วิกฤตจมบาดาล: มหาอุทกภัยภาคใต้ 2568 บททดสอบความแกร่งของหาดใหญ่และหัวใจคนใต้

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ถูกจารึกไว้ในฐานะวันเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมทางธรรมชาติครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของภาคใต้ เมื่อมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงได้แผ่ปกคลุมอ่าวไทย ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องแบบไม่ลืมหูลืมตาติดต่อกันหลายวัน จนกลายเป็น "มหาอุทกภัย" ที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาลในหลายจังหวัด

จุดที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดคือ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคใต้ ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นแอ่งกระทะรับน้ำจากเทือกเขาบรรทัดและเขาคอหงส์ ทำให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมย่านธุรกิจสำคัญอย่างรวดเร็วตั้งแต่วันแรกๆ ระดับน้ำในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนท่วมมิดชั้นหนึ่งของอาคารบ้านเรือน ย่านการค้าชื่อดังอย่างตลาดกิมหยงและถนนเสน่หานุสรณ์ต้องจมอยู่ใต้บาดาล การสัญจรทุกชนิดถูกตัดขาด และประชาชนนับหมื่นคนต้องติดอยู่ในอาคารโดยขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม

 ความสูญเสียและผลกระทบที่ประเมินค่าไม่ได้รายงานสรุปความเสียหายเบื้องต้นระบุว่า พบผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมและดินโคลนจำนวนมาก ขณะที่มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจพุ่งทะยานหลายหมื่นล้านบาท ภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจการค้าหยุดชะงักลงโดยสิ้นเชิงในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวสิ้นปี นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐาน ทั้งถนนเลียบชายแดนและสะพานหลายจุดถูกกระแสน้ำพัดพังทลาย

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์มหาอุทกภัยภาคใต้ในครั้งนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงพลังน้ำใจของคนไทย ผ่านการช่วยเหลือของหน่วยกู้ภัยและจิตอาสาที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ รวมทั้งได้ร่วมกันบริจาคสิ่งของเพื่อส่งต่อความช่วยเหลือไปยังพี่น้องชาวใต้

 บทเรียนจากมวลน้ำ

มหาอุทกภัยครั้งนี้ไม่ได้ทิ้งไว้เพียงร่องรอยความเสียหาย แต่เป็นบทเรียนสำคัญถึงความจำเป็นในการยกระดับ "ระบบระบายน้ำเมือง" และการวางผังเมืองหาดใหญ่ใหม่ให้ยั่งยืน รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ความสูญเสียนี้ต้องย้อนรอยกลับมาทำร้ายคนไทยได้อีกในอนาคต