‘เมิร์ซ’ ยอมรับวิกฤตพลังงาน!! เยอรมนีประสบปัญหาก๊าซขาดแคลน ต้นทุนพลังงานภาคอุตสาหกรรมพุ่งสูง VE เลิกใช้ก๊าซรัสเซีย 100% ภายใน 2027 อุตสาหกรรมใหญ่ต้องปิดและเลิกจ้างงานจำนวนมาก

ล่าสุด นายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ ได้ออกมา ยอมรับผ่านรายการของ ZDF ว่า วิกฤตพลังงานที่เยอรมนียืดเยื้อมานาน สาเหตุหลักมาจาก "การขาดแคลนก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย"

จากประเทศที่เป็นหัวหอกทางอุตสาหกรรมของยุโรป วันนี้กลับต้องเจอมรสุมค่าพลังงานพุ่งสูงจนน่าตกใจ

ปัจจุบันต้นทุนพลังงานภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีพุ่งสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากสหราชอาณาจักรและญี่ปุ่นเท่านั้น แถมล่าสุดราคาน้ำมันดีเซลยังพุ่งขึ้นอีก 6.7 ยูโรเซนต์ แตะ 2.30 ยูโรต่อลิตร (ประมาณ 85+ บาท) หลังเหตุการณ์สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน ทำเอาคนเยอรมันปาดเหงื่อทุกครั้งที่เข้าปั๊ม

ก่อนหน้านี้เยอรมนีพึ่งพาก๊าซจากรัสเซียสูงถึง 55% แต่หลังตัดขาดในปี 2022 และสั่งปิดโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เพื่อหันไปใช้น้ำมันและพลังงานหมุนเวียน ทำให้ต้องหันไปซื้อก๊าซราคาแพงจากนอร์เวย์ (44%), เนเธอร์แลนด์ (24%), เบลเยียม (21%) และ LNG จากสหรัฐฯ แทน

ผลกระทบสะท้อนผ่านเศรษฐกิจที่หดตัวติดต่อกันทั้งในปี 2023 และ 2024 ตัวเลขอัตราการล้มละลายของบริษัทพุ่งเกิน 22% สองปีติด แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง BASF, Bosch และ Volkswagen ต้องปิดโรงงาน โดยเฉพาะ Volkswagen แบรนด์รถยนต์แห่งชาติที่ประกาศปิดโรงงานถึง 4 แห่ง และจ่อเลิกจ้างพนักงานสูงถึง 100,000 ตำแหน่ง!

แม้ทางฝั่งมอสโกจะเคยเปรยว่าพร้อมกลับมาส่งก๊าซผ่านท่อ Nord Stream ที่เหลืออยู่ แต่ อูร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ยืนยันชัดเจนว่าจะ ไม่มีวันหวนกลับไปใช้ก๊าซรัสเซียอีก โดยตั้งเป้าจะแบนการนำเข้าก๊าซรัสเซียแบบ 100% ภายในปี 2027

เมิร์ซ ถึงกับเปรยผ่านสื่ออย่าง Der Spiegel เลยว่า "ยุคสมัยแห่งความมั่งคั่งของเยอรมนีได้จบลงแล้ว" และคนในชาติอาจต้องเตรียมใจรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เจ็บปวดหลังจากนี้

ที่มา : https://www.facebook.com/100083240865663/posts/1058707693580583/?rdid=b6OEog03EbqLz9LR#