Friday, 21 June 2024
เลียบการเมือง

‘รัฐบาลก้าวไกล’ 310 เสียง คงเป็นแค่ ‘ฝันกลางวัน’ โอกาสได้ ‘นายกฯ คนนอก’ มีน้อย แต่ไม่ควรมองข้าม

เรียนตามตรงว่า ทำข่าวการบ้านการเมือง การเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาลมาก็หลายปี แต่ไม่มีปีไหนที่ตื่นเต้นเร้าใจ ชวนระทึกเท่ากับปีนี้

ในชั้นนี้ต้องบอกว่า ถ้าพรรคก้าวไกล 152 เสียงจับมือกับพรรคเพื่อไทย 141 เสียง บวกกับพรรคอื่น ๆ อีก 17 เสียงรวมเป็น 310 เสียงได้ เราก็จะเห็นปรากฏการณ์พรรคอันดับ 1 กับอันดับ 2 จับมือกันตั้งรัฐบาลได้เป็นครั้งแรก จากที่ผ่าน ๆ มา อันดับ 1 กับอันดับ 2 จะแยกวงอยู่คนละข้างแทบทุกครั้ง…

‘เล็ก เลียบด่วน’ ขอสรุปสถานการณ์ ณ วันที่ 17 พ.ค.ว่า น่าเป็นห่วง…โอกาสที่สถานการณ์จะบานปลายขยายวงลงสู่ท้องถนนกันอีกครั้งมีสูงไม่น้อย...

สถานการณ์ขณะนี้ พรรคก้าวไกลเดินหน้าฟอร์มรัฐบาล 310 เสียง พรรคเพื่อไทยโดยคำยืนยันของโทนี่  วู้ดซัม บิดาอุ๊งอิ๊ง ล่าสุดบอกว่าจะยกมือให้ เพราะอ่านขาดว่ายังไงก้าวไกลก็ไปถึงดวงดาว ขณะที่พรรคก้าวไกลเองบรรดาสาวกและว่าที่ ส.ส. หลายรายออกอาการห้าวเป้งจุดไฟในนาครข่มขู่สมาชิกวุฒิสภาหรือ สว. ให้โหวตสนับสนุน ไม่เพียงเท่านั้นยังลามไปกดดันพรรคการเมืองอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ใน 310 เสียงให้โหวตช่วยอีกต่างหาก จนถูกเจ้าของฉายา ‘มีโกนอาบน้ำผึ้ง’ ชวน หลีกภัย กรีดสวนว่า..อย่าจุ้นมาก คนอื่นเขาคิดเองได้…

จะว่าไปแล้ว...สาวกและว่าที่ ส.ส.ของพรรคก้าวไกลไม่ค่อยน่ารัก ขณะที่ว่าที่นายกฯ ทิม พิธา ก็ดูจะออกตัวแรงไปหน่อย...และขณะนี้น่าเป็นห่วงหัวหน้าทีมในอย่างชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ที่มารับบทผู้จัดการรัฐบาลมือใหม่หัดขับว่าจะเข้าโค้งแหกโค้งไปได้หรือไม่…

ส่องกล้องสถานการณ์ดูแล้ว...ตัวแปรสำคัญที่สุดตอนนี้คือ ส.ว. 250 เสียง ซึ่งฟันธงได้ไม่ยากว่าส่วนใหญ่ไม่เอา ไม่รับสูตรพิธาเป็นนายกฯ โดยก้าวไกลเป็นแกนนำ แม้จะรวมมาได้ 310 เสียงก็ตาม...เหตุผลหลักก็คือประเด็นยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112 วิธีคิดต่อสถาบันเบื้องสูง และนโยบายชุดใหญ่ ‘ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม’ หลายอย่างที่มีความล่อแหลม สุ่มเสี่ยง ดังนั้นจะกดดันแค่ไหนเพื่อหวังให้ ส.ว.ซัก 70 เสียงมาโหวตให้ทิม พิธาได้คะแนนผ่าน 376 เสียง เป็นเรื่องที่ปิดประตูตาย..อย่างมากก็จะได้เสียง ส.ว.ไม่เกิน 20 สียง

ตรงกันข้ามหากพลิกจากพรรคก้าวไกล พิธาเป็นนายกฯ ให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ โดยอุ๊งอิ๊งหรือเศรษฐาเป็นนายกฯ มีความเป็นไปได้มากกว่า ส.ว.จะสนับสนุน แต่มีข้อแม้สำคัญดังที่ ส.ว.สมชาย แสวงการ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า พรรคเพื่อไทยต้องเริ่มต้นตั้งแต่บัดนี้ ไม่ยืมมือ ส.ว.ให้โหวตคว่ำสูตรก้าวไกลเสียก่อน...แล้วจึงมาเริ่มต้น…

กล่าวโดยสรุป...อีกครั้ง
ประการแรก - รัฐบาลก้าวไกล 310 เสียงสุดท้ายจะเจอทางตัน เพราะแค่ ส.ว.งดออกเสียงไม่หนุนพิธาเป็นนายกฯ ก็จบข่าว ภายใต้สถานการณ์ที่มีโอกาสวุ่นวาย…

ประการที่สอง - พรรคเพื่อไทยที่รอส้มหล่น จะเดินต่อขยักสองเป็นแกนนำก็ไม่ง่าย...เพราะต้องไปอาศัยเสียงจากขั้วรัฐบาลเดิม มีความเป็นไปได้ที่จะถูกกดให้ลดชั้น สละเก้าอี้นายกรัฐมนตรีให้ ‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรืออนุทิน ชาญวีรกูล

ประการที่สาม - ถ้าสูตรเพื่อไทยยังตกลงกันเรื่องตำแหน่งนายกฯ ไม่ได้ สถานการณ์ก็อาจไถลไปใช้บริการมาตรา 272 วรรคสอง...นายกรัฐมนตรีคนนอก หรือนายกฯ นอกบัญชีแคนดิเดต...ซึ่งโอกาสจะเกิดแม้มีน้อย แต่ก็อย่ามองข้าม…

ประการที่สี่ - แม้ไม่มีสุญญากาศทางการเมือง แต่โอกาสที่รัฐบาลลุงตู่จะรักษาการจะลายาวไปเป็นครึ่งปีก็มีโอกาสแม้จะน้อยนิด

ส่งท้ายวันนี้...อยากบอกว่าคิดถึงคำกล่าวของ ‘ป๋าเปรม’ ที่ว่าบ้านเมืองเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ ใครอย่าคิดทำเล่น - สวัสดี!! 

14 พ.ค.66 วันสิ้นยุคสองนคราประชาธิปไตย เปิด 4 สูตรตั้งรัฐบาล ‘ก้าวไกล-เพื่อไทย’ ใครกินแห้ว?

แรกสุด ‘เล็ก เลียบด่วน’ ต้องขอแสดงความเสียใจและยินดีกับผู้แพ้พ่ายและผู้ชนะในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา พิเศษหน่อยก็ขอแสดงความยินดีกับพรรคก้าวไกลที่ผงาดขึ้นมาเป็นพรรคอันดับ 1 แทนพรรคเพื่อไทย ส่วนจะเป็น ‘สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง’ หรือ ‘พายุแห่งการเปลี่ยนแปลง’ ก็ดูกันต่อไป

‘เล็ก เลียบด่วน’ ยังไม่ขอส่องผลการเลือกตั้งในวันนี้ แต่จะขอหมายเหตุการณ์เลือกตั้งครั้งที่ 27 ครั้งนี้เอาไว้สัก 3 ประการ

ประการแรก - กระแสความต้องการการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและหลายสิ่งหลายอย่างมีพลานุภาพ เหนือกระสุนในหลายพื้นที่ พลังของคน 3 Gen คือ Gen-Z, Gen-Y รวมถึง Gen-X รวมแล้วเกือบ 40 ล้านมีบทบาทกำหนดทิศทางการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างมีนัยสำคัญ

ประการที่สอง - ระบบบ้านใหญ่ ระบบอุปถัมภ์แบบเดิม ๆ ไม่ใช่สิ่งจีรังยั่งยืนอีกต่อไป การสื่อสารสมัยใหม่  ความคิดใหม่ ๆ ข้อเสนอใหม่ ๆ นโยบายใหม่ ๆ ที่สอดคล้องยุคสมัยโดนใจประชาชนจะเข้ามาแทนที่

ประการที่สาม คำว่า ‘สองนคราประชาธิปไตย’ ที่หมายถึงคนชนบทต่างจังหวัดเป็นคนเลือกตั้ง แต่คนเมืองโดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ เป็นคนล้มรัฐบาลนั้นจะไม่มีอีกแล้ว เพราะปัจจุบันกล่าวได้ว่าเมืองกับชนบทเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว ทั้งทางกายภาพและความคิดอ่าน

ปรากฏการณ์ ‘ก้าวไกลค่อนแผ่นดิน’ อยู่ใน 3 บริบทดังกล่าวมา...บริบทของความเปลี่ยนแปลงใหม่ที่พลิกโฉมหน้าการเมืองไทย…

หันมากล่าวถึงการจัดสูตรรัฐบาล ซึ่งนาทีนี้พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลประกาศเดินหน้าอย่างมั่นอกมั่นใจ ‘เล็ก เลียบด่วน’ ขอสรุปความเป็นไปได้ของสูตรที่สำคัญ ๆ ดังนี้

สูตรที่หนึ่ง - สูตร 309 เสียง โดยมีพรรคก้าวไกล 151 เสียงกับพรรคเพื่อไทย 141 เป็นแกนนำ ซึ่งนายพิธาได้ประสานงานไปแล้ว และเบื้องต้นพรรคเพื่อไทยก็รักษามารยาทเปิดประตูรับพิจารณา แต่ที่สุดแล้วจะไปต่อหรือไม่ก็ยังไม่แน่…

สูตรที่สอง - พรรคเพื่อไทย พลิกข้างเจรจาจับมือกับพรรคภูมิใจไทย พลังประชารัฐ และพรรคเล็ก จัดตั้งรัฐบาล โดยอาจเอาพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมด้วย ให้พรรคก้าวไกลและพรรคลุงตู่เป็นฝ่ายค้าน…

สูตรที่สาม -  พรรคร่วมรัฐบาลเดิมเดินหน้าโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ไปตายเอาดาบหน้า ใช้พลังดูดหรือกลเกมต่าง ๆ ให้ฝ่ายตรงกันข้ามวงแตกพรรคแตก แล้วดึงร่วมรัฐบาล...หากดึงไม่ได้ก็ลากไปเรื่อย ๆ จนถูกคว่ำหรือชิงยุบสภา สูตรนี้เกิดขึ้นได้ยากมากเพราะเสียงของขั้วรัฐบาลเดิมแพ้ขาด ประการสำคัญอาจเป็นชนวนจลาจลนอกสภา…

สูตรที่สี่ - สูตรนายกฯ คนกลางตามมาตรา 272 วรรคสอง กล่าวคือไม่สามารถโหวตเลือกนายกฯ ตามบัญชีได้ ต้องใช้บริการคนกลางหรือคนนอก สูตรนี้พยายามใช้ตอนล้มบิ๊กตู่เมื่อปลายปี 2564 มาแล้ว กะว่าคว่ำบิ๊กตู่แล้วให้บิ๊กป้อมขึ้นนายกฯ ในฐานะนายกฯ คนนอก..คือนอกบัญชี ซึ่งทำไม่สำเร็จ แต่วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนแล้ว บิ๊กป้อมเป็นแคนดิเดตตามบัญชีแล้ว ถ้าพรรคเพื่อไทยกับภูมิใจไทยหนุนก็เดินหน้าได้ อาจจะดึงพรรครวมไทยสร้างชาติ และประชาธิปัตย์มาร่วมด้วย สูตรนี้พรรคเพื่อไทยคงคิดหนัก

ทั้งสี่สูตร ความเป็นไปได้น่าจะอยู่ที่สูตรที่หนึ่งหรือสูตรที่สอง ต้องวัดใจทั้งสองพรรคแกนนำ ถ้าหวยพลิกมาสูตรที่สองเป็นสูตรข้ามขั้วก็แปลว่าพรรคก้าวไกลต้องกินแห้ว

ป.ล.- เล็ก เลียบด่วน ขอแสดงความชื่นชมบิ๊กตู่ที่ได้แสดงความเป็นสุภาพบุรุษประชาธิปไตย ลงคลุกฝุ่นสนามเลือกตั้ง และยอมรับในผลการเลือกตั้งโดยไม่มีข้อแม้

เรื่อง: เล็กเลียบด่วน

‘ลุงตู่’ ปิดจ๊อบปราศรัยใหญ่เวทีเมืองคอน ‘สุดยิ่งใหญ่’ ขณะที่ ‘พิธา’ ติดหล่มปมถือหุ้นไอทีวี จนก้าว…ไม่ไกล

สุดสัปดาห์นี้ ท่านผู้อ่านก็จะได้เข้าคูหากากบาท ชี้ชะตาประเทศไทยกันในวันที่ 14 พ.ค. ได้เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ใช่

แม้เพจพรรครวมไทยสร้างชาติจะเขียนข่าวเวอร์ไปหน่อยว่าคนเมืองคอนแห่ไปฟังลุงตู่ปราศรัยที่สนามหน้าเมือง เมื่อค่ำวันที่ 11 พ.ค. ร่วม 5 หมื่นคน แต่ก็ต้องบันทึกว่าเป็นการปราศรัยใหญ่นัดที่คนฟังมากที่สุดในภาคใต้ ประมาณเกือบ 2.5 หมื่นคน เหนือกว่าที่สุราษฎร์ธานีเล็กน้อย เป็นการปราศรัยปิดแมทช์ต่างจังหวัดที่สวยงามของลุงตู่..วันเดียว  5 จุด...จุดสุดท้ายที่สนามหน้าเมือง “ลุงตู่” ปราศรัยได้กลมกล่อม ไม่เล่นมาก แต่ไม่เครียด สอดแทรกเนื้อหาดีทั้งผลงานที่ทำแล้ว ปณิธาณ นโยบายที่จะทำต่อ  การสร้างสมดุลในภูมิภาคที่กำลังถูกท้าทาย และความสามัคคี ความสำคัญของทุกคนในฐานะพลังของแผ่นดิน

อย่างไรก็ตาม 10 ที่นั่ง ส.ส. นครศรีธรรมราช รอบนี้ ‘เล็ก เลียบด่วน’ ประเมินแล้วประชาธิปัตย์น่าจะกวาดไปอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ที่เหลือเป็นของพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยอาจจะมีพลังประชารัฐสอดแทรกมาสัก 1 เก้าอี้

สำหรับแนวโน้มภาพรวมผลการเลือกตั้งนั้น พูดกันให้แซ่ดถึงบทวิเคราะห์ของสำนักต่าง ๆ ทั้งที่เอ่ยอ้างว่าเป็นของหน่วยงานในกระทรวงใหญ่บางแห่ง และสถาบันการศึกษาสำคัญ รายงานข้อมูลชุดสุดท้ายไปในทิศทางเดียวกันว่า ขั้วฝ่ายค้านเดิมมีคะแนนสูงกว่าขั้วลุง ในระดับตัวเลข 270 ต่อ 230 ประมาณนั้น

ยกเว้นสัปดาห์สุดท้ายการตื่นตัวของพลังเงียบ พลังช้างป่วยกลายเป็นพลังช้างศึกที่ถูกปลุกขึ้นมาในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา จะแห่กันออกมาปกบ้านป้องเมืองรักษาวิถีไทยแบบมืดฟ้ามัวดิน คะแนนสองข้างก็คงสูสีกัน ซึ่งถ้าคะแนนสูสีดูดี๋กัน ขั้วรัฐบาลเดิมก็จะจัดตั้งรัฐบาลได้ในที่สุด ท่ามกลางร้อยแปดความวุ่นวาย 

และด้วยฉากทัศน์การเมืองดังวิเคราะห์มานี่เองที่ทำให้พรรคเพื่อไทย โดยณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ประกาศรัว ๆ ทุกเวทีว่า ถ้าเป็นการชกมวย การชนะคะแนนแปลว่าแพ้ ต้องน็อกสถานเดียว อันนี้ก็ว่ากันไป ฝันกันไป 

พูดถึงพรรคส้ม ก้าวไกลสักนิด กรณีพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถือหุ้นไอทีวี คงไม่ส่งผลต่อการลงคะแนนในวัที่ 14 พ.ค. แต่หลังเลือกตั้งต้องลุ้นระทึกว่าอนาคตพิธาจะจบอย่างไร ดีสุดคือเป็น ส.ส.ต่อไป แย่สุดคือพ้นสภาพ ส.ส. 

แต่ที่ ‘เล็ก เลียบด่วน’ ได้แต่ส่ายหน้าสงสารก็คือพ่อพิมไปพูดในรายการของ ‘จอมขวัญ’ ว่าเรื่องนี้เลวร้ายที่สุดคือโดนตัดสิทธิ์การเป็น ส.ส. เท่านั้น ยังเป็นรัฐมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรีได้ เฮ่อ เชื่อแล้วว่าฝ่ายกฎหมายพรรคส้มไม่เป็นสับปะรดจริง ๆ ทำไมไม่บอกให้คุณทิมรู้ว่า ถ้าโดนตัดสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) ก็หมดสิทธิ์จะเป็นรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรี เฮ่อออ!!!

โฉบไปที่พรรคภูมิใจไทย แม้จะถูกไล่ล่าจากชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ เรื่องกัญชาและสารพัดการเตะสกัดจากคู่แข่งมากแค่ไหน แต่ ‘ครูใหญ่เนวิน’ สั่งทุกแนวรบให้มีสมาธิสู้รบในฉากสุดท้าย จำเพาะที่สนามกรุงเทพฯ ได้ปฏิบัติการเติมกระแสเติมกระสุนใน 4 เขตเป็นกรณีพิเศษ ด้วยความมั่นใจลึก ๆ ว่า จะตอกเสาเข็มให้พรรคได้อย่างน้อย 2 เขต

ปิดท้ายวันนี้ มองให้ไกลไปกว่าหีบเลือกตั้งสักนิดเราจะพบว่า การเลือกตั้งหนนี้มีมหาอำนาจตะวันตกโฟกัสที่หมายถึงการแทรกแซงเป็นพิเศษ พวกเขาบังอาจพูดดักคอดักทางว่ากองทัพและสถาบันเบื้องสูงต้องไม่เข้ามาเกี่ยวข้องทั้ง ๆ ที่สองสถาบันไม่ได้ยุ่งเกี่ยวใด ๆ และเมื่อต้นสัปดาห์มีข่าวว่า ทูตตะวันตกหลายประเทศรวมตัวกันเชิญตัวแทนพรรคเพื่อไทย ก้าวไกล ประชาชาติ และพลังประชารัฐ ชี้นำให้แก้ไขมาตรา 112 ดูเหมือนหลายพรรคจะเออออ..ยกเว้นพลังประชารัฐ!!

ทั้งหลายทั้งปวงเหตุที่มหาอำนาจตะวันตก นำโดยสหรัฐอเมริกาออกอาการจุ้นจ้านเป็นพิเศษ ใช่หรือไม่ว่าก็เพราะพวกเขาอยากได้รัฐบาลที่เลือกข้างสหรัฐ ไม่ใช่รัฐบาลที่รักษาสมดุลอย่างรัฐบาลลุงตู่...ดังนั้นฝากท่านวิญญูชน สาธุชนพึงใคร่ครวญในเรื่องนี้ด้วยเทอญ

เรื่อง: เล็ก เลียบด่วน

ผ่าเกม 'ทักษิณ' ทวีตรัวๆ "ขออนุญาตกลับบ้าน" 'ตรึงคะแนนเพื่อไทย- ฝันหวานนอนเซฟเฮาส์'

อันที่จริงเรื่องการ 'ขออนุญาตกลับบ้าน' ของโทนี่ วู้ดซัม หรือ นายทักษิณ ชินวัตร 'เล็ก เลียบด่วน' ได้ปุจฉาวิสัชนาไปแล้วเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 66 ที่ผ่านมา อันเนื่องจากนายทักษิณได้ทวิตเตอร์ต้อนรับหลานคนที่ 7 ที่อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ให้กำเนิดเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 66

ทว่า จู่ ๆ วันอังคารที่ 9 พ.ค. 66 ทักษิณ ก็ทวิตเตอร์รัว ๆ สองครั้ง ประกาศเปรี้ยงอีกว่าจะกลับบ้านก่อนวันเกิดคือ วันที่ 26 ก.ค. 66 เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งห้วงเวลาดังกล่าวจะเป็นช่วงเวลารัฐบาลรักษาการของพล.อ.ประยุทธ์

ข้อความที่ทำให้ใครต่อใครพลอยสะดุ้งก็คือท่อนที่ตบท้ายว่า ทั้งหมดคือ การตัดสินใจของผมเอง ด้วยความรักผูกพันกับครอบครัว แผ่นดินเกิด และเจ้านายของเรา 

อ่านแล้วก็ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา เมื่อวันที่ 1 พ.ค. บอกว่า “ขออนุญาตกลับบ้าน” จตุพร พรหมพันธุ์ อดีตแกนนำ นปช. ชี้ว่า เป็นการพูดที่หมิ่นเหม่ ไม่บังควร วันที่ 9 พ.ค.คนแดนไกล ก็เย้ยฟ้าท้าดินหนักกว่าเดิม เอ่ยคำว่า "เจ้านายของเรา"

ถามว่า ทวิตเตอร์รัว ๆ รอบนี้ ทักษิณต้องการอะไรกันแน่ มีอะไรลับลวงพรางหรือไม่ 'เล็ก เลียบด่วน' ขอฟันธงว่ามีสองเหตุผลสำคัญเท่านั้น

ประการแรก จุดประสงค์หลักอยู่ที่การเมืองการเลือกตั้ง ต้องการตรึงคะแนนพรรคเพื่อไทยไม่ให้ไหลทะลักไปที่พรรคก้าวไกล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส.ส.เขต ส่วนคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ที่ลือกันว่าก้าวไกลจะแซงเพื่อไทยไปอยู่ที่ 12 ล้านเสียงนั้น ไม่ซีเรียสเท่ากับการตรึง ส.ส.เขตเอาไว้ ซึ่งการประกาศกลับบ้านของทักษิณรอบนี้ ทำให้คะแนนในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสานกระชับ และกระเตื้องขึ้นระดับหนึ่ง

ประการที่สอง ทักษิณมีความต้องการที่จะกลับจริง ๆ เขาแทงหวยว่ารัฐบาลชุดใหม่เป็นรัฐบาลพรรคเพื่อไทยทุกอย่างจะเดินหน้าไปได้ เบื้องต้นกฎกระทรวง 2 ฉบับของกระทรวงยุติธรรมที่ที่แก้ไขไว้เมื่อปี 2563 สามารถใช้เซฟเฮาส์ หรือสถานที่อื่นที่ไม่ใช่เรือนจำ เป็นที่คุมขังได้ ส่วนมาตรการอย่างอื่นทักษิณก็คงเตรียมการไว้แล้ว แต่ทั้งนี้หากหวยหลังเลือกตั้งยังเป็นรัฐบาลขั้วเดิม ทักษิณก็อาจจะเปลี่ยนใจยืดเวลากลับไปอีก...

คำประกาศของทักษิณที่จะกลับบ้าน 20 กว่าครั้ง รวมทั้งครั้งนี้ อาจจะเป็นนิยายเดิม ๆ อีกครั้ง จะมีอะไรให้ฉุกคิดอยู่บ้างก็ตรงที่การเอ่ยอ้างใช้คำว่า ‘เจ้านาย’ ทำให้นักข่าวไปถาม ‘ลุงตู่’ ว่าการส่งสัญญาณของทักษิณเที่ยวนี้เป็นไปในลักษณะดีลพิเศษใช่หรือไม่ ซึ่งลุงตู่ถามกลับว่า เขาส่งสัญญาณมาทางไหนเหรอ ตนไม่ได้รับ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม

ครับ! สรุปว่าการเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค.นี้ ที่สุดก็มาเกี่ยวข้องกับเรื่อง ‘ทักษิณกลับบ้าน’ อีกครั้ง จนบางฝ่ายบอกว่าเป็นอะไรที่น่าเบื่อ ถ้าแน่จริง ‘ทักษิณ’ ควรกลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะไม่มีใครห้ามกลับ...

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชุดใหม่ซึ่งมีความเป็นไปได้ไม่น้อยว่าอาจจะยังเป็นรัฐบาลลุงตู่กับคณะเดิม ก็อาจจะถึงเวลาที่จะต้องถอดชนวนความขัดแย้งด้วยการนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองที่ยังเป็นภูเขาใต้น้ำแข็ง นำประเทศออกจากความขัดแย้ง สลายสีเสื้อ สร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับพลังแผ่นดิน อย่างจริงจัง

ใช่หรือไม่ว่า...วันนี้คำว่า ‘ระบอบทักษิณ’ หรือผีทักษิณ ไม่ได้น่ากลัวเหมือนก่อน ที่น่ากลัวกว่าก็คือระบอบส้มพันธุ์ใหม่ ซึ่งหากสุดท้ายไปผสมพันธุ์กับระบอบทักษิณด้วยแล้ว บ้านนี้เมืองนี้ดูไม่จืดแน่นอน

เรื่อง: เล็ก เลียบด่วน

เปิดแผนไม่ลับ หยุดก้าวไกล-เพื่อไทยแลนด์สไลด์!! “ไม่เลือกลุงมันมาแน่” ปะทะ “มีเราไม่มีลุง” มนต์ไหนขลังกว่า

พรรคเพื่อไทยอุตส่าห์ย้ำแคมเปญผ่านป้ายหาเสียงตามถนนรนแคมและเสาไฟฟ้าทั่วประเทศว่า 'เพื่อไทยแลนด์สไลด์' แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผลอะไรมาก สู้กระแสไวรัลปากต่อปากตามสภากาแฟและร้านอาหารที่ไม่ทันหย่อนก้นลงนั่งก็มีเสียงตะโกนถามมาแล้วว่า...พรรคก้าวไกลมาแรงจริงหรือเปล่า จะแลนด์สไลด์แทนเพื่อไทยจริงหรือ..??

ก็ต้องบอกว่าของเขาแรงจริง ๆ แต่ 'เล็ก เลียบด่วน' จะขอหมายเหตุเป็นข้อ ๆ เพื่อกระชับพื้นที่ดังนี้...

ข้อที่หนึ่ง) จุดร่วมที่ผู้บริหารพรรคก้าวไกลประกาศตอนนี้คือ ทะลุ 100 ที่นั่ง ส่วน 160 ที่นั่ง เป็นตัวเลขยุทธศาสตร์ตัวเลขเป้าหมายเท่านั้น

เลือกตั้งปี 2562 พรรคอนาคตใหม่หรือก้าวไกลปัจจุบันได้ ส.ส.รวม 81 ที่นั่ง เป็นส.ส.เขต 30 ปาร์ตี้ลิสต์ 51 ส.ส. เขตส่วนหนึ่งมาจาก 'ส้มหล่น' พรรคไทยรักษาชาติซึ่งเป็นแบงก์ร้อยหรือลูกแบงก์ของพรรคเพื่อไทยถูกยุบก่อนเลือกตั้ง

ข้อที่สอง) กระแสพรรคก้าวไกลมาแรงในขณะนี้มีมาจาก 3 สาเหตุ...1.นโยบายหลายอย่างดี ทันสมัยโดนใจคนรุ่นใหม่และชนชั้นกลางแม้บางประการจะออกอาการสุดโต่ง / 2.ภาพรวมการดีเบตพรรคก้าวไกลดูเด่นกว่าพรรคอื่น ข้อมูลชัดเจน และ 3.จุดยืนเชิงอุดมการณ์มีลุงไม่มีเรา มีเราไม่มีลุง เป็นจุดยืนที่ภาษาทหารต้องเรียกว่า 'สูงข่ม' พรรคเพื่อไทย คะแนนจากเพื่อไทยส่วนหนึ่งจึงเทมา

ข้อที่สาม) ก่อนยุบสภาพรรคก้าวไกล มีส.ส.ในพรรค 50 กว่าคน แนวโน้มการเลือกตั้งหนนี้ที่จะได้เป็นกอบเป็นกำคือ คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ ถ้าได้คะแนนเพิ่มจากเดิม 6 ล้านเศษเมื่อปี 2562 เป็น 9 ล้านเสียง ซึ่งถ้า 1 ปาร์ตี้ลิสต์ใช้เสียง 3.7 แสน ก็จะได้ปาร์ตี้ลิสต์ 24 คน สมมติได้ ส.ส.เขตอีก 50 คน ทั้งหมดจะอยู่ที่ 74 คนเท่านั้น...แต่ก็มากพอที่จะเกินครึ่งสภาหรือ 250 คน หากไปบวกรวมกับพรรคเพื่อไทยและพรรคฝ่ายค้านเดิม...

เตือนภัยชักศึกเข้าบ้านหลังเลือกตั้ง 'รัฐบาลเสียงข้างน้อย' ทางเลือกสุดท้าย

อีก 8 ทิวาราตรีกาลก็จะถึงวันชี้ชะตาอนาคตประเทศไทยกันแล้ว สารพัดโพลว่าด้วยการเลือกตั้งรีบแถลงกันคึกโครมคึกคัก เพราะสัปดาห์หน้าถูกห้ามเผยแพร่ตามกฎ กติกา มารยาท...

เล็ก เลียบด่วน...ก็พยายามติดตามทุกโพลด้วยความสนใจ บางโพลนั้นดูแล้วออกอาการเว่อร์ ๆ และย้อนแย้งสุด ๆ ขอไม่พูดถึง...แต่ท้ายสุดก็ต้องขอบอกว่าที่ถูกจริตและสอดคล้องกับความรู้สึกและข้อมูลที่ 'เล็ก เลียบด่วน' พอมีอยู่ในมือก็คือ...นิด้าโพล ที่มี ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ เป็นผู้อำนวยการ...

นิด้าโพล ล่าสุดระบุว่า คนที่ชาวบ้านอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรีคือ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เบียดแซง 'อุ๊งอิ๊ง' แพทองธาร ชินวัตร ในสัดส่วนร้อยละ 35 ต่อ 29 เป็นการสวนทางไปกลับในอัตราส่วนที่สูงมาก...ส่วนส.ส.ระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อนั้น 3 อันดับแรกยังเป็น พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และพรรครวมไทยสร้างชาติ...แต่ที่ต้องขีดเส้นใต้หนา ๆ ก็คือพรรคก้าวไกลหายใจรดต้นคอพรรคเพื่อไทยในระดับ 2-4% เท่านั้น...ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งหัวหน้าและเลขาฯพรรคก้าวไกลจะพูดถึงตัวเลขเป้าหมาย ตัวเลขในฝัน 160 ที่นั่ง...พร้อม ๆ กับการปั่นแคมเปญโค้งสุดท้าย...คาราวาน 5 สาย มุ่งสู่ทำเนียบ...

ขณะที่ เนชั่นโพล...ชี้เปรี้ยงว่าสองพรรคคือเพื่อไทยกับก้าวไกลทะลุ 300 เสียง...แต่ นิด้าโพล ที่ 'เล็ก เลียบด่วน' คุยทั้งหน้าไมค์และหลังไมค์กับคนทำโพล ได้ตัวเลขว่า...เพื่อไทย 200 ก้าวไกล 70 ภูมิใจไทย 80 รวมไทยสร้างชาติ/ประชาธิปัตย์/พลังประชารัฐ เฉลี่ยพรรคละ 45...ทั้งหมดบวกลบ 5

...ตามโพลนี้รวมเสียงของฝ่ายเดิมทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 280 ซึ่งเกิน 250 หรือเกินครึ่งสภาไปไม่น้อย...และตามตัวเลขนี้ขั้นตอนแรกที่จะทำคือการเลือกประธานสภา ก็ต้องบอกว่าน่าจะเรียบร้อยโรงเรียนเพื่อไทย ได้ 'พ่อมดดำ'! เป็นประธานสภา...แต่ในขั้นตอนต่อไป เลือกนายกรัฐมนตรีต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภาหรือสองสภารวมกันคือไม่น้อยกว่า 376 เสียง...แน่นอนว่า 250 เสียงของ ส.ว.คือเสียงชี้ขาด...เกมอาจพลิก...พลิกไปหาขั้วอำนาจเดิม

แม้บอกว่าไม่ได้เป็นการชี้นำใด ๆ และไม่มีใครอยากให้เกิด...แต่ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เล่าให้ฟังถึงประวัติศาสตร์รัฐบาลเสียงข้างน้อยเมื่อปี 2518 และโยงมาถึง พ.ศ.นี้ ว่ามีโอกาสเกิดขึ้น แม้ช่วงแรกนายกรัฐมนตรีที่เป็นฝ่ายเสียงข้างน้อย แต่ที่สุด 'เวลา' ก็จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้เป็นเสียงข้างมากได้...ตามสูตรนี้ก็พอจะมองกันออกว่า โอกาสของ 'บิ๊กตู่' ที่จะไปต่อรอบสามนั้นยังมี...ถ้าขั้วอำนาจเดิมไม่แพ้ขาดกระจุย...

‘2 พ.ค. 66’ เมืองชลขนลุก มืดฟ้ามัวดิน อิทธิฤทธิ์ ‘ลุงตู่’ ยังขลัง ดึงพลังเงียบฟื้น

ถ้าลืมกันไปแล้ว ก็คงต้องนำกลับมาทบทวนกันอีกครั้ง สำหรับทวิตเตอร์ของคนแดนไกล ที่ประกาศจะกลับบ้านประมาณครั้งที่ 20...เข้าไปแล้ว!!

“เช้าวันนี้ (1 พ.ค.) ผมดีใจมากที่ได้หลานคนที่ 7 เป็นชาย ชื่อ ธาษิณ จากน้องอิ๊งค์ แพทองธาร หลานทั้ง 7 คนคลอดในขณะที่ผมต้องอยู่ต่างประเทศ ผมคงต้องขออนุญาตกลับไปเลี้ยงหลาน เพราะผมอายุจะ 74 ปีในเดือนกรกฎานี้แล้ว พบกันเร็ว ๆ นี้ครับ ขออนุญาตนะครับ…”

จะเป็นเพราะทวิตเตอร์ร้อน ๆ ของคุณพ่อ หรือเป็นเพราะกระแสร้อนแรงของพรรคก้าวไกล หรืออาจจะทั้งสองอย่างก็มิทราบได้ ทำให้ก่อนหน้า ‘เล็ก เลียบด่วน’ จะเขียนเรื่องนี้สัก 1-2 ชั่วโมง คุณอุ๊งอิ๊งพร้อมสามีต้องนัดสื่อมวลชนแถลงใหญ่…

ทวิตเตอร์ของ ‘โทนี่ วู้ดซัม’ หรือ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ รอบนี้ ถูก ‘จตุพร พรหมพันธุ์’ อดีตแกนนำ นปช. คนที่รู้ทางมวยทักษิณถอดรหัสว่า...คำว่า “ผมขออนุญาต” ของทักษิณนั้นหมิ่นเหม่และบังอาจเป็นอย่างมาก...ว่าแล้วจตุพรก็ชี้เปรี้ยงว่า แผนการของทักษิณที่จะกลับบ้านโดยการกลับมารับโทษ แต่ถูกคุมขังที่บ้านได้ตามกฎกระทรวงที่อดีต รมว.ยุติธรรม สมศักดิ์ เทพสุทินแก้ไขไว้นั้น อย่าคิดว่าทำกันได้ง่าย ๆ…

ย้อนไปเมื่อ 25 มี.ค. 2566 ทักษิณ ชินวัตร เคยให้สัมภาษณ์สื่อญี่ปุ่นด้วยความอหังการว่า...”.ตอนนี้ผมเหมือนติดอยู่ในคุกขนาดใหญ่มา 16 ปีแล้ว เพราะพวกเขากีดกันไม่ให้ผมอยู่กับครอบครัว ผมทรมานมามากพอแล้ว ถ้าผมต้องทนทุกข์ทรมานอีกครั้งในคุกที่เล็กกว่านั้นก็ไม่เป็นไร...เพราะผมอยากอยู่กับหลาน ๆ”

ต้องขยายความ เบื้องต้นว่า...ขณะนี้นายทักษิณมีคดีถึงที่สุดแล้วง 3 คดีรวมโทษจำคุก 10 ปี...ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่มีใครห้ามไม่ให้เขากลับบ้าน กลับมารับโทษตามกระบวนการยุติธรรม...ถ้าใจถึงจริง ๆ ก็คงกลับมาแล้ว   

ดังนั้นใช่หรือไม่ ว่าระดับนี้หากจะกลับมาก็คงเตรียมการกันหลายชั้น เช่น การขอรื้อฟื้นคดี และอย่างน้อยก็เชื่อมั่นกฎกระทรวง 2 ฉบับของกระทรวงยุติธรรมที่ออกมาเมื่อปลายปี 2563 โดยอาศัยมาตรา 33 มาตรา 40 และมาตรา 41 ของ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 จะเป็นที่รองรับได้

ไฮไลต์ของกฎกระทรวง 2 ฉบับ อยู่ที่ตรงที่วิธีการและสถานที่คุมขัง...ซึ่งสามารถตีความสุดโต่งได้ว่าสามารถใช้บ้านหรือเซฟเฮ้าส์เป็นที่คุมขังก็ได้...!!

ฝันของคนแดนไกลดังว่ามาจะเป็นจริงหรือเข้าใกล้ความเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อ...พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและเป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น...

ใต้สะเทือน!! รทสช. โหม 'ประยุทธ์' เยือนทุกถิ่น ปลุกสู้ทุกศึก แม้แต่สงขลายังตลาดแตก สะท้อน!! ไม่เลือกพี่ตู่ พิธามาแน่

คิวเอี๊ยด!! แบบต้องทุ่มสุดตัว เริ่มแรกก็นอนพักค้างที่จังหวัดสงขลาเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 29 เม.ย.66 ก่อนที่จะตะลุยหาเสียงให้ผู้สมัคร 4 จุดใหญ่ๆ แต่ก็คุ้มอยู่!! เพราะสร้างปรากฎการณ์ 'ตู่ ตลาดแตก' ให้เห็นกับตา ซึ่งต้องนับว่า การลงไปภาคใต้ โฉบไปที่จังหวัดตรัง – พัทลุง และไปนวดเน้นพื้นที่สงขลา ทำให้กระแสพรรครวมไทยสร้างชาติกระเพื่อมแรงเอามากๆ...

ที่ต้องนวดขยี้ที่สงขลามากหน่อยเพราะชิงกัน 9 ที่นั่ง  คะแนนของ 4 พรรคใหญ่คือ ประชาธิปัตย์, รวมไทยสร้างชาติ, พลังประชารัฐ และภูมิใจไทยสูสีดูดี๋กันแทบทุกเขต อ้อ!! แว่วจากข่าวกรองด้วยว่า นี่เป็นอีกหนึ่งสนามที่คาดว่าสัปดาห์สุดท้ายกระสุนดินดำจะกระหน่ำสาดใส่กันเป็นไฟประลัยกัลป์...

แต่ที่น่าเศร้านิด คือ คนใต้ที่เคยได้ชื่อว่าตื่นตัวทางการเมืองสูง หลอกยาก...บัดนี้หลายพื้นที่ยอมถูกหลอกกินทั้งเบ็ดกินทั้งเหยื่อเป็นที่เรียร้อยแล้ว ผู้สมัคร นักการเมืองสีเทา 2-3 รายกำลังเยื้องกรายเข้าสภา...!!

ตามหน้าเสื่อหน้าไพ่ 4 พรรคที่เอ่ยนามมามีสิทธิเข้าสภา...แต่เล็ก เลียบด่วน ขออนุญาตข้ามรายละเอียดไปก่อน...ขอไปโฟกัสตรงปรากฏการณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กันก่อน

ไปสงขลารอบนี้แสดงว่าลุงตู่ต้องการเก็บทุกเม็ดทุกคะแนน...เพราะไปปราศรัยถึง 4 จุด เริ่มจากเขต 1 ของเจือ ราชสีห์ ที่ต้องบดขยี้กับรุ่นหลานอย่างสรรเพชร   บุญญามณี ลูกชายนิพนธ์ แม่ทัพใหญ่ ปชป. ที่เขต 1 นี่เองที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้ประกาศขยับวัยจาก 'ลุงตู่' เป็น 'พี่ตู่'

จากนั้นเดินทางไป อ.รัตภูมิ เขต 5 ช่วย ปรีชา สุขเกษม   คนหนุ่มนักสู้ที่ถูกมือดีเอาสีดำไปละเลงป้าย...ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ต้องขึ้นเวทีจัดหนักไปหลายดอก และลุงตู่ก็กอดคอปรีชาปราศรัยเวทีนี้ร่วมชั่วโมง...ทำเอาผู้กำกับ สภ.รัตภูมิ ร้อนๆ หนาวๆ...ไปทีเดียว

แต่อีกคนที่คงจะหนาวๆ ร้อนๆ อยู่เหมือนกันก็คือ เจ้าของพื้นที่ บิ๊กเนม...รองหัวหน้าพรรค ปชป.อย่าง 'นายกชาย' หรือเดชอิศม์ ขาวทอง ที่ยังไงๆ ก็แพ้ไม่ได้...

สถานภาพใหม่ ‘พิธา’ คนโกหก-ไม่ทำชั่ว ‘ไม่มี้’ ซวย 'โร้ดแม็ปรัฐบาลก้าวไกล' กร่อยกลางทาง

เลียบการเมือง การเลือกตั้งสุดสัปดาห์ 'เล็ก เลียบด่วน' ไม่ขอพูดพล่ามทำเพลง ขอชี้เปรี้ยงไปที่กรณี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลเลยว่า...น่าเสียใจและน่าเสียดายที่จะต้องบอกว่าคำชี้แจงแถลงไขของ กรณีดรามางานศพพ่อ แม้จะจริงอยู่ส่วนหนึ่ง แต่ก็เป็นการ 'เลือกชี้แจง' ตอบไม่สะเด็ดน้ำว่าใช้เส้นสาย 'อภิสิทธิ์ชน' ขึ้นเครื่องบินเที่ยวพิเศษได้ยังไง? เพราะใคร?

และที่สำคัญไม่มีหลักฐานแม้แต่นิดเดียวว่าถูกคณะรัฐประหาร 19 กันยา 49 คุมตัวเป็นวัน และถูกอายัดบัญชีการทำธุรกรรม...งานนื้ทำให้การแถลงข่าวเรื่อง 'โร้ดแม็ปรัฐบาลก้าวไกล' ของเขา ที่มีบางเรื่องน่าสนใจกร่อยไปเลย..กร่อยไปท่ามกลางโซเชียลที่กระพือพุทธภาษิต...คนโกหกไม่ทำชั่วไม่มี...!!

อย่างไรก็ตาม ขณะที่หัวหน้าพรรคกำลังถูกกล่าวหาว่าสร้างดราม่าเรื่องผจญภัยรัฐประหาร...ก็ต้องยอมรับว่ากระแสพรรคก้าวไกลในหลายยังคงพื้นที่ร้อนแรง...ร้อนแรงจากเวทีดีเบต โพลของหลายสำนัก รวมทั้งหน่วยงานความมั่นคงเริ่มขยับปรับเปลี่ยนจำนวนที่นั่ง ส.ส.ของพรรคส้มกันบ้างแล้ว...แต่ถึงอย่างไร 'เล็ก  เลียบด่วน' ก็ยังฟันธงว่าในสนามต่างจังหวัด ว่ายากที่พรรคก้าวไกลจะแหกโค้งเบียดเข้าป้ายอย่างมีนัยสำคัญ...ยกเว้นสนาม กทม.ที่อาจจะมีเซอร์ไพรซ์ ถ้า 7 วันสุดท้ายพรรคเพื่อไทยยังไม่มีทีเด็ดทีขาด...

ส่องสนามเลือกตั้งตามภาคต่างๆ...เกิดปรากฏการณ์ประหลาดในภาคอีสานบางพื้นที่ และภาคใต้ในหลายพื้นที่...นั่นคือปรากฏการณ์ 'ทิ้งพรรค เอาเขต'...โดยเฉพาะที่นครศรีธรรมราช ที่กระแสลุงตู่มาแรงสุดๆ  ทำให้ผู้สมัครคู่แข่ง โดยเฉพาะพรรคเก่าแก่ต้องปรับกลยุทธ์บอกชาวบ้านว่า...คะแนนพรรคเลือกลุงตู่ เบอร์ 22 แต่คะแนนเขตขอให้เลือกพรรคกระผม พรรคดิฉัน...ทำเอาผู้สมัครพรรครทสช.ต้องรีบไปแก้เกมกันจ้าละหวั่น...

พูดถึงพรรครวมไทยสร้างชาติเสาร์-อาทิตย์นี้ 'ลุงตู่' จัดเต็ม ขนาดไปพักค้างที่สงขลา...และก่อนเลือกตั้ง 2 วันจะจัดหนักให้ที่นครศรีธรรมราชอีกครั้ง...แต่พื้นที่ที่ดูเหมือนจะร้อนรุ่มกลุ้มอุราก็คือภาคอีสาน  เหตุเพราะน้ำประปาหยุดไหลมานานแล้ว ผู้สมัครหลายคนเริ่มถอดใจ...หลายคนก็เริ่มรวมตัวฮึ่มๆ...จะยกพลขอคุยกับ 'หัวหน้า-เลขา' ให้รู้แล้วรู้รอด...ทราบแล้วเปลี่ยน..!!

เกิน 100 ที่นั่ง 'ฝันกลางวัน-ฝันทะลุแดด' ของพรรคก้าวไกล ในจังหวะลิเกเซผิดบท ถูกตีตราเป็น 'คนโกหก' ไม่ทำชั่ว...ไม่มี!!

อีก 17 วันก็จะถึงวันเข้าคูหาชี้ชะตาประเทศไทยกันแล้ว...ต้องยอมรับว่าเกมบดขยี้กันเองในฝ่ายที่สถาปนาตัวเองว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย อย่าง 'พรรคเพื่อไทย' กับ 'พรรคก้าวไกล' ช่างแหลมคมและออกอาการได้เสียกันเด่นชัด

พรรคเพื่อไทยนั้นเพิ่งจะโงหัวขึ้นจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเติมเงินดิจิทัลหมื่นบาท...และพอจะเริ่มตั้งหลักปราศรัยเรื่องดีลลับไม่ลับกับพรรคพลังประชารัฐได้บ้าง...ถ้าเป็นการชกมวยก็ต้องบอกว่าขณะนี้เป็นยกที่ประคองตัวไม่ให้ถูกน็อกหรือถูกนับยาว...ซื้อเวลารอออกอาวุธยกต่อๆ ไป...

ต่างกับพรรคก้าวไกล...กำลังก้าวยาวๆ ห้าวเป้งกันทั้งพรรค อานิสงส์จากลูกขยัน บวกนโยบายที่ชัดเจนและเวทีดีเบตที่ช่วยเป็นลมใต้ปีกให้เรตติ้งขึ้นสูง ส่งให้โพลทุกสำนักชี้ว่า 'กำลังพุ่ง' ถึงขั้นหัวหน้าและเลขาธิการพรรคฟันธงว่าจะไปไกลกว่า 100 ที่นั่ง...

ยามนี้ 'ติ่งพรรคแดง' กับ 'ติ่งพรรคส้ม' จึงบี้เบียดกันทั้งบนดินและใต้ดิน...ติ่งส้มบอกว่า “เลือกเพื่อไทยได้ป้อม” ติ่งแดงบอกว่า.."เลือกก้าวไกลได้ตู่"

อย่างหลังนี่พยายามอธิบายว่า ถ้าเทคะแนนให้ ก้าวไกล มากๆ พรรคเพื่อไทย จะอดเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล   ฟากฝั่งลุงตู่จะจัดตั้งรัฐบาลสืบทอดอำนาจต่ออะไรประมาณนั้น...

ไม่ว่าจะอย่างไรต้องยอมรับในกระแสที่ร้อนแรงของพรรคก้าวไกล 'ชัยธวัช ตุลาธน' เลขาธิการพรรคถึงขั้นมั่นใจว่าจะได้ปาร์ตี้ลิสต์ในระดับ 30 ที่นั่ง นั่นแปลว่าต้องได้คะแนนดิบถึง 10 ล้านเสียง...ซึ่งอาจจะเป็นไปได้แต่ก็ยากมาก เพราะปี 2562 พรรคอนาคตใหม่หรือก้าวไกลในปัจจุบัน ขนาดมีส้มหล่นจากพรรคไทยรักษาชาติที่ถูกยุบได้คะแนนพรรค 6.3 ล้านเสียงเท่านั้น...

ย้อนไปปี 2562 พรรคอนาคตใหม่ได้ 81 ที่นั่ง แยกเป็นส.ส.เขต 31 ปาร์ตี้ลิสต์ 50 แต่ปัญหาสำคัญของพรรคก้าวไกลในรอบนี้ก็คือ กติกาการเลือกตั้งเป็นบัตรสองใบ (ร้อยหาร) จำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ลดจาก 150 เหลือ 100 คน จุดชี้ขาดสำคัญจึงอยู่ที่ส.ส.เขต 400 ที่นั่ง...

แม้ขณะนี้ก้าวไกลจะมีคะแนนพุ่ง แต่ก็พุ่งอยู่ในลำดับ 2-5 เป็นส่วนใหญ่ แต่การจะได้เป็น ส.ส.เขต จะต้องมาเป็นที่หนึ่งในเขตเท่านั้น ไอ้คะแนนที่สองที่สามที่สี่ที่ห้า...ได้มาก็ถูกทิ้งน้ำ...นี่คือความโหดร้ายของการเลือกตั้งแบบบัตรสองใบ


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top