ใครถือครอง “แร่หายาก” ของโลกมากที่สุด?

สรุปภาพรวมปริมาณสำรอง การผลิต ห่วงโซ่อุปทาน และบริษัทที่มีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรม Rare Earth

จีนเป็นประเทศที่มีอำนาจต่ออุตสาหกรรมแร่หายากสูงที่สุดในภาพรวม เพราะมีทั้งฐานสำรองขนาดใหญ่ การผลิตเหมืองอันดับ 1 และการแปรรูปที่มีสัดส่วนสูงมากของโลก ขณะที่สหรัฐฯ และออสเตรเลียกำลังเร่งสร้างห่วงโซ่อุปทานนอกจีนผ่าน MP Materials, Lynas Rare Earths และ Iluka Resources.

>> Rare Earth คืออะไร?

Rare Earth หรือแร่หายาก โดยทั่วไปหมายถึงธาตุ 17 ชนิด ได้แก่ กลุ่มแลนทาไนด์ 15 ธาตุ ร่วมกับสแกนเดียม (Sc) และอิตเทรียม (Y)

Rare Earth คืออะไร? โดยทั่วไปหมายถึงธาตุ 17 ชนิด ได้แก่กลุ่มแลนทาไนด์ 15 ธาตุ ร่วมกับสแกนเดียม (Sc) และอิตเทรียม (Y) มีบทบาทสำคัญในแม่เหล็กถาวร มอเตอร์รถ EV กังหันลม อิเล็กทรอนิกส์ ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ

เหมือง → แต่งแร่ → แยก/ถลุง → โลหะ/โลหะผสม → แม่เหล็ก

ที่มา: USGS Mineral Commodity Summaries 2026; USGS China minerals chapter; company disclosures (ข้อมูลปี 2024–2026 ตามแหล่งอ้างอิง)

ประเด็นสำคัญ

-จีนมีปริมาณสำรองมากที่สุด อยู่ที่ 44.0 ล้านตัน REO

-จีนผลิตจากเหมืองมากที่สุด 270,000 ตัน REO ในปี 2025 หรือราว 69% ของโลก

-จีนครองการแปรรูปสูงมาก โดย USGS ระบุว่าจีนคิดเป็นประมาณ 87% ของการประมวลผล Rare Earth ในปี 2024

-ไทยผลิตประมาณ 4,800 ตันในปี 2025 อยู่ลำดับ 5 ตามตาราง USGS

-ผู้เล่นนอกจีนที่โดดเด่น ได้แก่ MP Materials ของสหรัฐฯ และ Lynas Rare Earths กับ Iluka Resources ของออสเตรเลีย

1. ประเทศที่มี “ปริมาณสำรอง” แร่หายากมากที่สุด

ข้อมูลสำรอง หรือ Reserves หน่วยล้านตัน REO อ้างอิงจาก USGS Mineral Commodity Summaries 2026

คำว่า “สำรอง” หมายถึงปริมาณแร่ที่สามารถประเมินได้ว่ามีศักยภาพในการทำเหมืองภายใต้เงื่อนไขทางเศรษฐกิจและเทคนิค ณ เวลาหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าประเทศหรือบริษัทจะสามารถผลิตออกมาได้ทั้งหมดทันที

อันดับ 1 จีน สำรอง 44.00 ล้านตัน REO (58.4%)

อันดับ 2 บราซิล สำรอง 11.00 ล้านตัน REO (14.6%)

อันดับ 3 ออสเตรเลีย สำรอง 6.30 ล้านตัน REO (8.4%)

อันดับ 4 รัสเซีย สำรอง 3.80 ล้านตัน REO (5.0%)

อันดับ 5 เวียดนาม สำรอง 3.50 ล้านตัน REO (4.6%)

อันดับ 6 สหรัฐฯ สำรอง 1.90 ล้านตัน REO (2.5%)

อันดับ 7 กรีนแลนด์ สำรอง 1.50 ล้านตัน REO (2.0%)

อันดับ 8 แทนซาเนีย สำรอง 0.89 ล้านตัน REO (1.2%)

อันดับ 9 แอฟริกาใต้ สำรอง 0.86 ล้านตัน REO (1.1%)

อันดับ 10 แคนาดา สำรอง 0.83 ล้านตัน REO (1.1%)

อันดับ 11 มาเลเซีย สำรอง 0.71 ล้านตัน REO (0.9%)

ที่มา: USGS Mineral Commodity Summaries 2026. *คำนวณจากประเทศที่ USGS ระบุตัวเลขสำรองได้ รวมประมาณ 75.29 ล้านตัน REO; USGS รายงานยอดโลกแบบปัดเศษว่า >75 ล้านตัน

>>ข้อสังเกตสำคัญ

ตัวเลขที่ถูกต้องของบราซิลใน USGS 2026 คือ 11.0 ล้านตัน REO ไม่ใช่ 21.0 ล้านตัน ดังนั้นจีนยังนำห่างมาก ส่วนบราซิลเป็นอันดับ 2 แต่ “มีสำรองมาก” ไม่ได้แปลว่า “ผลิตมาก” — ผลผลิตของบราซิลในปี 2025 อยู่เพียงประมาณ 2,000 ตัน

2. ประเทศที่ “ผลิตจากเหมือง” มากที่สุดในปี 2025

ผลผลิตเหมืองหน่วยตัน REO equivalent; โลกประมาณ 390,000 ตัน

การผลิตเหมืองสะท้อนกำลังต้นน้ำที่เกิดขึ้นจริงในปีนั้น และเป็นตัวชี้วัดที่ต่างจากปริมาณสำรองใต้ดิน จึงทำให้อันดับประเทศเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

อันดับ 1 จีน ผลผลิตปี 2025 จำนวน 270,000 ตัน REO ส่วนแบ่งโลก 69.2%

อันดับ 2 สหรัฐฯ ผลผลิตปี 2025 จำนวน 51,000 ตัน REO ส่วนแบ่งโลก 13.1%

อันดับ 3 ออสเตรเลีย ผลผลิตปี 2025 จำนวน 29,000 ตัน REO ส่วนแบ่งโลก 7.4%

อันดับ 4 เมียนมา ผลผลิตปี 2025 จำนวน 22,000 ตัน REO ส่วนแบ่งโลก 5.6%

อันดับ 5 ไทย ผลผลิตปี 2025 จำนวน 4,800 ตัน REO ส่วนแบ่งโลก 1.2%

อันดับ 6 อินเดีย ผลผลิตปี 2025 จำนวน 2,900 ตัน REO ส่วนแบ่งโลก 0.7%

อันดับ 7 มาดากัสการ์ ผลผลิตปี 2025 จำนวน 2,700 ตัน REO ส่วนแบ่งโลก 0.7%

อันดับ 8 รัสเซีย ผลผลิตปี 2025 จำนวน 2,600 ตัน REO ส่วนแบ่งโลก 0.7%

อันดับ 9 บราซิล ผลผลิตปี 2025 จำนวน 2,000 ตัน REO ส่วนแบ่งโลก 0.5%

อันดับ 10 ไนจีเรีย ผลผลิตปี 2025 จำนวน 1,500 ตัน REO ส่วนแบ่งโลก 0.4%

อันดับ 11 ประเทศอื่น ๆ ผลผลิตปี 2025 จำนวน 550 ตัน REO ส่วนแบ่งโลก 0.1%

อันดับ 12 เวียดนาม ผลผลิตปี 2025 จำนวน 150 ตัน REO ส่วนแบ่งโลกน้อยกว่า 0.1%

อันดับ 13 มาเลเซีย ผลผลิตปี 2025 จำนวน 110 ตัน REO ส่วนแบ่งโลกน้อยกว่า 0.1%

ที่มา: USGS Mineral Commodity Summaries 2026; ผลผลิตโลกปี 2025 ประมาณ 390,000 ตัน REO

>>มุมไทย

USGS ประเมินว่าไทยผลิต Rare Earth ประมาณ 4,800 ตันในปี 2025 เพิ่มจากราว 2,100 ตันในปี 2024 ทำให้ไทยอยู่ลำดับ 5 ของตารางประเทศผู้ผลิตที่ USGS ระบุ อย่างไรก็ตาม USGS ไม่ได้ระบุตัวเลขสำรองของไทยในตารางสำรองปี 2026

3. เหตุใดจีนจึง “คุมเกม” มากกว่าตัวเลขสำรอง

จุดตัดสำคัญอยู่ที่การแปรรูป Separation / Refining และวัตถุดิบสำหรับแม่เหล็ก

ความได้เปรียบของจีนไม่ได้มาจากการมีแร่ใต้ดินเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมครบวงจรตั้งแต่เหมือง การแต่งแร่ การแยกธาตุ การถลุง โลหะ/โลหะผสม ไปจนถึงวัสดุแม่เหล็กถาวร

-ผลผลิตเหมืองปี 2025 ของจีน จำนวน 270,000 ตัน หรือราว 69% ของโลก สะท้อนว่าจีนมีวัตถุดิบต้นน้ำขนาดใหญ่มาก

-การสกัด/เหมืองปี 2024 ของจีน มากกว่า 70% ของโลก สะท้อนว่าจีนมีน้ำหนักสูงกว่าประเทศอื่นอย่างมาก

-การประมวลผลปี 2024 ของจีน ประมาณ 87% ของโลก สะท้อนว่าจีนเป็นคอขวดสำคัญของห่วงโซ่อุปทาน

Heavy Rare Earth บางชนิดของจีนมีความโดดเด่นมาก โดยเฉพาะ Dy / Tb ซึ่งมีความสำคัญต่อแม่เหล็กสมรรถนะสูง เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และอุตสาหกรรมกลาโหม

ที่มา: USGS China minerals chapter (ข้อมูลอุตสาหกรรมปี 2024) และ USGS Mineral Commodity Summaries 2026 (ผลผลิตปี 2025)

อ่านตัวเลขอย่างไร

“สำรอง” = สิ่งที่อยู่ใต้ดินและประเมินว่าทำเหมืองได้

“การผลิต” = ปริมาณที่ขุดออกมาจริง

“การแปรรูป” = ความสามารถเปลี่ยนแร่เข้มข้นให้เป็นผลิตภัณฑ์บริสุทธิ์ที่โรงงานใช้ได้ 

การมีอำนาจใน Rare Earth จึงต้องดูทั้ง 3 ชั้นพร้อมกัน

4. บริษัทที่มีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรม Rare Earth

การเรียงลำดับนี้เป็น “ภาพรวมเชิงอิทธิพล” จากฐานทรัพยากร โควตา/กำลังผลิต และบทบาทในห่วงโซ่อุปทาน ไม่ใช่อันดับทางการระดับโลก

อันดับ 1 China Northern Rare Earth Group ประเทศจีน มีฐานสำคัญอยู่ที่ Bayan Obo / Inner Mongolia จุดแข็งคือเป็นฐาน Light Rare Earth ขนาดใหญ่มาก โดยในปี 2024 ได้รับโควตาเหมือง LRE จำนวน 188,650 ตัน และโควตาถลุง/แยกจำนวน 163,982 ตัน

อันดับ 2 China Rare Earth Group ประเทศจีน มีฐานสำคัญอยู่ในจีนตอนใต้ จุดแข็งคือเป็นแกนหลักด้าน Medium & Heavy Rare Earth โดย USGS ระบุว่าบริษัทได้รับโควตา HRE ของจีนทั้งหมดในปี 2024

อันดับ 3 MP Materials ประเทศสหรัฐฯ มีฐานสำคัญอยู่ที่ Mountain Pass, California โดยในปี 2025 ผลิต REO concentrate จำนวน 50,692 ตัน และ NdPr oxide จำนวน 2,599 ตัน พร้อมเดินหน้าสร้างห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่เหมืองไปจนถึงการผลิตแม่เหล็กภายในสหรัฐฯ

อันดับ 4 Lynas Rare Earths ประเทศออสเตรเลีย / มาเลเซีย มีฐานสำคัญอยู่ที่ Mt Weld, Kalgoorlie และ Gebeng จุดแข็งคือเป็นผู้ผลิต separated light และ heavy rare earth เชิงพาณิชย์รายสำคัญนอกประเทศจีน

อันดับ 5 Iluka Resources ประเทศออสเตรเลีย มีฐานสำคัญอยู่ที่ Eneabba, Western Australia ปัจจุบันกำลังก่อสร้างโรงกลั่นแบบ integrated ซึ่งออกแบบให้มีกำลังการผลิตสูงสุด 23,000 ตัน REO ต่อปี ครอบคลุมทั้ง NdPr และ Dy/Tb

ที่มา: USGS China minerals chapter; MP Materials 2025 results; Lynas Rare Earths; Iluka Resources (ดูรายละเอียดแหล่งอ้างอิงท้ายรายงาน)

ภาพรวมบริษัทจีน

ในปี 2024 โควตาเหมือง Rare Earth ของจีนรวม 270,000 ตันถูกแบ่งให้ China Northern Rare Earth Group และ China Rare Earth Group โดย Northern Rare Earth ได้โควตา Light Rare Earth 188,650 ตัน ขณะที่ China Rare Earth Group รับโควตา Heavy Rare Earth ทั้งหมด 19,150 ตัน และส่วนที่เหลือของโควตา Light Rare Earth

5. เจาะผู้เล่นหลัก 5 ราย

China Northern Rare Earth Group | จีน

พึ่งพาฐานทรัพยากร Bayan Obo ใน Inner Mongolia และเป็นแกนหลักของ Light Rare Earth ของจีน มีขนาดการถลุง แยก และวัสดุฟังก์ชัน Rare Earth ใหญ่มากในระดับโลก

China Rare Earth Group | จีน

เป็นรัฐวิสาหกิจที่รวมสินทรัพย์ Rare Earth หลายกลุ่มของจีนตอนใต้ มีบทบาทสำคัญต่อ Medium & Heavy Rare Earth ซึ่งมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์สูง

MP Materials | สหรัฐฯ

เจ้าของ Mountain Pass, California ซึ่งเป็นฐานเหมืองและแปรรูป Rare Earth ขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ปี 2025 ผลิต REO concentrate 50,692 ตัน และ NdPr oxide 2,599 ตัน พร้อมขยายไปสู่โลหะและแม่เหล็ก NdFeB

Lynas Rare Earths | ออสเตรเลีย / มาเลเซีย

ดำเนินการเหมือง Mt Weld ใน Western Australia และแปรรูป/แยก Rare Earth ที่ออสเตรเลียและโรงงาน Lynas Malaysia ใน Gebeng ถือเป็นแกนสำคัญของ supply chain นอกจีน

Iluka Resources | ออสเตรเลีย

มี stockpile แร่ monazite ที่ Eneabba และกำลังก่อสร้างโรงกลั่น Rare Earth แบบครบวงจร ออกแบบให้ผลิตได้สูงสุด 23,000 ตัน REO ต่อปี รวมถึง NdPr และ Dy/Tb

6. สรุป 

ประเทศที่มีปริมาณสำรอง Rare Earth มากที่สุด คือ จีน โดยมีปริมาณสำรองประมาณ 44.0 ล้านตัน REO

ประเทศที่ผลิต Rare Earth มากที่สุด คือ จีน โดยในปี 2025 มีผลผลิตประมาณ 270,000 ตัน หรือคิดเป็นราว 69% ของผลผลิตทั่วโลก

ประเทศที่มีปริมาณสำรอง Rare Earth มากเป็นอันดับ 2 คือ บราซิล โดยมีปริมาณสำรองประมาณ 11.0 ล้านตัน REO

ประเทศผู้ผลิต Rare Earth อันดับ 2 คือ สหรัฐฯ โดยในปี 2025 มีผลผลิตประมาณ 51,000 ตัน

ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 5 ด้านการผลิต Rare Earth โดยในปี 2025 มีผลผลิตประมาณ 4,800 ตัน

คอขวดสำคัญที่สุดของห่วงโซ่อุปทาน Rare Earth คือ การแยกและแปรรูป โดยจีนครองสัดส่วนการ processing ประมาณ 87% ของโลกในปี 2024

ผู้เล่นนอกจีนที่มีความโดดเด่น ได้แก่ MP Materials, Lynas และ Iluka โดยสหรัฐฯ และออสเตรเลียกำลังเร่งสร้าง supply chain ทางเลือกเพื่อลดการพึ่งพาจีน

กล่าวโดยสรุป

จีนยังเป็นศูนย์กลางอำนาจของ Rare Earth โลก ไม่เพียงมีสำรองและผลผลิตเหมืองสูงสุด แต่ยังครองความสามารถในการแยกและแปรรูปในสัดส่วนสูง ทำให้ประเทศตะวันตกต้องเร่งสร้างห่วงโซ่อุปทานทางเลือกผ่านสหรัฐฯ และออสเตรเลีย

หมายเหตุ

-ตัวเลขสำรองเปลี่ยนแปลงได้ตามการสำรวจ ราคา เทคโนโลยี และนิยามทางเศรษฐศาสตร์ของคำว่า “reserve”

-การจัดอันดับบริษัทเป็นการสรุปเชิงอุตสาหกรรม ไม่ใช่การจัดอันดับตามมูลค่าบริษัท หรือเปอร์เซ็นต์สำรองโลกที่บริษัทเป็นเจ้าของ

-ตัวเลขจีนด้าน processing ที่ประมาณ 87% เป็นข้อมูลปี 2024 ใน USGS China minerals chapter

-ส่วนผลผลิตเหมือง 270,000 ตัน เป็นข้อมูลปี 2025 ใน USGS Mineral Commodity Summaries 2026

แหล่งอ้างอิงหลัก

1.U.S. Geological Survey — Mineral Commodity Summaries 2026: Rare Earths

2.U.S. Geological Survey — China minerals information / rare-earth industry

3.MP Materials — Full Year 2025 Results

4.MP Materials — Mountain Pass

5.Lynas Rare Earths — About Us
6.Iluka Resources — Rare Earth Products / Eneabba