"ไอ้โม่ง" ปล้นน้ำมันยังไม่ถูกจับ!! ปม “ไอ้โม่งปล้นน้ำมัน” ยังลอยนวล ไร้ประสิทธิภาพบังคับใช้กฎหมาย สร้างความไม่ไว้วางใจในสังคม ประชาชนหมดศรัทธาในผู้ปกครอง

นาฏกรรมลอยนวล สแกนพฤติกรรมรัฐบาลล้มเหลว เมื่อ “ไอ้โม่ง” ใหญ่กว่ากฎหมาย
น้ำมันจึงหายไปพร้อมกับความไว้วางใจ

นับได้กี่เดือนกันแล้วครับที่ "ไอ้โม่งปล้นน้ำมัน" ยังคงลอยนวล?
ประเด็นการปล้น และกักตุนน้ำมันลักลอบในประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือการสูญเสียมูลค่าทางทรัพยากรธรรมดา เมื่อเวลาล่วงเลยไปจนถึงบัดนี้ รัฐบาลที่เคยออกมากางตำราประกาศว่าจะ "ลากตัวไอ้โม่ง" เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม กลับยังไม่สามารถจับกุมผู้บงการจริงได้แม้แต่รายเดียว

สถานการณ์นี้กำลังกลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ที่สะท้อนถึงพฤติการณ์ของรัฐบาล ซึ่งสร้างความไม่น่าไว้วางใจให้เกิดขึ้นในใจของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ที่เห็นชัดที่สุดคือ “ไร้ประสิทธิภาพ” ในการบังคับใช้กฎหมาย

การออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าว การตั้งคณะกรรมการสอบสวน หรือการใช้วาทกรรมขู่ฟอด ๆ ว่าจะกวาดล้าง “กลุ่มทุนสีเทา” ที่อยู่เบื้องหลัง กลายเป็นเพียง "ละครฉากใหญ่" เมื่อผลลัพธ์เชิงรูปธรรมเป็นศูนย์ การที่น้ำมันปริมาณมหาศาลซึ่งต้องใช้ระบบขนส่ง รถบรรทุก เรือ หรือคลังเก็บขนาดใหญ่หายไปและถูกกักตุนได้โดยไร้ร่องรอย สะท้อนว่ารัฐบาลอาจมีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพขั้นวิกฤต หรือไม่ก็หนีไม่พ้นการตั้งใจทำให้กระบวนการตรวจสอบล่าช้าจนเรื่องเงียบหายไปเอง

สายตาของประชาชนตาดำ ๆ ไม่ต้องเรียนสูงก็สามารถมองทะลุได้ว่า ขบวนการระดับที่สามารถ "ปล้นและกักตุน" น้ำมันได้ ย่อมไม่ใช่ฝีมือของโจรกระจอก แต่ต้องเป็นเครือข่ายอิทธิพลที่มีทั้งเงินทุนและสายสัมพันธ์ทางอำนาจ

ไม่ต่างจากการ “ปล้น สว.” หรือ “ปล้นสอบราชการ”
การที่รัฐบาลไม่สามารถเจาะไข่แดงไปถึงตัว "ไอ้โม่ง" ได้ ยิ่งตอกย้ำข้อสงสัยของสังคมว่ามีคนของ “ผู้มีอำนาจในรัฐบาล” เข้าไปมีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือคอยเป็น “เกราะกำบังพยานหลักฐาน” เพื่อช่วยเหลือพวกพ้องหรือไม่?
สิ่งที่เราเห็น ๆ กันบ่อยครั้งก็คือ การจับกุมเพียง "ผู้ปฏิบัติการระดับล่าง" แล้วรีบสรุปสำนวนเพื่อปิดคดี โดยไม่มีการขยายผลไปถึงโครงสร้างเส้นทางการเงิน หรือผู้บงการระดับบน ประชาชนจึงเข้าใจเป็นอื่นไม่ได้นอกจากคิดว่ารัฐบาลกำลังใช้กลยุทธ์ "ตัดตอน" เพื่อปกป้องใครบางคน มากกว่าการกวาดล้างขบวนการอย่างจริงจัง

ความน่ากลัวที่สุดในเวลานี้ จึงไม่ใช่แค่น้ำมันที่ถูกปล้นไปต่อหน้าต่อตา แต่คือความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล ถูกปล้นจนหมดหัวใจไปพร้อม ๆ กัน

แจ็ค รัสเซล