Sunday, 8 November 2026
POLITICS

ปชป.หนุน บัตรเลือกตั้ง 2ใบ เบอร์เดียวกัน เชื่อพรรคการเมืองหาเสียงง่าย ประชาชนจดจำง่าย

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี บัตรเลือกตั้งสองใบควรเป็นเบอร์เดียวกันหรือไม่ว่า จากการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญซึ่งกำหนดให้มี ส.ส.เขต 400 คนและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน และได้กำหนดให้มีบัตรเลือกตั้งสองใบคือใบหนึ่งให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือก ส.ส.ในระบบเขต และอีกหนึ่งใบให้เลือก ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ

โดยหลักการแล้วการกำหนดให้มีหมายเลขของผู้สมัครควรที่จะต้องมีหมายเลขเดียวกันทั้งในระบบเขตและในระบบบัญชีรายชื่อ โดยเจตนารมณ์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในกรณีที่จะใช้สิทธิ์เลือกตั้งในระบบบัตรเลือกตั้งสองใบ สามารถจดจำหมายเลขได้ง่าย ไม่สับสน  และจะอำนวยความสะดวกให้กับพรรคการเมืองในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ก็จะจัดการกับกระบวนการเลือกตั้งได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การประชาสัมพันธ์ก็จะสร้างความสัมพันธ์สอดคล้องกันในบรรยากาศของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง

“เพื่อไทย” จี้ รัฐบาล เร่งกอบกู้ศรัทธาจากประชาชนในกระบวนการยุติธรรมกลับคืนแนะ “บิ๊กตู่ ” มีอำนาจล้นมือ อย่าดีแต่แต่งตั้งก.ก.ขอให้ชัดเจนในการปฏิรูปตำรวจอย่าให้ ปชช. เสื่อมศรัทธา

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.อรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าว ระหว่างการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ ว่า ตั้งแต่ปี 2557 ตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรียึดอำนาจมาจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สิ่งแรกที่พลเอกประยุทธ์ประกาศคือการปฏิรูปตำรวจ โดยมีการกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ในมาตรา 258 โดยยืนยันว่าจะทำการปฏิรูปประเทศ ทั้ง 7 ด้าน ทั้งด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมาย โดยระบุเรื่องการปฏิรูปตำรวจไว้เป็นหนึ่งในหัวข้อหลัก รวมทั้งการปฏิรูปด้านการศึกษา การปฏิรูปเศรษฐกิจและด้านอื่นๆ 

แต่เกือบ 5 ปีที่ผ่านมา การปฏิรูปด้านต่างๆไม่มีความคืบหน้า มีการแต่งตั้งคณะกรรมการภายในการปฏิรูปจำนวนมาก ตั้งแต่มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปตำรวจ ไม่ต่ำกว่า 5 คณะ ได้แก่ ชุดที่ 1 คณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในช่วงเดือน ต.ค. 2557  ชุดที่ 2 คณะกรรมาธิการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ในปี 2558  ชุดที่ 3 คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) 

ในปี 2560 มีพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธาน ชุดที่ 4 คณะกรรมการแก้ไขร่างกฎหมาย พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ในเดือน มี.ค. 2561 มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน และชุดที่ 5.คณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ในเดือน มี.ค. 2562  (นายมีชัย ฤชุพันธ์ เป็นประธาน) 

แต่ผ่านมา 4 ปี  11 เดือน 20 วัน มีแต่ความล่าช้า ทำให้เกิดความคลางแคลงและข้อสงสัยว่านายกรัฐมนตรีและทำผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากมีการระบุอย่างชัดเจนในมาตรา 260 ว่าการปฏิรูปตำรวจต้องแล้วเสร็จภายใน 1 ปี แต่ถึงวันนี้ไม่แน่ใจว่าทำไมถึงแผ่วลงไป ทั้งที่พล.อ.ประยุทธ์มีความมุ่งมั่นแน่วแน่  แต่กลายเป็นว่าภาพที่เห็นในปัจจุบันคือการไม่เร่งรัดให้มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว  

“ ปัจจุบันร่างพ.ร.บ.ตำรวจ พิจารณาได้เพียง 40 บาทตราจาก 140 มาตราและยังไม่ได้มีการพิจารณาต่อในสภาผู้แทนราษฎร ทำให้เกิดวิกฤติศรัทธาจากประชาชนที่มีต่อระบบและกระบวนการยุติธรรม หลายครั้งจะเห็นว่าประชาชนตั้งคำถามกับตำรวจว่าได้ทำหน้าที่สุดความสามารถแล้วหรือยัง ทำงานได้คุ้มค่ากับภาษีที่จ่ายไปหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อเกิดคดีสำคัญหรือมีผู้เกี่ยวข้องที่มีชื่อเสียงตำรวจได้มีส่วน ในการตรวจสอบทั้งเรื่องของพยานหลักฐานพยานบุคคล ก็ยิ่งมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย 

"บิ๊กป้อม" พลิกโฉมพื้นที่ริมคลอง  สร้างท่าเรือแข็งแรงปลอดภัย เร่งบำบัดน้ำเสีย เพื่อชาว กทม.

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนฟื้นฟู และพัฒนาในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง จากที่ได้นำร่อง  3 คลองหลัก คือ คลองลาดพร้าว คลองเปรมประชากร และคลองแสนแสบ สำหรับการดำเนินการก่อสร้างเขื่อนริมคลอง มีผลงานรวมทั้งโครงการ คิดเป็นร้อยละ 55.6  ส่วนโครงการบ้านมั่นคง ที่คลองลาดพร้าว สามารถดำเนินการแล้วเสร็จไปแล้วเกินครึ่งกว่าร้อยละ 50.02  คือ 35 ชุมชน 3,536 ครัวเรือน  ส่วนคลองเปรมประชากร ดำเนินการไปแล้วร้อยละ 12 คือ 5 ชุมชน 774 ครัวเรือน ขณะที่คลองแสนแสบ มีแผนฟื้นฟูสภาพแวดล้อมกว่า 30 โครงการ ทั้งการสร้างท่าเรือที่มั่นคงแข็งแรงเพื่อสร้างความปลอดภัย การจัดการกับตะกอนท้องคลอง จัดเก็บขยะและวัชพืช บำบัดน้ำเสีย และปรับปรุงสภาพแวดล้อมริมคลอง ให้ถูกสุขลักษณะที่ดี

โฆษกรัฐบาลเผย 'นายกฯ' เดินหน้าแก้ไขปัญหา PM 2.5 กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง พร้อมชื่นชมเจ้าหน้าที่และประชาชนที่ร่วมกันแก้ไขปัญหาจนผลกระทบลดลง

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่รัฐบาลได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหามลภาวะด้านฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ โดยเน้นย้ำให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองทั้งในกรุงเทพฯ และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั่วทั้งประเทศ ซึ่งนายกรัฐมนตรีห่วงใยผลกระทบที่อาจส่งผลถึงชีวิตความเป็นอยู่ และสุขภาพของประชาชน ซึ่งเกิดจากปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 และมลพิษทางอากาศ

โดยได้กำชับให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” ซึ่งจากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษพบว่า นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 – 23 มีนาคม 2565 ได้มีการตรวจสอบตรวจวัดควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารทั่วประเทศ และปรับปรุงค่ามาตรฐานควันดำโดยเพิ่มความเข้มงวดและประสิทธิภาพการแก้ปัญหา PM 2.5 จากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทรถยนต์ โดยปรับมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด พ.ศ. 2564 ซึ่งกำหนดค่าความทึบแสงไม่เกินร้อยละ 30 จากเดิมไม่เกินร้อยละ 45 และค่ากระดาษกรองไม่เกินร้อยละ 40 จากเดิมไม่เกิน ร้อยละ 50 หากตรวจพบค่าควันดำเกินกำหนดจะลงโทษเปรียบเทียบปรับสถานหนัก 5,000 บาท และสั่งห้ามใช้รถทันที ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันที่ 13 เมษายนนี้

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับปัญหามลพิษอากาศจากหมอกควันและไฟป่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินโครงการ “ชิงเก็บ ลดเผา” ซึ่งในปี 2564 สามารถดำเนินการเก็บขนเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่ามาใช้ประโยชน์ได้ 2,800 ตัน จากเป้าหมาย 1,000 ตัน ครอบคลุมพื้นที่ 400,000 ไร่ ทำให้จำนวนจุดความร้อนในพื้นที่ลดลงร้อยละ 60 และในปี 2565 มีการดำเนินงานต่อเนื่อง โดยปัจจุบันสามารถเก็บขนเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่ามาใช้ประโยชน์ได้ 1,310 ตัน จากเป้าหมาย 3,000 ตัน และคาดว่าจะสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ตามเป้าหมาย ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ปรับแนวคิดและระบบในการทำงานแบบใหม่ สร้างการรับรู้และความเข้าใจกับชุมชน พร้อมทำงานแบบมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน

"รัฐบาล" ยันดูแลประชาชนทุกกลุ่ม เน้นใช้จ่ายงบประมาณใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง "ย้ำ" เสถียรภาพการคลังประเทศยังแข็งแกร่ง "ฟุ้ง"เสถียรภาพเศรษฐกิจยังเข้มแข็งขับเคลื่อนได้ คาดการขยายตัวภาคการส่งออกไทยปีนี้จะอยู่ที่ 5-10%

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญกับการดูแลช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ควบคู่กับทำให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าได้ รวมถึงออกมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งยูเครน-รัสเซีย แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนด้านต่าง ๆ ทั้งด้านพลังงานและเชื้อเพลิง ค่าครองชีพ ด้านขนส่ง แรงงานและนายจ้าง โดยมุ่งเน้นให้การใช้จ่ายงบประมาณที่มีอยู่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ และอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การบริหารจัดการที่เป็นไปอย่างมีระบบ มีแผนงาน/โครงการที่ชัดเจน ทำให้ขณะนี้ฐานะทางการเงินการคลังของประเทศไทยยังมีเสถียรภาพที่เข้มแข็ง โดยเสถียรภาพด้านการคลังดูได้จากการบริหารรายได้และรายจ่ายของภาครัฐ ซึ่งฐานะทางการคลังของรัฐบาลตัวเลขล่าสุดใน 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2565 (ตุลาคม 2564 – กุมภาพันธ์ 2565) ระดับอัตราเงินคงคลังปลายงวดอยู่ที่ประมาณ 400,000 ล้านบาท ซึ่งลดลงตามดุลเงินสดที่ขาดดุลอยู่ในขณะนี้และเป็นไปตามดุลงบประมาณ  

นายธนกร กล่าวว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2565 รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น จำนวน 901,414 ล้านบาท ในขณะที่มีการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งสิ้น 1,429,194 ล้านบาท โดยรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล จำนวน 394,465 ล้านบาท ซึ่งในปี 2565 ได้ตั้งงบประมาณขาดดุลไว้ที่ 700,000 ล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลังปลายงวด ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 418,588 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับที่รัฐบาลได้มีการกำหนดสภาพคล่องไว้อยู่ที่ประมาณ 400,000 – 500,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพพียงพอ ทั้งนี้ การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลคาดจะเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดคือ 2.4 ล้านล้านบาท ขณะที่ทุนสำรองระหว่างประเทศในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2565 ยังมีความเข้มแข็งอยู่ที่ประมาณ 245,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอยู่ในระดับสูงและสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ 

นายธนกร กล่าวว่า ขณะเดียวกันเสถียรภาพทางด้านราคา ซึ่งดูจากอัตราเงินเฟ้อที่วัดจากดัชนีผู้บริโภคนั้น อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2565 ปรับตัวสูงขึ้นจากราคาพลังงาน โดยเดือนมกราคม อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 3% และเดือนกุมภาพันธ์ อัตราเงินเฟ้อประมาณ 5% แต่หากดูอัตราเงินเฟ้อที่ไม่รวมเรื่องพลังงานกับอาหารสด อัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 0.5 ในเดือนมกราคม และเดือนกุมภาพันธ์ อัตราเงินเฟ้อเพิ่มที่ 1.8 ซึ่งรัฐบาลก็ได้เข้ามาดูแลช่วยเหลือประชาชนระยะสั้นในการลดต้นทุน และการช่วยเหลือค่าครองชีพต่าง ๆ ผ่าน 10 มาตรการสำคัญโดยพุ่งเป้าเน้นช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริง

พร้อมมีการติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับมาตรการต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในระยะต่อไป ส่วนอัตราการว่างงานในไตรมาสที่ 4 ปี 2564 ปรับตัวลงมาอยู่ที่ร้อยละ 1.6 ของแรงงานรวม ซึ่งเป็นผลมาจากที่รัฐบาลได้มีการผ่อนคลายมาตรการและเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามนโยบายเปิดประเทศของรัฐบาลเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา รวมไปถึงการดำเนินโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ผู้ประกอบการด้านโรงแรมสามารถกลับมาเริ่มดำเนินกิจการและรักษาการจ้างงานได้ รวมทั้งประชาชนมีความมั่นใจที่จะเดินทางมากขึ้นภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุขป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 

"บิ๊กตู่' สั่งดูแลเส้นทางจราจรงาน "มอเตอร์โชว์" ลดปัญหาการจราจรคับคั่ง พร้อมติดตามการให้บริการผู้ป่วยโควิด – 19 อย่างครอบคลุม "เจอ แจก จบ" ดูแลผู้ป่วยไปแล้วเกือบ 7 แสนราย สธ. เผยพบ 92% พึงพอใจในระดับมากถึงมากที่สุด

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกในเส้นทางจราจร ที่จะเดินทางไปงานมอเตอร์โชว์ อิมแพค เมืองทองธานื เพื่อลดปัญหาจราจรติดขัดบนทางด่วน   หลังได้รับรายงานเมื่อวานนี้ ตั้งแต่เปิดงาน-ช่วงบ่ายมีรถสะสมบนทางด่วนกว่า 400 เมตรและการจราจรติดขัดบนทางด่วนนายกว่า 30  นาที วันเดียวกันนี้  (27 มี.ค.) ซึ่งยังเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ คาดว่า จะมีประชาชนเข้าร่วมชมงานเป็นจำนวนมาก  จึงขอให้ทั้งตำรวจภูธร จ. นนทบุรี การท่าพิเศษแห่งประเทศไทยร่วมจังหวัดนนทบุรี ติดตามสภาพการจราจร เพื่ออำนวยความสะดวกการเดินทาง ใช้รถ ใช้ถนนของประชาชน ขณะเดียวกัน ยังกำชับให้ผู้จัดงานและเจ้าหน้าที่ประจำบูธภายในงาน ต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขในการป้องการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างเคร่งครัด รวมทั้งประชาชนที่จะเข้าร่วมชมต้องป้องกันตนเองขั้นสูงสุดด้วย

"นายก ฯ ใส่ใจ ห่วงใยประชาชนที่วางแผนจะไปชมงาน มอเตอร์โชว์ หรือกิจกรรมต่างๆ ในช่วงนี้การ์ดอย่าตกและเน้นดูแลตนเองขั้นสูงสุด  พร้อมย้ำผู้จัดงาน ประสานทุกหน่วยงาน เตรียมความพร้อมเส้นทางจราจร สถานที่จอดรถ ไม่ให้กระทบต่อประชาชนที่สัญจรไปมาตามปกติ ที่สำคัญต้องปฏิบัติตามมาตรความปลอดภัยสาธารณสุข ที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของ ศบค. ในการควบคุมและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างเคร่งครัดด้วย"  นายธนกรกล่าว

ราชกิจจาฯ ประกาศ กำหนดวันเลือกตั้ง ทั้ง ‘ผู้ว่าฯ กทม. - นายกเมืองพัทยา’ ภายใน 60 วัน

วันที่ 25 มีนาคม 2565 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง จำนวน 2 ฉบับ ทั้งนี้ ฉบับแรก เรื่อง กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นสมควรให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นของกรุงเทพมหานครนั้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2562 และมาตรา 142 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงออกประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยให้จัดการเลือกตั้งสมาชิก

'พลังธรรมใหม่' ฉะ 'วิโรจน์' ทวงคืนสนามหลวงให้ใคร จี้ หยุดสร้างวาทกรรมใส่ร้ายสถาบันฯ

วันที่ 25 มี.ค. 65 นายมหัศจักร โสดี โฆษกพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงกรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคก้าวไกล ประกาศจะคืนสนามหลวงให้คนกรุงเทพ โดยอ้างความเท่าเทียมว่า ก่อนอื่นนายวิโรจน์ต้องหยุดเพ้อเจ้อ อย่าพูดเอาแต่ความมันส์ หรือคันปาก อยากจะพูดอะไรก็พูด เมื่อนายวิโรจน์ลาออกจาก ส.ส. มาเป็นผู้สมัครพ่อเมืองของคนกรุงเทพฯ ก็ต้องทำตัวให้เหมาะสม สนามหลวงก็เป็นของคนไทยทั้งประเทศอยู่แล้ว เพราะเป็นเจ้าของประเทศแล้วจะทวงคืนจากใครไปให้ใคร แต่ในรายละเอียดสนามหลวงหรือทุ่งพระสุเมรุ หรือทุ่งพระเมรุเป็นพื้นที่เขตพระราชฐานใช้เป็นสถานที่จัดพระราชพิธีต่างๆ เช่น พิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ เป็นต้น

‘สกลธี’ เปิดนโยบายหาเสียง 6 ด้าน ชูสโลแกน ‘กรุงเทพดีกว่านี้ได้’

นายสกลธี ภัททิยกุล ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในนามอิสระ แถลงข่าวเปิดตัวนโยบายในการหาเสียงภายใต้สโลแกน “กรุงเทพดีกว่านี้ได้” โดยหลังจากวันนี้จะทยอยเปิดนโยบายในแต่ละเรื่อง โดยลงลึกไปในรายละเอียดสัปดาห์ละเรื่อง

“ไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่ซึ่งผู้ว่าฯ แต่ละคนได้ทำมาแล้วจะไม่ดี แต่มองว่าในอนาคตจะมีการบริหารจัดการให้ดีกว่าเดิม…ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ตั้งใจเต็มที่ ถ้าคนกรุงเทพฯ อยากเห็นคนทำงานที่มีพลังในการทำงาน และมีสไตล์การทำงานที่ไม่ได้นั่งอยู่ในห้อง แต่ลงไปลุยกับปัญหาก็ฝากผมไว้คนหนึ่ง” นายสกลธี กล่าว

สำหรับนโยบายในการทำงานประกอบด้วย 6 ด้าน คือ

1.) การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อให้คนหันมาใช้บริการมากขึ้น ได้แก่ จัดรถโดยสารไฟฟ้ามาวิ่งบริการเพื่อขนคนเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า, นำระบบ AI เข้ามาช่วยในการจัดการจราจรให้สัมพันธ์กับปริมาณรถเพื่อแก้ปัญหารถติด, นำเรือโดยสารไฟฟ้ามาให้บริการขนคนเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าในเส้นทางใหม่เพิ่มเติม, สร้างรถไฟฟ้าเพิ่มเติม เช่น บางนา-สุวรรณภูมิ วัชรพล-ทองหล่อ, การบังคับใช้กฎหมาย เช่น จัดระเบียบซากรถที่จอดทิ้งกีดขวางทางจราจร

2.) การพัฒนางานด้านสาธารณสุขให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น เช่น การยกระดับศูนย์สาธารณสุข 69 แห่งให้เป็นสมาร์ตคลินิก โดยนำระบบเทเลเมดิซีนมาใช้งาน สามารถขอรับคำปรึกษาทางโทรศัพท์ และจัดส่งยาให้ถึงบ้านได้ พร้อมทั้งเพิ่มจำนวนศูนย์สาธารณสุขให้เพียงพอกับจำนวนประชาชน, ยกระดับโรงพยาบาล 11 แห่ง ให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทาง จากปัจจุบันที่มีโรงพยาบาลบางขุนเทียนที่เป็นโรงพยาบาลสำหรับผู้สูงอายุเพียงแห่งเดียว, นำระบบโฮมมอนิเตอริ่งมาช่วยในการดูแลผู้สูงวัย เพื่อลดภาระให้กับลูกหลาน

'อุ๊งอิ๊ง' เปิดใจ 'วู้ดดี้' ซัด!! รัฐบาลนี้ทำประเทศถอยหลัง แย้ม!! 'ทักษิณ' กลับเมื่อไร ถึงเวลาจะรู้เอง

'อุ๊งอิ๊ง-หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย' เปิดใจ 'วู้ดดี้' อยากเห็นการเปลี่ยนรัฐบาล ซัด ทำประเทศถอยหลัง ประชาชนลำบาก เศรษฐกิจไม่ดีเหมือนยุค 'คุณพ่อ' เผย ณ วันนี้ยังไม่พร้อมเป็นนายกฯ แย้ม 'ทักษิณ' กลับมารูปแบบไหน บอก ถึงเวลาจะรู้เอง 

25 มี.ค. 65 - น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม และหัวหน้าครอบครัว พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Woody Exclusive ซึ่งสัมภาษณ์โดย วู้ดดี้-นายวุฒิธร มิลินทจินดา พิธีกรชื่อดัง ผ่านทางยูทูบ ซึ่งมีความยาวประมาณ 20 นาที มีหลายช่วงหลายตอนที่น่าสนใจ เช่น เรื่องข้อสอบ การสอบเอ็นทรานซ์เข้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บทบาททางการเมือง ความพร้อมที่จะเป็นนายกฯ หรือไม่ อยากให้มีการเปลี่ยนรัฐบาลหรือไม่ การกลับประเทศของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและบิดา จะกลับมาในช่วงเวลาใด รวมไปถึงเหตุการณ์ตอนรัฐประหาร 19 กันยา 2549 โดยตลอดการให้สัมภาษณ์มีนางพินทองทา คุณากรวงศ์ พี่สาว คอยให้กำลังใจตลอดเวลาระหว่างการให้สัมภาษณ์ที่โรงแรม Rosewood Bangkok ซึ่งเป็นโรงแรมหรู ที่มีนางพินทองทา เป็นเจ้าของ

ช่วงแรกน.ส.แพทองธาร ได้พูดถึงการเติบโตมาในครอบครัวชินวัตร สิ่งที่ได้เรียนรู้จากคุณพ่อนั้น ภูมิใจที่คุณพ่อเก่ง มีอะไรถามได้ เป็นที่พึ่ง ตอน 8 ขวบ คุณพ่อเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ เคยเข้าไปนั่งถ่ายรูปในกระทรวง ตอนอายุ 14 ปี คุณพ่อเป็นนายกฯ ในครอบครัวอบอุ่นมาก ไม่ได้รู้สึกว่าจะเป็น somebody มากๆ ไม่รู้สึกขนาดนั้น สิ่งที่เรียนรู้จากพ่อคือ การมีสติ ทำให้เราต้องรู้ตัวตลอดเวลา อะไรคือของจริง อะไรคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ณ ปัจจุบัน ซึ่งตอนนั้นก็โดนเยอะ อย่างข่าว มหาวิทยาลัย ข่าวอะไรก็คงออกไปเยอะ เป็นข่าวเชิงลบกับเรา แรกๆ รู้สึกจิตใจพังเยอะ แต่ครอบครัวเป็นกำแพงให้ รู้สึกว่า เหมือนเราไม่ได้อยู่คนเดียว คุณพ่อกับคุณแม่เขาจะมีวิธี การสื่อสารระหว่างครอบครัวเยอะ ไปค้นหาในอดีตยังมีเรื่องเอนทรานซ์โผล่ขึ้นมา ล่าสุดในอินสตาแกรมส่วนตัว ระบุว่า เรื่องนี้มันก็เก่ามากแล้ว เราผ่านกระบวนการของการสอบสัมภาษณ์ทุกอย่าง เขาสืบสวน สอบสวนหมดแล้ว เราก็เข้าเรียนได้ปกติ แล้วก็จบมา 4 ปี ตามปกติ

เมื่อให้เล่าย้อนอดีตไปถึงความรู้สึกกับการเมืองช่วงแรกๆ เธอได้อธิบายด้วยท่าทางอารมณ์ดีพร้อมกับระบุว่า อยากเป็นลูกรักพ่อเนาะ เป็นลูกสาวคนเล็ก อะไรที่พ่อทำเราก็ต้องชอบหมด (หัวเราะตาหยี) เหมือนเป็นการเอาใจนิดนึง พ่อไปตีกอล์ฟร้อนมากแต่ก็ไปด้วย การเมืองคือสิ่งที่พ่อทำ มันก็เลยทำให้เราอยากรู้ อยากเข้าใจแล้วก็อยากที่จะเหมือนอยู่เคียงข้างพ่อไปตลอด นึกขึ้นมาเหมือนเราจะไม่ชอบการเมือง มันไม่ได้รู้สึกแบบนั้น สิ่งที่พ่อสอนตลอดคือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต พูดเสมอว่า เราอย่าเป็นน้ำเต็มแก้ว แม้เราจะรู้สึกคุณพ่อเก่ง บางทีไม่เคยรู้สึกว่า ฉันเก่งที่สุดในห้อง ไม่เคยเป็น ก็จะเล่าเรื่องไปเจอคนนั้นคนนี้มา คนนั้นเก่งมาก คนนี้เก่งมาก เป็นสิ่งที่รู้สึกว่าโอเคมากๆ เราอยากจะเรียนรู้ไปตลอดชีวิต จะถ่ายทอดให้ลูกต่อ ให้หลานต่อ เราไม่ต้องกลัวที่จะเรียนรู้ เรียนรู้ไปเลย ในสิ่งที่เราไม่รู้

พิธีกรถามถึงเรื่อง Passion ในวันนี้ นส.แพทองธาร กล่าวว่า ตั้งแต่มีลูก อยากทำให้ประเทศน่าอยู่สำหรับลูกเรา อีกหน่อยลูกเราจะมีเวทีหรือไม่ หากอยากจะแสดงศักยภาพเขาขึ้นมา

ถามว่า อยากให้อะไรเกิดขึ้นเร็วที่สุด สำหรับประเทศชาติบ้านเรา หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ตอบทันทีว่า อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลค่ะ คิดว่ารู้สึกว่า มันนานล่ะที่มันเป็นอยู่แบบนี้ คิดว่าประเทศมันต้องไปต่อ มันต้องไปต่อ ตอนนี้มันถอยหลังอย่างเดียว จากการที่คุณพ่อออกไป ประเทศหรือเศรษฐกิจทุกอย่าง ก็ยังไม่เคยดีเท่าวันนั้น

"นายกฯ" นั่งหัวโต๊ะประชุมสภาทหารผ่านศึก​เดินหน้าขับเคลื่อนงาน​ อผศ.​  เร่งขยายผล "โคก​หนอง​นา" ปรับเงินช่วยเหลือเพิ่มกรณีประสบภัยพิบัติ

เมื่อวันที่​ 25 มี.ค.2565​  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี.และ รมว.กลาโหมในฐานะประธานสภาทหารผ่านศึก เป็นประธานการประชุมสภาทหารผ่านศึก ครั้งที่1/2565 พร้อมด้วย พล.อ.​ ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม และพลเอก สัณทัศน์ นันทิภาคย์หิรัญ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 

โดยที่ประชุมได้รายงานผลการจัดกิจกรรมวันทหารผ่านศึกประจำปี2565 การขยายผลโครงการต้นแบบขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยใช้รูปแบบ “โคก หนอง นา” และผลการปฏิบัติงานขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ (อผศ.) อาทิการแก้ไขข้อบังคับสภาทหารผ่านศึกเพื่อปรับวงเงินในการช่วยเหลือเพิ่มขึ้นในกรณีประสบภัยพิบัติ การออกหน่วยเคลื่อนที่ของหน่วยกายอุปกรณ์ การพัฒนาระบบฐานข้อมูลของทหารผ่านศึกและครอบครัว รวมทั้งโครงการต่างๆที่ดำเนินการ เช่น โครงการปลูกด้วยรัก พักด้วยใจ เป็นการสร้างที่อยู่อาศัยให้กับทหารผ่านศึกที่ประสบปัญหาด้านที่อยู่อาศัย

“อนุทิน” ไขปม ปชช.ถูกจับมีกัญชา 1 ต้นไว้รักษาตัวเอง นักกม. ยัน ประมวลกม.ยาเสพติดเขียนชัด ไม่เป็นยส.5 แล้ว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวชาวบ้านถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม พร้อมแจ้งข้อหาครอบครองยาเสพติดให้โทษ เป็นต้นกัญชาเพียง 1 ต้นเพื่อรักษาตัว ว่า ทางกระทรวงสาธารณสุข ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้หารือกับเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้ข้อสรุปตรงกันว่า หลังจากที่ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ปลดล็อกทุกส่วนของกัญชา กัญชง เว้นสารสกัดที่มีค่า THC มากกว่า 0.2% โดยน้ำหนัก ให้พ้นจากความเป็นยาเสพติด เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ในการรักษาตั้งแต่ระดับครัวเรือน โดยจะมีผลบังคับใช้อีก 120 วัน คือ 8 มิ.ย.65 ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย ชี้ว่ากัญชาไม่ผิดกฎหมาย ไม่เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 5 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 แม้ประกาศกระทรวงสาธารณสุขปี 2563 ใช้บังคับ แต่ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับประมวลกฎหมายยาเสพติดซึ่งมีศักดิ์สูงกว่า ดังนั้น เมื่อประกาศใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดแล้ว กฎกระทรวงฯ พ.ศ.2563 ซึ่งมีมาก่อน จึงใช้บังคับไม่ได้

“เราเข้าใจดีว่า ในช่วงรอยต่อระหว่างกฎหมายเก่าและกฎหมายใหม่ ความสับสนทั้งจากผู้บังคับใช้กฎหมาย และประชาชนอาจเกิดขึ้นได้ เพื่อประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน และให้สมแก่เจตนารมณ์ของกฎหมาย จึงจะได้เสนอให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กรุณาช่วยสร้างความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานถึงความละเอียดอ่อนในช่วงเวลานี้ เพื่อไม่ให้มีการจับกุมชาวบ้านที่จะถูกมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งรังแกประชาชนได้” นายอนุทิน กล่าว

ชมรม รพ.สต. บุกทำเนียบ กดดัน บิ๊กตู่ เร่งถ่ายโอน รพ.สต. ให้อบจ. ในปีงบฯ66 ลั่น 'หากพรรคไหนดูแลเรา ให้เราไปดูแลประชาชนได้ เราพร้อมสนับสนุน'

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ จึงตระกูล ประธานชมรมผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต. (ประเทศไทย ) พร้อมด้วย สมาชิก รพ. สต. จังหวัดต่างๆ ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อขอให้พิจารณาทบทวน มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 15 มีนาคม 2565 ที่ได้เห็นชอบกรอบวงเงินปีงบประมาณ 2566 เพื่ออุดหนุน ให้แก่รพ. สต ถ่ายโอน จำนวน 3,384 แห่ง บุคลากรสมัครใจ 22,265 คน 

โดยทางชมรมเห็นว่า รายละเอียดกรอบวงเงิน ที่สำนักงบประมาณเสนอครม.นั้น ไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติ กำหนดแผนและขั้นตอน การกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ. ศ. 2542 และไม่เป็นไปตาม ประกาศคณะกรรมการ กระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในเรื่องหลักเกณฑ์ และขั้นตอน การถ่ายโอนภารกิจ สถานีอนามัย เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2564 ซึ่งไม่เป็นไปตามมติคณะอนุกรรมการบริหารภารกิจถ่ายโอน ด้านสาธารณสุข ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เห็นชอบให้มีการถ่ายโอนภารกิจดังกล่าวให้แก่อบจ 49 แห่ง ในปีงบประมาณ 2566 ซึ่งสำนักงบประมาณ เสนอครม.เห็นชอบตามกรอบวงเงินงบประมาณ ให้มีการถ่ายโอนเพียง 512 แห่ง ทำให้เกิดข้อขัดข้องทางกฎหมาย และไม่เป็นไปตามหลักการกระจายอำนาจ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 

'เพื่อไทย' ติง 10 มาตรการของ 'ประยุทธ์' น้อยไป ไม่ฉลาด ชง 10 มาตรการพท. ให้เปรียบเทียบ

'เพื่อไทย' ติง 10 มาตรการช่วยประชาชนของรัฐบาล น้อยไปและไม่ฉลาด แถมมีเงื่อนไขเต็มไปหมด พร้อมแนะ 10 มาตรการของพท. ที่รัฐบาลสามารถทำได้ทันที ช่วยประชาชนได้อย่างมากและทั่วถึงให้ปชช. ได้เปรียบเทียบ

25 มี.ค. 65 - นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยได้แนะนำและเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนกันอย่างหนักจากปัญหาทางเศรษฐกิจมาตลอด ในที่สุดพลเอกประยุทธ์ ได้ออก 10 มาตรการช่วยเหลือประชาชนออกมา แต่เป็นมาตรการที่ต้องเรียกว่า น้อยไป และ ไม่ฉลาด โดยจะช่วยเหลือประชาชนได้น้อยมาก หรือแทบจะไม่ได้ช่วยเหลือเลย10 มาตรการทำเหมือนกับว่าจะสักแต่ว่าทำ หรือ ถือว่าได้ช่วยแล้วเท่านั้น แต่จะช่วยคนได้น้อยมาก โดยวิเคราะห์ได้ดังนี้

นายกฤษฎา ระบุว่า เรื่องการช่วยเหลือเรื่องก๊าซหุงต้มมียอดเงินช่วยเหลือที่น้อยมาก และยังต้องผ่านบัตรคนจนอีก ทั้งสำหรับประชาชนและสำหรับผู้ค้าหาบเร่แผงลอย และคนที่ไม่ได้มีบัตรคนจนจะไม่ได้รับการช่วยเหลือเลย การช่วยเหลือน้ำมันเบนซินสำหรับมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ขึ้นทะเบียนมีเพียง 157,000 รายเท่านั้น และ ช่วยเพียงเดือนละ 250 บาท เฉลี่ยแล้วเพียงวันละ 8 บาท ซึ่งน้อยมาก การคงราคาก๊าซ NGV มีผลน้อยมาก เพราะผู้ใช้ก๊าซ NGV มีจำนวนไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็น รถบรรทุกบางส่วน และ รถแท็กซี่ที่ใช้ก๊าซ NGV เท่านั้น รวมถึงแท็กซี่มิเตอร์ในโครงการลมหายใจเดียวกันที่ได้ลดราคาก็มีจำนวนคนน้อย

การคงราคาดีเซลต่ำกว่า 30 บาทจนถึงสิ้นเดือนเมษายน ไม่น่าจะเป็นมาตรการที่ออกมาช่วยเหลือ แต่เป็นการเตือนมากกว่าว่าพลเอกประยุทธ์จะไม่ช่วยเหลือสนับสนุนราคาต่อแล้วหลังเดือนเมษายน การบอกว่าจะดูแลราคาก๊าซหุงต้มไม่ให้ขึ้นราคาสูงเกิน ไม่น่าจะเรียกว่าเป็นมาตรการ แต่ต้องเป็นหน้าที่ ส่วนเรื่องเงินสมทบก็เป็นเรื่องที่เล็กน้อยมาก

ดังนั้นจะเห็นได้ว่ามาตรการที่ออกมาแทบจะไม่ได้ช่วยประชาชนเลย แถมมีเงื่อนไขเต็มไปหมด ตอกย้ำผลโพลที่ประชาชนมากกว่า 3 ใน 4 ไม่เชื่อมั่นรัฐบาลพลเอกประยุทธ์แล้ว และ ยิ่งตอกย้ำสิ่งที่พลเอกประยุทธ์พูดเองว่าทำอะไรคนก็หาว่าโง่ โดยมาตรการที่ออกมานี้ดูอย่างไรก็ไม่ฉลาด ในภาวะที่ประชาชนต้องมาเจอกับ ภาวะน้ำมันแพง ก๊าซแพง ไฟฟ้าแพง ข้าวของแพงและเงินเฟ้อสูง ดังนั้นพรรคเพื่อไทยจึงขอเสนอ 10 มาตรการ โดยที่บางเรื่องได้เคยเสนอไว้แล้ว และนำมารวบรวมให้พิจารณากันดังนี้

1.) การลดราคาน้ำมัน ทำได้โดยเร่งพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงอีก 2.99 บาท จะทำให้ดีเซลลดลงได้ 3.20 บาท ให้ลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นไทยเท่าราคาหน้าโรงกลั่นสิงคโปร์ในราคาไม่บวกค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายอื่น อีกทั้งควบคุมค่าการตลาด

2.) การลดราคาก๊าซหุงต้ม ทำได้โดยก๊าซหุงต้มที่ไทยผลิตได้เองจากโรงแยกก๊าซและโรงกลั่นน้ำมัน บมจ. ปตท. ควรรักษาระดับราคาเดิมไว้ไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน โดยให้ บมจ. ปตท. สนับสนุนราคาในส่วนนี้ และพิจารณาปรับราคาเฉพาะก๊าซที่ใช้เติมรถยนต์และก๊าซที่ใช้ในอุตสาหกรรม เก็บเงินอุดหนุนจากก๊าซที่ใช้ในธุรกิจปิโตรเคมี เพื่อนำเงินนี้มาพยุงราคาก๊าซช่วยเหลือประชาชนที่ต้องใช้ก๊าซหุงต้ม เหมือนที่ทำในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

3.) การลดราคาไฟฟ้า ทำได้โดยรัฐต้องเจรจาขอลดค่าความพร้อม สำหรับโรงไฟฟ้าที่สร้างเสร็จแต่ยังไม่ผลิตไฟฟ้า จะทำให้ค่าไฟลดลง รวมถึงลดค่าส่วนต่างของไฟฟ้าที่ซื้อจากโรงไฟฟ้าของเอกชนในราคาถูก แต่ถูกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตนำมาขายให้ประชาชนในราคาแพง จนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีกำไรสะสม 3 แสนล้านบาท การไฟฟ้านครหลวงมีกำไรสะสม 1 แสนล้านบาท ซึ่งควรนำมาช่วยลดรายจ่ายให้ประชาชน

‘เทพไท’ คาใจ ตั้งคำถาม ‘ชัชชาติ-เพื่อไทย’ ฮั้วทางการเมืองในสนามเลือกตั้ง กทม.หรือไม่

วันที่ 25 มี.ค. 65 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ Facebook ส่วนตัว ข้อความว่า เมื่อตอนเย็นวันที่ 24 มีนาคม เวลา 17.30 น. ผมนั่งดูการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ก.ของพรรคเพื่อไทย จำนวน 50 คนใน 50 เขต ผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ มีการเชิญว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ขึ้นปรากฏตัวบนเวที และแนะนำตัวทีละโซน เมื่อแนะนำตัวเสร็จแล้ว จะมีตัวแทนผู้สมัครส.ก.โซนละคน กล่าวคำปราศรัย โชว์วิสัยทัศน์ พูดถึงนโยบายว่าจะทำอะไรให้คนกรุงเทพบ้าง มีการประกาศนโยบายหลายอย่าง ที่คนกรุงเทพฯ ประสบอยู่ แต่พรรคเพื่อไทยส่งแคผู้สมัคร ส.ก.ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ได้ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารโดยตรง การประกาศนโยบายว่า จะทำโน้นทำนี้ออกไป จะให้ใครทำครับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top