‘เซเลนสกี’ ผู้นำยูเครน เผย อยากพบ ‘สี จิ้นผิง’ หารือช่วยเจราสงบศึก หวัง จีนไม่ส่งอาวุธช่วย ‘รัสเซีย’

(25 ก.พ. 66) ‘ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี’ แห่งยูเครนประกาศวานนี้ (24 ก.พ.) ว่า อยากจะพบ’ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง’ ของจีน หลังปักกิ่งออกมาเสนอ ‘แผนสันติภาพ 12 ข้อ’ เพื่อนำไปสู่การยุติสงครามยูเครนโดยด่วน

“ผมมีแผนที่จะพบกับ สี จิ้นผิง” เขาให้สัมภาษณ์สื่อที่กรุงเคียฟในวาระครบรอบ 1 ปีที่สงครามรัสเซีย-ยูเครน พร้อมย้ำว่าที่ผ่านมาตนพยายามอย่างยิ่ง ที่จะขัดขวางไม่ให้จีนส่งอาวุธช่วยรัสเซีย เพราะอาจนำไปสู่ ‘สงครามโลกครั้งที่ 3’ ได้

“มันสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของโลก” เซเลนสกี กล่าว

ผู้นำยูเครนไม่ได้เอ่ยชัดเจนว่าจะพบกับ สี ที่ไหนและเมื่อไหร่ แต่แสดงความคาดหวังให้ปักกิ่งช่วยสนับสนุนยูเครน และ ‘สันติภาพที่เป็นธรรม’ (just peace)

“ผมอยากจะเชื่อจริง ๆ ว่า จีนจะไม่ส่งอาวุธให้รัสเซีย นี่เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับผม” เขากล่าว

เซเลนสกี ยังระบุด้วยว่า ตนเชื่อว่าประเทศที่ถูกรุกรานเท่านั้นที่มีสิทธิ ‘เสนอแผนริเริ่มเพื่อสันติภาพ’

กระทรวงการต่างประเทศจีนได้เผยแพร่แผน 12 ข้อ เพื่อยุติสงครามและฟื้นฟูสันติภาพในยูเครน แต่ปรากฏว่า โดนชาติตะวันตกวิจารณ์แหลก ว่าเป็นข้อเสนอที่เอื้อประโยชน์ให้รัสเซียมากกว่า แถมยังส่งสัญญาณปรามปักกิ่งว่า อย่าได้ส่งอาวุธให้มอสโกเป็นอันขาด

สำหรับแผนสันติภาพที่กระทรวงการต่างประเทศจีน เผยแพร่เมื่อเช้าวันศุกร์ (24 ก.พ.) มีใจความสำคัญเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหยุดกระพือความขัดแย้งและความตึงเครียด เพื่อไม่ให้สงครามยูเครนทวีความรุนแรงหรือลุกลามจนไม่อาจควบคุมได้ โดยรายละเอียดของแผนทั้ง 12 ประการ มีดังต่อไปนี้

1.) เคารพในอธิปไตยของทุกๆ ประเทศ (The sovereignty of all countries is respected)

2.) ละทิ้งแนวคิดแบบสงครามเย็น (Abandoning the Cold War mentality)

3.) หยุดใช้ความรุนแรง (Ceasing hostilities)

4.) ฟื้นฟูกระบวนการเจรจาสันติภาพ (Resuming peace talks)

5.) แก้ไขวิกฤตด้านมนุษยธรรม (Resolving the humanitarian crisis)

6.) ปกป้องพลเรือนและเชลยสงคราม (Protecting civilians and prisoners of wars)

7.) ปกป้องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ให้มีความปลอดภัย (Keeping nuclear power plants safe)

8.) ลดความเสี่ยงในทางยุทธศาสตร์ (Reducing strategic risks)

9.) อำนวยความสะดวกในการส่งออกธัญพืช (Facilitating grain exports)

10.) ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียว (Stopping unilateral sanctions)

11.) รักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน (Keeping industrial and supply chains stable)

12.) สนับสนุนการฟื้นฟูประเทศหลังสงครามจบลง (Promoting post-conflict reconstruction)

นอกเหนือจากแผนทั้ง 12 ข้อแล้ว รัฐบาลจีนยังเรียกร้องให้ทุกฝ่าย ‘หลีกเลี่ยงการใช้อาวุธนิวเคลียร์’ และ ‘จะต้องไม่มีการทำสงครามนิวเคลียร์เกิดขึ้น’

“และเราขอคัดค้านการพัฒนา/ใช้งานอาวุธเคมีหรืออาวุธชีวภาพ ไม่ว่าจะโดยประเทศใด หรือภายใต้สถานการณ์ใด ๆ ก็ตาม” เอกสารของกระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุ


ที่มา : https://mgronline.com/around/detail/9660000018313