Monday, 6 July 2026
POLITICS

"ก้าวไกล"อัด "นายกฯ " ไร้ความรับผิดชอบ เหตุไม่ให้ความสำคัญมาตอบกระทู้สภาฯ เรื่อง “แต่งตั้งตำรวจ-คดีบอส กระทิงแดง”

ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม  เพื่อพิจารณากระทู้ถามทั่วไป เรื่องขอทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแต่งตั้งนายตำรวจและการคัดเลือกตำรวจราบในพระองค์ของนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบหมายให้พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม มาตอบ แต่ติดภารกิจสำคัญจึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ออกไปก่อน

ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า อยากทราบว่าเหตุใดนายกฯมอบหมายให้รมช.กลาโหมมาชี้แจงแทน ทั้งที่ไม่ได้มีภารกิจกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายกฯได้แจ้งประธานที่ประชุมหรือไม่ และที่ติดภารกิจอยากทราบว่าติดภารกิจอะไร เพราะทำให้สมาชิกสภาฯมีคำถาม และคำถามเรื่องตำรวจนั้น ประชาชนให้ความสนใจ และเพิ่งมีเหตุเกิดขึ้นที่จ.นครสวรรค์ การที่นายกฯไม่มาตอบทั้งที่การทำหน้าที่วันสุดท้ายของสภาฯในการประชุมสภาฯสมัยนี้ ทำให้ต่อไปต้องไปตอบคำถามในราชกิจจานุเบกษาแทน และได้คำตอบไม่ลงลึก การอ้างว่าติดภารกิจนั้น นายกฯต้องมีหน้าที่สแตนบายเพื่อมาตอบคำถามสมาชิกสภาฯ ซึ่งท่านมีเหตุผลอะไร ไม่เช่นนั้นตนต้องไปถอนกระทู้นี้ เพื่อมาถามใหม่ในสมัยประชุมหน้า

ด้านศุภชัย กล่าวว่า สภาฯได้รับหนังสือแจ้งจากรมช.กลาโหมว่าติดภารกิจสำคัญที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า ไม่สามารถมาตอบกระทู้วันนี้ได้ จึงขอเลื่อนออกไปก่อนเหตุผลก็มีเท่านี้ นายกรัฐมนตรีก็ติดภารกิจจำเป็นได้แจ้งมาที่สภาฯแล้ว ส่วนทำไมนายกฯมอบให้รมช.กลาโหมมาชี้แจงแทนนั้น ตนก็ไม่ทราบ เพราะเป็นภารกิจที่นายกฯมอบหมาย อาจจะเป็นเรื่องความมั่นคง

จากนั้นเวลา 13.15 น.เป็นพิจารณากระทู้ถามทั่วไปเรื่องขอให้ติดตามความคืบหน้าและดำเนินการกับผู้กระทำความผิดคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ของนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แต่ประธานที่ประชุมแจ้งว่า ทางสำนักเลขาธิการนายกฯแจ้งว่านายกฯ มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตอบคำถามในกระทู้นี้แทน แต่เนื่องจากนายวิษณุ ติดภารกิจจึงได้ขอเลื่อนการตอบกระทู้นี้

ทำให้นายธีรัจชัย ลุกขึ้นกล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับประชาชนและเกี่ยวเนื่องกับผลกระทบกระบวนการยุติธรรมที่เสื่อมความน่าเชื่อถือ พบว่ามีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ตนต้องการถามนายกฯ แต่นายกฯไม่รับผิดชอบ กลับมอบหมายให้นายวิษณุมาแทน แต่ก็ติดภารกิจสำคัญอีก เราไม่มีมาตรการในการจัดอะไรกับฝ่ายบริหารเลยหรือที่หนีการตอบกระทู้ ที่เป็นสิ่งสำคัญ มันเป็นการชะลอความจริง และชะลอปัญหา อาจเอื้อให้บางฝ่ายได้แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมนี้ 

“ประเทศนี้มันอะไรกัน เรื่องนี้เป็นหลบหนีความจริง มีวาระซ่อนเร้นที่จะไม่ตอบ ไม่ตอบวันนี้หมายความว่ากระทู้นี้ต้องไปตอบในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจะตอบแบบใดก็ได้ หมายความว่าคนที่ทำผิดจะไปทำอะไรก็ได้ อำนาจนิติบัญญัติไม่มีความหมายแล้วหรือ ขอให้สภาฯช่วยกระทุ้งฝ่ายบริหารรับผิดชอบฝ่ายนิติบัญญัติมากกว่านี้ และการจับกุมนายวรยุทธ มีความคืบหน้าไปถึงไปไหนอย่างไรแล้ว” นายธีรัจชัย กล่าว

ทำให้นายศุภชัย ชี้แจงว่า นายกฯสามารถเลื่อนการตอบกระทู้ได้ และทำหนังสือมาชี้แจงสภาฯ นายธีรัจชัยมีทางเลือกคือ ถ้ายังอยากถามเรื่องนี้ในที่ประชุมสภาฯ สามารถถอนเรื่องออกไปก่อนได้ แล้วเปิดสมัยประชุมหน้าก็ยื่นกระทู้ถามใหม่ เพื่อให้นายกฯและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาตอบคำถาม 

นายกฯเตรียมหารือพบปะผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ตามโครงการ Factory Sandbox  ป้องกันโควิด-19 ณ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ จำกัด (แหลมฉบัง) ศุกร์ 17 กันยายน นี้ 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกลาโหม เตรียมลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินโครงการ Factory Sandbox  พร้อมกล่าวมอบนโยบายและตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนให้กับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ของ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ จำกัด (แหลมฉบัง) ก่อนพบปะกับผู้บริหารและนักลงทุนญี่ปุ่นเพื่อหารือแนวโน้มการลงทุนและการส่งออกในวันศุกร์ 17 กันยายน นี้  

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและคณะ มีความตั้งใจจะไปติดตามโครงการ Factory Sandbox ซึ่งเป็นหนึ่งโครงการนำร่องในการป้องการและควบคุมการแพร่ระบาดในโรงงาน ในเฟสแรก ดำเนินการไปแล้วใน 4 จังหวัด ประกอบด้วย นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร และชลบุรี ในส่วนเฟสสองขยายต่ออีก 3 จังหวัด คือ พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ เป็นมาตรการภาครัฐในการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานและเดินหน้าสถานประกอบการ ช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ชลบุรี ถือว่ามีโรงงานขนาดใหญ่จำนวนมากและมีผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ประมาณ 700,000 คน  และมีสถานประกอบการ 17 แห่งที่ดำเนินโครงการฯ

ทั้งนี้  โครงการ Factory Sandbox  จะนำใช้กับโรงงานขนาดใหญ่ที่มีแรงงานมากกว่า 500 คนขึ้นไป เป็นสถานประกอบกิจการที่ผลิตเพื่อการส่งออก ควบคู่กับการดำเนินการ Bubble and Seal กำหนดให้ลูกจ้างเดินทางกลับที่พักโดยตรงไม่แวะระหว่างทาง และอยู่แต่ในเคหะสถานเท่านั้น จัดให้มีการตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR จำนวน 1 ครั้ง ให้ลูกจ้างทั้งหมด และตรวจแบบ Self-ATK (Antigen Test Kit) ทุก 7 วัน  พร้อมจัดสรรให้ได้รับวัคซีน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ด้วย

“นายกรัฐมนตรีต้องการดูแลพี่น้องแรงงานของไทยและแรงงานต่างด้าวอย่างดีที่สุด เพราะแรงงานเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนธุรกิจอุตสาหกรรมของไทยให้เดินหน้าต่อไปได้ สำคัญให้คนไทยมีงานทำ มีรายได้เพื่อดูแลตนเอง ครอบครัวและยังเพื่อสร้างเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งไปพร้อมๆกันอีกด้วย” นาย ธนกรกล่าว

'ราเมศ' มั่นใจ แก้ รธน. ถูกต้องตามกระบวนการนิติบัญญัติ 

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีการกล่าวถึงเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ได้ผ่านวาระสามไปแล้ว ว่า 

ไม่กังวลที่มี ส.ส.ในส่วนของพรรคเล็กที่กำลังรวบรวมรายชื่อ ส.ส.เพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ถ้ารวบรวมรายชื่อได้ครบ หนึ่งในสิบของจำนวน ส.ส.หรือ หนึ่งในสิบของจำนวน ส.ส. หรือ ส.ว. รวมกัน ก็ว่ากันไปตามกระบวนการ แต่มั่นใจในกระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่ได้ดำเนินการถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ ทั้งสามวาระไม่มีขั้นตอนใดที่ผิดหลักการความถูกต้อง 

ส่วนการพิจารณาในชั้นรับหลักการ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (แก้ไขเพิ่มเติม) ฉบับที่ .. พ.ศ. .… (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) ที่ว่าด้วยเรื่องระบบเลือกตั้งนั้น การที่รัฐสภารับหลักการมาในร่างดังกล่าวซึ่งมีหลักการและเหตุผลเป็นเรื่องการแก้เรื่องระบบการเลือกตั้งอย่างชัดเจน  ในวาระที่สองคือในชั้นคณะกรรมาธิการ ก็ต้องมีการพิจารณาให้มีความละเอียดรอบคอบ หากมีมาตราใดที่เกี่ยวข้องกับระบบเลือกตั้ง หากต้องการปรับแก้ในมาตราใดข้อความใดเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการและเหตุผลคือในส่วนของระบบเลือกตั้งก็สามารถทำได้ ทั้งในส่วนของกรรมาธิการและสมาชิกรัฐสภาที่ยื่นแปรญัตติไว้ 
 
ที่สำคัญข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภา ข้อที่ 124 ได้ระบุไว้ชัดว่า การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในชั้นคณะกรรมาธิการสมาชิกรัฐสภาสามารถที่จะแปรญัตติได้และในวรรคที่สามได้ระบุไว้ชัดอีกว่าการแปรญัตติเพิ่มมาตราขึ้นใหม่หรือตัดทอน หรือแก้ไขมาตราเดิมต้องไม่ขัดกับหลักการแห่งร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีเจตนารมณ์ชัดว่าสมาชิกสามารถดำเนินการได้ตรวจตราในมาตราอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับหลักการได้ด้วย เพื่อให้รัฐธรรมนูญเมื่อแก้ไขแล้วสามารถบังคับใช้ได้โดยไม่ขัดหรือแย้งกัน ก็มีการปรับข้อความในมาตรา 86 ในเรื่องจำนวนตัวเลข จากจำนวน ส.ส.ในระบบเขตจำนวน 350 คน เป็น 400 คน เพื่อให้ข้อความสอดคล้องกับมาตรา 83 ที่มีการขอแก้ไขจำนวน ส.ส.ให้มี ส.ส.ระบบเขตเลือกตั้ง 400 คน ระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน หากไม่มีการปรับข้อความในมาตรา 86 ก็จะขัดแย้งกัน 

สรุปมีการพิจารณาแก้ไข 3 มาตรา คือ มาตรา 83 มาตรา 86 และมาตรา 91 ไม่มีการเพิ่มเติมส่วนไหนที่ขัดกับหลักการของร่างแต่อย่างใด ทุกกระบวนการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับอย่างเคร่งครัด 

นายราเมศ กล่าวต่อว่า การแก้ไขระบบเลือกตั้ง เป็นแบบบัตรเลือกตั้งสองใบ ถ้าคิดว่าหลักการดี อย่าไปคิดว่าพรรคใดจะได้ประโยชน์ เพราะต้องถือว่าประเทศ ประชาชนได้ประโยชน์ ท้ายที่สุดอยู่ที่ประชาชน หากได้ส่งเสริมให้พรรคการเมืองเกิดความเข้มแข็ง ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพมากขึ้นในการใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งผู้สมัครและพรรค ก็เป็นผลดีต่อระบบประชาธิปไตยในอนาคต จึงไม่อยากให้คิดบนพื้นฐานอคติ หรือคิดเพื่อประโยชน์ส่วนตนของพรรคใดพรรคหนึ่ง เพราะถ้าคิดเช่นนั้นยากต่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยในอนาคต

“บิ๊กตู่”นำถกคกก.ยุทธศาสตร์ชาติ “ย้ำ” ประเทศไทยต้องมีแผนหลักทั้งฝ่ายบริหาร-นิติบัญญัติ ไม่ให้เดินคนละทิศละทาง ทำหลายอย่างเชื่องช้า

ที่ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ครั้งที่ 2/2564 ผ่านระบบ วิดิโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการหารือร่วมกันในการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติของเรา ทำตามวิสัยทัศน์จะทำอย่างไรให้ประเทศชาตินั้นมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ทั้งนี้ประเทศไทยจำเป็นต้องมีแผนหลัก ในการดำเนินการ ทั้งฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่เช่นนั้นเราจะเดินไปคนละทิศคนละทางไปข้างหน้า ทำให้หลายอย่างนั้นเชื่องช้า

“จุรินทร์” ไม่กังวล ฝ่ายค้านยื่นป.ป.ช.สอบ "เฉลิมชัย" ยัน ชี้แจงชัดเจนแล้วในสภาไม่มีประเด็นน่าสงสัย พร้อมแย้ม ส.ส.เลือดเก่า-เลือดใหม่ไหลเข้า ปชป.  อุบตอบให้รอเปิดตัว เชื่อกำลังเดินขึ้น ทั้งเห็นด้วย พท. ใช้พรรคเดียวเบอร์เดียวทั่วประเทศ ป้องกันปชช.สับสน

ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้านจะยื่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เรื่องทุจริตยาง ซึ่งสืบเนื่องจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ไม่ได้กังวล ในสภาทุกคนก็เห็นชัดเจนอยู่แล้วว่านายเฉลิมชัยสามารถชี้แจงได้ชัดเจนครบถ้วนทุกประเด็น ไม่มีประเด็นอะไรที่สภาสงสัยหรือแม้แต่ประชาชนทั่วไป ฉะนั้นการยื่นให้ป.ป.ช.ตรวจสอบก็สามารถทำได้จึงไม่มีอะไรน่ากังวล

ทั้งนี้นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี รมว.พาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงกรณี ส.ส.ภาคใต้ 9 คน จะย้ายกลับมาพรรคประชาธิปัตย์ ว่า คนที่เคยอยู่กับพรรคมาและออกไปก่อนหน้านั้นแล้วประสงค์จะกลับพรรคก็มีหลายคน ที่มาสมัครสมาชิกพรรคแล้วก็มี แต่สำหรับภาคใต้ ตนมอบหมายให้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคตามภารกิจ และรักษาการรองหัวหน้าพรรคภาคใต้เป็นผู้รับผิดชอบ ฉะนั้น รายละเอียดทั้งหมดขอให้ถามนายนิพนธ์ แต่ในภาพรวมเป็นไปตามแนวทางที่พรรคดำเนินการอยู่ขณะนี้ คือ แนวทางที่จะเดินหน้านำเลือดใหม่ไหลเข้า เลือดเก่าไหลกลับ ซึ่งขณะนี้นอกจากมีคนเก่ากลับพรรคแล้ว ก็ยังมีคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่เข้ามาร่วมอุดมการณ์กับพรรคในทุกภาค เฉพาะในภาคใต้ก็ได้ประกาศตัวคนรุ่นใหม่ที่ จ.ระนองไปแล้ว ส่วนจ.ภูเก็ตก็จะเพิ่มจำนวน ส.ส.จาก 2 คน เป็น 3 คน ทั้งนี้ จะเรียนให้ทราบต่อไปว่าเป็นใครบ้าง ซึ่งยังไม่ขอตอบว่าจะมี ส.ส.ทั้งเลือดเก่าและเลือดใหม่เข้ามาพรรคทั้งหมดกี่คน เมื่อถึงเวลาจะทยอยเรียนให้ทราบและจะมีการเปิดตัวเป็นนระยะ

เมื่อถามว่าการที่คนเก่าๆ กลับมาอยู่กับพรรคอีกครั้ง บ่งบอกว่าประชาชนในพื้นที่กำลังคิดอะไรอยู่ได้หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ในทุกภาค ทุกคนพูดตรงกันว่าวันนี้พรรคประชาธิปัตย์กำลังเดินขึ้น ไม่ได้เดินลง ฉะนั้น จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนมีกำลังใจ สมาชิกคนเก่ากลับพรรค คนรุ่นใหม่ก็มาเติมให้เรามีพลังมากขึ้นในการที่จะเดินหน้าพาพรรคประชาธิปัตย์ไปรับใช้ประชาชนอย่างเต็มกำลังให้มากขึ้นในอนาคตต่อไป

เมื่อถามว่าจากผลงานที่ผ่านมาคะแนนนิยมของพรรคมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างไรบ้าง นายจุรินทร์ กล่าวว่า เรื่องผลงานตนมั่นใจว่าประชาชนตอบรับมากขึ้น และพรรคประชาธิปัตย์มีผลงานเป็นรูปธรรมเป็นที่ประจักษ์อย่างน้อย 2 เรื่อง ที่เราได้กำหนดไว้เป็นเงื่อนไขก่อนเข้าร่วมรัฐบาล คือ 1.ประกันรายได้เกษตรกร 2.การแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันนี้อย่างน้อย 2 เรื่องนี้ก็เป็นที่ประจักษ์ว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินการให้เห็นผลสัมฤทธิ์เป็นจริงได้ เรื่องประกันรายได้นั้นภายในแค่ 4-5 เดือนเราก็สามารถโอนเงินส่วนต่างให้เกษตรกรได้ จึงเป็นที่มาที่มีการพูดกันว่าพรรคประชาธิปัตย์อุดมการณ์ทันสมัย ทำได้ไว ทำได้จริง เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญแม้จะต้องใช้เวลาบ้าง แต่วันนี้ก็ปรากฏชัดว่าอย่างน้อยที่สุดก็สามารถผ่านความเห็นชอบวาระ 3 ได้

เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคเล็กจะไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไม่เป็นไร ถ้าสามารถรวมเสียงได้ 1 ใน 10 ก็ยื่นได้ ส่วนตัวไม่มีอะไรกังวลเพราะเป็นเงื่อนไขและกระบวนการที่ทำได้ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจจะเป็นผลดีก็ได้จะได้ไม่ต้องคาใจ ว่ากระบวนการในการดำเนินการหรือประเด็นอื่นๆ เป็นไปโดยชอบตามรัฐธรรมนูญหรือไม่

ถามต่อว่าเชื่อว่าร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านไปแล้วไม่มีประเด็นใดที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าไม่ขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ เพราะทุกประเด็นผ่านขั้นตอนกระบวนการพิจารณาโดยชอบ มิเช่นนั้นจะนำไปสู่การลงมติร่วมกันในวาระ 3 ไม่ได้ และระหว่างทางก็มีการเสนอญัตติซึ่งสุดท้ายเสียงส่วนใหญ่พิจารณาแล้วก็เห็นตรงกันว่า สามารถดำเนินการได้และทุกอย่างเป็นไปโดยชอบตามรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามถึงการผลักดันพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายลูก มีการเตรียมการอย่างไรบ้าง นายจุรินทร์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ประชุมส.ส.และมีมติตั้งคณะทำงานชุดหนึ่ง เพื่อดำเนินการยกร่างกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่วนประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์มองว่าจะแก้ไขกฎหมายลูกนั้น ตนเห็นด้วยกับข้อเสนอพรรคเพื่อไทยที่จะแก้ไขบัตรเลือกตั้งให้เป็นแบบพรรคเดียวเบอร์เดียว จะได้ไม่สร้างความสับสน หากใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบแล้วใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศก็จะง่ายต่อประชาชนที่จะเลือก เพราะหากใช้แบบหนึ่งเขตก็หนึ่งเบอร์ การหาเสียงหรือชี้แจงต่อประชาชนก็จะยากลำบาก การใช้เบอร์เดียวพรรคเดียวเป็นการเสริมสร้างพรรคการเมืองให้เข้มแข็งขึ้น พรรคจะเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้น เนื่องจากพรรคการเมืองเป็นกลไกสำคัญในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉะนั้น รูปแบบใดก็ตามที่นำไปสู่การทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็งได้ก็เป็นเรื่องที่ดี

"แรมโบ้" อัด " ทักษิณ" คิดเกมตื้น ท้า ยุบสภา ซัด หยุดคิดชั่ว หวังฟอกตัวเองพ้นผิด เชื่อ ปิดประตูกลับไทย

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมเสวนาในคลับเฮาส์ CARE Talk x CARE ClubHouse ว่า นายกฯจะยุบสภาฯหากมั่นใจ คิดว่าบริหารดี มีคนชอบ ว่า การที่นายทักษิณ ท้าทายนายกฯเพราะยังมีความหวังว่าพรรคเพื่อไทยจะได้กลับมามีอำนาจรัฐอีก และสามารถนำนายทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับประเทศได้ คนไทยส่วนใหญ่มีความเห็นว่า ในสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 นายกฯ รัฐบาล ทีมแพทย์ ร่วมมือกับประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาให้สถานการณ์คลี่คลายลงให้ได้ ตรงกันข้ามนายทักษิณและพรรคเพื่อไทย กลับนึกถึงแต่เรื่องทางการเมือง หวังผลประโยชน์ของตัวเอง เพื่อให้สมุนลิ่วล้อมีอำนาจรัฐ หวังช่วยตนเองและน้องสาว กลับประเทศให้ได้ เป้าหมายเพื่อฟอกตัวเองให้พ้นผิดคดีทุจริต จึงพยายามคิดวางแผนทุกวิถีทางทั้งใต้ดินหรือบนดิน ทำทุกช่องทาง

นายเสกสกล กล่าวว่า นายกฯ เข้ามาถูกต้อง หากจะออกไปต้องทำตาม กติกาคืออยู่จนครบเทอม หากนายทักษิณ และน้องสาวอยากกลับต้องทำตามกติกาบ้านเมืองเช่นเดียวกัน อย่าได้คิดแผนดีลล้มนายกฯ ล้มรัฐบาลเพราะใครก็รู้ทัน เกมนี้พอดีลไม่สำเร็จผิดหวัง ก็ออกอาการเที่ยวไล่ท้าให้นายกฯยุบสภา หรือลาออก แต่ไม่มีวันสำเร็จเพราะนายกฯไม่เคยคิดเช่นนั้น และหมากตื้นๆเด็กอนุบาลอ่านออก ให้หยุดพฤติกรรมวางแผนชั่วร้ายนี้ได้แล้ว นายทักษิณ อย่าคาดหวังว่าพรรคเพื่อไทย ที่อยู่ในสังกัดจะสามารถช่วยได้ หากดูการทำงานของพรรคเพื่อไทยก็ไม่เคยทำประโยชน์อะไรให้กับบ้านเมืองยามวิกฤต แทนที่จะช่วยกัน มีแต่เอาปากช่วยอัดซ้ำนายกฯและรัฐบาลตลอดเวลา ตนเองก็มองไม่ออกว่าเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้ส.ส.สักกี่คน เพราะพรรคกำลังตกต่ำสูงสุด และในพรรคเพื่อไทยเองยังมีปัญหาภายใน ส.ส.แตกคอกันเละตุ้มเป๊ะ ล่าสุดส.ส.ที่ถูกขับออกจากพรรคก็ออกมาลากไส้แฉกันเอง มีแต่จะล่มสลายพังพินาศไปเรื่อยจะมาช่วยอะไรนายทักษิณได้

นายเสกสกล กล่าวว่า ขอให้นายทักษิณ ยอมรับความจริงว่าในเมื่อใช้เล่ห์กลทำทุกวิถีทางที่จะล้มนายกฯ ทั้งเกมในสภาฯและม็อบนอกสภาฯแล้ว แต่ทำไม่สำเร็จ ก็ขออย่ามาท้านายกฯให้ยุบสภา หรือเรียกร้องให้ลาออกอีกเลย หากอยากกลับประเทศก็มาติดคุก รับโทษก่อนเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ไม่มีใครห้ามไม่ให้กลับมา แต่เป็นเพราะนายทักษิณและน้องสาวไม่ยอมรับการเข้าสู่กระบวนการกฎหมายเสียเอง ส่วนที่บอกว่าการเมืองเน่า เพราะไม่ปฏิรูป คิดแต่จะสืบทอดอำนาจเป็นกรรมของประเทศ ตนเองอยากให้มองย้อนกลับไปในสมัยยุคนายทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าการเมืองเน่าเละเฟะที่สุด ไม่เคยคิดปฏิรูปอะไรสักเรื่อง คิดแต่เรื่องโกงกิน ปล่อยให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่นมากมายเต็มบ้านเมือง หากประเทศจะมีกรรมก็เกิดจากทั้งสองคนเข้ามาบริหารประเทศ มีการโกงกิน ทุจริตต่างๆมากมายมากกว่านี่คือกรรมที่แท้จริงของคนไทย

"พอแผนการล้มเหลวก็ออกมาท้าโน่นท้านี่ ผมว่าอยู่ที่ดูไบต่อไปให้สุขสบาย อย่าคิดวางแผนหรือคิดเกมชั่วอีกเลย คนไทยเขารู้ทันทุกเรื่องที่นายทักษิณคิด ยิ่งคิดแผนการชั่วตนยิ่งละอายใจแทน แก่ป่านนี้ยังไม่หยุดคิดทำความชั่วอีกหรือ ระวังตายไปจะตกนรกหมกไหม้ จะชดใช้กรรมไม่รู้จักหมดจักสิ้น ตนเตือนมาด้วยความหวังดี หยุดคิดกลับบ้านเพื่อจะมาฟอกคดีทุจริตที่ทำไว้ได้แล้ว แต่ถ้าจะกลับมารับโทษตามกฎหมาย มาได้ทุกเวลา "รายเากสกล กล่าว

“เสกสกล”ย้อน"ทักษิณ" กินปูนร้อนท้อง ปัดจ่ายดีลล้มบิ๊กตู่” เย้ย โจรย่อมดินปูนร้องท้อง” ชี้ ยัน ปชช.รู้ดี บ้านเมืองวุ้นวายเพราะใคร

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร หรือโทนี่ วู้ดซั่ม กล่าวใน CARE Talk x CARE ClubHouse ถึงการรวมเสียง ส.ส.ของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เพื่อโหวตไม่ไว้วางใจนายกฯโดยมีการปล่อยข่าวว่านำเงิน 2,000 ล้านจากนายทักษิณ ไปดีลล้มนายกฯแต่ไม่สำเร็จ พร้อมบอกว่าคนอย่างทักษิณ ไม่โง่ทำแบบนั้น ว่า เรื่องนี้จะปล่อยหรือไม่ปล่อยข่าว ไม่มีใครทราบนอกจากนายทักษิณเอง  แต่อยากเตือนสติให้สังคมได้รับรู้ ถ้าไม่มีมูล หมาไม่ขี้  เมื่อการดีลล่ม จะพูดอะไรก็ได้ทั้งนั้น  แต่นายทักษิณ อย่าลืมว่าประชาชนคนไทยเขารู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร ที่การเมืองในบ้านยังคงวุ่นวายเพราะยังมีคนที่แค้นใจ ที่ต้องเร่ร่อนไปอยู่ต่างประเทศ ไม่มีโอกาสให้กลับแผ่นดินไทย ที่เป็นแผ่นดินเกิด 

นายเสกสกล กล่าวว่า นายทักษิณ เป็นอดีตนายกฯ ไม่คิดที่จะทำอะไรเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณประเทศ หรือตอบแทนเพื่อลบล้างในสิ่งที่ตัวเองทำความผิดกับประเทศมาบ้างหรือ ที่ประเทศชาติเสียหายเพราะอะไรจน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯต้องมาเก็บกวาดทุกอย่างที่พวกพ้องทำไว้กับประเทศชมากมาย เรื่องที่เกิดขึ้นพล.อ.ประยุทธ์ รู้ดี ถึงได้ตัดสินใจดำเนินการขั้นเด็ดขาด และที่ผ่านมาย้ำอยู่เสมอว่าจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องที่ไม่ดี ไม่ถูกต้องเด็ดขาด ตนยืนยันว่า
นายกฯไม่จำเป็นที่ต้องแจกกล้วย เหมือนที่นายทักษิณ บอกเพราะทำทุกอย่างด้วยความจริงใจ เพื่อเดินหน้าแก้ปัญหาที่ประชาชนต้องประสบความเดือดร้อน ไม่ได้หวังผลทางการเมือง โดยเฉพาะแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด และเตรียมที่จะเปิดประเทศให้ทุกคนได้กลับมาทำมาหากินตามปกติ  

“นายทักษิณ สามารถช่วยคนไทย และประเทศไทยได้โดย หยุดพูด หยุดแซะ หยุดให้ร้ายคนโน้น คนนี้เสียที ไม่ว่าจะเป็นเบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง ก็ช่วยประเทศและประชาชนได้มาก และอย่าพูดเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น ส่วนที่ว่าไม่มีความคิดโง่ๆที่จะใช้เงิน2,000 ล้านบาท มาดีลล้มนายกฯ นายโทนี่อาจจะไม่ได้ลงมือทำ แต่อาจจะมีเจ้ ด.สั่ง นักการเมืองชื่อ ว. มาดีลก็ได้ใครจะไปรู้ และ "โจรส่วนใหญ่ที่กลัวความผิด มักจะกินปูนร้อนท้องเสมอ" นายเสกสกล กล่าว

มท. จ่อชง ครม. ขอต่ออายุ คก.พัฒนาตำบลแบบบูรณาการ คงสภาพ จ้างงานบัณฑิตป.ตรี 14,510 คน ใน 7,255 ตำบล บรรเทาความเดือดร้อนจากโควิด-19 

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รัฐบาลได้ผลักดันหลายโครงการที่เป็นการจ้างงานเพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบยังมีรายได้ ซึ่งรวมถึงโครงการพัฒนาตำบลแบบบูรณาการ (Tambon Smart Team) โดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นการจ้างงานเพื่อจัดเก็บข้อมูลและบันทึกข้อมูลในระดับตำบลในทุกมิติทั้ง 12 ด้าน เพื่อนำข้อมูลมาประมวลผล และสร้างแพลตฟอร์มให้หลายภาคส่วนสามารถเข้ามาดูข้อมูลแต่ละพื้นที่ เช่น แต่ละตำบลมีพืชเศรษฐกิจอะไรบ้าง มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจยังไงบ้าง ซึ่งมีการประมวลผลทุกเดือน โดยโครงการดังกล่าวมีกรอบระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ 1 ต.ค.2563 - 30 ก.ย. 2564 โดยได้จ้างงานประชาชนที่จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่า จำนวน 7,255 ตำบล ตำบลละ 2 อัตรา รวม 14,510 อัตรา (ครอบคลุม 878 อำเภอ ในพื้นที่ 76 จังหวัด) อัตราจ้างเหมา 15,000 บาทต่อเดือน  

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวได้ช่วยบรรเทาความเดือนร้อนให้กับประชาชนที่หางานทำได้ยากในช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาด รวมถึงได้เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือนผ่านมาตรการการจ้างงาน ผู้ร่วมโครงการเกิดสร้างทักษะ ประสบการณ์การทำงาน ที่สามารถนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ในชีวิต กระทรวงมหาดไทยจึงได้พิจารณาต่อโครงการฯ จากที่จะสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2564 นี้ ออกไปอีก

เพื่อให้ประชาชนยังมีงานทำ และสานต่อการจัดทำฐานข้อมูลระดับตำบลให้เสร็จสมบูรณ์ เป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากผลกระทบของโควิด-19 ต่อไป สำหรับความคืบหน้าล่าสุดนั้น กระทรวงมหาดไทยได้เสนอเรื่องการต่ออายุโครงการไปยังสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) หรือสภาพัฒน์ ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ โดยสภาพัฒน์อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียด เร็วๆนี้คาดว่าจะได้เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาอนุมัติ

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า โครงการพัฒนาตำบลแบบบูรณาการ ซึ่งดำเนินการในปีงบประมาณ 2564(ต.ค.63-ก.ย.64) จ้างประชาชนเก็บข้อมูลระดับตำบล 12 ด้าน เช่น โครงสร้างพื้นฐานและกายภาพ ,การปกครองและความมั่นคง,สาธารณภัย,สาธารณสุข,ที่ดิน,การผังเมือง,ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม,เศรษฐกิจ,เกษตรกรรม,อุตสาหกรรม,การบริการและการท่องเที่ยว และสังคมและการศึกษา รวมเป็นฐานข้อมูลแบบบูรณาการ (Data Base) สามารถใช้สำหรับการวางแผนพัฒนาพื้นที่ในทุกระดับ และเป็นฐานข้อมูลกลางที่เปิดเผยต่อสาธารณชน (Single opened-data system) ให้ทุกภาคส่วนของรัฐ เอกชน ภาคประชาสังคมต่างๆ สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ร่วมกันในข้อมูลชุดเดียวกัน การจ้างแรงงาน 14,510 อัตรา ใช้จ่ายงบประมาณจาก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563  อยู่ภายใต้ภายใต้แผนงานส่งเสริมและกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือนและเอกชน งบประมาณ 2,701.87 ล้านบาท

“บิ๊กตู่” เคาะประกันรายได้สวนยางหมื่นล้าน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาและเห็นชอบหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 3 เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง ในกรณี ที่ราคายางตกต่ำในช่วงโควิด-19  รวมทั้งเพื่อเพิ่มรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง วงเงินรวมทั้งสิ้น 10,065 ล้านบาท โดยมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการยางแห่งประเทศไทย แต่งตั้งคณะกรรมการ/คณะทำงาน ดำเนินโครงการชุดต่าง ๆ ตามที่การยางแห่งประเทศไทยเสนอ และดำเนินการจัดทำรายละเอียดโครงการเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป

สำหรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 3 ราคายางที่ประกันรายได้ ได้แก่  (1) ประกันรายได้ราคายางแผ่นดิบคุณภาพดี 60.00 บาท/กิโลกรัม  (2) ประกันรายได้ราคาน้ำยางสด (DRC 100%) 57.00 บาท/กิโลกรัม (3) ประกันรายได้ราคายางก้อนถ้วย (DRC 50%) 23.00 บาท/กิโลกรัม

“ได้กำชับการรับรองการเป็นเกษตรกรชาวสวนยางของเกษตรกรที่แจ้งข้อมูลการปลูกยางกับการยางแห่งประเทศไทย ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังรอบคอบ โดยรัฐบาลจริงจังกับการปลูกยางในพื้นที่บุกรุกและย้ำไม่ให้ปลูกยางในพื้นที่ที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงโครงการประกันราคายาง ต้องมีมาตรการที่เข้มงวดและให้เงินถึงมือเกษตรกรโดยตรงอย่าให้มีการทุจริตเด็ดขาด รวมทั้ง ให้พิจารณามาตรการอื่นๆ ในการยกระดับราคายางเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาลในการประกันราคาและแก้ไขปัญหาราคายางที่ตกต่ำอย่างถาวร” 

"บิ๊กตู่"นำถก กนย. ย้ำโควิดกระทบเศรษฐกิจทั้งการค้า-ส่งออก กำชับทุกหน่วยงานดูแลครบทั้งระบบ 

ที่ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ครั้งที่ 1/2564 ผ่านระบบวิดิโอคอนเฟอเรนซ์ โดยกล่าวก่อนการประชุมว่า สิ่งสำคัญที่สุดคืออยากให้ทุกคนทราบว่าวันนี้สถานการณ์เกิดปัญหาอย่างมาก โดยเฉพาะสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ โดยมีผลต่างๆในทุกกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นการค้าและการส่งออก จึงขอฝากให้ทุกหน่วยงานดูแลให้ครบทั้งระบบของเรา ทั้งต้นทาง กลางทางและปลายทาง

“วิรัช”เผย บิ๊กป้อม” คอนเฟิร์ม ไม่ทิ้งหน.พปชร สั่ง รมต.ประกบ ส.ส.ลงพื้นที่ เตรียมลต.ปีหน้า ปิดช่องยุบสภา ด้าน “ธรรมนัส” กลับลำ ยังอยู่พปชร.ต่อ

ที่ห้องพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ชั้น6 รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพปชร.และประธานวิปรัฐบาลให้สัมภาษณ์หลังประชุมส.ส.พรรค ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าไม่มีเรื่องการปรับกรรมการบริหารพรรค และยืนยันว่าจะไม่ลาออกจากหัวหน้าพรรค เพราะรักพรรคพปชรมากและจะอยู่กับพรรค โดยขอให้พวกพร้อมเราวาในช่วงหนึ่งปีเศษจากนี้ให้เตรียมลงพื้นที่และเข้าหาและช่วยเหลือประชาชน 
อะไรที่พรรคจะเข้าไปดูแลและช่วยเหลือ พล.อ.ประวิตร ก็จะเข้าช่วยเหลือ พร้อมฝากรัฐมนตรีในพรรคให้ลงพื้นที่คู่กับสมาชิกพรรคด้วย ส่วนการแต่งตั้งพล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นประธาน กรรมการยุทธศาสตร์พรรค เพื่อดูแลช่วยเหลือในการวางแผนต่างๆในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

และจากนี้ไปภายในพรรคพปชร.จะไม่มีก๊วนไม่มีกลุ่ม และมีกลุ่มเดียวคือกลุ่มประวิตร คือกลุ่มหัวหน้าพรรคเท่านั้น ปละเวลาพล.อ.ประวิตร พูดก็จะได้ยินเสียงปรบมือของส.ส.เป็นระยะส่วนตำแหน่งเลขาธิการพรรค ร.อ.ธรรมนัสผมเผ่ส พะเยาและเลขาธิการพรรค ยืนยันในที่ประชุมว่ายังทำหน้าที่เป็นเลขาฯพรรค ยังช่วยเหลือประชาชนเต็มที่ วันนี้ยังลงพื้นที่และเป็นผู้แทนอยู่ ยังทำงานประสานกับหน่วยงานต่างๆ และยังอยู่กับพรรค
พปชร.ต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าพล.อ.ประวิตร ได้แจ้งให้นายกรัฐมนตรี รับทราบถึงการเตรียมความพร้อมเรื่องตั้งในช่วงหนึ่งปีที่เหลืออยู่นี้หรือไม่ นายวิรัช กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร พูดหมดแล้ว และน้ำให้ผู้แทนดูแลพื้นที่และเข้าหาประชาชนในการเลือกตั้งต่อไปผู้สื่อข่าวถามว่าการให้ส.ส.ลงพื้นการให้ลงพื้นที่เป็นสัญญาณว่าจะไม่มีการยุบสภาใช่หรือไม่ นายวิรัช กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรยืนยันว่าจะไม่มีการยุบสภา

'โทนี่' ปัดจ้าง 'ธรรมนัส 2 พันล้าน' ล้มบิ๊กตู่ เบื่อข่าวลือว่อน ลั่น! หาเงินเอง ใช้เงินเป็น

15 ก.ย. 64 นายทักษิณ ชินวัตร "โทนี่ วู้ดซัม" กล่าวใน CARE Talk x CARE Clubhouse หัวข้อ ‘อดีต ปัจจุบัน อนาคต ของการเมืองไทย : ตอนหนึ่งถึงข่าวดีลรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราาฎร (ส.ส.) ของ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ต้องการโหวตไม่ไว้วางใจ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าที่มีปัญหาเรื่อง ร.อ. ธรรมนัส มีคนปล่อยข่าวว่าผมเอา 2,000 ล้านบาทไปให้ธรรมนัส แล้วทำไม่สำเร็จว่า

“...มีคนปล่อยข่าวว่าผมเอาเงิน 2,000 ล้านให้ธรรมนัส ผมไม่โง่ใช้เงินแบบนั้นหรอก...”

“...ที่มีปัญหาเรื่อง ร.อ.ธรรมนัส เพราะมีคนปล่อยข่าวว่าผมเอาเงิน 2,000 ล้านไปให้ธรรมนัส แล้วทำไม่สำเร็จ กลายเป็นดีลล่ม คือ ผมจะบอกว่า ผมเริ่มจากศูนย์ ผมหาเงินเอง ดังนั้นผมไม่โง่เรื่องใช้เงิน 

รัฐบาลคุณประยุทธ์นะ ถ้าใช้อีก 28 เสียง เพื่อให้ล้มรัฐบาล หารมาคนละ 70 ล้านก็ซื้อได้แล้ว เพราะเขาวิ่งกันแค่คนละ 5 ล้าน แต่ผมไม่ทำไง ผมเกลียด เพราะผมเคยเห็นอะไรแบบมาก่อน ผมไม่ทำแบบนั้นแน่นอน

คนที่ปล่อยข่าวแบบนี้นะ คือ ควายทั้งนั้น ข่าวปลอมทั้งนั้น ถ้าหลายคนอยากรู้ว่าผมดีลอะไรหรือเปล่า ให้มาถามผมที่ clubhouse นี่ ผมจะได้ตอบให้ชัด ๆ ผมรำคาญมากเรื่องการปล่อยข่าว เราเป็นคนนะ จะให้ควายจูงไม่ได้ ถ้าท่านสงสัยในตัวผม ท่านถามผมตรง ๆ เลย ถ้าผมพูด ไม่มีคำว่าโกหกหรอกครับ ถ้าผมคิดว่าสิ่งนั้นไม่ควรพูด ผมจะไม่พูด ไม่มีหรอกครับดงดีลอะไร...”

"....คนที่ปล่อยข่าวแบบนี้คือควายทั้งนั้น มาถามผมใน Clubhouse นี้ ผมตอบ ผมนี่รำคาญมากเรื่องการปล่อยข่าว ถ้าท่านเป็นคนจะให้ควายจูงไม่ได้ ท่านมาถามผมตรง ๆ เลย ถ้าผมพูด ไม่มีคำว่าโกหก ถ้าผมคิดว่าสิ่งนั้นไม่ควรพูด ผมจะไม่พูด ไม่มีหรอกครับดีลล่ม ผมคิดว่าทุกวันนี้นายกฯ โกรธ ปลดธรรมนัส ปลดนฤมล กล่องดวงใจพี่ป้อมเขานะ เขาเป็นหัวหน้าพรรคเขาก็โกรธ...."

"....ท่านนายกฯ ตัดขาตัวเองตีนลอยนะ เพราะฉะนั้นการเมืองต่อไปนี้ราคาแพงนะ การเมืองเบี้ยหัวแตกแบบนี้ราคาแพง เมื่อไม่กี่วันนี้ใช้กล้วยเป็นหวี แต่ผมไม่เสียสักใบ เพราะผมเชียร์ฝ่ายค้าน คราวที่แล้วสู้กันเป็นหวี แต่นี่จะสู้กันเพื่ออยู่นานต้องเป็นเครือ การคอร์รัปชันก็เต็มที่เลย ประเทศฉิบหายหมด ผมคิดว่าไม่นานนายกฯ ต้องยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ถ้าท่านมั่นใจวิธีการกู้มาแจกเงิน..." 

“...ผมทำนายว่าเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคมปีหน้าเลือกตั้งใหม่ แต่ผมว่าเร็วกว่านั้น ถ้าอยู่ครบเทอมคือต้องแจกกล้วยทีละเครือ หมดสวนแน่ การเมืองที่มันเน่าเพราะไม่คิดปฏิรูป จะสืบทอดอำนาจอย่างเดียวเป็นกรรมของประเทศ บ้านเมืองจะแย่...” โทนี่ วู้ดซัม กล่าว


ที่มา : https://www.thaipost.net/main/detail/116751

“วิรัช” รอลุ้น 20 ธ.ค.นี้ ศาลฎีการับคดีฟุตซอลหรือไม่ 

ที่ห้องพรรคพลังประชารัฐ ชั้น6 รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)และประธานวิปรัฐบาลให้สัมภาษณ์ กรณีอัยการสูงสุดยื่นฟ้อง นายวิรัตน์และพวกรวม 87 คน เป็นจำเลยในคดีทุจริตสนามฟุตซอล โรงเรียนในจังหวัดนครราชสีมาต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่า ศาลได้นัดพิจารณาครั้งแรกในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ ซึ่งต้องไปรับฟังในวันนั้นว่าตนจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส.หรือไม่ แต่ระหว่างนี้ยังคงทำหน้าที่ต่อไป โดยเฉพาะงานเอกสารต่างๆ

ซึ่งตนก็คาดการณ์ว่าอยากให้ทุกอย่างดำเนินการไปอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อมีการนัดกำหนดมาเราก็ต้องปฏิบัติตามนั้น ซึ่งต้องรอดูวันที่ 20 ธ.ค.
 

พรเพชรถอนแจ้งความคดีวัชระหมิ่น กรณีปูดเงินหล่นใต้โต๊ะ 500 ล.จากโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ 

นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 ได้มีหนังสือแจ้งคำสั่ง ขอยุติดำเนินคดีกับตนต่อผู้กำกับสน.พหลโยธิน จากกรณีที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย อดีตประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.ได้แจ้งความดำเนินคดีกับตนในข้อหา "ใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่ 3 โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง จากกรณีที่ได้ออกมาเปิดโปงเรื่องมีเงินหล่นใต้โต๊ะ 500 ล้านบาทจากโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภา" 

กรณีนี้มาจากเมื่อวันที่ 8 ก.ค.63 นายวัชระ ยื่นหนังสือขอให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องการทุจริตโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ว่า คำพูดของนายพรเพชร “มีเงินหล่นใต้โต๊ะ 500 ล้าน” เป็นความจริงหรือไม่ ? หากเป็นเรื่องจริง ใครคือคนทำเงินจำนวนมหาศาลนี้หล่น ใครเก็บเงินที่หล่นไว้ และการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมาย ป.ป.ช.และกฎหมายอาญาอื่นๆ หรือไม่ ขณะเดียวกันก็ขอให้นายกรัฐมนตรีสั่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงิน 500 ล้านบาท สืบหาผู้ร่วมกระทำผิด และติดตามยึดทรัพย์กลับมาเป็นของแผ่นดิน 

นายวัชระ กล่าวว่า ตนได้เบาะแสมาจากการสืบพยานปากที่ 13 ของจำเลยในคดีที่นายชัชวาลย์ อภิบาลศรี อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือสนช.ได้ฟ้องคดีหมิ่นประมาทเรื่องการทุจริตงบict.ในการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ จำนวน 8,648 ล้านบาท โดยพยานคนดังกล่าวได้ให้การต่อหน้าศาลอาญาห้อง904 ว่า คณะข้าราชการระดับสูงของสภาฯได้เข้าไปรับนโยบายจากนายพรเพชร วิชิตชลชัย เนื่องในโอกาสรับตำแหน่งประธานสนช.โดยนายพรเพชรกล่าวถึงโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ว่า "อะไรก็ไม่พร้อม แต่ให้เดินหน้าต่อไป มีเงินหล่นใต้โต๊ะ 500 ล้าน" ซึ่งคำพูดดังกล่าวออกจากปากของผู้ที่มีตำแหน่งเป็นถึงประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อีกทั้งคำให้การของพยาน ก็ผ่านการสาบานต่อศาลแล้ว จึงน่าเชื่อว่าต้องเป็นเรื่องจริง 

จากนั้นนายพรเพชร ได้แถลงข่าวที่รัฐสภาว่า ตนได้ขอให้ข้าราชการระดับสูงดูแลเรื่องการก่อสร้างอาคารรัฐสภาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยจริง แต่ไม่เคยพูดเรื่องเงินหล่นใต้โต๊ะ 500 ล้านบาท จึงถือว่าถูกใส่ความ ประโยคนี้ถือว่าทำร้ายอย่างแสนสาหัส ทำให้เสียหาย ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษาเกียรติยศและชื่อเสียง จึงจำเป็นต้องดำเนินคดีกับนายวัชระทั้งคดีอาญา คดีแพ่งและทุกคดีที่ดำเนินการได้  ทั้งที่ในชีวิตไม่เคยคิดฟ้องร้องใคร โดยมอบหมายให้น.ส.ภัณฑิลา กิติโยดม นิติกร สนง.เลขาธิการวุฒิสภาแจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาทนายวัชระที่สน.พหลโยธิน เมื่อวันที่ 8 ก.ค.63  ซึ่งพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้อง แต่อัยการสั่งให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำนายพรเพชรถึง 3 ครั้ง  แต่ไม่มีความคืบหน้า คดีจึงค้างมา 1 ปีเศษ จนกระทั่งล่าสุดได้มีการถอนแจ้งความดำเนินคดีนายวัชระแล้ว เมื่อวันที่ 30 ส.ค.64 และอัยการสั่งให้ยุติคดีเมื่อวันที่ 8 ก.ย.64 

ก่อนหน้านี้ นายวัชระได้ส่งเอกสารราชการเป็นการถอดเทปชวเลขของสำนักรายงานการประชุมและชวเลขของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นเอกสารที่เชื่อถือได้ ต่ออัยการ โดยมีการระบุถึงคำพูดของนายพรเพชร ว่า "รัฐสภาแห่งใหม่เหมือนสิ่งที่หลอกหลอนตน ดูแล้วก็แทบช็อก บอกว่าสร้างได้ 6 เปอร์เซนต์ ก็เลยไปเอาสัญญามาดูก่อนที่สว.สมชายจะอภิปรายว่ามีเงินตกหล่นอยู่500 ล้าน 1 พันล้านบาท ก็เลยตรวจดูสัญญา ไม่เห็นมีสัญญาที่ไหนแย่เท่าฉบับนี้" พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศว่าจะปราบโกงมา 7 ปี ได้ยินหรือไม่ นายวัชระ กล่าว

“สมศักดิ์” เผย “บิ๊กป้อม” ขอส.ส.รักกัน อย่าแบ่งก๊วน ชี้ ตั้ง”บิ๊กน้อย” ช่วยยุทธศาสตร์พรรค 

ที่ห้องพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ชั้น6 รัฐสภา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะกรรมการบริหารพรรค
พปชร.กล่าวภายหลังประชุมส.ส. พรรค นานประมาณ 1 ชั่วโมง ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพปชร.โดยขอให้ส.ส.รักกัน เป็นหนึ่งเดียวกัน ร่วมกันทำงานทำงาน อย่าเป็นกลุ่มเป็นก้อน 

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการพูดถึงเรื่องการปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรค ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวเปลี่ยนเลขาธิการพรรค บ้างหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่มี

เมื่อถามถึงการตั้งพล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นกรรมการยุทธศาสตร์พรรค เพื่อเตรียมพร้อมขับเคลื่อนในการเลือกตั้งครั้งต่อไปใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องแล้วแต่ประธานยุทธศาสตร์พรรค จะเป็นผู้กำหนดแนวทางแต่ตอนนี้ยังไม่ได้กำหนดอะไรเพราะเพิ่งตั้งมาทำหน้าที่

เมื่อถามย้ำว่า ซึ่งตนมาทราบตอนที่มีคำสั่งออกมาแล้วและแสดงความยินดีกับประธานยุทธศาสตร์พรรคคนใหม่ ซึ่งตอนแรกพล.อ.ประวิตร จะมอบหมายให้ตนทำหน้าที่นี้ แต่ได้บอกไปว่าให้เอาคนที่มีเวลามากกว่าและไม่ติดขัดอะไร และดีใจที่มีคนมาช่วยทำงาน

เมื่อถามว่าพล.อ.วิชญ์ ไม่ได้มาจากสายการเมือง จะเข้าใจงานทางการเมืองหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ก็อาจจะทำเรื่องที่นอกการเมือง ซึ่งอาจจะเข้ามาช่วยในมุมอื่นๆที่สมควรต่อไปเพราะเรื่องการเมืองมีคนในพรรคทำอยู่แล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้มีการส่งสัญญาณปรับครม.หรือยัง นายสมศักดิ์กล่าวว่า ยังไม่มี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top