Sunday, 5 July 2026
POLITICS

'เบื้องลึก-เบื้องหน้า' ความท้าทาย 'อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร' 'ลบคำปรามาส-สร้างภาพใหม่' นายกฯ ตระกูลชิน

ต้องบันทึกไว้ว่า 18 ส.ค.2567 เป็นอีกหนึ่งวันประวัติศาสตร์สำคัญสำหรับตระกูลชินวัตร...และจะเกี่ยวโยงกับการเมืองไทยครั้งสำคัญ

- เป็นวันที่ แพทองธาร ชินวัตร 'อุ๊งอิ๊ง' บุตรสาวคนสุดท้องของทักษิณ ชินวัตร ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของประเทศไทย เป็นนายกฯหญิงคนที่สองของไทยและเป็นนายกฯ ที่อายุน้อยที่สุด

- เป็นวันที่ทักษิณ ชินวัตร พ้นสภาพนักโทษเด็ดขาดชายเร็วกว่ากำหนดเดิม (31 ส.ค.2567) ทั้งนี้เพราะเข้าเกณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 ก.ค.2567

ย้อนไปสัปดาห์ก่อน การเมืองเปลี่ยนแปลงเร็วแบบ 'ตัดจบ' แบบกะพริบตาทีเดียวก็ตามไม่ทัน  

วันที่ 14 ส.ค.เศรษฐา ทวีสิน หลุดจากตำแหน่งด้วยมติ 5 ต่อ 4 ของศาลรัฐธรรมนูญ โทษฐานขาดคุณสมบัติไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์/ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรง...

เย็นวันเดียวกันมีหนังสือนัดประชุมสภาฯ โหวตนายกฯ วันที่ 16 ส.ค.เวลา 10.00 น. 

ตกค่ำวันเดียวกัน มีข่าวสะพัดจากบ้านจันทร์ส่องหล้าหลังแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลไปพบทักษิณเมื่อ 17.00 น.ว่า...ว่าที่นายกฯ คนใหม่คือ ชัยเกษม นิติสิริ หนึ่งแคนดิเดตท่ามกลางเสียงคัดค้านของ สส.เพื่อไทย

วันที่ 15 ส.ค.ที่สภาฯ พรรคเพื่อไทย ประชุมสองรอบ...รอบแรก สส. รอบสองกรรมการบริหาร...ตัดชื่อชัยเกษม เสนอชื่อ 'แพทองธาร'

วันที่ 16 ส.ค. 'อุ๊งอิ๊ง' ได้รับการโหวตเลือกเป็นนายกฯ คนใหม่ด้วยคะแนนท่วมท้น เห็นชอบ 319 ไม่เห็นชอบ 145 งดออกเสียง 27  

มีการวิเคราะห์ตีความกันมากมายว่า เกมพลิกจาก 'ชัยเกษม' เป็น 'อุ๊งอิ๊ง' ได้อย่างไร...'เล็ก เลียบด่วน' ฟันธงว่า เกมไม่ได้พลิกอะไรแต่อย่างใด แต่เป็นธงที่ 'นายใหญ่' วางไว้ทุกประการ กึ่งๆ สมคบคิดกับสส.ของพรรค โดยเฉพาะสส.รุ่นใหม่ๆ ด้วยซ้ำ...ส่วนการโยนชื่อ 'ชัยเกษม' ออกมา ก็เพื่อไม่ให้สังคมไปตีความว่า...เชือดเศรษฐาเพื่อลูกสาว...และให้ใคร/สังคมรุมต้านแค่นั้นเอง

แน่นอนที่สุดเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามนี้...เท่ากับว่าทักษิณและตระกูลชินวัตรได้ทิ้งไพ่ใบสำคัญใบสุดท้ายออกมาเล่น...งานนี้จึงเป็นงานใหญ่เดิมพันพรรค เดิมพันตระกูลกันเลยทีเดียว...ทักษิณในฐานะพ่อ รวมทั้ง 'หญิงอ้อ' คุณหญิงพจมาน ชินวัตร คุณแม่ ก็คงแนะนำช่วยเหลือลูกสาวอย่างเต็มที่...

ถ้า 'อุ๊งอิ๊ง' มีวุฒิภาวะเพียงพอแล้ว ก็ย่อมตระหนักรู้ว่า นอกเหนือจากโจทย์ยากในการบริหารประเทศแล้ว ยังมีโจทย์ท้าทายว่าฉากจบของตนเองในฐานะนายกฯ คนที่ 6 ของสายพันธุ์ไทยรักไทยต้องไม่ซ้ำกับ 5 อดีตนายกฯ ที่ผ่านมา...

1) พรรคไทยรักไทย-ทักษิณ ชินวัตร 2544-2548 และ 2548-2549  เป็นนายก 2 สมัยรวม 5 ปี 222วัน ถูกรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ด้วยเหตุผลหลักๆ รัฐบาลทุจริต/จาบจ้วงฯ/แทรกแซงองค์กรอิสระ

2) พรรคพลังประชาชน-สมัคร สุนทรเวช  29 ม.ค.2551-9 ก.ย.2551 ศาลรธน.ชี้ กระทำการต้องห้ามฯ รธน.2550 (ผลประโยชน์ทับซ้อน-คดีชิมไปบนไป)

3) พรรคพลังประชาชน-สมชาย วงศ์สวัสดิ์ 18 ก.ย.2551-2 ธ.ค.2551 พรรคพลังประชาชนถูกยุบข้อหาทุจริตเลือกตั้งเมื่อ 2 ธ.ค.2551

4) พรรคเพื่อไทย-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 5 ส.ค.2554-7 พ.ค.2557 ศาลรธน.ให้พ้นตำแหน่งกรณีย้ายถวิล เปลี่ยนศรี ถูกรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 หนีไปต่างประเทศเมื่อปี 2560 วันที่ศาลตัดสินจำคุก 5 ปีคดีทุจริตจำนำข้าว

5) พรรคเพื่อไทย-เศรษฐา ทวีสิน 22 ส.ค.2566-14 ส.ค.2567 ศาลรธน.ให้พ้นจากตำแหน่งกรณีถูกร้องไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์/ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงกรณีตั้งนายพิชิต ชื่นบาน  เป็นรัฐมนตรี

นั่นคือประวัติศาสตร์ที่นายกฯ ชื่อแพทองธาร ต้องตระหนักด้วยความเข้าใจมากกว่าโกรธแค้นชิงชัง...

วันก่อน 'เปลว สีเงิน' เจ้าสำนักไทยโพสต์ได้มอบคาถา 3 บทให้ 'อุ๊งอิ๊ง' พร้อมรับประกันว่าจะอยู่ได้อย่างน้อยหนึ่งปี คือ..

- คาถาบทแรก-อย่าไปแตะมาตรา 112  
- บทที่สอง-อย่าไปแทรกแซงแบงก์ชาติ   
- บทที่สาม-อย่าไปเชื่อพ่อทักษิณทุกเรื่อง

สำหรับ 'เล็ก เลียบด่วน' ซึ่งไม่เห็นด้วยกับทฤษฎีที่บางฝ่ายวิเคราะห์ว่า การเปิดทางให้ 'อุ๊งอิ๊ง' เป็นนายกฯ เป็นการลากตระกูลชินวัตรมาประหารแบบล้างคอก นัยว่าเป็นแผนการของฝ่ายอนุรักษ์นิยม ขอแถมคาถาต่อจาก 'เปลว สีเงิน' อีกสักบทว่า...อย่าโกง แต่จงช่วยปราบโกง...

สาธุ!!

✨ ‘เศรษฐา’ กับ ‘ผ้าขาวม้า’ นี่แหละคนไทยของแทร่!!

พจนานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 เก็บคำ 'ผ้าขาวม้า' โดยให้ความหมายว่า 'น. ผ้าฝ้ายทอเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มักมีลายตาหมากรุก ใช้ผลัดอาบน้ำ หรือเคียนพุง เป็นต้น'

เป็นผ้าซึ่งเปี่ยมอัตลักษณ์ 'ไทย' อย่างยิ่ง จึงมิใช่เรื่องแปลกที่นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน จะเลือกใช้ 'ผ้าขาวม้า' ประดับกายให้ได้เห็นเมื่อครั้งเยือนมิตรประเทศ เช่น สหภาพยุโรป แหล่งอารยธรรมชั้นสูงด้านแฟชั่น

ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต เพลงพื้นบ้าน ตลอดจนนักเคลื่อนไหวทางสังคม ก็ล้วนใช้ 'ผ้าขาวม้า' ประดับกายเพื่อสื่อถึงความ 'ชาตินิยม' ด้วยชนเผ่าไทยมีภูมิปัญญาทางการทอผ้าชนิดนี้มาเนิ่นนาน แม้นายกฯ จะมีภาพพจน์เป็นนักธุรกิจที่แต่งกายได้เหมาะสมในระดับสากล แต่ไม่เคยลืมเสน่ห์แห่งรากเหง้า 'ผ้าขาวม้าไทย'

และเมื่อมีโอกาส 'ผ้าขาวม้า' จะถูกนำเสนอต่อสายตาชาวโลกเสมอ

โดยนายกฯ คนที่ 30 ของไทยที่ชื่อ 'เศรษฐา ทวีสิน'

‘ทักษิณ-อุ๊งอิ๊ง’ ใส่ชุดขาวเต็มยศ เข้าพิธีรับพระบรมราชโองการนายกรัฐมนตรี สีหน้าสดใส!! เผยความดีใจ ‘สส.เพื่อไทย-พรรคร่วมรัฐบาล’ ร่วมยินดี

(18 ส.ค.67) ที่อาคารวอยซ์สเปซ ถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นที่ทำการใหม่ของพรรคเพื่อไทย บรรยากาศคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยบรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทย อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล รัฐมนตรีและสส. ของพรรคเพื่อไทยทยอยกันเดินทางมาร่วมรับประทานอาหารเช้าด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

ในส่วนของพิธีรับพระบรมราชโองการนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 นั้น ได้จัดขึ้นที่บริเวณห้องโถงกลาง อาคารว้อยซ์สเปซ ซึ่งจะมีเฉพาะบุคคลสำคัญที่ได้รับอนุญาตเข้าร่วมในพิธีการดังกล่าวและอนุญาตให้เฉพาะ ช่างภาพจากสำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย

ต่อมาเวลา 07.49 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงด้วยรถตู้เบนซ์ทะเบียน ขจ 995 กรุงเทพมหานคร ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสทักทาย เมื่อสื่อมวลชนถามว่าเมื่อคืนนอนหลับฝันดีหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “หลับค่ะ รีบนอนเลยเพราะกลัวตื่นสาย”

จากนั้นครอบครัวของ น.ส.แพทองธาร ทั้ง น.ส.พินทองทา ชินวัตรคุณากรวงศ์ ได้เดินทางมาสมทบ โดย น.ส.พินทองทาได้ช่วยน้องสาวจัดแต่งชุด เครื่องแบบปกติขาว พร้อมยืนรอรับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บิดา ที่เดินทางมาถึงในเวลา 07.50 น. โดย น.ส.แพทองธารได้เดินไปรับถึงหน้าประตูรถ ซึ่งทันทีที่นายทักษิณลงจากรถได้เข้าสวมกอดพร้อมกับหอมแก้มบุตรสาว เพื่อแสดงความยินดี ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและทักทายกับสื่อมวลชน เมื่อผู้สื่อข่าวถามนายทักษิณว่าดีใจหรือไม่ นายทักษิณยิ้มพร้อมตอบว่า “ดีใจสิ”จากนั้นทั้งสองคนได้ หันมาให้สื่อมวลชนเก็บภาพอย่างอารมณ์ดีก่อนที่น.ส.แพทองธาร จะจับมือนายทักษิณพาเข้ามาทักทายบรรดารัฐมนตรีทั้งจากพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงสส.ที่มาร่วมแสดงความยินดีวันนี้

โดย น.ส.แพทองธารได้บอกว่าใครอยากถ่ายรูปพร้อมที่จะเซลฟี่ ซึ่งบรรดารัฐมนตรีและสส. ต่างส่งเสียงแสดงความยินดีท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่น

โดยช่วงหนึ่งที่นายทักษิณ เดินทางมาถึงได้แวะเข้าห้องรับรองสส. และสมาชิกพรรคเพื่อไทย รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาล และได้เข้ามาทักทายพูดคุยอย่างเป็นกันเองด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ซึ่งมีสส.หลายคนถ่ายภาพร่วมกับนายทักษิณด้วย จนน.ส.แพทองธาร ได้เดินมาเชิญนายทักษิณไปรออีกห้องหนึ่ง

ทั้งนี้ได้มีคนแซวว่าได้กลับมาใส่ชุดขาวอีกครั้งหนึ่ง นายทักษิณ จึงระบุว่า เขินอยู่ ไม่ได้แต่งมานานแล้ว ซึ่งระหว่างทางที่เดินออกไปอีกห้องหนึ่งได้มีการทักทายกับสมาชิกพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมตลอดทาง ผู้สื่อข่าวได้ถามนายทักษิณย้ำว่าดีใจหรือไม่ นายทักษิณกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า แน่นอนสิ จะได้เรียนรู้ว่าเป็นเรื่องใหญ่

ในส่วนของ พรรคร่วมรัฐบาล เดินทางไปร่วมแสดงความยินดีกับ น.ส.แพทองธารที่อาคารว๊อยซ์ สเปซ เช่นกัน โดยในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา เดินทางเพื่อไปแสดงความยินดี ในเวลา 08.00 น. นำทีมโดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค และนายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคเช่นเดียวกับพรรครวมไทยสร้างชาติ นายพีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค และนายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค ก็เดินทางไปร่วมแสดงความยินดีในช่วงเวลาเดียวกัน พรรคพลังประชารัฐมอบหมายให้นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.สาธารณสุข รองหัวหน้าพรรค นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร นายอัคร ทองใจสด สส.เพชรบูรณ์

‘แพทองธาร ชินวัตร’ รับสนองพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ เป็น ‘นายกรัฐมนตรี’ เผย!! จะทำเพื่อความสุขของคนไทยทุกคนอย่างเท่าเทียม จะรับผิดชอบหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด

(18 ส.ค.67) เวลา 09.29 น. ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อัญเชิญพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 31 เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคเพื่อไทย โดยได้อัญเชิญไปยังสถานที่ในการรับสนองพระบรมราชโองการฯ

จากนั้น เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี คนที่ 31  ความว่า

“พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

ด้วยความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) (5) และประธานสภาผู้แทนราษฎรได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาว่าสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงมติเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2567 เห็นชอบด้วย ในการแต่งตั้ง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 16 สิงหาคม พุทธศักราช 2567
เป็นปีที่ 9 ในรัชกาลปัจจุบัน
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา
ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จากนั้น นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวหลังรับสนองพระบรมราชโองการว่า 

เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม  แต่งตั้งให้ดิฉัน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนับเป็นเกียรติยศ และเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดแก่ชีวิต

ดิฉัน ครอบครัว และพรรคเพื่อไทย สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นล้นพ้นทั้งจะมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ด้วยความจงรักภักดี ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ และประชาชนสนองพระราชปณิธานตามพระปฐมบรมราชโองการและตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญทุกประการ

ดิฉัน ขอขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ที่ได้มอบความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ ให้ดิฉันได้มีโอกาสทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของประเทศไทย ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ที่จะนำพาประเทศไทยเดินหน้าฝ่าฟันทุกอุปสรรคแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน แก้ไขปัญหาปากท้องเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน 3 ปีที่เหลือตามวาระของรัฐสภา ดิฉันในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารจะขอทำหน้าที่ร่วมกับฝ่ายนิติบัญญัติด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง เปิดพื้นที่ในการรับฟังทุกความเห็น เพื่อร่วมกันพัฒนาประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยกันอย่างมั่นคง

พี่น้องประชาชนคนไทยที่รักทุกท่านคะ ภารกิจยิ่งใหญ่นี้ไม่อาจสำเร็จได้ด้วยการทำงานของนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว ดิฉันมีความมุ่งหวังที่จะประสานพลังของคนทุกรุ่น ประสานพลังของบุคคลที่มีความสามารถในประเทศไทยจากทุกภาคส่วนทั้งคณะรัฐมนตรี พรรคร่วมรัฐบาล ข้าราชการ เอกชนและพี่น้องประชาชน

ดิฉัน จะส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพ และทักษะของคนไทยทุกคน และทำให้ทุกตารางนิ้วของบนแผ่นดินไทย เป็นพื้นที่ให้คนไทยได้กล้าฝัน กล้าสร้างสรรค์และกล้ากำหนดอนาคตของตัวเอง

ดิฉัน แพทองธาร ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรี จะรับผิดชอบหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแห่งโอกาส เป็นประเทศแห่งความสุขของคนไทยทุกคนอย่างเท่าเทียม ขอบคุณค่ะ

✨ ‘เศรษฐา’ นายกฯ จาก ‘เพื่อไทย’ ชีวิตนี้ขอทำเพื่อ ‘คนไทย’

ก่อนเข้าสู่สนามเลือกตั้งทั่วไป 2566 พรรค 'เพื่อไทย' เน้นชูจุดขายของ 'เศรษฐา ทวีสิน' แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 1 ในด้านประสบการณ์ทางธุรกิจ และความสามารถบริหารเศรษฐกิจยุคหลังโควิด แม้เขาจะไม่มีประสบการณ์ด้านบริหารการเมืองมาก่อนก็ตามที

วันนี้นายกฯ คนที่ 30 ของประเทศ ก็มาจากพรรค 'เพื่อไทย'

โดยสิ่งที่นายกฯ เศรษฐา ทำอยู่ตลอดอายุรัฐนาวาย่าง 10 เดือน ล้วนมุ่งเน้นการฟื้นฟูประเทศ หลังบอบช้ำจากพิษโรคระบาด เศรษฐกิจซบเซา ท่ามกลางปัญหารุมเร้าทั้งจากภาคสังคมและการเมืองทั้งใน - นอกสภาฯ โดยดำเนินการตามนโยบายที่หาเสียงไว้กับประชาชนคนไทย

เหนืออื่นใด สิ่งที่ 'เศรษฐา ทวีสิน' ทำในนามนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย คือ

ทำ 'เพื่อ' ประเทศ และพี่น้องคน 'ไทย'

‘อัครเดช’ ยัน!! เก้าอี้กระทรวง ‘พลังงาน-อุตสาหกรรม’ ยังเป็นของ ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ชี้!! ใครจะได้เป็นรัฐมนตรี ต้องอยู่ที่ ‘กรรมการบริหาร’ มีมติให้ ‘หัวหน้าพรรคตัดสินใจ’

(17 ส.ค.67) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในฐานะโฆษกพรรค ให้สัมภาษณ์ถึงโควตารัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรค รทสช. ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า ในที่ประชุมสมาชิกพรรคครั้งล่าสุด ก่อนที่จะมีการโหวตเลือก น.ส.แพทองธาร เป็นนายกฯ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. ยืนยันว่าทุกตำแหน่งในโควตารัฐมนตรี ยังเป็นโครงสร้างเหมือนเดิมหมด ทั้งกระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม

นายอัครเดช กล่าวว่า ส่วนผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี กรรมการบริหารพรรคได้มีมติ ให้หัวหน้าพรรคเป็นผู้ตัดสินใจ ซึ่งนายพีระพันธุ์ คงจะปรึกษากับ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค รทสช. เพื่อหาบุคคลที่เหมาะสม ดังนั้นจะเป็นบุคคลเดิมหรือไม่ ก็เป็นอำนาจการตัดสินใจของหัวหน้าพรรค รวมถึงโควตารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังที่ยังว่าง เนื่องจาก นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ลาออก ก็ต้องหาคนใหม่เช่นกัน

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าจะมีการริบโควตากระทรวงพลังงาน คืนจากพรรครวมไทยสร้างชาติ นายอัครเดช กล่าวว่า “ไม่มี หัวหน้าพรรคยังยืนยันว่าที่ตกลงกันล่าสุด ทุกอย่างยังเหมือนเดิมหมด”

‘อุ๊งอิ๊ง’ โพสต์ข้อความใน X ขอบคุณที่มอบความไว้วางใจ ให้เป็น ‘นายกรัฐมนตรี’ เผย!! จะจัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด ให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อ เพื่อคนไทยทุกคน

(17 ส.ค.67) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความใน X ว่า ...

ดิฉันขอขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ที่มอบความไว้วางใจให้ดิฉันรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นับเป็นเกียรติสูงสุดในฐานะประชาชนคนไทย

หลังจากนี้ การจัดตั้งรัฐบาลจะดำเนินการตามกระบวนการ และจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ค่ะ

ดิฉัน พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาลทุกคนพร้อมทำงาน ให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อ เพื่อคนไทยทุกคนค่ะ

‘ดร.อานนท์’ ชี้ ‘อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร’ น่าสงสาร คนเกลียดพ่อ ‘ไม่แยกแยะ’ พาลเกลียดลูกไปด้วย

(17 ส.ค.67) ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์เฟซบุ๊ก ภายหลังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โหวตเลือก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยได้ระบุว่า …

‘น่าสงสาร ตอนนี้คนเกลียดพ่อไม่แยกแยะเลยพาลเกลียดลูกสาวไปด้วย’

✨สำหรับ ‘เศรษฐา’ ทุกวัน คือ ความเท่าเทียม

หากศึกษาประวัติของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของไทย แล้วจะพบว่า เขาใส่ใจกับ 'ความเท่าเทียมกันทางสังคม' ในสำนึกและได้ลงมือปฏิบัติจริงตั้งแต่นั่งอยู่บนองค์กร 'แสนสิริ' นานก่อนย่างก้าวเข้าสู่แวดวงการเมือง

จากประสบการณ์ทางด้านธุรกิจระดับนานาชาติ หรือการศึกษาที่ต่างประะเทศ ทำให้นายกฯ เศรษฐาเข้าใจความเป็นไปของบริบทโลก ทั้งในทางเศรษฐศาสตร์ และสังคมศาสตร์ จึงเชื่อได้ว่าความเข้าใจต่อ 'ความเท่าเทียม' นั้น มิได้เป็นแค่เพียงการเอาใจคนบางกลุ่ม บางพวก ชาย หญิง หรือกลุ่มหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) เท่านั้น

คำกล่าวผ่านสาธารณะล่าสุดคงเป็นเครื่องยืนยัน 'ความเท่าเทียม' ของสังคมไทยยุครัฐบาลเศรษฐาได้ "...รัฐบาลเดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเสมอภาคเท่าเทียมทางเพศอย่างต่อเนื่อง ครม. จึงได้เห็นชอบตามที่กระทรวงพัฒนาสังคมฯ เสนอในการร่วมแถลงการณ์รัฐมนตรีเอเปคด้านสตรีและเศรษฐกิจประจำปี 2567 เกี่ยวกับการส่งเสริมสตรีในอาชีพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์การสร้างโอกาส และการมีส่วนร่วมของสตรีในระบบการเงิน และการต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง"

ทุก ๆ วัน คือ ความเท่าเทียม

‘โบว์ ณัฏฐา’ ซูฮก ‘อนุทิน-ณัฐพงษ์’ ชี้!! แสดงความสง่างาม ไว้อย่างน่าชื่นชม

(17 ส.ค.67) น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าว และนักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ... 

วิกฤตการเมืองครั้งนี้ มีนักการเมืองที่แสดงความสง่างามไว้อย่างน่าชื่นชมและอยากบันทึกไว้สองคน

‘อนุทิน’ ไม่ว่าใครจะคาดเดาอนาคตทางการเมืองของเขาไว้อย่างพิสดารเพียงใด คุณอนุทินยืนยันกฎกติกามารยาทและสปิริตทางการเมือง วันนี้พิสูจน์แล้วว่าคำพูดนั้นเชื่อถือได้ ไม่ใช่วาทกรรม

‘ณัฐพงษ์’ ผู้นำฝ่ายค้านคนใหม่ ไม่อภิปรายคุณสมบัติแคนดิเดตนายกฯ แต่ใช้โอกาสนั้นยืนยันหลักการประชาธิปไตย ชักชวนให้ใช้รัฐสภาแก้ปัญหาของระบอบให้บ้านเมือง เป็นคำอภิปรายที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งที่ควรได้ย้อนฟัง

💸 ‘นายกฯ เศรษฐา’ พาคนไทยเป็นเศรษฐี

หลักการที่เป็นหัวใจในการบริหารประเทศของพรรคเพื่อไทย ภายใต้การบริหารของนายกรัฐมนตรีหนึ่งเดียว ‘เศรษฐา ทวีสิน’ คือ ‘เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส’ โดยจะทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ GDP เติบโตเฉลี่ยอย่างต่ำปีละ 5% โดยเพื่อไทยใช้แนวคิด ‘รดน้ำที่ราก’ เพื่อให้ต้นไม้งอกงามทั้งต้น

คือปฐมบทแห่งนโยบายรัฐบาล ‘เศรษฐา’

ประเทศไทยติดกับดัก ‘กำลังพัฒนา’ มาอย่างเนิ่นนาน การสร้างเขตธุรกิจใหม่ 4 แห่งเป็นพื้นที่นำร่อง ได้แก่ กรุงเทพ เชียงใหม่ ขอนแก่น และหาดใหญ่ ด้วยความพร้อมทางด้านมหาวิทยาลัย สนามบิน และโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมเพื่อขับเคลื่อน Startup และ SMEs สู่การสร้างรายได้ใหม่ให้แก่ประชาชน จึงเป็นเสมือนคำตอบที่ถูกต้องกับโจทย์

การพาดหัวบนหน้าปกนิตยสารข่าวระดับโลกเช่น 'Time' ว่านายกรัฐมนตรีของไทยกำลังทำงานแบบ ‘เซลล์แมน’ จึงมิใช่ภาพความฝันที่ไกลเกินเอื้อม หากกำลังจะเป็นความจริงซึ่งจับต้องได้

นายกฯ ‘เศรษฐา’ จะพาให้คนไทยทุกคนเป็น ‘เศรษฐี’

🙏 ‘เศรษฐา’ นายกฯ ไทยผู้พกพาความนอบน้อมไปทุกๆ ที่

แม้จะร่ำเรียนต่างประเทศอยู่หลายปี แต่คุณลักษณะเด่นอย่างหนึ่งซึ่งเห็นได้จากนายกฯ 'เศรษฐา ทวีสิน' ก็คือ ความเคารพนบนอบอย่างไทย ไม่ว่าผู้อาวุโสกว่า ผู้สูงศักดิ์กว่า หรือแม้ชาวบ้านผู้เฒ่าผู้แก่ยามลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน ดังคำกล่าวที่ว่า "...คุณต้องรู้จักให้เกียรติ และให้ความเคารพ อีกฝ่ายหนึ่งเสียก่อน เขาจึงจะเกิดความเชื่อถือในตัวคุณ"

หรือภาพการให้ความเคารพต่อ 'ผู้มาก่อน' ก็เห็นเป็นประจักษ์โดยทั่วไป

การแสดงความเคารพ ถือเป็นมารยาทไทยอย่างหนึ่ง ซึ่งแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตนของผู้เยาว์ที่มีต่อผู้ใหญ่ ของผู้ด้อยอาวุโสต่อผู้อาวุโสกว่า ขนาดสภาวิจัยแห่งชาติ ยังได้เคยสำรวจและประมวลไว้เกี่ยวกับลักษณะนิสัยประจำชาติของคนไทยว่า

"รักสงบ เคารพอาวุโส"

ทว่าความ 'อ่อนน้อม' มิได้หมายถึง 'อ่อนแอ' และ 'นอบน้อม' ก็ไม่ใช่ 'พินอบพิเทา'

พรรคร่วมรัฐบาล มีมติ ส่ง 'แพทองธาร' เข้ารับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 'แพทองธาร' ประกาศ 'ประเทศไทยต้องไปต่อ' พร้อมเดินหน้านำพาประชาชนหลุดพ้นวิกฤตเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ (15 สิงหาคม 2567) นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และ สส.สระแก้ว กล่าวว่า นับตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของประเทศไทย สิ้นสุดลงวานนี้ (14 สิงหาคม 2567) พวกเราทุกคนในนามของพรรคเพื่อไทย พรรคร่วมรัฐบาล วันนี้มีจุดยืนเดียวกัน โดยหลังจากในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยในวันนี้ ได้มีมติเสนอชื่อนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เข้าเสนอชื่อเป็นบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 31 เพื่อเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามที่นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกหนังสือนัดประชุมสภาเป็นพิเศษ พรรคเพื่อไทยจะเป็นผู้เสนอชื่อ และพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ให้ความเห็นชอบนางสาวแพทองธาร ชินวัตร เสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 31 กล่าวขอบคุณกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่ให้ความไว้วางใจ เสนอชื่อให้เป็นบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ขอขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคสำหรับการสนับสนุนนี้ แน่นอนว่าจะทำงานอย่างเต็มความสามารถ และขอให้รอดูผลการลงมติในวันพรุ่งนี้อย่างเป็นทางการ

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราทุกคนชื่นชมในการทำงานของอดีตนายกฯเศรษฐา ทวีสิน เสียดายที่เกิดเรื่องนี้ขึ้น เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างที่เราไม่ได้คาดฝันเอาไว้ นายเศรษฐา เป็นผู้ใหญ่ที่เคารพรักนับถือมาตั้งแต่ก่อนเป็นนายกรัฐมนตรี มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน แม้เสียดายโอกาสนี้ แต่ประเทศต้องไปต่อ  พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตัังรัฐบาล วันนี้เรามีความพร้อม  ดิฉันมั่นใจในพรรคเพื่อไทย มั่นใจในพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ที่จะช่วยกันนำพาประเทศของเราให้หลุดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจ  เรามารวมตัวกันในวันนี้เพื่อให้พี่น้องประชาชนเห็นว่าเรามีความตั้งใจ มีความมุ่งมั่น มีความพร้อมเพรียงกัน ในการผลักดันประเทศให้ไปต่อ ขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างมากที่มาร่วมกัน รวมกัน ตกลงกัน ทำเพื่อประเทศชาติร่วมกันต่อไป 

นางสาวแพทองธาร ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่าได้มีการปรึกษาครอบครัวหรือไม่  นางสาวแพทองธารระบุว่า ทุกเรื่องปรึกษาครอบครัวอยู่แล้ว เรามาถึงจุดที่ทำให้ประเทศชาติไปต่อ เรายินดีและตั้งใจ เราได้พูดคุยกันและเคารพการตัดสินใจเสมอ พร้อมกับปรึกษา ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นบิดา เป็นผู้มีประสบการณ์ และยังเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีมาก่อนด้วย  

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะปรึกษากับ ดร.ทักษิณ ใกล้ชิดมากขึ้นหรือไม่ นางสาวแพทองธารระบุว่า “ไม่ค่ะ เท่าเดิม เพราะใกล้มากอยู่แล้ว”

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการพูดคุยหารือกับนายเศรษฐา หรือไม่ นางสาวแพทองธาร ตอบว่า คุณเศรษฐา เป็นคนสนับสนุนให้ดิฉันได้รับการเสนอชื่อ ส่วนตัวมีความเคารพคุณเศรษฐาอยู่แล้ว พูดคุยกันตั้งแต่เมื่อวาน และท่านให้การสนับสนุนเรื่องนี้มาก ท่านเป็นคนที่มีแพชชันเยอะมากๆ อยากผลักดันนโยบายให้สำเร็จ มีเอเนอจี้เต็มร้อย มุ่งมั่นในการทำงานมาก ๆ ดิฉันหวังว่าจะผลักดันนโยบายต่างๆของพรรคเพื่อไทย ของพรรคร่วมรัฐบาลให้สำเร็จ

ผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจากมติของกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคที่เสนอชื่อนางสาวแพทองธารเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว คุณแพทองธาร เป็นคนเสนอทำงานต่อจากนายเศรษฐาใช่หรือไม่ นางสาวแพทองธารตอบว่า “ใช่ค่ะ” 

‘เสก โลโซ’ ยัน!! รักและเคารพ ‘แอ๊ด คาราบาว’ เสมอมา ไม่เคยตะเพิดหรือมองเป็นศัตรู อย่างที่บางเพจนำเสนอ

สืบเนื่องจากกรณีที่ ‘แอ๊ด คาราบาว’ หรือ ‘ยืนยง โอภากุล’ นักร้องเพื่อชีวิตชื่อดัง ได้โพสต์เฟซบุ๊กให้กำลังใจ ‘พรรคก้าวไกล’ หลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรค ด้วยข้อความขอแสดงความเสียใจด้วย กับความไม่เป็นธรรมในบ้านเมืองเรายุคนี้ จนเกิดกระแสต่อต้าน เรียกร้องให้ถอดแอ๊ด คาราบาว ออกจากตำแหน่ง ‘ศิลปินแห่งชาติ’

ล่าสุด เฟซบุ๊ก ‘SEK LOSO’ ของ ‘เสก โลโซ’ หรือ ‘เสกสรรค์ ศุขพิมาย’ ร็อกเกอร์ชื่อดัง ได้แชร์โพสต์เพจหนึ่งซึ่งนำเสนอข้อมูลว่า “แอ๊ด คาราบาว ฟัง เสก โลโซ ‘กูไม่มีเงินเยอะ แต่กูมีหัวใจที่งดงาม’ ตะเพิดพวกล้มล้าง มึงเป็นศัตรูกับกู” พร้อมยืนยันว่าข่าวดังกล่าวมั่วมาก ตนไม่เคยให้สัมภาษณ์แบบนี้ 

“ข่าวนี้เป็นข่าวที่มั่วมาก ผมไม่เคยพูดหรือให้สัมภาษณ์แบบนี้ ผมรักพี่แอ๊ดอย่างบริสุทธิ์หัวใจ เคารพในการตัดสินใจของพี่แอ๊ดเสมอ ผมและพี่แอ๊ดรักและเทิดทูนในชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์สุดหัวใจ จึงแจ้งมาเพื่อความเข้าใจและให้ทราบโดยทั่วกัน…”

'วิโรจน์' ยกเมฆ!! 'มรดกบาป 'คสช.' - ‘รธน.60' บั่นทอนประชาธิปไตย เหตุผล 'ปชช.' ไม่โหวต 'อุ๊งอิ๊ง' แต่ยังดีได้นายกฯ จาก 'สภาผู้แทนราษฎร'

(16 ส.ค.67) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า...

การ ‘ไม่เห็นชอบ’ ของผม เป็นการสะท้อนให้ประชาชนได้เห็นว่า ปัจจุบันอำนาจอธิปไตยที่เป็นของปวงชนชาวไทย อย่างน้อย ๆ สองในสาม ซึ่งก็คือ อำนาจบริหาร และอำนาจนิติบัญญัติ กำลังถูกบั่นทอนจากนิติสงคราม โดยองค์กรที่ขาดการยึดโยงกับประชาชนอย่างแนบแน่น ไร้กลไกในการตรวจสอบถ่วงดุลที่ได้สัดส่วนกับอำนาจ

ทั้งหมดนี้ ล้วนมีสารตั้งต้นมาจากการจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว ซึ่งทำให้มรดกบาปของ คสช. และอำนาจใด ๆ ของรัฐธรรมนูญปี 60 ยังคงอยู่บั่นทอนระบอบประชาธิปไตยต่อไป

การยุบพรรคการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 1 จากประชาชน การพ้นจากตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี และผู้นำฝ่ายค้าน ที่มีที่มาจากระบบรัฐสภา โดยองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญปี 60 ทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยตั้งข้อสังเกตว่า อำนาจอธิปไตยที่เป็นของปวงชนชาวไทย กำลังถูกบั่นทอนอยู่หรือไม่

อย่างไรก็ตาม สำหรับการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ก็ยังมีเรื่องที่พอจะเป็นความหวังอยู่บ้าง นั่นก็คือ นายกฯ คนใหม่ ยังคงมีที่มาจาก ‘สภาผู้แทนราษฎร’ ตามระบบรัฐสภา

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้แทนราษฎร ที่มาจากการเลือกของประชาชนทุกคน จะร่วมกันฟื้นฟู และปกป้องอำนาจอธิปไตยของประชาชนอย่างเต็มที่ร่วมกัน ผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ การแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง

ในฐานะฝ่ายค้าน ผมจะทำหน้าที่ในการติดตามตรวจสอบการทำงานของนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลนี้อย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดิน และการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และปราศจากการคอร์รัปชัน

และยืนยันว่า หากนายกรัฐมนตรีคนนี้จะต้องพ้นจากตำแหน่ง ก็ต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยระบบรัฐสภา หรือจากการเลือกตั้งของประชาชน ไม่ใช่ว่าจะต้องมีอันเป็นไปจากการแทรกแซงอำนาจอธิปไตย จากอำนาจอื่นใด ที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top