประโยชน์อย่างไร และเหตุใดปัจจุบันจึงถูกตั้งคำถามว่า ซื้อมาแล้วปล่อยทิ้งร้าง

หากใช้งบประมาณมหาวิทยาลัยซื้อมา ย่อมมีคำถามตามมาว่า วันนี้ทรัพย์สินดังกล่าวสร้างประโยชน์ให้มหาวิทยาลัยและนักศึกษามากน้อยเพียงใด ทราบว่า ซื้อมา 500 ล้าน มีงบปรับปรุงอีกนับ 100 ล้าน และน่าจะเป็นที่ดินตาบอดด้วย ใครเซ็นตรวจรับการซื้อ

Toyota Harrier ซ่อมแพง ขายถูก?
อีกเรื่องที่ต้องการคำตอบคือ รถยนต์ Toyota Harrier ของมหาวิทยาลัย ทราบว่าซื้อมา 3 คัน คำถามคือซื้อมาแล้วใครเป็นคนใช้ ทำไมขายออก

มีคำถามเกี่ยวกับการซ่อมบำรุงที่มีค่าใช้จ่ายสูง ก่อนที่จะมีการจำหน่ายออกไปในราคาที่ถูกกว่าที่สังคมตั้งข้อสงสัย

คำถามจึงมีตั้งแต่ ซ่อมไปเท่าไหร่ ขายราคาเท่าไหร่ ขายให้ใคร และปัจจุบันใครเป็นผู้ครอบครอง
หากทุกอย่างดำเนินการตามระเบียบ ก็ยิ่งควรเปิดเอกสารให้ตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส
และยังมีอีกหลายคำถาม

นี่เป็นเพียงบางส่วนของคำถามที่เกิดขึ้น

ยังมีประเด็นเกี่ยวกับ การให้ออกหรือไล่ออกข้าราชการและอาจารย์ของมหาวิทยาลัยรามคำแหงมากกว่า 20 คน ซึ่งก็ควรมีคำตอบเช่นกันว่า แต่ละกรณีเกิดจากอะไร ใครเป็นผู้มีอำนาจสั่งการ ผลการสอบสวนเป็นอย่างไร มีการอุทธรณ์หรือไม่ และเรื่องจบลงอย่างไร

มหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นสถาบันของสังคม ไม่ใช่ทรัพย์สินของผู้บริหารคนใดคนหนึ่ง

ดังนั้น เมื่อมีคำถามเกี่ยวกับ เงิน ทรัพย์สิน การบริหารงาน และการใช้อำนาจ สิ่งที่ประชาชนควรได้รับไม่ใช่ความเงียบ แต่คือ ข้อเท็จจริงและเอกสารที่ตรวจสอบได้

การตั้งคำถามจึงไม่ใช่เรื่องผิด สิ่งที่ควรถามกลับคือ…

ทำไมคำถามเหล่านี้จึงยังไม่มีคำตอบ?

และหากมหาวิทยาลัยมีคำตอบทั้งหมดอยู่แล้ว
ก็เปิดเผยออกมาให้สังคมได้ตรวจสอบเสียที

เพราะบางครั้ง สิ่งที่ทำให้เรื่องหนึ่งกลายเป็นข้อสงสัยใหญ่โต ไม่ใช่คำถาม แต่คือไม่มีคำตอบจากมหาวิทยาลัย