Friday, 10 July 2026
POLITICS

รอดูของจริง!! ‘อนุทิน’ ตอบปม 37 ส.ส.จ่อเข้าภูมิใจไทย ย้ำ พรรคการเมืองเป็นของทุกคน การย้ายเข้าออกเป็นเรื่องปกติ ยัน ไม่ประมาท แม้โพลยกตัวเต็งนายกฯ ‘จะเป็นอะไร ให้ดูหลังเลือกตั้ง’

(13 ธันวาคม 2565) ที่ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าว 37 ส.ส.จากการเมืองต่าง ๆ เตรียมสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยในวันที่ 16 ธันวาคม นี้ ว่า  

วันนั้นจะมีประชุมพรรค พรรคไม่ได้เป็นพรรคที่ปิดกั้น แต่รอให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน ไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะยังไม่เซ็นใบสมัครให้ใคร ซึ่งในนั้น ตามที่เป็นข่าว มันก็มีจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง ตนพูดไม่ได้ จะพูดเมื่อลงนามรับใบสมัครของใครก็ตามที่เป็นสมาชิก ที่เราต้องรีโนเวตพรรค เพราะที่เก่าก็มีอายุมาก และจะมีการปรับปรุงสถานที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักข่าวไปจนถึงการจัดสถานที่ เตรียมการเลือกตั้ง เพราะต้องมีการประชุมกิดขึ้น มันต้องรีโนเวต แต่เค้าโครงเดิม

เมื่อถามถึงการที่บางโพลยกให้เป็นตัวเต็งนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ตอบว่า อยู่ที่ประชาชน จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ต้องดูหลังเลือกตั้ง ที่สุดแล้ว ประชาชนจะเป็นคนตัดสิน แน่นอนว่า เราตั้งอยู่บนความไม่ประมาท เพราะของตายไม่มีในโลก มันก็ต้องขยัน ถ้าไม่ขยัน ก็นำพาอะไรไม่ได้

‘มาดามเดียร์ - ฉาย บุนนาค’ อู้ฟู่ 536 ล้าน ด้าน ‘นราพัฒน์’ แจ้งมีทรัพย์สิน 1.5 พันล้าน

ป.ป.ช. เปิดเซฟ 2 อดีต ส.ส. ‘มาดามเดียร์ - ฉาย บุนนาค’ อู้ฟู่ 536 ล้าน หนี้ 126 ล้าน หนี้เพิ่มหลังพ้น ส.ส. 44 ล้าน ขณะที่ ‘นราพัฒน์’ แจ้งมีทรัพย์สิน 1.5 พันล้าน แต่ตรวจสอบพบเพียง 206 ล้าน

เมื่อวันที่ (13 ธ.ค. 65) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ น.ส.วทันยา บุนนาค กรณีพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2565 โดย น.ส.วทันยา พร้อมด้วยนายฉาย บุนนาค คู่สมรส รวมทั้งบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แจ้งว่ามีทรัพย์สินทั้งสิ้น 536,032,740 บาท หนี้สิน 126,439,294 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินในส่วนของ น.ส.วทันยา 240,075,840 บาท ประกอบด้วย เงินสด 4,200,000 บาท เงินฝาก 2,071,816 บาท เงินลงทุน 7 รายการ มูลค่ารวม 11,736,412 บาท ส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนในกองทุนเปิด เงินให้กู้ยืม 45,362,249 บาท โดยระบุชื่อผู้กู้คือ นายภควันต์ วงษ์โอภาสี น้องชายของ น.ส.วทันยา ที่ดิน 4 รายการ มูลค่ารวม 32,077,500 บาท โดยอยู่ในพื้นที่บางกะปิ 3 โฉนด พื้นที่บึงกุ่ม 1 โฉนด โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 4 รายการ มูลค่ารวม 111,206,460 บาท โดยรายการที่มูลค่าสูงสุดแจ้งว่าเป็นห้องชุดเพนท์เฮ้าส์ แขวงคลองตันเหนือ 92,000,000 บาท นอกนั้นเป็นห้องชุด ทาวน์เฮ้าส์ และบ้านเดี่ยว ยานพาหนะ 2 รายการ มูลค่ารวม 2,818,900 บาท โดยเป็นรถจักรยานยนต์ 1 คัน และรถยนต์ Volkswagen 1 คัน สิทธิและสัมปทาน 10,173,084 บาท ส่วนใหญ่เป็นสิทธิในกรมธรรม์ประกันภัย กองทุนผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา และที่น่าสนใจคือสิทธิในสมาชิกแปซิฟิกคลับ ซิตี้ (ไม่แจ้งมูลค่า) ทรัพย์สินอื่น 20,429,372 บาท ส่วนหนี้สินแจ้งว่าเป็นเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 45,149,407 บาท 

ขณะที่ทรัพย์สินในส่วนของคู่สมรส 285,301,840 บาท ประกอบด้วย เงินสด 250,000 บาท เงินฝาก 5,182,208 บาท เงินลงทุน 11 รายการ มูลค่ารวม 4,178,925 บาท ส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนในกองทุนเปิด ที่ดิน 3 รายการ มูลค่ารวม 117,565,000 บาท โดยอยู่ในพื้นที่บางกะปิ 2 โฉนด พระโขนง 1 โฉนด โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 3 รายการมูลค่ารวม 8,736,620 บาท โดยเป็นห้องชุด บ้านเดี่ยว และทาวน์เฮ้าส์ ยานพาหนะ 4 รายการ มูลค่ารวม 11,998,000 บาท โดยที่น่าสนใจคือรถยนต์ Mercedes Benz ทะเบียน ฉบ 999 จำนวน 1 คัน มูลค่า 2,068,000 บาท รถยนต์ Lexus 1 คัน มูลค่า 5,500,000 แจ้งว่าได้มาเมื่อ 24 เม.ย.2564 สิทธิและสัมปทาน 7,525,666 บาท ส่วนใหญ่เป็นสิทธิในกรมธรรม์ประกันภัย กองทุนผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา และที่น่าสนใจคือสิทธิในสมาชิกแปซิฟิกคลับ ตลอดชีพ (ไม่แจ้งมูลค่า) ทรัพย์สินอื่น 129,865,420 บาท ส่วนหนี้สิน 81,289,886 บาท แบ่งเป็นเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 15,048,957 บาท หนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ 3,240,929 บาท หนี้สินอื่น 63,000,000 บาท ระบุชื่อเจ้าหนี้ คือ นายยุทธ ชินสุภัคกุล ประธานกรรมการ บมจ.อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป (EP) บิดาของนายฉาย นอกจากนั้นยังแจ้งว่าบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สินเป็นเงินฝาก และสิทธิและสัมปทาน รวม 10,655,058 บาท 

ทั้งนี้ สำหรับทรัพย์สินอื่นที่น่าสนใจ ของ น.ส.วทันยา และคู่สมรส อาทิ กระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดัง ทั้ง Hermes, Chanel, Celine, Bottega Veneta, Christian Dior รวม 30 รายการ นาฬิกาหรู ทั้ง Patek Philippe, Rolex, Breguet, Hublot รวม 11 รายการ ทองคำรูปพรรณ น้ำหนักรวม 68 บาท มูลค่า 1,347,760 บาท ทองคำแท่งน้ำหนักรวม 31 บาท  สร้อยคอไข่มุก Mikimoto มูลค่า 860,000 บาท พระเครื่องหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ 18,150,000 บาท พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ 45,200,000 บาท พระเครื่องซุ้มกอ 10 ล้านบาท พระพุทธรูปอู่ทอง หน้าหนุ่ม 20,000,000 บาท พระพุทธรูปปางลีลา สุโขทัย 8,000,000 บาท หลวงปู่ทวดเนื้อว่าน วัดช้างไห้ 1,000,000 บาท

น.ส.วทันยา ยังแจ้งว่ามีรายได้ต่อปี 4,963,378 บาท ส่วนใหญ่มาจากดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม 2,215,000 บาท เงินประจำตำแหน่ง 854,760 บาท นอกจากนั้นยังแจ้งว่าได้ทรัพย์สินจากมารดา 505,000 บาท ได้ทรัพย์สินจากคู่สมรส 353,000 บาท และยังมีรายได้จากการขายกองทุน 429,137 บาท ส่วนคู่สมรสแจ้งว่ามีรายได้ต่อปี 26,829,714 บาท ส่วนใหญ่มาจากเงินประจำตำแหน่ง 14,800,000 บาท เงินได้จากมารดา 10,000,000 บาท เป็นต้น  ส่วนค่าใช้จ่ายต่อปีของ น.ส.วทันยา 15,845,100 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่าผ่อนบ้านและค่าใช้จ่ายอุปโภคบริโภค ขณะที่ค่าใช้จ่ายคู่สมรส 35,086,229 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่าผ่อน.บ้านและค่าใช้จ่ายอุปโภคบริโภค ค่าผ่อนรถ ค่าท่องเที่ยว และเงินบริจาค นอกจากนี้ยังมีค่าเล่าเรียนบุตรต่อปี 2,220,000 บาท

'ศักดิ์สยาม' แง้ม!! รอดู 16 ธันวาคม ส.ส.ตบเท้าเข้า ภท.ไม่ต่ำกว่า 43 คน

(13 ธ.ค. 65) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยให้สัมภาษณ์ กล่าวก่อนประชุมคณะรัฐมนตรีกรณีที่มีส.ส.จากหลายพรรค ทั้งพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทย เตรียมย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย และเตรียมเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ ว่า ให้รอดูวันที่ 16 ธ.ค.นี้

ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า ขอให้จับตาในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ จะ มี ส.ส.ที่ชัดเจนมาร่วมเปิดตัว 37 คน และ ยังมี ส.ส. ที่อยู่ระหว่างการดีล เจรจาใน ‘ทางลับ’ อีกประมาณ 5-6 คน ก็จะมาร่วมสังเกตการณ์ภายในงานด้วย และบางคนอยู่ระหว่างการตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะย้ายมาอยู่พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ โดยเฉพาะ ส.ส.กทม. และส.ส.จังหวัดปริมณฑล บางคน ที่ช่วงแรกได้รับการทาบทามให้ย้ายไปอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ตอนนี้ก็เกิดอาการลังเลกับท่าทีของพล.อ.ประยุทธ์ ที่ยังไม่ขัดเจน ขณะที่แกนนำพรรคภูมิใจไทยต้องการความชัดเจน เพื่อวางตัวผู้สมัคร ส.ส.

'พิชัย' ซัด!! เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ ชี้!! นโยบายเพื่อไทยช่วยได้ ไม่สร้างหายนะ

'พิชัย' ชี้ ค่าแรง 600 บาท แสดงถึงความสำเร็จของรัฐบาลในการกระจายรายได้ และ พัฒนาไทยให้หลุดพ้นประเทศรายได้ปานกลาง มั่นใจ ทุกนโยบายทำได้จริง รวมถึงการลดราคาน้ำมัน, ไฟฟ้า และ ก๊าซหุงต้ม แนะ ต้องทำหลาย ๆ ด้านไปพร้อม ๆ กัน 

(13 ธ.ค. 65) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ตามที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยได้ประกาศนโยบายของพรรคเพื่อไทยหลายด้าน โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ อยากให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทย สามารถทำได้จริงตามที่ได้ประกาศอย่างแน่นอน และเป็นการคิดใหญ่ ทำเป็น เพราะเคยทำสำเร็จมาแล้วทุกนโยบายในอดีต เรียกได้ว่าพรรคเพื่อไทย เป็นพรรคการเมืองเดียวที่ประกาศนโยบายแล้วทำได้จริง ไม่เหมือนหลายพรรคที่ประกาศนโยบายแต่ทำไม่ได้ หรือทำไม่เป็น เป็นต้น

ทั้งนี้ อยากตอกย้ำนโยบายที่สำคัญเช่นการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทยหากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะทำให้เศรษฐกิจขยายได้เฉลี่ยปีละ 5% ซึ่งสามารถทำได้จริง และเป็นศักยภาพที่ประเทศไทยควรจะขยายให้ได้อยู่แล้ว โดยทั้ง ธนาคารโลก ไอเอ็มเอฟ ต่างก็บอกตรงกันว่าประเทศไทยขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพมาโดยตลอด อีกทั้งประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทยจะต้องขยายตัวปีละ 5-6% เป็นอย่างน้อยเพื่อพัฒนาให้หลุดพ้นจากกับดักการเป็นประเทศรายได้ปานกลาง และจะเพิ่มการจ้างงาน และการหารายได้เพื่อใช้หนี้สาธารณะอีกด้วย โดยตลอดหลายปีเศรษฐกิจของประเทศไทยขยายตัวได้ต่ำมาก ขนาดในปีนี้ที่ประเทศต่างๆ ในอาเซียนขยายตัวได้สูง เช่น ใน 9 เดือนแรก มาเลเซียขยายได้ 9.36% เวียดนาม 8.8% ฟิลิปปินส์ 7.76% และอินโดนีเซีย 5.39% แต่ไทยกลับขยายตัวได้ต่ำมาก เพียง 3.1% เท่านั้น 

ดังนั้น การเร่งการขยายตัวทางเศรษฐกิจจึงเป็นความจำเป็นระดับแรก ซึ่งจะต้องมีนโยบายหลายๆด้านออกมาพร้อมๆ กัน เช่นในปี 2555 เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ถึง 7.2% เป็นต้น ฉะนั้นการสร้างรายได้ใหม่ในหลายด้านและส่งเสริมให้มีการลงทุนจากในประเทศและจากต่างประเทศจะเป็นแนวทางที่จะเพิ่มจีดีพีให้ขยายตัวได้มากขึ้น รวมถึงการทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของอาเซียนให้คนฉลาด ๆ และคนเก่ง ๆ มาอยู่ประเทศไทยและช่วยกันพัฒนาเศรษฐกิจไทย

'บิ๊กป้อม' วอน ส.ส.พรรคร่วม เข้าประชุมสภา ช่วยทำหน้าที่ผู้แทนประชาชนอย่างมีเกียรติ

พล.อ.ประวิตร ขอความร่วมมือ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ผ่าน ครม. ให้เข้าประชุมสภาฯ เพื่อทำหน้าที่ผู้แทนประชาชนอย่างมีเกียรติ และความต่อเนื่องของสภาฯ 

(13 ธ.ค. 65) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุม ครม.ในวันนี้ เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปปฏิบัติราชการประชุมสุดยอด อาเซียน -สหภาพยุโรป สมัยพิเศษ ณ กรุงบรัสเซลส์  ประเทศเบลเยี่ยม ระหว่าง 12-15 ธ.ค.65 

'อนุทิน' ชี้!! ผลโพลชูนั่งนายกฯ แค่กำลังใจ ยัน!! ตัวแปรแท้จริง อยู่ที่ประชาชนตัดสิน

'อนุทิน' กั๊ก!! ส.ส.ย้ายซบภูมิใจไทย อุบ!! ให้รอดู 16 ธ.ค.นี้ เปิดก่อนยื่นสมัครไม่ได้ ชี้!! ผลโพล ปชช.อยากให้เป็นนายกฯ แซง 'บิ๊กตู่' ไม่เท่ากับคำตัดสินของประชาชน

(13 ธ.ค. 65) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า การที่ตนเดินทางเข้ามาที่ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากจะมายื่นใบลาการประชุมคณะรัฐมนตรีด้วยตัวเอง เพื่อเดินทางไปร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 51 ระหว่างวันที่ 13-16 ธ.ค.นี้ ที่จ.เชียงใหม่   

ผู้สื่อข่าวถามถึงการประชุมพรรคภูมิใจไทย และเปิดตัวส.ส.พรรคอื่นที่จะย้ายมาร่วมงานว่า ให้รอวันที่ 16 ธ.ค.นี้ จะมีการประชุมพรรคภูมิใจไทย ส่วนจะมีการเปิดตัว ส.ส. ที่จะย้ายมาร่วมงานหรือไม่นั้น ต้องบอกว่าพรรคเราไม่ได้ปิดกั้นอะไร รอให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน วันนี้ยังพูดอะไรไม่ได้ เพราะยังไม่ได้เซ็นใบสมัครด้วยซ้ำ ส่วนรายชื่อที่ออกไปนั้น ไม่รู้ว่าออกมาได้อย่างไร มีจริงบ้างไม่จริงบ้างก็คาดเดากันไป ตอนนี้ยังพูดไม่ได้ จะพูดได้ก็ต่อเมื่อตนลงนามในใบสมัครของคนที่จะเข้ามา และวันที่ 16 ธ.ค.นี้จะแจ้งให้ทราบ ส่วนวันนี้มีการรีโนเวทพรรคเพื่อเตรียมการรับการเลือกตั้งของทางพรรคและการประชุมต่าง ๆ เยอะไปหมด

ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่ซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจความนิยมของประชาชน โดยระบุว่านายอนุทิน นำมาเป็นอันดับหนึ่งที่อยากให้มาเป็นนายกฯ แซงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม นายอนุทิน กล่าวว่า "อยู่ที่ประชาชน จะเป็นอะไรก็แล้วแต่หลังเลือกตั้งเราต้องพร้อม และประชาชนเป็นคนตัดสิน เราตัดสินนักการเมืองเองไม่ได้ แต่ส่วนตัวต้องเตรียมความพร้อม จะประมาทไมได้ ของตายมีที่ไหนในโลก ทุกอย่างจะประสบผลสำเร็จหรือจะออกมาอย่างไร อยู่ที่การทำงานของแต่ละคน ถ้าไม่ขยันคงทำอะไรไม่ได้"

'บิ๊กป้อม' นั่งเก้าอี้ประธานประชุม ครม. หลัง 'บิ๊กตู่' บินบรัสเซลส์-รมต.ลาเพียบ

วันที่ 13 ธันวาคม 65 เวลา 09.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน - สหภาพยุโรป สมัยพิเศษ เพื่อฉลองวาระครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน - สหภาพยุโรป (ASEAN - EU Commemorative Summit) ณ กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม ระหว่างวันที่ 12 - 15 ธันวาคม 2565

โดยเมื่อพล.อ.ประวิตรมาถึงได้มีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คลัง เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรและสหกรณ์ จากกลุ่มปากน้ำ มารอรับถึงประตูรถพร้อมกับคณะทำงาน อย่างไรก็ตามเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวกับพล.อ.ประวิตร ถึงกรณี ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เตรียมลาออกเพื่อย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร รวมถึงที่มีถามว่าจะมอบหมายให้นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค คุมสนามเลือกตั้งในพื้นที่ กทม.ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร หรือจะมอบหมายให้นายสกลธี ภัททิยกุล อดีตรองผู้ว่าฯ กทม.และอดีต กก.บห.พรรคพลังประชารัฐ ทำหน้าที่ โดย พล.อ.ประวิตรไม่ตอบคำถาม เพียงแต่หันมายิ้มให้กับผู้สื่อข่าว

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เผยคำพูดจากใจ ที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย

“ประเทศไทยอยู่ได้ เพราะกษัตริย์ นับตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ทรงสร้างกรุงเทพมหานคร จนมาถึงรัชกาลที่ 10 ซึ่งเป็นลูกหลานท่าน เพราะฉะนั้นสถาบันกษัตริย์จึงมีบุญคุณกับประเทศไทยอย่างมาก และจะเป็นสถาบันที่สำคัญตลอดไป”

‘จักรพรรดิ’ เผย เตรียมย้ายซบภูมิใจไทยพร้อม 9 ส.ส. เพื่อไทย 16 ธ.ค.นี้ บอกตัดสินใจเพราะดูแลแบบพี่น้อง – มีแนวคิดทางการเมืองเหมือนกัน และพรรคเดิมไม่ยอมส่งชื่อชิง ส.ส.เหตุเพราะหวาดระแวงย้ายตามน้องชาย

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. นายจักรพรรดิ  ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวยืนยันว่า จะลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ เพื่อไปเปิดตัวเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ เพื่อเตรียมพร้อมการเลือกตั้ง พร้อมกับส.ส.อีก 9 คน ของพรรคเพื่อไทยตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย 1.นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ 2.นายธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ 3.นางผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ 4.นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. 5.นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย 6.นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก 7. นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก 8.นายสุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา และ 9.นายนพ ชีวานันท์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา

‘ภราดร’ เผย เตรียมเปิดที่ทำการพรรค ภท. 16 ธ.ค.นี้ หลังรีโนเวทใหม่ทั้งหมด พร้อมเปิดตัวผู้ย้ายเข้าร่วมงานทางการเมือง เข้าสู่สนามเลือกตั้งปี 66 

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง และโฆษกพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ จะมีการเปิดตัวที่ทำการพรรคที่ได้มีการปรับปรุงใหม่แล้วเสร็จ ซึ่งจะมีส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เข้าร่วมงาน จำนวนกว่า 300 คน โดยในวันดังกล่าวจะมี ส.ส.ที่จะเข้ามาสมัครสมาชิกพรรค เพื่อทำกิจกรรมร่วมกับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งการจัดประชุม ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร พร้อมกันเป็นครั้งแรก ในที่ทำการพรรคที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยจะมีการถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน 300 กว่าคน บริเวณลานด้านหน้าพรรค 

โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมขั้นสูงสุด ในการเตรียมตัวเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีทั้งนโยบายพักหนี้ 3 ปี หยุดต้น ปลอดดอกเบี้ย คนละไม่เกิน 1 ล้านบาท , เพิ่มค่าตอบแทน อสม. เป็นเดือนละ 2,000 บาท เจ็บป่วยมีประกัน , เกษตรร่ำรวย Contract Farming รู้ราคาก่อนปลูก รับเงินก่อนขาย เสียหายมีประกัน , รถเมล์ไฟฟ้า ลด PM 2.5 ค่าโดยสารเริ่มต้น 10 บาท สูงสุด 40 บาท ทุกเที่ยว ทุกสายตลอดวัน , ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ฟรีหลังคาโซล่าเซลล์ ลดค่าไฟฟ้า หลังคาเรือนละ 450 บาท ต่อเดือน มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อนเดือนละ 100 บาท 60 งวด , เครื่องฉายรังสี ฟรีทุกจังหวัดรักษามะเร็ง ศูนย์ฟอกไตฟรี ทุกอำเภอ 

ลือสะพัด!! ส.ส.เกือบครึ่งร้อยเตรียมซบ ‘ภูมิใจไทย’ พร้อมชู ‘อนุทิน’ นั่งนายกฯ คนที่ 30

สะพัดส.ส. เกือบครึ่งร้อย ตบเท้าร่วมเปิดตัว ‘รีโนเวทพรรคภท.ใหม่’ 16 ธ.ค.นี้ ชู ‘อนุทิน’ นั่งนายกรัฐมนตรี คนต่อไป หลัง จนท.กริ๊งหาขอสำเนา ‘บัตรปชช.-ทะเบียนบ้าน’ ทำเรื่องลาออกส.ส. 15 ธ.ค. นี้ ด้าน ‘บิ๊กแกนนำสีน้ำเงิน’ อาจพิจารณาเป็นรายกรณีตามความสมัครใจ ส่วนหลายคนอยากยื้อ ขอตุนคะแนนปีใหม่ ขณะที่ ‘รังสรรค์’ ส.ส. เชียงราย พท.ประเดิมลาออกแล้ว ขอเวลาแนะนำตัวใหม่กับชาวบ้าน

(11 ธ.ค. 65) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าส.ส.ย้ายพรรค เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งในช่วงต้นปี66 สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พบว่ามีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ทางพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเมื่อวันที่ 6 เม.ย.65 ที่ผ่านมาได้ครบรอบวันเกิดพรรค ‘ก้าวเข้าสู่ปีที่ 14’ และได้มีการปรับปรุงที่ทำการพรรคโดยการรีโนเวทที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ครั้งใหญ่ เมื่อช่วงกลางเดือน เม.ย.65 ที่ผ่านมา ใช้เวลา 8 เดือน โดยจะมีพิธีเปิดที่ทำการพรรค ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้

โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมแกนนำพรรค กรรมการบริหารพรรค ส.ส. ว่าที่ผู้สมัครส.ส. สมาชิกพรรค เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

ขณะเดียวกันมีรายงานว่าข่าวว่า ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ จะมีการประกาศศักดาการเตรียมความพร้อมและแสดงพลังของบรรดา ‘ว่าที่ผู้สมัครส.ส.’ ของทุกพรรคการเมืองที่ประกาศตัวชัดเจนว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งกับพรรคภูมิใจไทย จำนวน 37 คน เข้าร่วมงานด้วย ภายหลังจากที่ส.ส.เหล่านั้น อาจยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคและส.ส.ของพรรคการเมืองเดิม ที่สังกัด ในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ ก่อนที่จะเริ่มประกาศตัวหาเสียงในนามพรรคภูมิใจไทย และชูนายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ในการเลือกตั้งเที่ยวหน้า

จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่า มีส.ส.ที่จะเข้าพรรคภูมิใจไทย เบื้องต้น จำนวน 37 คน อาทิ

>> พรรคพลังประชารัฐ 14 คน ได้แก่ 

1.นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.กทม. 

2.นายกษิดิ์เดชชุติมันต์ ส.ส.กทม. 

3.น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.

4.นายมณเฑียร สงฆ์ประชาส.ส.ชัยนาท 

5.นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ 

6.นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ส.ส.นครปฐม 

7.นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ส.ส.เพชรบุรี 

8.นายสุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี

9.นายอนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก 

10.นายประทวน สุทธิอํานวยเดช ส.ส.ลพบุรี

11.นายสมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี 

12.นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี 

13.นายอัฎฐพล โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี 

14.พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ส.ส.กาญจนบุรี

>> พรรคเพื่อไทย (พท.) จำนวน 10 คน ได้แก่ 

1.นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ

2.นายธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ 

3.นางผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ 

4.นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. 

5.นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย

6.นายนิยมช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก 

7.นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี 

8.นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก 

9.นายสุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา 

10.นายนพ ชีวานันท์ส.ส.พระนครศรีอยุธยา

>> พรรคก้าวไกล (ก.ก.) จำนวน 5 คน ได้แก่ 

1.นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี

2.นายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย 

3.นายพีรเดช คําสมุทร ส.ส.เชียงราย 

4.นายเกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 

5.นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ

>> เศรษฐกิจไทย (ศท.) จำนวน 3 คน ได้แก่ 

1.นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก 

2.นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี 

3.นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์

>> พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จำนวน 1 คน ได้แก่ 

1.น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัยส.ส.อุบลราชธานี 

>> พรรคเพื่อชาติ จำนวน 1 คน ได้แก่ 

1.นายอารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อ

>> พรรคประชาภิวัฒน์ จำนวน 1 คน ได้แก่ 

1.น.ส.นันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ 

> พรรคชาติพัฒนา จำนวน 1 คน ได้แก่ 

1.นายสมัคร ป้องวงษ์ ส.ส.สมุทรสาคร 

>>พรรครวมพลัง จำนวน 1 คน ได้แก่ 

1.น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

‘เต้น’ ลั่น ‘อิ๊งค์’ เป็นแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย เจ้าตัวยัน!! พร้อมทำเพื่อ ปชช. สุดความสามารถ

‘เต้น’ ย้ำหนุน ‘อิ๊งค์’ เป็นแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย เจ้าตัวเชื่อพรรคหาคนที่ดีที่สุด ได้เป็นหรือไม่พร้อมทำงานเพื่อพรรคเต็มที่ ฟาก ‘ชลน่าน’ เชื่อ ส.ส.ย้ายพรรคกระทบพิจารณา กม. บางฉบับ

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 65 ที่ จ.นครศรีธรรมราช นายณัฐวุฒิ ให้สัมภาษณ์กรณีปราศรัยว่า น.ส.แพทองธาร จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยแน่นอนว่า แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคการเมืองมีได้ 3 คน ซึ่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยพูดมาตลอดว่าจะส่งครบทั้ง 3 คน 1 ในนั้นน่าจะเป็น น.ส.แพทองธาร ตนใช้สิทธิส่วนบุคคลในฐานะกองเชียร์ก็เชียร์ แต่เมื่อประกาศทั้ง 3 คน ตนก็ต้องเชียร์ทั้ง 3 คน ซึ่งพี่น้องชาวใต้ขานรับขนาดนี้ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็น่าจะรับไว้พิจารณา แต่ก็ต้องเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารพรรคซึ่งจะประกาศในภายหลัง 

ด้านน.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ขณะนี้พรรคยังไม่ได้ประกาศอย่างชัดเจน เชื่อว่าพรรคพท.จะหาแคนดิเดตนายกฯ ได้เหมาะสมมากที่สุด ถ้ามีคนที่เหมาะสมกว่าตนก็น้อมรับ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวพร้อมทำงานกับพรรคพท. ซึ่งก็ต้องรอดูว่าประชาชนจะเมตตากับเรามากน้อยแค่ไหน ส่วนตัวไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนก็พร้อมทำงานกับพรรคพท. และพร้อมทำงานให้กับประชาชนสุดความสามารถ 

เมื่อถามว่าเมื่อประกาศตัวอย่างชัดเจนคะแนนในภาคใต้จะตีตื้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า พรรคพท.ขายนโยบาย เราพูดและทำได้จริง เมื่อถามว่าเวลาที่เหมาะสมในการประกาศแคนดิเดตนายกฯ อยู่ในช่วงเวลาใด น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เราพยายามหาตัวเลือกที่ดีที่สุดให้กับประชาชน อิ๊งค์เองไม่ว่าจะเป็นหรือไม่เป็น ก็ยังทำเต็มที่เหมือนเดิม ถ้าไม่เป็นก็ไม่โกรธเคือง ถ้าจะเป็นก็เป็นด้วยความเต็มใจ ก็มุ่งมั่นทำนโยบายเพื่อประชาชน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของเรา

‘พิธา’ ย้ำจุดยืน เพิ่มค่าแรงเป็น 450 ในปี 66 ชี้!! ถือเป็นเรื่องดีที่มีพรรคการเมืองเห็นตรงกัน

‘พิธา’ พบเครือข่ายแรงงาน ชี้โจทย์ยุคเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไม่ง่าย ย้ำก้าวไกลให้ความสำคัญแรงงาน ดันขึ้นค่าแรงทันทีปี 66 - เพิ่มสิทธิ - หนุนเรียนรู้ทักษะใหม่ ระบุเป็นนิมิตรหมายที่ดี พรรคการเมืองเห็นตรงกันต้องเพิ่มค่าแรง

วันที่ 11 ธันวาคม 2565 ที่ศูนย์การเรียนรู้สหภาพโตโยต้าประเทศไทย พรรคก้าวไกลจัดการประชุมใหญ่เครือข่ายผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ โดยมีพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล สุเทพ อู่อ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ วรรณวิภา ไม้สน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พร้อมด้วยตัวแทนเครือข่ายแรงงาน นำโดย สุนทร บุญยอด อดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ เซีย จำปาทอง และ ธนพร วิจันทร์ ขึ้นเวทีประกาศนโยบายก้าวไกลเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ใช้แรงงาน

พิธา กล่าวว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยกำลังเจอความท้าทายใน 2 อุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ คืออุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเผชิญการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ดังนั้น คนที่เป็นผู้นำแรงงานต้องมาพูดคุยกันว่าจะรับมือความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร ในส่วนพรรคก้าวไกล เราให้ความสำคัญกับพี่น้องแรงงานอย่างมาก และได้ออกแบบนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนทำงานทุกคนอย่างยั่งยืน เช่น ถ้าก้าวไกลเป็นรัฐบาล ค่าแรงขั้นต่ำต้องขึ้นทันที 450 บาท โดยคำนวณให้สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อและดัชนีค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นทุกปี ตั้งต้นจากปี 2554 ที่ค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้นเป็น 300 บาทต่อวัน

“พรรคก้าวไกลเสนอว่าค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นทันที 450 บาทในปี 2566 ส่วนพรรคการเมืองอื่นก็ได้เสนอตัวเลขและระยะเวลาเป้าหมายที่ต่างออกไป ผมคิดว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่พรรคการเมืองเห็นตรงกันว่าต้องเพิ่มรายได้ของผู้ใช้แรงงานให้สูงขึ้น ให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าปัจจุบัน” พิธากล่าว

หัวหน้าพรรคก้าวไกลกล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาของผู้ใช้แรงงานนั้น ทำแค่เรื่องค่าแรงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องเพิ่มการคุ้มครองสิทธิแรงงานด้วย ไม่ว่าจะเป็น ชั่วโมงการทำงานไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สิทธิวันหยุด สิทธิลาคลอดที่เพิ่มขึ้น สิทธิการรวมตัวกันของแรงงานตามอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ผลกระทบจากโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้เราเห็นความสำคัญของการที่แรงงานทุกคนต้องมีสิทธิประกันสังคม นอกจากนี้ รัฐต้องสนับสนุนการพัฒนาทักษะของแรงงานเพื่อเพิ่มเติมประสิทธิภาพการทำงานในโลกปัจจุบัน เช่น นโยบายคูปองคนวัยทำงานเพื่อเรียนรู้ทักษะใหม่ รัฐร่วมจ่าย 80% จากราคาหลักสูตร แต่ไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อปี

‘อุ๊งอิ๊ง’ นำทีมเพื่อไทยลุยเมืองคอน อ้อนขอใจชาวใต้ ดันแลนด์สไลด์

‘แพทองธาร’ นำทีมเพื่อไทย ลงพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ‘ชลน่าน’ พร้อมดันเมืองนครศรีธรรมราช เป็นฮับโลจิสติกส์-ม.วลัยลักษณ์เป็นฮับการแพทย์ 7 จว.ภาคใต้ตอนบน อ้อนขอใจชาวใต้ดันแลนด์สไลด์เพื่อไทยกลบ ส.ว.เลือกนายกฯ ‘อุ๊งอิ๊ง’ โชว์อ้อนอย่าทิ้ง ‘นุ้ย’ นะ  

วันนี้ (11 ธ.ค65) เมื่อเวลา 07.40 น. ที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วน ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วยผู้บริหาร แกนนำพรรคเพื่อไทย เดินทางมาถึง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อร่วมกิจกรรม ‘ครอบครัวเพื่อไทย แหลงจริง ทำได้ คนใต้หรอยแรง’ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ น.ส.แพทองธารได้ร่วมลงพื้นที่ภาคใต้ พร้อมกับนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีของ น.ส.แพทองธาร โดย น.ส.แพทองธารถือเป็นสะใภ้ของคนใต้ เพราะสามีเป็นคนนครศรีธรรมราช โดยมีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัว, นายก่อแก้ว พิกุลทอง, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท อดีต ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และมีประชาชนที่มารอให้กำลังใจมอบดอกกุหลาบสีแดงให้กับน.ส.แพทองธาร

จากนั้นเวลา 08.30 น. คณะครอบครัวเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรคเพื่อไทย เดินทางไปกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดอารามหลวงชั้นเอก ซึ่งมีนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. พร้อมคณะรอต้อนรับ จากนั้น น.ส.แพทองธาร นพ.ชลน่าน พร้อมคณะได้เข้าสักการะพระบรมสารีริกธาตุ โดยมีพระเทพวินยาภรณ์ (สมปอง ปัญญาทีโป) เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช มอบพระพุทธสิหิงค์ ให้กับ น.ส.แพทองธารและคณะ

พระเทพวินยาภรณ์ กล่าวตอนหนึ่งระหว่างให้พรกับ น.ส.แพทองธารว่า ทุกท่านที่มามียศมีตำแหน่งจะอยู่ในช่วงการทำงาน แต่ตำนานจะอยู่ในจิตใจประชาชน การจะเป็นตำนานได้จะต้องสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติ พร้อมอนุโมทนาและขอให้คณะของ น.ส.แพทองธาร ปราศจากทุกข์ โรคภัย อันตรายทั้งหลายทั้งปวง ปรารถนาสิ่งใดขอให้สมพรทุกประการ

จากนั้น ที่หอประชุมเมืองนครศรีธรรมราช (ทุ่งท่าลาด) นพ.ชลน่าน กล่าวในกิจกรรม ครอบครัวเพื่อไทย จังหวัดนครศรีธรรมราช ‘ครอบครัวเพื่อไทย แหลงจริง ทำได้ คนใต้หรอยแรง’ ว่า วิกฤตที่พี่น้องประชาชนต้องพบเจอมาตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เป็นความทุกข์ทรมาน ไร้เสรีสิทธิเสรีภาพ  ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป พี่น้องชาวใต้และพรรคเพื่อไทยจะจับมือสู้ไปด้วยกัน หากพี่น้องประชาชนต้องการออกจากความทุกข์ยาก อยากมีอนาคตที่ดี เตรียมพร้อมไว้สำหรับลูกหลาน ขอฝากพรรคเพื่อไทยไว้ในหัวใจของพี่น้องชาวใต้ทุกคน หากเราร่วมแรงร่วมใจ ขอเพียงพี่น้องชาวใต้ มอบใจ มอบคะแนนให้พรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ในภาคใต้ แลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน ต้องชนะอย่างถล่มทลาย ได้ที่นั่ง ส.ส. 250 คน ขึ้นไป เพื่อให้ได้เสียงชนะ ส.ว.ที่มี 250 คน หากชนะ ส.ว.ได้ เขาจะยอมก้มหัวให้เรา

พรรคเพื่อไทยมาพบปะพี่น้องชาวใต้ในครั้งนี้ พร้อมนำเสนอเสาหลักของพรรคที่จะนำพาพี่น้องออกจากวิกฤต ได้แก่

1.ว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีความเห็นอกเห็นใจพี่น้องประชาชน เชื่อว่าว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยได้เข้าไปอยู่ในหัวใจของพี่น้องชาวใต้แล้วจากผลโพลในช่วงที่ผ่านมา และเชื่อมั่นว่าหลังจบกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย จ.นครศรีธรรมราช คะแนนผลโพลความนิยมของว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย อาจจะขยับขึ้นจาก 13% เป็นเท่าตัว หรือ 25%

2.ผู้ซึ่งประสงค์รับสมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ครบทั้ง 400 เขต ซึ่งในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ พรรคเพื่อไทยส่งครบ 58 เขต จะต่อสู่ในสนามเลือกตั้งจนกว่าจะได้รับความไว้วางใจ หากพี่น้องประชาชนชาวใต้ มีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับผู้ซึ่งประสงค์รับสมัคร ส.ส.ของพรรค เรายินดีรับฟังและปรับเปลี่ยนเพื่อพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ได้แจ้งผู้ซึ่งประสงค์รับสมัคร ส.ส.ของพรรค ซึ่งทั้งหมดรับฟังและยินดีที่จะช่วยเหลือพรรคเพื่อไทยไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้ง

3.นโยบายของพรรคเพื่อไทย ภาคใต้มีทรัพยากรที่มีความหลากหลาย มีความอุดมสมบูรณ์  อย่างอำเภอทุ่งสง เคยถูกวางเป็นศูนย์กลางการขนส่งในภาคใต้ หากมีการพัฒนาด้วยการสร้างถนนฝั่งอันดามัน ที่ จ.พังงา จ.กระบี่ ตัดเข้ามาในพื้นที่ มารวมเข้ากับสิ่งที่พี่น้องประชาชนเสนอแนวคิดพรรคเพื่อไทยเพื่อให้ผลักดันมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์รองรับการรักษาพยายาลพี่น้องประชาชนใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน เพื่อแบ่งเบาการรักษาพยาบาลจากมหาวิทยาสงขลานครินทร์ ที่รักษาพยาบาลพี่น้องชาวใต้ 14 จังหวัด ได้ประโยชน์ทั้งการขนส่งและการรักษาพยาบาล ซึ่งในเรื่องนี้ตนพร้อมนำเสนอเข้าสู่ทีมนโยบายของพรรคเพื่อไทย ทำได้ ไม่ยาก เพราะเพื่อไทยทำเป็น

“หากพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งถล่มทลาย เราจะประสบความสำเร็จไปด้วยกัน ความสำเร็จนั้นหมายถึงคนไทยทั่วประเทศทุกภูมิภาค พรรคเพื่อไทยต้องการเอาตัวตนของพรรคไปอยู่ในหัวใจของพี่น้องประชาชนชาวใต้ เป็นส่วนหนึ่งในชีวิต เป็นสถาบันการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด พรรคเพื่อไทยจะเป็นคำตอบให้กับทุกคน” นพ.ชลน่าน กล่าว

‘อุ๊งอิ๊ง’ ปลื้ม!! ร้านบะหมี่ในกรุงเก่า ขานรับขึ้นค่าแรง ‘เศรษฐา’ ชง เป็นนโยบายสร้างแรงบันดาลใจและความหวัง

(11 ธ.ค. 65) จากรณีที่พรรคเพื่อไทย ประกาศนโยบายแบบคิดใหญ่ ปรับค่าแรงขั้นต่ำวันละ 600 บาท ภายในปี 2570 ทำให้เป็นกระแสวิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น ทั้งสนับสนุนและไม่เห็นด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นมีร้านก๋วยเตี๋ยว บะหมี่เกี๊ยวเย่หลิว สาขาอยุธยา โพสต์รูปภาพป้ายหน้าร้านขนาดใหญ่ผ่านทวิตเตอร์ โดยมีข้อความในป้ายดังกล่าว ว่า พร้อมจ่ายค่าแรงขั้นต่ำวันละ 600 บาท ภายในปี 2570

ล่าสุด ‘อุ๊งอิ๊ง’ แพทองธาร ชินวัตร โพสต์ข้อความทวิตเตอร์ส่วนตัว @ingshin ระบุว่า...อมยิ้มแล้ว 1

จากนั้นนายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้ทวีตข้อความ น.ส.แพทองธาร พร้อมระบุข้อความว่า “คนเราอยู่ได้เพราะมีความหวัง หน้าที่ผู้นําคือสร้างแรงบันดาลใจที่มีความเป็นไปได้ให้เขาลุกขึ้นมาทำงานทุกวัน ค่าแรงขั้นต่ำที่สูงขึ้นเป็นหนึ่งในหลาย ๆ วิธีที่จะลดความเหลื่อมล้ำที่ถ่างขึ้นทุก ๆ วัน ผมมีความหวังครับ และพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจ”

ทั้งนี้ มีชาวทวิตเตอร์เข้ามาขอให้นายเศรษฐา ขยายความประโยชน์ที่ว่า ‘พร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจ’ ตามที่ทวีตข้อความ โดยนายเศรษฐาตอบว่า ‘CEO แสนสิริ มีเครือข่ายเยอะครับ’


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top