Sunday, 5 July 2026
POLITICS

‘สรรเพชญ’ หวัง ‘รัฐบาลอุ๊งอิ๊ง’ แก้ปัญหาปากท้อง-เศรษฐกิจจริงจัง เตือน!! อย่าริทำอะไรเสี่ยงผิดกฎหมาย พรรคฝ่ายค้านจับตาดูผลงาน

(16 ส.ค. 67) นายสรรเพชญ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้ความเห็นภายหลังการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนและพรรคประชาธิปัตย์ มีมติงดออกเสียงกับการเลือกนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ นายสรรเพชญ ได้ให้เหตุผลว่า การลงมติงดออกเสียงในครั้งนี้เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าและไม่ให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง เพราะมีการเสนอชื่อนางสาวแพทองธาร ชินวัตร เพียงชื่อเดียว อีกทั้งเพื่อให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ได้เข้าแถลงนโยบายกับรัฐสภาและทำหน้าที่ก่อน หลังจากนั้นจึงจะดำเนินการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล 

นายสรรเพชญ กล่าวว่า ตนมีความหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องต่าง ๆ ที่คั่งค้างของรัฐบาลโดยเฉพาะเรื่องที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ปรึกษาหารือผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เพราะเป็นปัญหาที่ประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ร้องเรียนและสะท้อนผ่านมายังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยตรง ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลต้องดำเนินการ คือ การเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ประชาชน นอกจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่รัฐบาลสามารถทำได้ทันที สิ่งที่เป็นโจทย์หลักและท้าทายความสามารถของรัฐบาลทุกชุด คือ ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ กำลังซื้อของประชาชนกำลังถดถอยเพราะรายได้สวนทางกับรายได้ ปัญหาปากท้อง หนี้สินครัวเรือนอันมหาศาลของประชาชน ทั้งเรื่องราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งผงชูรส หรือราคาสินค้าทางการเกษตรที่เกษตรกรขายมีราคาตกต่ำ แต่เมื่อถึงมือของประชาชนกลับมีราคาที่สูงขึ้น ส่งผลให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนมีความลำบากมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องค่าครองชีพ 

นอกจากนี้ ปัญหาที่กำลังทดสอบความสามารถของรัฐบาล คือ การแก้ไขปัญหาที่ประชาชนไม่สามารถประกอบอาชีพเหมือนเดิมได้ เห็นได้จากการปิดตัวของร้านค้าต่าง ๆ ที่ได้ปิดตัวลงเป็นจำนวนมาก ทั้งการสู้เรื่องต้นทุนไม่ไหว และสำคัญกว่านั้น คือ การเข้ามาของสินค้าจีน ทุนจีน ที่เข้ามาผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ขายราคาถูก ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กในประเทศไปไม่รอดหลายราย ซ้ำยังมีปัญหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี คอลเซ็นเตอร์ ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะเรื่องพลังงาน ที่เกือบ 1 ปี ที่มีรัฐบาลเพื่อไทยเป็นแกนนำไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ 

ดังนั้น รัฐบาลต้องเร่งหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ไม่ให้บานปลายไปมากกว่านี้ ควบคู่กับการเร่งมาตรการเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชนและการฟื้นความเชื่อมั่นจากต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งรัฐบาลต้องหาทางออกในเรื่องนโยบายแจกเงินผ่านระบบดิจิทัลที่ประชาชนได้ลงทะเบียนไปแล้วรัฐบาลจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่อย่างไร 

นายสรรเพชญ ได้กล่าวในตอนท้ายว่า ขอให้รัฐบาลทำงานอย่างตรงไปตรงมา อย่าริอาจทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย การเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องหรือปล่อยให้ใครมาครอบงำนายกรัฐมนตรี และตนจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านและคอยจับตาดูการทำงานของรัฐบาลต่อไป

👍‘เศรษฐา ทวีสิน’ เชื่อมั่น!! คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

ด้วยความที่มีพื้นฐานมาจากนักธุรกิจระดับหมื่นล้าน การพบปะชนชั้นนำทั่วโลกทั้งในงานสังคม การประชุม เสวนา ฯลฯ จึงเป็นที่มาของวิสัยทัศน์ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อ "คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก" จริง ๆ

แรกรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 'เศรษฐา ทวีสิน' จึงลงรายละเอียดทั้งในเชิงนโยบาย ทั้งการบริหารประเทศเพื่อพัฒนา 'ศักยภาพคนไทย' ชนิด 'ลงลึก' ทุกรายละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดันสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคม โดยพัฒนา 'คน' ตั้งแต่ครั้งยังนั่งกุมบังเหียนบนตำแหน่งประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ แห่ง 'แสนสิริ' บ.อสังหาฯ เบอร์ต้นของประเทศ

อย่างที่เห็นจากสื่อ ภาพของนายกฯ คนที่ 30 ของประเทศคนนี้ มักจะลงไปพบปะพูดคุยกับชาวบ้านตัวจริงยามลงพื้นที่เสมอ ๆ ด้วยความอยากรู้ถึงต้นตอปัญหาจากผู้อยู่ในพื้นที่ อีกประการก็คือ จะได้หยั่งถึง 'ภูมิปัญญา' อันพ่วงมากับ 'คำแนะนำ' จากประชาชนคนไทย

นั่นเพราะนายกฯ นิด 'เชื่อในศักยภาพคนไทย' ว่า 'ไม่แพ้ชาติใดในโลก'

‘คุณหญิงหน่อย’ ติง!! 6 สส.ไทยสร้างไทย โหวต ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งนายกฯ ผิดจริยธรรมการเป็นฝ่ายค้าน ด้าน ‘ฐากร’ โต้กลับ “จะปล่อยให้ประเทศไม่มีนายกฯ ต่อไปได้อย่างไร?”

จากกรณีที่ประชุมรัฐสภา มีมติเห็นชอบให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 31 ด้วยเสียงเห็นชอบ 319 เสียง ไม่เห็นชอบ 145 เสียง และงดออกเสียง 27 เสียง

ปรากฏว่า 6 สส. จากพรรคไทยสร้างไทย คือ นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด, นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สส.อุบลราชธานี, นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ, ​นายอดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ สส.อุดรธานี, นายหรั่ง ธุรพล สส.อุดรธานี และนางสุภาพร สลับศรี สส.ยโสธร ที่เคยเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน ลงมติเห็นชอบให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกฯ คนที่ 31

ต่อมา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ต่อกรณี 6 สส.พรรคไทยสร้างไทย โหวตเห็นชอบให้ น.ส.แพทองธาร เป็นนายกรัฐมนตรี ระบุว่า...

ดิฉัน และผู้บริหารพรรคไทยสร้างไทย ขอยืนยันว่าพรรคไทยสร้างไทย เรามีจุดยืนรักษาอุดมการณ์ประชาธิปไตย และทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านที่ซื่อสัตย์ต่อเสียงประชาชน และต้องปฏิบัติตามมติของพรรคฝ่ายค้านร่วม 

ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคไทยสร้างไทย ควรมีจิตสำนึกต่อการทำหน้าที่อย่างสุจริต ในฐานะพรรคฝ่ายค้านในสภา การลงมติเห็นชอบการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี จากพรรครัฐบาลในวันนี้ ถือว่าเป็นการขัดต่อจุดยืนและอุดมการณ์ของพรรคไทยสร้างไทย และผิดมารยาทในการทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน

ซึ่งในเวลา 14:00 น. วันนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อพิจารณาการกระทำของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคไทยสร้างไทย ที่ขัดต่อจุดยืนและอุดมการณ์ของพรรคไทยสร้างไทย 

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบในเบื้องต้น

โดยหลังประชุมกรรมการบริหาร จะมีการออกแถลงการณ์ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ

และต้องกราบขอโทษต่อพี่น้องประชาชนสำหรับการกระทำของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อเสียงของประชาชน

ทางฟาก นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย ได้ให้สัมภาษณ์ว่า เราได้มีการประชุม สส.พรรคไทยสร้างไทย ซึ่งนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ได้แจ้งมติของพรรคประชาชน ว่าจะโหวตไม่เห็นชอบ เนื่องจากขัดกับหลักประชาธิปไตย และการที่อดีตพรรคก้าวไกลเคยมีเสียงข้างมาก จึงควรเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ในส่วนพรรคไทยสร้างไทย เรามองว่าเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศอยู่ในช่วงตกต่ำ และมีชื่อเสนอมาชื่อเดียว หากเราไม่โหวตเห็นชอบในวันนี้ แล้วจะทำอย่างไร

นายฐากรกล่าวต่อว่า หากมีชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาชนเสนอมา อย่างไรพรรคไทยสร้างไทยก็โหวตให้อยู่แล้ว หรือพรรคประชาธิปัตย์ก็เช่นกัน แต่เนื่องจากไม่มีชื่อแคนดิเดตฯ จากพรรคฝ่ายค้านเลย พรรคไทยสร้างไทยจึงเห็นชอบร่วมกันว่า เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ เราจะต้องรออีกนานเท่าไหร่ กว่าจะทูลเกล้าฯ กว่าจะยกร่างนโยบาย ซึ่งเราคาดว่าจะใช้เวลาร่วมเดือนในการให้รัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ดังนั้นหากเราปล่อยไปเรื่อย ๆ ประเทศชาติจะมีความเสียหาย

“เราไม่ได้โหวตเพื่อที่จะบอกว่าจะเข้าร่วมรัฐบาล เราต้องการคิดถึงความเสียหายที่เกิดกับประชาชนและประเทศชาติ” นายฐากรกล่าว

นายฐากรกล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทยยังอยู่กับพรรคร่วมฝ่ายค้านเช่นเดิม ดังนั้น การอภิปรายงบประมาณ เราก็จะโหวตไม่เห็นด้วยเช่นเดิม ยืนยันว่าเราโหวตโดยเจตนาบริสุทธิ์ ไม่มีการติดต่อกับพรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น จะเดินหน้าในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้านต่อ

เมื่อถามว่า จะถูกมองว่าเป็นพรรคงูเห่าหรือไม่ นายฐากรกล่าวว่า ไม่มี ไม่มีเด็ดขาด เพราะการโหวตไม่ได้เป็นมติพรรค แต่เป็นมติที่ประชุม สส. ทั้งนี้ เราไม่เห็นด้วยที่จะโหวตไม่เห็นชอบ เพราะยึดหลักการว่าต้องมีนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศ ยอมรับว่าสื่ออาจพาดหัวข่าวว่าเป็น ‘งูเห่า’

เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะทำงานกับพรรคฝ่ายค้านยากขึ้นหรือไม่ นายฐากรปฏิเสธว่าไม่ยาก เพราะจุดยืนเราชัดเจน ส่วนได้พูดคุยกับนายปกรณ์วุฒิหรือยังนั้น นายฐากรกล่าวว่า นายปกรณ์วุฒิได้ให้ตนลงมาพูดคุยกับสื่อมวลชน

เมื่อถามว่า การที่โหวตลักษณะนี้มีผลประโยชน์แลกใช่หรือไม่ นายฐากรกล่าวว่า ไม่มี เราไม่เคยรับผลประโยชน์จากใครทั้งสิ้นในการโหวตครั้งนี้ แม้แต่เก้าอี้รัฐมนตรีก็ไม่เคยพูดคุย จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาพรรคไทยสร้างไทยเป็นพรรคที่เงียบที่สุด แม้จะมีกระแสข่าวว่าเราจะเข้าร่วมรัฐบาล แต่เราก็ยังอภิปรายในสภาอยู่ตลอดเวลา

เมื่อถามว่า หากไม่มีเสียงจากไทย เสียงในสภาก็เพียงพอที่จะให้ น.ส.แพทองธาร เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว นายฐากร กล่าวว่า สส.ในพื้นที่ บอกว่าหากลงคะแนนไม่เห็นชอบ ประชาชนในพื้นที่จะไม่เห็นด้วย เพราะเขาต้องการให้มีรัฐบาลบริหารประเทศ ตนได้ถาม สส.ทุกคนแล้ว ซึ่งเมื่อตนเดินทางถึงสภาในตอนเช้า ก็ได้เรียกประชุม สส. เพื่อแสดงความเห็น ยืนยันว่าเราดำเนินการตามขั้นตอนทั้งหมด

เมื่อถามว่า จะทำให้พรรคไทยสร้างไทยถูกมองว่าไม่มีจุดยืนหรือไม่ นายฐากรกล่าวว่า ไม่ ยืนยันว่าเราโหวตตามหลักการของเรา แต่ละพรรคก็มีหลักการของตัวเอง ดังนั้น ถ้าเอาหลักการของพรรคอื่นมาเชื่อมโยงกับเรา ก็เชื่อมโยงไม่ได้

“ย้ำว่าจุดยืนของเราคือสิ่งไหนที่รัฐบาลทำไม่ถูก ก็จะเดินหน้าอภิปราย ทั้งนี้ หากเราโหวตแล้วเสียงแตก นั่นคืองูเห่า ถ้าเราเป็นฝ่ายค้านก็ต้องโหวตเหมือนกัน”

เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยหรือไม่ นายฐากรกล่าวว่า ไม่ได้คุยกันเลย

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า นายฐากรแตกหักกับคุณหญิงสุดารัตน์ เพราะอยากไปร่วมรัฐบาล นายฐากรกล่าวว่า ไม่ ตนไม่เคยแตกหัก ใครจะไปกล้าแตกหักกับคุณหญิง แต่ยอมรับว่าไม่ได้พูดคุยกับคุณหญิงสุดารัตน์ก่อนจะโหวต ก็เราเพิ่งตัดสินใจเมื่อเช้าก่อนโหวต

เมื่อถามย้ำว่า จะเป็นการลอยแพคุณหญิงสุดารัตน์หรือไม่ นายฐากรร้องโอ๊ย ก่อนกล่าวว่า ใครจะกล้าลอยแพคุณหญิง ไม่มีหรอก ยืนยันว่าไม่ลอยแพ แต่กลัวคุณหญิงจะลอยแพพวกเรา พร้อมย้ำว่าคุณหญิงสุดารัตน์มีความสำคัญต่อพรรคไทยสร้างไทย ดังนั้น เราต้องให้ความสำคัญ เพราะพรรคไทยสร้างไทยคือพรรคที่คุณหญิงสุดารัตน์สร้างมา

เมื่อถามว่า ในอนาคตหากมีการเทียบเชิญ จะร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายฐากรกล่าวว่า ต้องไปพูดคุยกัน แต่วันนี้ขออยู่ในโลกความเป็นจริง วันนี้เราเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด วันนี้ขออยู่ในโลกปัจจุบัน อย่าเพิ่งอยู่ในโลกอนาคต แต่ไม่ได้บอกว่าไม่ปิดประตู ขอตอบเพียงว่า ทำหน้าที่วันนี้ให้ดีที่สุด

เมื่อถามว่า น.ส.แพทองธารได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว เหมาะสมหรือไม่ นายฐากรกล่าวว่า เมื่อผลออกมาแล้วก็แสดงความยินดี เพราะไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายใดทุกคนก็ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ แต่ถึงแม้จะเป็นคนอื่นที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเช่นเดียวกัน เราก็ยินดีที่จะโหวต

‘สส.สัญญา’ ให้การต้อนรับ ‘คณะที่ปรึกษาประธาน กมธ. กิจการศาลฯ’ ขอบคุณที่เสียสละ เชื่อ!! ใช้ความรู้ความสามารถ เพื่อประเทศชาติอย่างเต็มที่

เมื่อวานนี้ (15 ส.ค. 67) นายสัญญา นิลสุพรรณ สส.นครสวรรค์ เขต 3 พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ได้ให้การต้อนรับแพทย์หญิงกนกวรรณ จันทอุปฬี พร้อมด้วย พันเอกนายแพทย์ลัทธพล ม้าลายทอง, นายแพทย์ภูศิษฐ์ จิตติละอองวงศ์, นายแพทย์พัชร์พล สุภาวงค์

ซึ่งคณะแพทย์ได้เดินทางเข้าขอบคุณนายสัญญา นิลสุพรรณ จากการเสนอแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาลฯ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา

โดยนายสัญญา นิลสุพรรณได้กล่าวขอบคุณคณะแพทย์ที่ได้เสียสละ และให้เกียรติรับตำแหน่งที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาลฯ และขอให้ใช้ความรู้ความสามารถเพื่อประโยชน์ของประชาชน และประเทศชาติต่อไป

'สุริยะ' มั่นใจ!! 'อุ๊งอิ๊ง' มุ่งมั่นทำงาน คนไทยฝากความหวังได้ เชื่อ!! บทเรียนในอดีตช่วยให้ไม่พลาด ส่วนอายุน้อยไม่ใช่ปัญหา

(16 ส.ค. 67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม กล่าวภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้รับการโหวตจากสภาให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่า…

ต้องขอแสดงความยินดีกับนายกฯ คนใหม่ ซึ่งเป็นคนที่ 3 แล้วของคนในตระกูลชินวัตร น.ส.แพทองธารอยู่ในแวดวงการเมืองตั้งแต่สมัยที่ตนเป็นเลขาธิการพรรคไทยรักไทยแล้ว ซึ่งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไม่ว่าจะไปไหนก็จะพา น.ส.แพทองธารไปด้วย เชื่อว่า น.ส.แพทองธารได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องการเมืองมานาน และตอนที่ น.ส.แพทองธาร มาเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็มีการสะสมประสบการณ์มาเรื่อย ๆ จึงคิดว่า เมื่อ น.ส.แพทองธารมารับตำแหน่งนายกฯ ในวันนี้ ได้รับเสียงโหวตจากสภาฯ และหลังจากได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายกฯ อย่างเป็นทางการ ก็เชื่อมั่นว่า น.ส.แพทองธารจะสามารถช่วยประเทศชาติได้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ สังคม ได้อย่างดี

ต่อคำถามที่ว่า แม้ น.ส.แพทองธารจะตามนายทักษิณมานาน แต่ด้วยอายุและประสบการณ์ยังน้อยเกินไปสำหรับการเป็นนายกฯ ที่จะมาบริหารประเทศ นายสุริยะ กล่าวว่า ยุคนี้เป็นยุคของคนรุ่นใหม่ อย่างนายกฯฝรั่งเศสก็อายุยังน้อย ฉะนั้น คนรุ่นใหม่มีความกระฉับกระเฉง โลกวันนี้ไม่ได้แข่งกันที่ความใหญ่ แต่มันแข่งกันที่ความรวดเร็ว โลกยุคใหม่ คนรุ่นใหม่ จะทำได้ดีมาก ตนเชื่อมั่นอย่างนั้น

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มองอย่างไรที่คนมองว่า น.ส.แพทองธารอาจจะมีจุดจบทางการเมืองเหมือนกับพ่อและอา นายสุริยะ กล่าวว่า ตนไม่เชื่ออย่างนั้น แต่เชื่อว่า ถ้าตราบใดที่เรามีบทเรียนในอดีตอยู่แล้ว ที่ผ่านมามีความผิดพลาดอย่างไร แต่ต้องยอมรับว่า ในอดีตมันมีระบบที่เข้ามาพยายามทำลายระบอบประชาธิปไตย แต่ทุกครั้งเราก็กลับมาได้ ดังนั้น จึงเชื่อว่า จากบทเรียนที่ผ่านมา นายกฯ คนใหม่จะเอาบทเรียนในอดีตมาพิจารณา

ผู้สื่อข่าวถามซักต่อว่า เรื่องของดิจิทัลวอลเล็ต ไม่น่าห่วงสำหรับนายกฯ ใหม่ใช่หรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า โครงการนี้หลังจากฟอร์มรัฐบาลเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางพรรคร่วมรัฐบาลจะมาดูกันอีกทีว่า จะดำเนินการกันอย่างไร 

ผู้สื่อข่าวถามเพิ่มว่า ยังต้องรับฟังความคิดเห็นจากรัฐบาลอีกหรือ ในเมื่อให้ประชาชนลงทะเบียนไปแล้ว นายสุริยะ กล่าวว่า เนื่องจากตอนนี้มีการเปลี่ยนนายกฯ คนใหม่ พรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องมาคุยกันอีกครั้ง 

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ยืนยันว่าโครงการนี้จะไม่หยุดชะงักกลางคันใช่หรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า รอพรรคร่วมรัฐบาลคุยกันอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ประชาชนฝากความหวังกับนายกฯ คนใหม่ได้ใช่หรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า เชื่อว่า น.ส.แพทองธาร จะมุ่งมั่นและตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลทุกคนก็มั่นใจว่า น.ส.แพทองธาร จะทำหน้าที่ได้ดี ฉะนั้น มั่นใจว่า ประชาชนฝากความหวังไว้ได้

⚽‘เศรษฐา’ ผู้คลั่งบอลไทย เชื่อมั่นคนไทย บอลไทย ไปบอลโลก

เมื่อปลายเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา คอลูกหนังไทยต่างพุ่งความสนใจไปที่ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก รอบสอง กลุ่มซี ระหว่างทีมชาติไทย ปะทะ เกาหลีใต้ ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน แม้สกอร์จะจบลงที่ช้างศึกแพ้โสมขาว 0-3 แต่หนึ่งในแฟนพันธุ์แท้ (กิตติมศักดิ์) ฟุตบอลไทย ก็ยังส่งกำลังใจจากให้พลพรรคทีมชาติทั้งในสนามและผ่านบัญชี X.COM

"...วันนี้ทีมชาติไทยทำเต็มที่แล้วครับ ตัวผมเป็นแฟนคลับที่ติดตามเชียร์ และส่งกำลังใจให้ทุกคน ในทุก ๆ แมตช์แน่นอน" นั่นคือข้อความจากใจนายกรัฐมนตรี 'เศรษฐา ทวีสิน' ผู้เชื่อมั่นในศักยภาพนักเตะไทย

ก่อนเกมเริ่ม 'นายกฯ นิด' ยังบอก “...ตั้งแต่ผมดูฟุตบอลไทยในบ้านเรา ไม่เคยเห็นคนเยอะขนาดนี้เลย ดีใจที่วันนี้ได้มาส่งกำลังใจ และส่งเสียงเชียร์แบบติดขอบสนาม ก่อนการแข่งขันผมจึงแวะมาให้กำลังใจนักกีฬาทุกคนที่ห้องพักนักกีฬาครับ”

ส่งใจสนับสนุนและพาบอลไทยไปบอลโลก

'เจ๊หน่อย' เดือด!! 6 สส.ไทยสร้างไทย โหวต 'อุ๊งอิ๊ง' นั่งนายกฯ ชี้!! ผิดมารยาทในการทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน

(16 ส.ค.67) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก หลัง 6 สส.พรรคไทยสร้างไทย โหวตเห็นชอบ ให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ระบุว่า...

ดิฉัน และผู้บริหารพรรคไทยสร้างไทย ขอยืนยันว่าพรรคไทยสร้างไทย เรามีจุดยืนรักษาอุดมการณ์ประชาธิปไตย และทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านที่ซื่อสัตย์ต่อเสียงประชาชน และต้องปฏิบัติตามมติของพรรคฝ่ายค้านร่วม 

ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคไทยสร้างไทย ควรมีจิตสำนึกต่อการทำหน้าที่อย่างสุจริต ในฐานะพรรคฝ่ายค้านในสภา การลงมติเห็นชอบการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี จากพรรครัฐบาลในวันนี้ ถือว่าเป็นการขัดต่อจุดยืนและอุดมการณ์ของพรรคไทยสร้างไทย และผิดมารยาทในการทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน

ซึ่งในเวลา 14:00 น. วันนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อพิจารณาการกระทำของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคไทยสร้างไทย ที่ขัดต่อจุดยืนและอุดมการณ์ของพรรคไทยสร้างไทย 

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบในเบื้องต้น

โดยหลังประชุมกรรมการบริหาร จะมีการออกแถลงการณ์ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ

และต้องกราบขอโทษต่อพี่น้องประชาชนสำหรับการกระทำของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อเสียงของประชาชน

'เพจดัง' โชว์ภาพเต๊นท์ชักชวนคนเป็นสมาชิกพรรคประชาชนตั้งตระหง่าน แต่สะดุด!! เพราะอยู่หน้าทางเข้าวัดในเชียงใหม่ ติง!! ไม่เหมาะสม

(16 ส.ค.67) เพจ 'วันนี้พรรคส้มโกหกอะไร' ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

#ทุกคนคะ ชาวบ้านที่ อำเภอเชียงดาว เชียงใหม่ ฝากเพจช่วยเป็นกระบอกเสียงด้วยค่ะ

"ตอนเย็นตั้งใจจะไปทำบุญที่วัด แต่เจอเต๊นท์ชักชวนคนเป็นสมาชิกพรรคประชาชนหน้าทางเข้าวัด หมดอารมณ์ มันไม่เหมาะสม ขอพื้นที่ปลอดการเมืองบ้างค่ะ"

'สวนดุสิตโพล' เผลผลสำรวจ ‘คนไทยกับนายกรัฐมนตรี’ คาดหวัง!! เข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ้ง-แก้ปากท้องได้ทันที

(16 ส.ค. 67) สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง ‘คนไทยกับนายกรัฐมนตรี’ ระหว่างวันที่ 14-15 สิงหาคม 2567 กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,239 คน สำรวจผ่านทางออนไลน์และภาคสนาม พบว่า กลุ่มตัวอย่างคิดว่าการที่นายกฯ เศรษฐาหลุดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นเรื่องการเมือง มีเบื้องลึกเบื้องหลัง ร้อยละ 52.88 และน่าจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง ร้อยละ 70.30

ทั้งนี้หวังว่าผู้ที่จะมาเป็นนายกฯ คนใหม่ ควรเข้าใจปัญหาสังคมและประชาชน ร้อยละ 62.62 สุดท้ายคิดว่าคนที่จะมาเป็นนายกฯ คนใหม่ น่าจะเป็นคุณแพทองธาร ชินวัตร ร้อยละ 36.35 รองลงมาคือคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 25.33

นางสาวพรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า จากผลโพลสะท้อนถึงความกังวลของประชาชนต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่เข้มข้นในช่วงนี้ มองเห็นถึงความไม่มั่นคงทางการเมืองที่อาจกระทบต่อทิศทางการบริหารประเทศและนโยบายเรือธงที่เป็นความหวังของประชาชน เรื่องการเมืองมีความซับซ้อนและผลประโยชน์ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง ดังนั้น ผู้นำคนใหม่จึงต้องเป็นผู้ที่มีความเข้าใจลึกซึ้งในปัญหาของประเทศและสามารถเชื่อมโยงกับประชาชนได้อย่างแท้จริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและนำพาประเทศไปสู่เสถียรภาพที่มั่นคง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยอดชาย ชุติกาโม อาจารย์ประจำโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า การหลุดจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้สถานการณ์ทางการเมืองไทย ณ เวลานี้ มีความร้อนแรงอย่างยิ่ง และกระทบไปยังภาคส่วนต่างๆ จากผลสำรวจของสวนดุสิตโพล พบว่า 52.88% ประชาชนเชื่อว่าเป็นเรื่องการเมือง มีเบื้องลึกเบื้องหลัง มีประชาชน เพียง 15.76% เท่านั้นที่เชื่อว่าไม่มีผลกระทบกับชีวิตประจำวัน

ขณะที่คนส่วนใหญ่มองว่าการหลุดจากตำแหน่งของนายเศรษฐา น่าจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองไทย ในประเด็นที่ว่าใครสมควรเป็นนายกฯ คนต่อไป ประชาชน 36.35% ให้คุณแพทองธาร ชินวัตร มาเป็นอันดับหนึ่ง เบียดคู่แข่งที่มาแรงอย่างคุณอนุทิน ชาญวีรกูล โดยประชาชนส่วนใหญ่คาดหวังว่านายกฯ คนต่อไป ต้องเข้าใจปัญหาสังคมและประชาชน และสามารถแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจได้ทันทีซึ่งประชาชนมีความคาดหวังเรื่องเศรษฐกิจถึง 61.97%

“ทิศทางการเมืองไทยนับจากนี้ เราจะมีนายกรัฐมนตรี และผู้นำฝ่ายค้านที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของการปกครองไทยนับตั้งแต่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยมา 92 ปี คนรุ่นใหม่ที่หลายฝ่ายอยากได้มาสร้างรูปแบบ และกระบวนการทางการเมืองใหม่ ๆ จะเป็นดังที่หลายฝ่ายคาดหวังไว้หรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อไป” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยอดชาย ระบุ

‘เศรษฐา’ คาวบอยสไตล์ พร้อมลุยทุกที่ สู้ทุกปัญหา

ช่วงปี ค.ศ. 1970 - 80 หรือยุค 70s ยุคซึ่งเรียกได้ว่าภาพยนตร์แนวตะวันตก (Western Movies) กำลังครองเมือง วัยรุ่นแปดศูนย์เต็มตัวอย่าง 'เศรษฐา ทวีสิน' ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงกระแสนิยมนี้เช่นกัน จากสไตล์การต่อสู้ด้วยปืนพกบนหลังม้า หรือภาพพระเอก 'หนึ่งรุมสิบ' เหล่านี้จึงหล่อหลอมให้นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของไทย มีภาพพจน์การทำงานที่ 'เข้าถึงลูกถึงคน' มีอะไรก็เจรจามาตรง ๆ เสมือน 'ดวล' กันตัวต่อตัว ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการ 'ล้วงลูก' แต่อย่างใด

ประกอบกับรูปร่างอันสูงสง่า 'นายกฯ เศรษฐา' จึงเข้ากันได้ดีกับหมวกปีก เสื้อเชิ้ตพับแขน หรือกางเกงยีนส์ในวันสบาย ๆ สักตัว บวกกับรอยยิ้มเปิดเผย จริงใจ คาวบอยไทยคนนี้ที่พร้อมลุยทุกที่ ทุกปัญหา ไม่ว่าจะถาโถมเข้ามากันสักกี่คน กี่แก๊ง เศรษฐาก็พร้อมจะชนแม้ไม่มีม้าให้ควบสักตัวในทำเนียบ

การทำงานอย่างตรงไปตรงมาโดยยึดเอาความยุติธรรมเป็นที่ตั้ง ก็คืออีกหนึ่งนิยามของนายกรัฐมนตรีสไตล์คาวบอยที่ชื่อ 'เศรษฐา ทวีสิน'

'โหรฟองสนาน' ประเมินพื้นดวงแคนดิเดตนายกฯ ไทยคนต่อไป 'อุ๊งอิ๊ง' วาสนาสูง 'เสี่ยหนู' ยังรอโชคเทวฤทธิ์ ปี 68-69

(15 ส.ค.67) ฟองสนาน จามรจันทร์ นักพยากรณ์ชื่อดัง อดีตนักข่าวสายการเมือง และนักจัดรายการวิทยุของกรมประชาสัมพันธ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Fongsanan Chamornchan' ระบุว่า...

#แม่หมอประเมินพื้นดวงเดิมต่ำไป
#เกิดเมกาไม่รู้ลัคนาที่แน่นอน

วาสนาเดิมสูงจริง (ดวงชะตาดาวได้มาตรฐานราชาโชคสามดวง) -นึกว่ารอบนี้แค่ระดับรัฐมนตรี-แต่จะขึ้นถึงนายกฯ-ว่าที่นายกฯ หญิงคนที่สอง (เดชเดิม-เป็นศรีจร)

คุณอนุทิน-โปรดประสานรัฐบาลและรอต่อไปมีเกณฑ์ใหญ่โชคเทวฤทธิ์ชั้นที่หนึ่ง-5 พ.ค.68-14 ก.พ.69

‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกฯ ไทย ผู้มีสไตล์การทำงานเป็นของตัวเอง แต่ยังคงความนอบน้อมตามสมัยนิยม

✨ถือเป็น นายกฯ คนหนึ่ง ที่มีบุคลิกอ่อนน้อมตามสมัยนิยม แต่ก็มีสไตล์การทำงานและเข้าถึงประชาชนแบบที่เป็นตัวของตัวเอง

‘อนุทิน’ เผยยังไม่คิดอะไร หลังสปอตไลต์ส่องปมแคนดิเดตนายกฯ ชี้ เคารพกติกาเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

เมื่อวานนี้ (14 ส.ค. 67) ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีมติ 5:4 ถอดถอนนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า ตกใจ และขอส่งกำลังใจ จากกระทรวงมหาดไทยให้กับ นายเศรษฐา ทวีสิน จากข้าราชการกระทรวงมหาดไทยทุกคน

ผู้สื่อข่าวถามว่าส่วนกรณี ครม. ที่จะต้องพ้นตำแหน่งไปด้วย จากนี้การเมืองจะต้องไปพูดคุยกับพรรคแกนนำเพื่อไทยหรือไม่ นายอนุทินระบุว่า ขออย่าพึ่งพูดเรื่องนี้ คำวินิจฉัยเพิ่งออกมาไม่ถึงชั่วโมง ตอนนี้ต่างฝ่ายต่างต้องไปหารือกัน แต่ดีที่สุด คือทุกคนต้องเคารพกติกา แบบที่ตนพูดถึงมาเสมอในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวถามย้ำอีกว่า ตอนนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า แสงสปอตไลต์ส่องไปที่นายอนุทิน พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ยืนยันว่าเราเคารพกติกา มันมีแนวทางปฏิบัติอยู่แล้ว ดังนั้นการเคารพกติกาเป็นสิ่งที่ดีที่สุด การจะไปอยู่ตำแหน่งใดนั้น ไปอยู่แล้วไม่เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บ้านเมือง ได้ประโยชน์คนเดียว กลุ่มเดียว บางทีเราอยู่ช่วยเหลือคนอื่น ทำให้รัฐนาวา ลอยพ้นพายุนี้ไปได้ มันอาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

ทั้งนี้ยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังเหนียวแน่น วันนี้ตนเห็นใจท่านนายกฯ ตอนนี้ขอส่งกำลังใจให้ท่านก่อน ซึ่งตอนแรกตั้งใจจะไปส่งที่ทำเนียบ แต่ไม่ทันเพราะนายกรัฐมนตรีกลับไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามต่อในส่วนของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน เป็นแคนดิเดต มีความพร้อมเป็นอย่างไร นายอนุทิน ยืนยันว่าไม่คิดถึงเรื่องอะไรทั้งสิ้นในตอนนี้ เพราะรัฐบาลก็ยังรักษาการอยู่ ที่อาจจะเป็นนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกฯ เพราะฉะนั้นเราต้องเคารพกติกา มารยาท ที่พรรคเพื่อไทยยังเป็นแกนนำ เมื่อถามย้ำว่าตกใจใช่หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่าเห็นใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการเรียกประชุมพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็คงต้องให้เกียรติพรรคเพื่อไทยก่อน ที่มีแคนดิเดตนายกฯ สองคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับภารกิจของนายอนุทิน ซึ่งตามกำหนดจะมีภารกิจลงพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 15 สิงหาคม ซึ่งเป็นการปฏิบัติภารกิจในส่วนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) แต่ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้นายเศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วยทั้งคณะ โดยอยู่ในฐานะรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทำให้นายอนุทินได้ยกเลิกภารกิจที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทันที

‘เศรษฐา ทวีสิน’ ทำหน้าที่สุดกำลัง แม้ในวันที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักที่สุด

👍แม้แต่วันที่ท่านสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักที่สุด ก็ยังอยู่ในหน้าที่และภารกิจ

ย้อนคำ ‘ชัยเกษม’ ติด 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย และความรู้สึกหากได้นั่งเก้าอี้ ‘นายกรัฐมนตรี’

จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ปมเสนอชื่อ ‘พิชิต ชื่นบาน’ ขึ้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งถือว่าขาดคุณสมบัติในความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ ต่อมา ได้มีข่าวออกมาว่าพรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อ ‘ชัยเกษม นิติสิริ’ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนถัดไป

สำหรับเรื่องการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และอาจจะได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีนั้น ‘ชัยเกษม นิติสิริ’ เคยได้เอ่ยถึงไว้เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2566 ในงานปราศรัยใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ภายใต้แนวคิด ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน ตอน One Team for all Thais : หนึ่งทีมเพื่อไทยทุกคน’ ณ ธันเดอร์โดม สเตเดียม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คนของพรรค ตามที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ได้นำชื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย (ในขณะนั้น) นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย ได้ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

โดยน.ส.แพทองธาร ได้ให้สัมภาษณ์ ไว้ว่า วันนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะประกาศให้ประชาชนทราบว่าเราพร้อม พรรคเพื่อไทยพร้อมฟูลทีม สำหรับจุดเด่นของทั้ง 3 คนนั้นไม่เหมือนกันเลย บอกแล้วว่าหากเลือกพรรคเพื่อไทยจะได้ทั้ง 3 คนไปทำงาน

ผู้สื่อข่าวถามถึงการเลือกแคนดิเดตเบอร์ 1 มาจากอะไร น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าใครคือเบอร์ 1 2 3 ทุกบัญชีเราเสนอชื่อเต็มหมด ไม่ว่าจะเป็น สส.เขต / ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกฯ เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด

ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงความชัดเจนของรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ คนที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย เพราะอาจจะเป็นแรงดึงดูดให้ประชาชนเลือกพรรค น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า สำหรับแคนดิเดตนายกฯ 3 คนของพรรคเพื่อไทย ไม่มีใครเหมือนกันเลย แต่ไม่ว่าจะเป็นเบอร์ไหนก็ทำงานร่วมกันอยู่ดี นี่คือสิ่งสำคัญ วันนี้จะอาศัยแค่พรรคเพื่อไทย เราต้องชนะไปด้วยกัน ประชาชนต้องออกมาเลือกอนาคตของตัวเองไปพร้อมกับพรรคเพื่อไทย

ผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติมว่ามั่นใจกว่าพรรคอื่นหรือไม่ที่มีแคนดิเดตนายกฯ 3 คน ในขณะที่พรรคอื่นมีคนเดียว น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า อย่างที่บอกว่าเราเจออะไรกันมาเยอะ และเราตั้งใจกันจริง ๆ ในเรื่องนโยบาย พวกเราทั้ง 3 คนพร้อมเป็นตัวเลือกให้ประชาชน เพราะเราอยากได้นายกฯ ที่มาจากพรรคเพื่อไทย เพื่อพลักดันนโยบายของพรรคเพื่อไทยให้เป็นจริงได้

ต่อมาผู้สื่อข่าวต่างประเทศถามว่า หลังการเลือกตั้งจะไปร่วมมือกับพรรคพลังประชารัฐ หรือไม่ น.ส.แพทองธาร บอกว่าเร็วเกินไปที่จะพูด ขอโฟกัสที่การเลือกตั้ง สนใจผลการเลือกตั้งของพรรคเราเป็นอันดับแรกก่อน

ผู้สื่อข่าวถามนายเศรษฐาว่ามองแคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 3 คนอย่างไร นายเศรษฐา กล่าวว่า แม้ทั้ง 3 มีบุคลิกที่ต่างกันแต่เราทำงานเป็นทีม นายชัยเกษม ก็มาด้วยความอาวุโส เป็นนักวิชาการทางด้านกฎหมาย เป็นบุคคลที่มีคุณภาพของพรรค ส่วนหากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง จะเสนอชื่อใครเป็นนายกฯ นั้น ขอให้เป็นทีละขั้นตอน ขอให้ผ่านวันที่ 14 พ.ค. แล้วค่อยว่ากันอีกครั้ง เราจะพยายามไปพบปะพี่น้องให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และขอให้รอฟังนโยบาย ซึ่งจะมีการประกาศตัวเลขบางตัว ซึ่งน่าตื่นเต้น

ผู้สื่อข่าวถามนายชัยเกษมว่า รู้สึกตื่นเต้นหรือไม่ ที่ได้ตำแหน่งแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง นายชัยเกษม กล่าวว่า “ไม่เห็นมีเหตุที่จะต้องตื่นเต้น”

ระหว่างนั้น น.ส.แพทองธาร กล่าวเสริมติดตลกว่า "เก่าแล้วๆ" นายชัยเกษม กล่าวต่อว่า “รู้สึกเฉยๆ เพราะโอกาสเป็นนายกฯ จะมาลงที่ตนมันยาก” ทำให้ น.ส.แพทองธาร หัวเราะ นำศีรษะพิงไหล่นายชัยเกษม พร้อมกล่าวว่า "อาจารย์พูดแบบนี้ได้อย่างไร" ขณะที่ นายเศรษฐากล่าวเสริมว่า "อ.ชัยเกษม พูดถ่อมตัวมาก"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top