Friday, 10 July 2026
POLITICS

น่าห่วง!! ย้อนรอยการสอดไส้ใส่ยาพิษให้เยาวชน บิดเบือนประวัติศาสตร์ผ่านเครื่องมือตามกระแสนิยม

ย้อนรอยการสอดไส้ใส่ยาพิษให้เยาวชน

ใครจะคิดว่าเกมสำหรับเด็กมีการสอดไส้ด้วยข้อมูลเท็จ เพื่อให้เยาวชนซึมซับรับรู้ผ่านการเล่นสนุก โดยที่ไม่รู้ว่าเนื้อหาสาระของเกมคือการบิดเบือนความจริง ล่าสุดมีข่าวฮือฮาเรื่องบอร์ดเกม Patani Colonial Territory ที่ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิคณะก้าวหน้า ประเด็นความน่าเป็นห่วงอยู่ที่การบิดเบือนข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์ เพื่อให้เด็กเกิดภาพจำอันเป็นเท็จ

การบิดเบือนข้อมูลในเกม เช่น เรื่องเอ็นร้อยหวาย ที่ปัจจุบันในวงวิชาการยอมรับว่าเป็นเรื่องแต่งเพิ่มในภายหลังที่ไม่เป็นความจริง แต่สร้างขึ้นเพื่อสร้างความเกลียดชังรัฐสยาม และสถาบันหลักของชาติ เกมนี้จั่วหัวอย่างน่าสนใจว่า นี่คือบอร์ดเกมที่ชวนทุกคนตามรอยประวัติศาสตร์ที่หายไปของปาตานี เป็นผลผลิตของกลุ่ม ‘Chachiluk (จะจีลุ) ร่วมกับสำนักพิมพ์ KOPI โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก Common School มูลนิธิคณะก้าวหน้า 

บอร์ดเกม Patani Colonial Territory ผลิตออกมาทั้งหมด 50 ชุด โดยจะแจกบอร์ดเกมทั้งหมดให้องค์กรต่าง ๆ เน้นที่กลุ่มนักศึกษา เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่มีความอ่อนไหวมาก หน่วยงานด้านความมั่นคงจึงจับตามองเป็นพิเศษ เพราะเกมนี้นำประวัติศาสตร์ที่เป็นประเด็นขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาออกแคมเปญโฆษณาเพื่อดึงเยาวชนเข้ามาเรียนรู้ข้อมูลในเกม 

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะนักการเมืองกลุ่มนี้เจาะกลุ่มเป้าหมายเยาวชนมาโดยตลอด ไม่ใช่เฉพาะแค่เรื่องเกม หากแต่พยายามเปลี่ยนแปลงข้อมูลความจริงในทุกระดับชั้น ด้วยการบิดเบือนหรือใช้ความจริงครึ่งเดียวมาบั่นทอนกร่อนเซาะสถาบันกษัตริย์ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ในระดับการล้มล้างสถาบันอันเป็นเสาหลักของชาติ

หลายครั้งที่ปรากฎข่าวว่ามีนักการเมืองบางพรรคและบางกลุ่ม เข้าไปพูดให้นักเรียนมัธยมฟังในสถานศึกษา ส่วนมากโน้มน้าวให้เกิดประเด็นขัดแย้งเรื่องสถาบันทหารหรือสถาบันกษัตริย์ แม้กระทั่งข้อมูลพื้นฐานบางอย่าง ก็มีทีมงานบิดเบือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขอยกตัวอย่างที่เห็นชัดตัวอย่างหนึ่ง คือโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ซึ่งก่อนหน้านั้นในวิกิพีเดียระบุว่าก่อตั้งโดยหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ต่อมามีการเข้าไปเปลี่ยนชื่อผู้ก่อตั้งเตรียมอุดมศึกษาเป็นจอมพลป.พิบูลสงคราม เมื่อศิษย์เก่าเข้าไปแก้ไขให้ถูกต้อง ก็มักมีการเปลี่ยนกลับมาเป็นชื่อจอมพล ป. พิบูลสงครามอยู่เสมอ

นอกจากนี้ยังมีการบิดเบือนข้อมูลทางประวัติศาสตร์หลายชิ้น เพื่อด้อยค่าสถาบันกษัตริย์ โดยใช้ชุดความคิดที่บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือให้ความจริงแค่ครึ่งเดียวในอดีตนำมาปัดฝุ่นใหม่ เพื่อนำมาสร้างเป็นชุดความคิด ป้อนเยาวชนคนรุ่นใหม่ เช่น มีการอ้างอิงเอกสารชุดหนึ่งว่านำมาจากซีไอเอ นำมาติดแฮชแทคโจมตีในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยกล่าวหาว่าพระองค์เป็นผู้สั่งสังหารนักศึกษา

เอกสารชุดนั้นตัดมาแค่ข้อความไม่กี่บรรทัดในภาษาอังกฤษ เมื่ออ่านฉบับเต็มอย่างไม่มีอคติแล้วพบว่า รัชกาลที่ 9 ไม่มีถ้อยรับสั่งให้ฆ่านักศึกษาแต่อย่างใด แต่หมายถึงต้องการให้ระงับเหตุการณ์รุนแรงในครั้งนั้น เอกสารชุดนี้เขียนขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2517  ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการสั่งสังหารใครเลย เป็นเพียงซีไอเอรายงานให้ประธานาธิบดีรู้สถานการณ์ และการปฏิบัติงานของหน่วยงานอเมริกันในประเทศนั้น ๆ

มีการนำชุดข้อมูลดังกล่าวกลับมาวนฉายซ้ำ ปลุกเร้าให้เยาวชนเกลียดชังสถาบันอย่างถึงที่สุด ไม่เว้นแม้รัชกาลที่ 9 ซึ่งเสด็จสวรรคตไปแล้ว ก็ถูกลากมาก่นด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ข้อมูลชุดนี้นำมาวนหลายครั้งหลายหน พร้อมแฮชแทคประกอบว่ารัชกาลที่ 9 สั่งฆ่านักศึกษา เมื่อเยาวชนคนรุ่นใหม่เสพข้อมูลที่ถูก 'แปล' และ 'แปลง' ให้เชื่อ ก็เชื่ออย่างสนิทใจว่าทุกถ้อยคำคือความจริง จนกลายเป็นเบี้ยหมากในเกมการล้มสถาบันในที่สุด

ช่วงที่ม็อบสามนิ้วออกมาม็อบตามท้องถนน มีการว่าจ้างนักเขียนนิทานคนหนึ่ง ซึ่งมีแนวคิดสนับสนุนม็อบให้เขียนนิยายภาพสำหรับเด็ก โดยเป็นนิทานสำหรับเด็กสี่สี แต่เนื้อหาเต็มไปด้วยการสอดไส้ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเป็ดน้อย แต่เขียนเล่าเรื่องเป็ดที่ตามหาประชาธิปไตย และเติบโตมาพร้อมกับเด็ก ๆ หรือ 10 ราษฎร เป็นเรื่องเล่าถึงผู้คนบนเส้นทางประชาธิปไตย มีการวาดภาพบรรดาแกนนำม็อบให้กลายเป็นฮีโร่ แปลกที่ไม่ยักบอกว่าฮีโร่เหล่านี้กำลังเดินเข้าคุกกันทุกคน

แต่ประเด็นที่โด่งดังและชัดเจนที่สุดคือ หนังสือประวัติศาสตร์ที่บิดเบือนประวัติศาสตร์ของ ณัฐพล ใจจริง รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สองเล่มคือ 'ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ' และ 'ขุนศึก ศักดินา และพญาอินทรี'  

‘บิ๊กตู่’ นำ 3 รมต.ใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ ด้าน ‘สุนทร’ เปิดใจ พร้อมทำตามกรอบนโยบาย

‘บิ๊กตู่’ นำ 3 รมต.ใหม่เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน ด้าน ‘สุนทร’ เปิดใจ ไม่กดดัน พร้อมทำงานตามกรอบนโยบาย แม้เวลาน้อย ยัน ส.ส. กลุ่มปากนํ้า ยังอยู่พปชร. 

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 1 ธ.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดารัฐมนตรีชุดใหม่ 3 ราย ได้แก่ นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายนริศ ขำนุรักษ์ รมช.มหาดไทย เดินทางมาที่ตึกสันติไมตรี เพื่อถ่ายภาพทำบัตรประจำตัวรัฐมนตรี ก่อนที่ในเวลา 17.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จะนำรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯ หลังจากที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต 

ทั้งนี้ รัฐมนตรีใหม่ทั้ง 3 คน มีสีหน้ายิ้มแย้ม ทักทายผู้สื่อข่าวอย่างเป็นกันเอง โดยนายสุนทร ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ขณะที่นายนริศ ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใด ๆ โดยกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า ขอพูดหลังเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ จะเหมาะสมกว่า ก่อนที่จะเปิดโอกาสให้ช่างภาพได้เก็บภาพ 

นายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ ว่า ตนจะตั้งใจทํางานให้ดีที่สุดตามนโยบายของรัฐบาล แม้ช่วงระยะเวลาการทํางานไม่มากเท่าไหร่ แต่จะทําให้ดีตามที่ได้รับมอบหมาย และไม่รู้สึกกดดันอะไร เพราะเคยทํางานท้องถิ่นมาก่อน และตลอดระยะเวลาที่ทํางานท้องถิ่นมาไม่น้อยกว่า 40 ปี เริ่มตั้งแต่ผู้ช่วย ส.ส. สมัยที่นายวัฒนา อัศวเหม เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง จากนั้นตนเข้ามาเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยเป็นรองประธานสภา เลขาธิการสภา และต่อมาเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า การทํางานระดับท้องถิ่นและระดับกระทรวงต่างกันหรือไม่ นายสุนทร กล่าวว่า ในกรอบการทํางานคล้ายกัน โดยมุ่งเน้นพัฒนาท้องถิ่นและประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า ให้ประชาชนกินดีอยู่ดี มีรายได้ และทําตามกรอบที่รัฐบาลวางเป้าหมายไว้ 

‘บิ๊กป้อม’ สั่งเพิ่มพื้นที่แก้มลิงแก้ปัญหาน้ำท่วม กำชับรับมือน้ำท่วมภาคใต้ พร้อมเร่งเยียวยา ปชช.

พล.อ.ประวิตร เร่งฟื้นฟู เยียวยา พื้นที่ภาคอีสาน/ภาคกลาง หลังน้ำลดพร้อมถอดบทเรียน  สั่งระบายน้ำออกจากทุ่งเพิ่มแก้มลิง แก้ปัญหาเร่งด่วนลุ่มเจ้าพระยา ย้ำเฝ้าระวัง พื้นที่เสี่ยงฤดูฝนภาคใต้ทุกแห่ง 

(1 ธ.ค. 65) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม คณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 4/2565 ณ ห้องประชุมมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ที่ประชุมได้รับทราบ ผลการดำเนินงานตาม 13 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2565 ซึ่งภาพรวมมีความคืบหน้าตามแผนงานด้วยดี สามารถแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้เป็นพื้นที่บริเวณกว้าง และขณะนี้ทุกภาคของประเทศไทยได้สิ้นสุดฤดูฝน ยกเว้นภาคใต้ฝั่งตะวันออก ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัด (สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส) และรับทราบความก้าวหน้า 10 มาตรการ รองรับฤดูแล้ง ปี2565 /2566 ซึ่งยังคงดำเนินการ อย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน ตามแผนงานของ สทนช. รวมถึงรับทราบ สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้และแนวทางการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนบางลาง ปี 2565 เพื่อลดผลกระทบที่มักจะเกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าสู่บ้านเรือนประชาชน และพืชสวนการเกษตร 

'สุรเชษฐ์' โอด!! 'สภาปัดถก-ปิดประตูคำตอบ' กรณีส่วนต่างรถไฟฟ้าสายสีส้ม 68,613 ล้านบาท

‘สุรเชษฐ์’ ผิดหวัง ไม่ได้คำตอบกรณีส่วนต่างรถไฟฟ้าสายสีส้ม 68,613 ล้านบาท เตรียมส่งจดหมายถามครม.

(1 ธ.ค. 65) สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ระบุว่าตนได้ติดตามกรณี แถลงข่าวความคืบหน้ารถไฟฟ้าสายสีส้มมาโดยตลอด หลังพบความผิดปกติทั้งการฮั้วประมูล เปลี่ยนเกณฑ์การประมูลอย่างมีผลต่อการแพ้ชนะ ซึ่งความผิดปกตินี้จะทำให้รัฐเสียหายสูงถึง 68,613 ล้านบาท และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สุรเชษฐ์ได้ยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่อขอตรวจสอบความผิดปกติดังกล่าว แต่ก็ล่มไปด้วยการโหวตของคว่ำของส.ส.ฝั่งรัฐบาล

สุรเชษฐ์ ยอมรับว่า ตนผิดหวังที่สภาปัดตกไม่ให้มีการพูดคุยถึงกรณีส่วนต่างดังกล่าว สุรเชษฐ์ ยังย้ำอีกว่า พรรคก้าวไกลและตนได้ยื่นหนังสือไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อรับทราบข้อเท็จจริง กรณีรถไฟฟ้าสายสีส้ม ว่าจะมีความเสียหาย 68,000 ล้านบาท 

สุรเชษฐ์ ยังกล่าวย้ำว่า ตนจะส่งหนังสือไปยังรัฐมนตรีรายบุคคลว่า ควรอ่านรายละเอียดของกรณีรถไฟฟ้าสายสีส้ม หรือต่อให้ไม่ว่างจริงๆ ก็ควรที่จะให้ทีมงานช่วยอ่านให้ฟัง เพราะกรณีนี้สร้างความเสียหายต่อรัฐอย่างมาก และก็ได้มาแถลงต่อหน้าสื่อมวลชน ว่าจะมอบหนังสือเพื่อตรวจสอบกรณีรถไฟฟ้าสายสีส้ม โดยมีเนื้อหา ทั้งหมด 7 ประเด็น ที่ทำให้คณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมต้องออกมาชี้แจงด้วยตนเอง ดังนี้...

ประเด็นที่ 1 การเปลี่ยนเกณฑ์ประมูลกลางอากาศที่มีนัยสำคัญต่อการแพ้ชนะต่อการประมูล 

ประเด็นที่ 2 การยกเลิกการประมูลครั้งก่อนเมื่อ 2563 ที่ศาลปกครองระบุแล้วว่า เป็นการยกเลิกมิชอบด้วยกฎหมาย

‘อิ๊ง’ เตรียมโชว์วิสัยทัศน์ ลุยแลนด์สไลด์ทั่วประเทศ ภายใต้แคมเปญ ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน’

วันที่ (1 ธ.ค. 65) เวลา 10.15 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และน.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค ร่วมแถลงข่าวประกาศเปิดการรณรงค์เลือกตั้งพรรคเพื่อไทย

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ในวันที่ 6 ธ.ค.นี้ พรรคเพื่อไทยจะจัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี ภายใต้ชื่องาน ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน’ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) และกรรมการสรรหาแทนตำแหน่งที่ว่างลง นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมที่สำคัญคือการเปิดรณรงค์การเลือกตั้ง ประกาศคิกออฟแคมเปญการเลือกตั้งปี 2566 ของพรรคเพื่อไทย

งานเข้า!! เพจดังแฉ 'อุ๊งอิ๊ง - SC ASSET' เป็นเจ้าของหมู่บ้านทุนจีน โยง 'สีเทา'

'เพจดัง' แฉ อดีตบิ๊กสีกากียุค 'ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ' หนุนออกสัญชาติไทยให้ 'ตู้ห่าว' พบหมู่บ้านทุนจีน โยง 'สีเทา' มีโครงการของ SC ASSET - 'อุ๊งอิ๊ง' หุ้นใหญ่ด้วย 

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง หลังจากเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 65 เพจเฟซบุ๊ก The METTAD ได้แชร์วิดีโอจากเพลย์ลิสต์ TOP HIGHLIGHT พร้อมข้อความระบุว่า...

ตำรวจค้นรังหมู่บ้านหรูเครือข่าย 'ตู้ห่าว' ยึดเงินสดรถหรูแหล่งกบดานมาเฟียทุนจีนโยงอสังหาฯ คนตระกูลชินฯ ถึงว่าทำไม 'พท.' รูดซิปปาก รัฐบาลล้างบางทุนจีนสีเทา เพราะมีอดีตบิ๊กนายพลสีกากียุค 'ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ' หนุนหลังออกสัญชาติไทยให้ 'ตู้ห่าว' เปิดทางสะดวกเข้ามาทำธุรกิจสีเทา จึงเงียบเป็นเป่าสากไม่โจมตีรัฐบาล กลัวจะเข้าเนื้อตัวเอง

ก่อนหน้านี้ เพจเฟซบุ๊ก The METTAD โพสต์ภาพกราฟิกเชื่อมโยงความไม่ชอบมาพากล พร้อมข้อความ ระบุด้วยอีกว่า...

“พอทุนจีนเริ่มสนุกขึ้น แต่สื่อกลับเงียบปาก
ฝาก Thai PBS สื่อน้ำดี ขยี้หน่อยครับ”

ด้านเว็บไซต์ สถาบันทิศทางไทย-Thai Move Institute ได้ระบุความเกี่ยวเนื่องของกรณีดังกล่าวด้วยเช่นกันว่า "ข้อเท็จจริง หมู่บ้าน แกรนด์ บางกอก บลูเลอวาร์ด สุขุมวิท ทุนจีนสีเทาเหมาซื้อ พบ 'อุ๊งอิ๊ง' ถือหุ้นใหญ่" ขณะที่ Top News ได้มีการขยายรายชื่อและสัดส่วนผู้ถือว่าหุ้นใหญ่บริษัท SC Asset  ดังนี้...

1. แพทองธาร ชินวัตร ถือหุ้น 28.82%
2. พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ถือหุ้น 27.89%
3. บรรณพจน์ ดามาพงศ์ ถือหุ้น 4.77%
4. คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ถือหุ้น 2.78%

สอดคล้องกับไทยรัฐที่ได้รายงานว่า ตำรวจไปบุกค้นบ้านทุนจีนสีเทาในหมู่บ้าน แกรนด์ บางกอก บลูเลอวาร์ด สุขุมวิท และหมู่บ้านอื่น ข่าวระบุมีการซื้อเหมาเกือบยกโครงการ 50 หลังจาก 66 หลัง โดยหมู่บ้าน แกรนด์ บางกอก บลูเลอวาร์ด สุขุมวิท เจ้าของโครงการ คือ SC Asset ซึ่งมีรายชื่อผู้ถือหุ้น SC Asset อันดับ 1 คือ นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจสนธิกำลังตำรวจ บช.สอท. ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (คอมมานโด) ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ปิดล้อมตรวจค้น 11 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและ จ.สมุทรปราการ เพื่อหาหลักฐานตรวจยึดสิ่งผิดกฎหมายของกลุ่มทุนจีนสีเทา

โดยตำรวจกระจายกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายเครือข่ายกลุ่มทุนจีนสีเทา 10 หลัง ในโครงการบ้านหรู 4 แห่ง ประกอบด้วย บ้านหรู 4 หลังในหมู่บ้านแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด สุขุมวิท ซอยแบริ่ง-ลาซาล ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นโครงการบ้านหรูหลังละกว่า 50 ล้านบาท 

ขณะที่บ้านหลังที่ 5 และ 6 อยู่ในหมู่บ้านทรูแกรนด์ โมนาโก ซอยกาญจนาภิเษก 50 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม. 

บ้านหลังที่ 7 ม.บุราสิริ วัชรพล ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงออเงิน เขตสายไหม กทม. 

บ้านหลังที่ 8, 9 และ 10 ในหมู่บ้านลดาวัลย์ ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า ถนนราชพฤกษ์ แขวงบางละมาด เขตตลิ่งชัน กทม. 

ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก 7:2 กฎหมายเลือกตั้ง สูตรหาร 100 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ กฎหมายเลือกตั้งสูตรหาร 100 ตราขึ้นถูกต้อง มาตรา 25 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ และมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 ไม่มีข้อความขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 93 และ 94

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ประชุมและมีมติกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาส่งความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 105 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 132 ว่า ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … มาตรา 25 และมาตรา 26 มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 93 และมาตรา 94 หรือไม่ และตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่

'พิธา' ยัน!! ไทยต้องเร่งกระจายอำนาจแบบบิ๊กแบง ก่อนสภาวะกบต้ม พาไทยพินาศแบบไม่รู้ตัว

'พิธา' ชู กระจายอำนาจแบบบิ๊กแบง ปลดปล่อยศักยภาพทั่วประเทศ ชี้ กฎระเบียบรัฐรวมศูนย์ทำไทยชวดเงินช่วยเหลือกองทุนโลกร้อน 

(30 พ.ย. 65) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้อภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 'ปลดล็อกท้องถิ่น' ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และประชาชน 76,591 รายชื่อ เป็นผู้เสนอ โดยพิธากล่าวว่า จากวิกฤติโควิด วิกฤติค่าครองชีพ วิกฤติราคาพลังงานที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าศักยภาพของโครงสร้างรัฐรวมศูนย์แบบปัจจุบันไม่สามารถพาประเทศไปข้างหน้าได้ ประเทศไทยต้องการการเปลี่ยนแปลงอย่างบิ๊กแบง (Big Bang) รัฐราชการรวมศูนย์แบบที่เรามีอยู่ในขณะนี้ พาประเทศต่อไปข้างหน้าไม่ได้อีกต่อไป ไม่ว่าจะในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การเมือง

พิธา กล่าวว่า เกือบทุกคนคงเห็นตรงกัน ว่าประเทศต้องกระจายอำนาจ บางท่านอาจจะไม่เห็นด้วยกับการกระจายแบบ Big Bang โดยมองว่าปฏิบัติได้ยาก แต่ถ้าเราไม่ปฏิรูปในเรื่องที่ยาก ผ่าตัดประเทศเพื่อรักษาโรคเรื้อรัง ประเทศของเราก็จะเป็นกบต้มไปเรื่อยๆ จนพังพินาศไปอย่างไม่ทันรู้ตัว บางท่านอาจมองว่าร่างนี้สุดโต่ง แต่คำว่า 'สุดโต่ง' เป็นเรื่องสัมพัทธ์ ไม่ใช่สัมบูรณ์ เทียบกับในอดีตร่างนี้อาจถูกมองว่าสุดโต่ง แต่เทียบกับสถานการณ์โลกในตอนนี้ ร่างนี้อาจไม่ทันกินด้วยซ้ำไป

พิธากล่าวต่อว่า หากรัฐสภาแห่งนี้ปฏิเสธที่จะรับหลักการของร่างรัฐธรรมนูญปลดล็อกท้องถิ่น ประเทศไทยของเราจะสูญเสียโอกาสอย่างมหาศาลที่จะผ่าตัดพลิกโฉมประเทศไทยใน 3 เรื่อง โอกาสแรกคือ การระเบิดศักยภาพทางเศรษฐกิจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จากที่ประเทศไทยเคยมีเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ 3 เครื่องยนต์ ได้แก่ รถยนต์, อิเล็กทรอนิกส์ และท่องเที่ยว ก็จะกลายเป็น 7,852 เครื่องยนต์ ทุกตำบล ทุกเมือง ทุกจังหวัดที่ถูกปลดล็อกจะสามารถกลายเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ของประเทศไทย

‘อนุสรณ์’ ซัด!! ‘ประยุทธ์’ ปูนบำเหน็จคนใกล้ตัว เชื่อ!! ทำไปเพื่อรักษาอำนาจ ไม่ใช่เพื่อปชช.

(30 พ.ย. 65) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงโฉมหน้าครม.ใหม่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ว่า ประชาชนไม่ได้ประโยชน์และไม่ได้ตื่นเต้นอะไร ตนไม่ได้ออกมารับน้อง แต่เห็นรายชื่อรัฐมนตรีใหม่แล้วสะท้อนธาตุแท้ของพล.อ.ประยุทธ์โดยเฉพาะกรณีการแต่งตั้งนายธนกร วังบุญคงชนะ เป็นรมว.ประจำสำนักนายกฯ ที่ยังเป็น ส.ส.ใหม่ป้ายแดง ไม่มีพรรค ไม่มีพวก ไม่มีประสบการณ์ ถ้าไปถามนายสมศักดิ์ เทพสุทินว่ายังรับนายธนกรเป็นลูกน้องอยู่หรือไม่ อาจไม่มีใครมั่นใจในคำตอบ การปรับครม.รอบนี้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องการปั่นกระแส เรียกเรตติ้ง เพื่อไล่ต้อนคนไปพรรคการเมืองใหม่ที่พล.อ.ประยุทธ์จะไปสังกัด จึงปรับ ครม.แบบปูนบำเหน็จให้เห็นจะจะกันไปเลย ว่าต้องเป็นพวก พล.อ.ประยุทธ์เท่านั้นจึงจะได้รับการส่งเสริมและเติบโตทางการเมือง เหมือนคนต้องการเอาชนะ ต้องการแสดงให้เห็นว่าใครมีปัญหาหรือยืนตรงข้ามพล.อ.ประยุทธ์ จะมีชะตากรรมอย่างไร

'อั้ม เนโกะ' ซัดพรรคอ้างว่า ‘ก้าวหน้า-ก้าวไกล’ แต่ทำตัวล้าหลัง เป็นของปลอมที่ชอบออกตัว

(30 พ.ย. 65) นายศรัณย์ ฉุยฉาย หรืออั้ม เนโกะ ผู้ต้องหาคดีความมั่นคง ซึ่งลี้ภัยอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมแคปรูปทวิตเตอร์ของนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลระบุว่า…

ความทุเรศของนักการเมืองไทยที่สังกัดอยู่กับพรรค กับกลุ่มที่ชอบอ้างว่าตัวเองก้าวหน้า ก้าวไกล แต่กลับทำตัวล้าหลังไปร่วมกิจกรรมกับพรรคการเมืองฝ่ายขวาอนุรักษ์นิยมของเยอรมนี

'มาดาม กทม.' ย้ำ เพื่อไทยได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตบางนา-พระโขนง ไปแล้ว ไม่ได้คิดจะเปลี่ยนตัวแต่อย่างใด

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพมหานครพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ส.ส. กทม. เขตบางนา-พระโขนง พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ระบุถึงความต้องการที่จะร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย ก็ต้องขอขอบคุณ แต่ต้องขอเรียนว่า พรรคมีขบวนการ และคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร กทม. 

จากการสอบถามข้อมูลจากฝ่ายทะเบียนพรรคเพื่อไทย ทราบว่านายสมเกียรติ ยังไม่ได้มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคหรือแจ้งความจำนงค์แต่อย่างไร

พปชร. กางยุทธศาสตร์หาเสียงเลือกตั้งภาคใต้ ชูแคมเปญ ‘รักตู่อยู่กับป้อม’ พร้อมเป็นรัฐบาลต่อ

(30 พ.ย.65) แหล่งข่าวระดับสูงพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ระบุว่า ในช่วงเช้าวันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ ได้มี ส.ส.ที่ตัดสินใจย้ายพรรคได้เข้าไปกราบลา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. ซึ่งพล.อ.ประวิตร ไม่ได้พูดอะไรมากนอกจากกล่าวคำว่า “ขอให้โชคดี” ส่วนในช่วงบ่ายมี ส.ส.พรรค พปชร. ที่แสดงเจตจำนงจะอยู่พรรคต่อ ได้ทยอยเข้าพบ พล.อ.ประวิตร ด้วยเช่นกัน อาทิ ส.ส.กลุ่มภาคใต้  ส.ส.สามมิตร ส.ส.กลุ่มปากน้ำ เป็นต้น

ขณะนี้เดียวกันมีรายงานว่า จะมีการเสริมทีมภาคใต้อีก 1 คน คือ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ที่จะย้ายจากพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) มาเสริมทีมภาคใต้ของพรรค พปชร. ขณะเดียวกันมีการประเมินในพื้นที่แล้วว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จะได้ส.ส.ภาคใต้ จำนวน 6 คน ได้แก่ พัทลุง 1 คน สุราษฎร์ธานี 2 คน ชุมพร 2 คน นครศรีธรรมราช 1คน

รองโฆษกเพื่อไทย ฉะ ‘บิ๊กตู่ - อนุทิน’ เกียร์ว่าง ปล่อย ‘กัญชา คาเฟ่’ ผุดเป็นดอกเห็ด - ไร้ควบคุม

(29 พ.ย. 65) นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า รู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นข่าวในสื่อรายงานว่า นอกจากย่านถนนข้าวสารและอีกหลายแห่งที่อยู่ใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ ยังพบอีกที่ที่เมืองพัทยา แห่กันเปิด ‘กัญชา คาเฟ่’ เพื่อขายกัญชาเพื่อสันทนาการ โดยมีแบบมีใบอนุญาตถูกต้องตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ทั้งที่ไม่ใช่สถานพยาบาล โดยเปิดให้สูบในร้าน ซื้อกลับบ้านโดยอ้างว่า ได้ผ่านการตรวจสอบและดูแลโดยแพทย์แผนไทยมานั่งประจำในร้าน และยังมีแบบที่เปิดขายออนไลน์อย่างเปิดเผย ทั้งหมดเป็นปรากฏการณ์ที่กำลังเดินไปสู่บ่อนทำลายอนาคตของชาติ อยากสอบถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขว่า ใครเป็นคนอนุญาตให้ทำทั้งที่ไม่มีกฎหมายควบคุม ปล่อยให้มีการเปิดธุรกิจขายช่อดอกกัญชามานานหลายเดือน เพิ่งออกกฎกระทรวงออกมาควบคุม ปล่อยให้สังคมไทยกลายเป็นศูนย์กลางการขายช่อดอกกัญชาแบบเสรีอย่างยาวนานได้อย่างไร 

และขอตั้งคำถามไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบการบริหารงานของคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานภาครัฐ เหตุใดจึงปล่อยปละละเลยให้มีการเปิดร้านจำหน่ายกัญชา ปล่อยให้มีการสูบเพื่อสันทนาการ หรือที่จริงแล้วทั้งหมดเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องการและพอใจใช่หรือไม่ การกำหนดเงื่อนไขตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยสมุนไพรควบคุม ในส่วนของช่อดอกกัญชา จะควบคุมผู้ฝ่าฝืนให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องไม่มีความเข้าใจและไม่มีการสั่งการกวดขันจากผู้รับผิดชอบระดับคณะรัฐมนตรีและปลัดกระทรวง

พรรคการเมืองไทย อ้าง ปชต. แต่ส่งไม้ต่อทายาท ไม่ต่างเผด็จการตระกูล ‘คิม’ แห่งเกาหลีเหนือ

ตกลงจะประชาธิปไตยหรือเผด็จการ..โทนี่
นอกจากขีปนาวุธที่คิม จอง อึน ขยันปล่อยรัว ๆ อวดชาวโลกแล้ว ตอนนี้ยังมีเรื่องใหม่ให้โลกจับจ้องแทนจรวดพี่คิม นั่นคือเด็กหญิงหน้าตาน่ารักที่คิมเปิดตัวหลายครั้งหลายหน ช่างสมเป็นพ่อลูกกันจริง ๆ แบบสำเนาถูกต้อง เพราะเปิดตัวลูกสาวในงานการยิงทดสอบขีปนาวุธแบบทิ้งตัวข้ามทวีป (ICBM) รุ่นฮวาซอง-17 ณ สถานที่ยิงขีปนาวุธ ท่าอากาศยานนานาชาติเปียงยาง ในกรุงเปียงยาง

การเปิดตัวครั้งนี้ทำให้ชาวโลกลือกันแซดว่า น่าจะมีการส่งต่ออำนาจอีกรุ่นภายในตระกูลคิมอีก ซึ่งคราวนี้จะเป็นสืบตระกูลเป็นรุ่นที่ 4 แล้ว ลูกสาวของคิม จอง อึนชื่อ จูแอ (Ju Ae) วัย 13 ปี ผู้ซึ่งคิม จอง อึนพาไปตรวจขีปนาวุธข้ามทวีป ICBM  เป็นหนที่สอง และหนนี้ถ่ายภาพหมู่ร่วมกับกองกำลังเกาหลีเหนือ 

ข่าวลือเลยยิ่งแพร่สะพัดไปทั่วโลกว่า นี่คือการเปิดตัวทายาททางการเมืองของคิม จอง อึน เพราะจากนี้อีกไม่กี่ปี คงส่งลูกสาวคนนี้ไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยหรือรับราชการทหาร

นายกฯ เบรกสื่อจี้ถาม 'สุชาติ' ลาออก หลังบอกจะไปทำการเมืองร่วมกัน

(29 พ.ย. 65) พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี​ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสุชาติ​ ชมกลิ่น​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน​ ลาออกจากการเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ​ โดยระบุว่า จะไปทำงานการเมืองกับนายกรัฐมนตรี​ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ยกมือเพื่อปฏิเสธตอบคำถามดังกล่าว

เมื่อถามต่อว่า นายกรัฐมนตรี​ มีความชัดเจนทางการเมืองหรือยัง​ เพราะนายสุชาติ​ ยังย้ำว่า​นายกรัฐมนตรีไปไหนไปด้วย​ นายกรัฐมนตรี​ ก็ไม่ยอมตอบเช่นเดียวกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top