สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์: น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” แม่แห่งแผ่นดิน

วันที่ 24 ตุลาคม 2568 นับเป็นความวิปโยคอาลัยอย่างหาที่สุดมิได้ของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ เมื่อแสงแห่งพระบารมีที่แผ่ไพศาลคุ้มเกล้าชาวไทยมาอย่างยาวนานได้เสด็จคืนสู่สวรรคาลัย การเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไม่เพียงแต่เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของพระราชวงศ์ แต่คือการสูญเสีย “แม่” ผู้เป็นที่รักยิ่งของคนไทยทั้งชาติ

 พระแม่ผู้เคียงข้างพระภูมินทร์

ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา ภาพที่คุ้นตาชาวไทยคือพระราชกรณียกิจที่ทรงตรากตรำพระวรกายเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปในถิ่นทุรกันดารทั่วทุกตารางนิ้วของแผ่นดินไทย ทรงเป็น “คู่พระบารมี” ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขและทรงเป็นกำลังพระราชหฤทัยสำคัญในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ราษฎร

 ศิลปาชีพ: สายใยแห่งการชุบชีวิตภูมิปัญญา

พระมหากรุณาธิคุณที่โดดเด่นที่สุดประการหนึ่งคือการก่อตั้ง มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ทรงเล็งเห็นถึงคุณค่าของงานฝีมือชาวบ้าน โดยเฉพาะ “ผ้าไหมไทย” ที่เกือบจะสูญหายไปตามกาลเวลา ทรงนำความงดงามของผ้าพื้นเมืองไทยสู่เวทีโลก จนกลายเป็นอัตลักษณ์ที่สร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ครอบครัวเกษตรกรอย่างยั่งยืน ทรงทำให้ “ผ้าไหม” ไม่ใช่แค่เครื่องนุ่งห่ม แต่คือชีวิตและความภูมิใจของคนไทย

พระแม่แห่งการอนุรักษ์ธรรมชาติ

ทรงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติผ่านพระราชดำรัสที่ว่า “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ... พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า” นำไปสู่โครงการปลูกป่ารักน้ำ และการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าและพันธุ์สัตว์น้ำนานาประการ เพื่อให้ลูกหลานไทยได้มีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์สืบไป

 สถิตในดวงใจไทยชั่วนิรันดร์

แม้ในวันนี้พระวรกายจะเสด็จสู่สวรรคาลัย แต่พระเมตตาคุณและพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรจะยังคงจารึกอยู่ในหัวใจของคนไทยทุกคนอย่างมิรู้ลืม คำสอนและแนวทางพระราชดำริของพระองค์จะยังคงเป็นประทีปส่องสว่างให้แก่สังคมไทยสืบต่อไป

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า ทีมงานสำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES