Sunday, 8 November 2026
POLITICS

‘ราเมศ’ ตกใจ ‘ถวิล’ ลาออก ปชป.ซบก้าวไกล ยอมรับพรรคสูญเสียบุคลากรสำคัญ  

“ราเมศ” ตกใจ “ถวิล” มือ กม. ปชป. ลาออกซบก้าวไกล เผยส่วนตัวผูกพันมากถือเป็นครูด้านร่างกฎหมาย ยอมรับพรรคสูญเสียบุคลากรสำคัญ  

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกฎหมาย กล่าวถึงกรณีที่นายถวิล ไพรสณฑ์ ประธานคณะกรรมการกฎหมายของพรรคฯ ลาออกจากสมาชิกพรรคว่า ยังตกใจและเสียใจอยู่ เหตุเพราะนายถวิลกับตนมีความผูกพันกันมาก ทำงานร่วมกันมาโดยตลอดในด้านกฎหมาย นายถวิลจะรับผิดชอบงานกฎหมายในส่วนของร่างกฎหมาย ที่ร่างกฎหมายเกือบทุกฉบับต้องผ่านการตรวจตราจากนายถวิล เพราะมีความเชี่ยวชาญในการร่างกฎหมายมาก 

โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับการปกครองส่วนท้องถิ่น การกระจายอำนาจ และพรรคก็ได้ให้นายถวิลดูแลรับผิดชอบเรื่องท้องถิ่นมาโดยตลอด ในส่วนของพรรคให้ความสำคัญกับเรื่องท้องถิ่นเป็นอย่างมากเห็นได้จากนโยบายที่มีความก้าวหน้ามากกว่าทุกพรรค เป็นพรรคการเมืองเดียวที่ยื่นแก้ รธน. เรื่องท้องถิ่น นายถวิลก็เป็นคนทำร่างฉบับนี้

“เมื่อวานนี้ (8 ก.พ.) เวลาประมาณ 16.30 น. หลังจากที่ผมได้เสร็จสิ้นการว่าความที่ศาลอาญา เห็นนายถวิลโทรมาในช่วงกลางวันสองครั้งแล้ว ผมไม่ได้รับสาย เมื่อโทรกลับไป นายถวิลบอกว่า ผมโทรมาลาคุณราเมศ ผมก็ถามว่าท่านจะลาไปไหน ได้รับคำตอบว่า ผมลาออกจากพรรคแล้ว โดยได้ไปยื่นใบลาออกที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังพูดเลยว่า ท่านจะทิ้งผมไปไหนเหรอครับ ท่านก็บอกตรงๆ ว่าไปช่วยเรื่องท้องถิ่นพรรคก้าวไกล และได้พูดถึงเหตุผลที่ลาออก แต่ขอไม่พูดในส่วนนี้เพราะเป็นการพูดคุยกันส่วนตัว” นายราเมศ กล่าว

นายราเมศกล่าวด้วยว่า ต้องถือว่าพรรคฯ ได้สูญเสียบุคลากรที่สำคัญไปอีกหนึ่งคน นายถวิลถือได้ว่าเป็นครูในด้านการร่างกฎหมายที่คอยให้คำปรึกษาได้เป็นอย่างดี เป็นคนเดียวที่จะเข้าพรรคมาทำงานทุกวัน ทุ่มเททำงานให้กับพรรคมาโดยตลอด ซึ่งคงไม่อธิบายอะไรมาก อธิบายความรู้สึกได้ในตอนนี้คือ รักและเคารพเสมอตลอดไปโดยส่วนตัวตกใจและเสียใจ แต่ก็ต้องเดินหน้าทำงานต่อไป ขณะนี้ในพรรค งานกฎหมายบุคลากรก็น้อยลงเต็มที คงต้องกลับมาคิดทบทวนเช่นกันว่าจะวางแผนการทำงานด้านกฎหมายอย่างไรต่อไปในอนาคต

"ทิพานัน" ซัด "ไทยสร้างไทย" หรือ "ไทยทำลายไทย" ทำเข้าใจผิดปมม็อบรถบรรทุก แนะ ปชช.เลิกเชื่อ นักการเมือง ตัดตอนข้อความ "นายกฯ"

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ตัดข้อความบางช่วงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม โดยนำไปทวีตข้อความในทวิตเตอร์ ว่า”แล้วมีคนเดือดร้อนเยอะไหมเรื่องน้ำมันเนี่ย"กรณีม็อบรถบรรทุกประท้วงเรื่องราคาน้ำมันแพง ไปวิจารณ์ว่าไม่เข้าใจความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งเป็นการตัดต่อข้อความบางช่วงบางตอน แล้วไปนขยายเสนอสร้างความเข้าใจผิดให้กับสังคม เพราะเป็นเพียงช่วงหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเหมือนเป็นการย้อนถามเพื่อให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ถึงความเดือดร้อนมันเกิดขึ้นทุกกลุ่ม และยังได้อธิบายความต่อ โดยนายกฯได้กล่าวว่า  

“แล้วมีคนเดือดร้อนเยอะไหมเรื่องน้ำมัน หรือเฉพาะรถบรรทุก รัฐบาลดูแลทุกกลุ่มไหม ในเมื่อต้นทุนราคาน้ำมันมันเป็นอย่างนี้ รัฐบาลได้ใช้ทุกวิธีการที่จะดูแลให้ราคาไม่สูงเกิน ที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนมาก รัฐบาลก็ต้องทำอย่างนี้”

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า นายกฯชี้แจงต่อไปด้วยว่า “เรามีงบประมาณมากน้อยเพียงใด อันที่หนึ่ง อันที่สองกลไกต่างประเทศ เป็นอย่างไร ต้องเข้าใจ ไม่ใช่เดือดร้อนเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เดือดร้อนทุกกลุ่มนั่นแหละ ทั้งภาคการผลิต ภาคการบริโภค ภาคการขนส่ง ก็ต้องช่วยกัน สถานการณ์ในวันนี้เป็นอย่างนี้อยู่ รัฐบาลได้ทำหลายมาตรการมาอย่างต่อเนื่องเข้าใจไหม ก็กรุณาติดตามดูสถานการณ์ต่างประเทศเขาบ้าง เปรียบเทียบ  เทียบเคียงดูบ้าง มันก็เดือดร้อนทุกคน แต่รัฐบาลทำให้หรือเปล่า ก็ทำให้ไม่ใช่หรือ รัฐบาลเอาเงินไหนมาดูแล ก็เอาเงินส่วนรวมนั่นแหละมาดูแล ทุกกลุ่มทุกฝ่าย ขอให้เข้าใจสถานการณ์ตรงนี้ด้วย” 

ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ ยังสามารถหาชมได้เพราะอยู่บนอินเตอร์เนตมากมาย และเชื่อว่าหากพี่น้องประชาชนได้อ่านหรือฟังคำให้สัมภาษณ์ฉบับเต็มของท่านนายกรัฐมนตรีจะเข้าใจถึงเจตนาในการสื่อสารดังกล่าว ว่าได้พยายามหามาตรการช่วยเหลืออกลุ่มมวลชนรถบรรทุกอย่างเต็มที่ และไม่ลืมที่จะต้องดูให้ครบทุกกลุ่ม แก้อันนี้ก็อาจกระทบกลุ่มอื่น ทุกการแก้ไขต้องสอดคล้องกัน  ในขณะเดียวกันก็ขอวิงวอนให้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่รัฐบาลต้องดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนกลุ่มอื่นๆด้วย จะเห็นว่าเป็นความปราถนาดีต่อคนทุกกลุ่มนั่นเอง

“นายกฯ” ขอบคุณสหรัฐฯ มอบอุปกรณ์สู้โรคโควิด-19 ชี้ แสดงถึงมิตรภาพใกล้ชิดสองประเทศ

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ขอบคุณรัฐบาลสหรัฐฯและนายไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ที่ส่งมอบอุปกรณ์เพิ่มเติมในการตรวจวินิจฉัยและการฉีดวัคซีนมูลค่ากว่า 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (49.5 ล้านบาท)ให้แก่ประเทศไทยในการต่อสู้โรคโควิด-19 โดยน้ำใจไมตรีของสหรัฐฯ สะท้อนให้เห็นถึงมิตรภาพและความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของไทย-สหรัฐฯ มาเป็นระยะเวลายาวนาน รวมถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลทั้งสองประเทศที่ต้องการแก้ไขสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ร่วมกัน

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ได้ส่งมอบอุปกรณ์ในนามขององค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (United States Agency for International Development: USAID) ประกอบด้วยน้ำยาตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR และตรวจหาการกลายพันธุ์ด้วยเทคโนโลยี NGS (Next Generation Sequencing) อุปกรณ์สำหรับการฉีดวัคซีน และชุดป้องกันร่างกายส่วนบุคคล โดยส่งมอบให้แก่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ณ กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่ง USAID มอบความช่วยเหลือให้แก่รัฐบาลไทยในการรับมือกับโรคโควิด-19 แล้ว กว่า 12.4 ล้านเหรียญสหรัฐ (409 ล้านบาท) ผ่านหน่วยงานต่างๆของรัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมยังสนับสนุนไทยส่งเสริมศักยภาพในการวินิจฉัยโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ ในช่วงแรกของการระบาด มอบอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลให้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของไทย สื่อสารข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับโรคโควิด-19 แก่แรงงานข้ามชาติและบุคคลในชุมชนที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงเสริมสร้างศักยภาพในการวินิจฉัยและกำลังคนในการตรวจโรค

'บิ๊กตู่' มั่นใจ มาตรการสธ.ไทยรับมือโอมิครอนได้ ผลโพลชี้  71.4 % ประชาชนเชื่อมาตรการครอบจักรวาล

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบผลโพล DDC Poll ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ล่าสุดได้สำรวจกับประชาชนกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศจำนวน 4,800 คน รายงานว่า ประชาชน 71.4% เชื่อมั่นในมาตรการ Universal Prevention สะท้อนให้เห็นภาพของความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อมาตรการและระบบสาธารสุขของไทย ที่ยังสามารถรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี 

นายธนกร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีขอบคุณประชาชนทุกฝ่าย ที่ร่วมด้วยช่วยกันในการปฏิบัติตนตามมาตรการสาธารณสุขและมาตรการ Universal Prevention อย่างเคร่งครัด ตลอดจนความทุ่มเทของแพทย์และบุคลากรทางแพทย์และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนที่ช่วยกันทำงานอย่างหนักตลอดมา นายกรัฐมนตรียังมั่นใจว่า ประเทศไทยและคนไทย จะประสบความสำเร็จในการก้าวผ่านการแพร่ระบาดระลอกนี้ในอีกไม่นาน

นายธนกร กล่าวว่า จากผลโพล DDC Poll สะท้อนให้เห็นความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อมาตรการ Universal Prevention ตลอดจนความร่วมมือของประชาชนในการดูแลเอง โดย ประชาชน 79% ปฏิบัติตน โดยการล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และเจลแอลกอฮอล์ 63% หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสหน้ากากและใบหน้าโดยไม่จำเป็น 54.9% เว้นระยะห่างจากคนอื่นอย่างน้อย1-2 เมตร 54.1% สวมหน้ากากอนามัยและสวมทับด้วยหน้ากากผ้าเมื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่นมากกว่า 2 คน และ 44.7% ตรวจ ATK เมื่อสงสัยว่าตนเองมีความเสี่ยง 

“ราเมศ” ตกใจ “ถวิล” มือกม.ปชป.ลาออกซบก้าวไกล  เผยส่วนตัวผูกพันมากถือเป็นครูด้านร่างกฎหมาย ยอมรับพรรคสูญเสียบุคคลากรสำคัญ  

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกฎหมาย กล่าวถึงกรณีที่นายถวิล ไพรสณฑ์ ประธานคณะกรรมการกฎหมายของพรรคฯ ลาออกจากสมาชิกพรรคว่า ยังตกใจและเสียใจอยู่ เหตุเพราะนายถวิลกับตนมีความผูกพันกันมาก ทำงานร่วมกันมาโดยตลอดในด้านกฎหมาย นายถวิลจะรับผิดชอบงานกฎหมายในส่วนของร่างกฎหมาย ที่ร่างกฎหมายเกือบทุกฉบับต้องผ่านการตรวจตราจากนายถวิลเพราะมีความเชี่ยวชาญในการร่างกฎหมายมาก

โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับการปกครองส่วนท้องถิ่น การกระจายอำนาจ และพรรคก็ได้ให้นายถวิลดูแลรับผิดชอบเรื่องท้องถิ่นมาโดยตลอด ในส่วนของพรรคให้ความสำคัญกับเรื่องท้องถิ่นเป็นอย่างมากเห็นได้จากนโยบายที่มีความก้าวหน้ามากกว่าทุกพรรค เป็นพรรคการเมืองเดียวที่ยื่นแก้ รธน เรื่องท้องถิ่น นายถวิลก็เป็นคนทำร่างฉบับนี้

“เมื่อวานนี้(8 ก.พ.)เวลาประมาณ 16.30 น หลังจากที่ผมได้เสร็จสิ้นการว่าความที่ศาลอาญา เห็นนายถวิลโทรมาในช่วงกลางวันสองครั้งแล้ว ผมไม่ได้รับสาย เมื่อโทรกลับไปนายถวิลบอกว่า ผมโทรมาลาคุณราเมศ ผมก็ถามว่าท่านจะลาไปไหน ได้รับคำตอบว่า ผมลาออกจากพรรคแล้ว โดยได้ไปยื่นใบลาออกที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ยังพูดเลยว่า ท่านจะทิ้งผมไปไหนเหรอครับ ท่านก็บอกตรงๆว่าไปช่วยเรื่องท้องถิ่นพรรคก้าวไกล และได้พูดถึงเหตุผลที่ลาออก แต่ขอไม่พูดในส่วนนี้เพราะเป็นการพูดคุยกันส่วนตัว”นายราเมศ กล่าว

'ดร.เสรี' ข้องใจ!! ทำไมเรียก 'ผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี' ถาม!! ตอนเป็นรมต. ทำอะไรที่เป็นการพัฒนาบ้าง

ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย บรรณาธิการบริหาร เพื่อวางกลยุทธ์สื่อสาร ศบค. โพสต์เฟซบุ๊กว่า... 

ขอถามนะ อยากรู้จริงๆ ค่ะ ใครตอบได้โปรดตอบ

ทำไมจึงเรียกว่าเป็นผู้แข็งแรงที่สุดในปฐพี
การหิ้วถุงแกงเป็นคุณสมบัติที่น่าชื่นชมอย่างไร
หลังจากขึ้นรถเมล์แล้ว มีการพัฒนา ขสมก. อย่างไร

ครม.เห็นชอบ แผนที่One Map ใน11 จ.ให้ใช้อัตราส่วนเดียว แก้ปัญหาที่ดินทับซ้อน มอบหน่วยงานเกี่ยวข้องแก้กฎหมายให้สอดคล้อง 

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดาทำงานอยู่ที่รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ครม.เห็นชอบการจัดทำแผนแนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ (ONE MAP)ตามที่สำนักงานคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ เสนอ ในกลุ่มที่1 จำนวน 11จังหวัด ประกอบด้วย จ.นนทบุรี นครปฐมอ่างทอง สิงห์บุรีสมุทรสงครามสมุทรสาคร สุพรรณบุรี อยุธยาสมุทรปราการ ปทุมธานี และกทม.โดยให้ใช้อัตราส่วนเดียวกันทั้งหมดกับส่วนราชการคือ1ต่อ 4000 เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทับซ้อนของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ดิน เช่น กรมที่ดิน กรมธนารักษ์ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ครม. อนุมัติงบกลาง 3.1 พันล้านบาท  เพิ่มเงินให้ “อสม.” เดือนละ 500 บาท  นาน 6 เดือน เป็นขวัญกำลังใจทำงานช่วงโควิด-19

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี  ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ภายใต้โครงการค่าตอบแทน เยียวยา ชดเชย และเสี่ยงภัย สำหรับการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคโควิด -19 ในชุมชน วงเงินจำนวน 3,150 ล้านบาท โดยจะนำไปจ่ายเป็นค่าตอบแทนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่อสม.จำนวน 1,039,729 คน และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร(อสส.)จำนวน 10,577 คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,050,306 คน ในอัตราเดือนละ 500 บาท ต่อคนระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 – มีนาคม 2565 เพิ่มเติมจากเดิมที่ได้รับเดือนละ 1,000 บาทจากภาระงานปกติ

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมที่อสม.จะดำเนินการในส่วนภาระงานที่เพิ่มขึ้นประกอบด้วย อสม.เคาะประตูบ้าน แจ้งสถานการณ์โรค ให้ความรู้เกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโควิด-19 และให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องแก่ประชาชน, อสม.สำรวจ และลงทะเบียนกลุ่มเป้าหมายในชุมชนให้ได้รับการฉีดวัคซีน ติดตามอาการกลุ่มเสี่ยงหลังฉีดวัคซีนที่บ้านในชุมชน ส่งต่อผู้ที่มีอาการไม่พึงประสงค์และติดตามกลุ่มเป้าหมายจนกว่าจะได้รับวัคซีนเข็มที่ 2, สำรวจ เฝ้าระวัง คัดกรองและติดตามกลุ่มเสี่ยงในชุมชนอย่างต่อเนื่อง,ร่วมสนับสนุนการทำงานของทีมแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขในการติดตามผู้ป่วยกักตัวที่บ้าน หรือเข้ารับการแยกกักในชุมชน, ดูแลให้คำแนะนำและประเมินคัดกรองสุขภาพจิตเบื้องต้น ทั้งสำรวจ คัดกรองความเครียด สำรวจคัดกรองโรคซึมเศร้า และประเมินภาวะซึมเศร้า รวมถึงกิจกรรมอื่นๆที่ส่งผลกระทบต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในชุมชน

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ส่วนประโยชน์ที่จะได้รับประกอบด้วย ประชาชนในชุมชนได้รับการเฝ้าระวัง คัดกรอง ป้องกันโรคโควิด-19 ในชุมชน, ประชาชนได้รับความรู้ ความเข้าใจ และปฏิบัติตัวถูกต้องในการป้องกันตนเองและครอบครัวจากการติดเชื้อโควิด-19 , ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ต้องกักกัน หรือแยกตัวเพื่อสังเกตอาการ ได้รับการดูแลที่ถูกต้องจากอสม. ลดการแพร่กระจายของเชื้อไปสู่ผู้อื่น และสร้างขวัญและกำลังใจให้กับอสม.ในการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนเป็นแรงจูงใจที่สามารถผลักดันให้เกิดการดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ ทำให้เกิดสุขภาวะที่ดีกับประชาชน

 

'นายกฯ' แจง ปัญหาน้ำมันแพง ไม่ใช่แค่ประเทศไทยที่เดือดร้อน ยัน รัฐบาลต้องบริหารจัดการโดยคำนึงถึงงบประมาณ​

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีตอบคำถามสื่อมวลชนตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มอบหมายกรณีมาตรการเพิ่มเติมที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาราคานำมันแพง จนทำให้กลุ่มรถสิบล้อออกมาประท้วงขับไล่รัฐมนตรีว่า นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า ได้มีการชี้แจงเหตุผลความจำเป็นไปแล้ว ประเทศชาติและประชาชนเดือดร้อน และคงไม่ใช่แค่ประเทศไทยประเทศเดียว หลายประเทศก็เกิดปัญหาเช่นเดียวกัน รัฐบาลจำเป็นต้องบริหารจัดการให้เดือดร้อนน้อยที่สุดโดยคำนึงถึงงบประมาณที่มีอยู่ 

 

“บิ๊กตู่” ยันยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ ยังไม่คิดสังกัดพรรคไหน ขอบคุณทุกพรรคที่สนับสนุน ชี้เป็นเรื่องต้องตัดสินใจเองเมื่อการเลือกตั้งมาถึง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อมวลชนตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มอบหมาย โดยเมื่อถามถึงกรณีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ แสดงว่ามีการพูดคุยกันแล้วและถือเป็นคำตอบของนายกรัฐมนตรีเองใช่หรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงว่าขณะนี้นายกรัฐมนตรียังคงอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เนื่องจากเป็นพรรคที่สนับสนุนนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

'บิ๊กตู่' ย้ำไทม์ไลน์เลือกผู้ว่าฯกทม. พ.ค. 65 ระบุยังไม่เข้าครม.วันนี้ ยังอยู่ในขั้นตอน กกต.-มท.

ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงไทม์ไลน์เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีข้อสรุปอย่างไร ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่าวันนี้ไม่ได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุม ครม.ในวันนี้ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกระทรวงมหาดไทยในการจัดเตรียมการเลือกตั้งตามกำหนดการในประมาณเดือนพ.ค. 2565

ภูมิใจไทยเฮลั่น! 'ลุงป้อม' เผย ครม.แตะเบรก!! ประเด็นสัมปทานสายสีเขียว อ้างกลัวเจอ ม.157

จากกรณีในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ รัฐมนตรีในสังกัดพรรคภูมิใจไทย จำนวน 7 คน ประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม, นายทรงศักดิ์ ทรงศรี รมช.มหาดไทย, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา, นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ได้ยื่นหนังสือขอลาการประชุม ครม. อ้างว่าติดภารกิจ

นอกจากนี้ยังแสดงออกถึงความเห็น ที่ไม่เห็นด้วยกรณีกระทรวงมหาดไทย เสนอวาระเพื่อพิจารณา ขอความเห็นชอบร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อขยายสัญญาสัมปทานให้กับ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC บริษัทในเครือ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ออกไปอีก 30 ปี

จากเดิมที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในปี 2572 ออกไปเป็นปี 2602 แลกกับเก็บค่าโดยสาร 65 บาทตลอดสาย ให้ ครม.พิจารณาอนุมัติ ประกอบกับมองว่ากระทรวงมหาดไทยไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย และหลักธรรมาภิบาล หากมีการอนุมัติวาระดังกล่าวจะส่งผลทางด้านกฎหมายในอนาคตได้

มีรายงานว่ารัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยทั้งหมดจะไม่เข้าร่วมประชุมครม. ในวันนี้ โดย รมต.พรรคภูมิใจไทยได้ยื่นใบลาประชุม ครม.ต่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้วเมื่อค่ำวานนี้ (7 ก.พ. 65) โดยระบุเหตุผลว่าไม่สะดวกที่จะพิจารณาเรื่องนี้

สำหรับเรื่องดังกล่าวทาง กระทรวงคมนาคม ได้แสดงความเห็นคัดค้านต่อการขยายสัญญาสัมปทานมาโดยตลอด พร้อมเสนอความเห็นเพิ่มเติม เข้า ครม. ทุกครั้งที่จะมีการเสนอ โดยเฉพาะใน 4 ประเด็นหลัก คือ... 

1.) ประเด็นความครบถ้วนตามหลักการของพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562

2.) ประเด็นการคิดค่าโดยสารที่เหมาะสมและเป็นธรรมแก่ผู้ใช้บริการเพื่อส่งเสริมให้ผู้มีรายได้น้อยมาใช้บริการ รวมทั้งรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่สามารถกำหนดอัตราค่าโดยสารสูงสุดได้ต่ำกว่า 65 บาท

3.) ประเด็นการใช้สินทรัพย์ของรัฐที่ได้รับโอนจากเอกชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควรพิจารณาให้เกิดความถ่องแท้ถึงการใช้สินทรัพย์ว่ารัฐควรได้ประโยชน์จากการขยายสัญญาสัมปทานเป็นจำนวนเท่าไร อย่างไร จนกว่าจะครบอายุสัญญา

4.) ประเด็นข้อพิพาททางกฎหมาย ซึ่งเกิดขึ้นจากกรณี กทม. ได้ทำสัญญาจ้าง BTSC เดินรถส่วนต่อขยายที่ 1 และ ส่วนต่อขยายที่ 2 ไปจนถึงปี 2585 และได้มีการไต่สวนข้อเท็จจริงของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดังนั้นจึงสมควรรอผลการไต่สวนข้อเท็จจริงก่อนเพื่อให้เกิดความชัดเจน

'บิ๊กป้อม' ย้ำ!! ไม่ทิ้งพรรคพลังประชารัฐ การันตีชู 'บิ๊กตู่' แคนดิเดตนายกฯ

"บิ๊กป้อม" ย้ำไม่ทิ้ง พปชร. การันตีชู "บิ๊กตู่" แคนดิเดตนายกฯ ไม่ไปไหน ยันไม่แย่งเก้าอี้ "มท.1" จาก "บิ๊กป๊อก" น้องตัวเอง เลี่ยงตอบ "เศรษฐกิจไทย-รวมไทยสร้างชาติ" เป็นพรรคพันธมิตรกัน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างอารมณ์ดี ถึงสถานการณ์ภายในพรรคพลังประชารัฐ ว่า ไม่มีอะไร ก็บอกแล้วทุกครั้ง มีแต่สื่อไปเขียนกันเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้สบายใจขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า สบายใจทุกที เมื่อถามว่า ที่ระบุจะมีคนมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐเพิ่มขึ้น ตอนนี้มีใครบ้าง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่บอก เอาไว้ใกล้ๆ เวลาก่อน เมื่อถามย้ำว่า มั่นใจจะได้ ส.ส. 150 เสียง ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปตามที่ประกาศไว้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็คิดไว้อย่างนั้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงการขอร้อง ส.ส. ในที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐให้เข้าร่วมประชุมสภาฯ จะทำให้ทิศทางการประชุมสภาฯ หลังจากนี้ดีขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรียบร้อย ความจริง ส.ส. พรรคพลังประชารัฐก็เข้าประชุมกว่า 80 คนทุกครั้ง แต่ก็ขอร้องพรรคอื่นๆ ด้วยให้เข้าร่วมประชุม

เมื่อถามว่า ยืนยันจะอยู่กับพรรคพลังประชารัฐไม่ไปไหนใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวย้ำว่า "ไม่ไปไหน ไม่ไปไหน มีแต่พวกสื่อจะไล่ผมให้ไป และขอยืนยันว่า พรรคพลังประชารัฐไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ"

เมื่อถามว่า คนนอกเริ่มมองว่าพรรคพลังประชารัฐกำลังจะแตกแล้ว พล.อ.ประวิตร ยิ้ม พร้อมกับกล่าวว่า จะแตกอะไรเล่า จะแตกได้อย่างไรก็ตนยังอยู่ ทุกคนก็อยู่กันหลายคน ทั้งนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คลัง ในฐานะรักษาการเลขาฯ พรรค, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ก็ยังอยู่กันทั้งนั้น ยืนยันพรรคยังรักกันเหมือนเดิมไม่มีอะไร

'นายกฯ' ขอ ทุกคนยกการ์ดสูง แม้ไทยติดโควิด-19 หลักหมื่น แต่ยอดผู้เสียชีวิตยังต่ำ - โฆษกรัฐบาล เตือน ซื้อไม้ สวอป หวังเคลมเงินประกัน ผิดอาญา พบผิด ให้บังคับใช้กฎหมาย เคร่งครัด 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะนี้ถึงแม้ว่าผู้ติดเชื้อจะเพิ่มจำนวนขึ้นถึงหลักหมื่นต่อเนื่อง แต่อัตราของผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง และอัตราการเสียชีวิตยังถือได้ว่าค่อนข้างต่ำ นายกรัฐมนตรียังขอประชาชนพยายามระวังตัวเอง โดยเฉพาะจากการสังสรรค์และรวมตัวคนหมู่มาก เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนสามารถแพร่ระบาดได้รวดเร็วมาก การป้องกันตนเองที่ดีที่สุดในขณะนี้คือการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เพื่อเพิ่มภูมิต้านโรค โดยเฉพาะผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง

นายธนกร กล่าวว่า ที่มีกระแสข่าวการซื้อไม้สวอปจากผู้ที่ติดโควิด-19 หวังติดเชื้อเพื่อเคลมประกันนั้น ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เนื่องจากจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพแล้ว หากจงใจทำเพื่อหวังเคลมเงินประกัน ยังถือว่ามีความผิดฐานฉ้อฉลประกันภัย เป็นความผิดทางอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง หากมีความจำเป็น ภาคธุรกิจประกันภัย ก็สามารถใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้โดยจะไม่ถือเป็นการประวิงการจ่ายสินไหมฯ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการฉ้อฉลประกันภัย 

ภาคเอกชนญี่ปุ่น เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ขอบคุณ “บิ๊กตู่” ดำเนินโครงการfactory Sandbox พร้อมเดินหน้าลงทุนต่อเนื่องมั่นใจในนโยบายของรัฐบาล

ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นำนายเท็ตสึ ชิโอซากิ ประธานและกรรมการบริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบ จำกัด (Minebea Mitsumi Inc.) และผู้บริหารบริษัทฯ เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

นายสุชาติ กล่าวว่า เอ็นเอ็มบี-มินีแบ เป็นบริษัทใหญ่ที่มีการลงทุนในประเทศไทยยาวนานต่อเนื่อง และผู้บริหารบริษัทฯ ขอเข้าพบนายกรัฐมนตรีในวันนี้เพื่อขอบคุณการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่ส่งผลให้บริษัทยังดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยและญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมายาวนาน ทั้งในระดับราชวงศ์ รัฐบาล และประชาชน อีกทั้งมีความร่วมมือระหว่างกันในทุกมิติ ซึ่งนายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญและคำนึงถึงภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีความสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รัฐบาลจึงได้ดำเนินโครงการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดในโรงงาน (Factory Sandbox) เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรม ทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่สามารถดำเนินการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง สนับสนุนให้เศรษฐกิจของประเทศไทยสามารถกลับมาฟื้นตัวได้

รวมทั้งยังมีนโยบายที่มีเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2593 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emission) ภายในปี 2608 โดยรัฐสนับสนุนให้เอกชนมุ่งสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low carbon society)

ด้านนายเท็ตสึกล่าวขอบคุณรัฐบาลที่ให้การดูแลและอำนวยความสะดวกภาคเอกชนให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ รวมทั้งมีนโยบายเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนภาคเอกชนต่างประเทศในไทย แม้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มาโดยตลอด โดยเฉพาะการดำเนินโครงการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดในโรงงาน (Factory Sandbox) ทำให้พนักงานทุกคนได้รับการฉีดวัคซีน จนบริษัทสามารถดำเนินการได้เต็มกำลังการผลิต

สามารถจัดส่งชิ้นส่วนที่สำคัญของอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึงอุปกรณ์การแพทย์ จากประเทศไทยไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้อย่างเต็มที่และต่อเนื่อง บริษัทฯ เชื่อมั่นการลงทุนในประเทศไทย ด้วยการดำเนินนโยบายของรัฐบาล และศักยภาพของประเทศไทยที่มีภาคอุตสาหกรรมที่มั่นคง มี Supply Chain ที่มีความยืดหยุ่นและเข้มแข็ง แม้ยังคงต้องเผชิญกับโควิด-19


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top