Friday, 3 July 2026
POLITICSQUIZ

'แรมโบ้' ฟาด 'ปิยบุตร' อาศัยอยู่ในไทยแต่เรียกร้องแก้ ม.112 ซัด!! อย่าหน้าไม่อาย อยากทำผิดกม. แต่ไม่อยากถูกลงโทษ

'แรมโบ้' ฟาด 'ปิยบุตร' อย่าหน้าไม่อาย เป็นคนไทย อาศัยอยู่ประเทศไทย แต่ยังมาเรียกร้องให้แก้ม.112 เพราะอยากทำผิดกฎหมายแต่ไม่อยากถูกลงโทษ ย้ำไล่ออกนอกประเทศพร้อมลูกสมุนสามกีบ

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2565 นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ประธานที่ปรึกษาหมูบ้านเทิดไท้องค์ราชันย์ กล่าวถึงนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ลักษณะเรียกร้องให้นักการเมืองเลิกมาตรา 112 โดยย้ำว่าการมีกฎหมาย ม.112 คนส่วนใหญ่ทั้งประเทศก็ให้การยอมรับ ซึ่งหากไม่อยากให้ถูกลงโทษ ก็ไม่ควรที่จะทำผิดกฎหมายไม่ว่าจะมาตราใดก็ตาม

นายเสกสกล มองว่าการที่นายปิยบุตรออกมาเคลื่อนไหวเรื่องม.112 มีเจตนาไม่ดีที่จะกระทำการใดเกี่ยวกับสถาบันหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาก็มีพฤติกรรม วิพากษ์วิจารณ์สถาบันไม่หยุด แต่คงกลัวจะถูกดำเนินคดี จึงมีความพยายามที่จะแก้กฎหมายดังกล่าว 

'เพื่อไทย' ห่วง 'ประยุทธ์' อยู่เกิน 8 ปี แสดงถึงการยึดติดอำนาจ  จะพาเศรษฐกิจชาติล่มจม ชี้ ความน่าเชื่อถือทางกฎหมาย เป็นเรื่องสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ แนะ มีจิตสำนึกเห็นชาติสำคัญกว่าตัวบุคคล

 

นายพชร นริพทะพันธุ์  กรรมการบริหาร และ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นหนังสือถึงประธานสภาฯ เพื่อพิจารณาส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยในประเด็นครบกำหนด 8 ปีในการดำรงตำแหน่งของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานั้น พลเอกประยุทธ์น่าจะต้องรู้ดีว่า การออกแบบจำกัดเวลาให้ ผู้มีอำนาจ อยู่จำกัดไว้ที่ 8 ปีก็เพื่อ เสถียรภาพ และ ดุลยภาพของประเทศ เกินจากนี้ ระบบราชการจะถดถอย จะยึดติดตัวบุคคล ไม่มีการพัฒนา ลดทอนขีดความสามารถในการแข่งขันซึ่งปรากฏให้เห็นแล้วจากการจัดลำดับความสามารถแข่งขันของ IMD สวิตเซอร์แลนด์ 

อีกทั้ง การออกแบบให้ผู้บริหารในระบบราชการเองก็มีระเบียบวาระในการดำรงตำแหน่ง เช่นปลัดกระทรวง และ อธิบดีก็มีวาระ ที่จำกัดไว้เพื่อไม่ให้เกิดการฝังราก การที่ นายก ยิ่งลักษณ์ ต่อวาระ ผบ ทบ ในช่วง พลเอก ประยุทธ์ เป็น ผบ ทบ เองก็ได้เห็น การปฎิวัติ รัฐประหาร เป็นตัวอย่าง ของผลลัพท์ ที่เกิดจาก การบิดกฎ เพื่อสนองความต้องการ ของบุคคล ทั้งที่สามารถโยกย้ายและควรจะโยกย้ายแล้ว และถ้าทำตอนนั้น ก็จะไม่เกิดการปฏิวัติรัฐประหารแล้ว 

ดังนั้น การที่จะให้ พลเอก ประยุทธ์ อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ ทั้งๆที่ รัฐธรรมนูญเขียน ไว้ชัดเจน ลึกไปถึง เจตนารมณ์ของ ประธาน กรธ และ สมาชิก ก็บันทึกไว้ชัดเจน ผมเองก็อยู่ในเหตุการณ์ตอนอาจารย์เธียรชัย ณ นคร หนึ่งในคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญมาเล่านายพิชัย นริพทะพันธุ์ เรื่องเจตนาของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ต้องการให้พลเอกประยุทธ์อยู่เกิน 8 ปี เมื่อกว่า 2 ปีที่แล้ว แต่ก็ยังจะมีความพยายามการกดดันให้ศาลตัดสิน ตามความต้องการของตนนั้น ย่อมส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับการดึงดูดการลงทุนรายใหม่ เพราะกระบวนการยุติธรรม คือรากฐานของความน่าเชื่อถือ เป็น rule of law  ต่างชาติต้องเชื่อได้ว่า ทุกธุรกรรม และ ทุกการลงทุน ต้องได้รับความยุติธรรมจากระบบยุติธรรมในประเทศ แม้กระทั่งนักท่องเที่ยวเองก็ต้องผูกความศิวิไลซ์ของประเทศ กับระบบยุติธรรมของแต่ละประเทศ การกดดันศาลและความพยายามเช่นนี้ย่อมส่งผลกระทบ ความเจริญของประเทศอย่างแน่นอน

‘ปกรณ์วุฒิ’ จ่อยื่นป.ป.ช.ตรวจสอบ ‘ศักดิ์สยาม’ ปมโอนหุ้นเป็นนิติกรรมอำพรางหรือไม่

"ปกรณ์วุฒิ"  ชี้ "ศักดิ์สยาม" แจงไม่เคลียร์ แสดงหลักฐานขายหุ้น 120 ล้าน แต่ หจก. ยังเป็นหนี้ 69 ล้านเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ทั้งที่หุ้นส่วนผู้จัดการเปลี่ยนมือ - เชื่อไม่มีการซื้อขาย เป็นธุรกรรมอำพรางชัดเจน

ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แถลงข่าวตอบโต้ภายหลังศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงกรณีถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องส่อทุจริตซุกหุ้น โดยให้นอมินีถือหุ้นกิจการแทน ว่า ท่านรัฐมนตรีได้แสดงหลักฐานว่ามีการจ่ายเงิน โอนหุ้นของห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) จริงๆ ในราคา 120 ล้านบาทโดยประมาณ เรื่องนี้ตนได้อภิปรายไปว่า หจก.ที่มีสินทรัพย์ มีรายได้มากขนาดนี้ การซื้อขายที่ 120 ล้านบาท หรือเป็นราคาทุนนั้น ดูไม่สมเหตุสมผล เพราะหลังจากที่ขายไปแล้วก็พบว่า หจก.นี้ก็กลับมาได้งานของกระทรวงคมนาคมที่ท่านดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี มูลค่าเป็น 1,000 ล้านบาท หากจะบอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัวที่จะขายกิจการเท่าไหร่ ตรงนี้ก็เคารพ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวจริงๆ แต่ส่วนที่ว่าจะสมเหตุสมผลหรือไม่ ประชาชนคงจะตัดสินได้เอง ว่าการกระทำธุรกรรมครั้งนี้เป็นนิติกรรมอำพรางหรือไม่

ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า อีกประเด็นที่ตนเองได้ทิ้งไว้ในการอภิปรายคือ ถ้ามีการโอนเงิน 120 ล้านบาท แล้วมันหายไปไหนจากบัญชีทรัพย์สินของท่าน เพราะการซื้อขายนั้น เกิดขึ้นประมาณ 16 เดือนก่อนที่จะมีการยื่นบัญชีทรัพย์สินเท่านั้น และอีกประเด็นที่น่าสนใจคือ มีการโอนเงินค่าหุ้นงวดแรกก่อนที่จะโอนหุ้นจริงๆ ถึง 5 เดือน ซึ่งเป็นการซื้อขายที่แปลกมาก คือ จ่ายเงินก่อน แต่ยังไม่มีการโอนหุ้นให้กัน ต้องเชื่อใจกันมากแน่ 

และอีกประเด็นที่น่าสนใจคือ หจก.แห่งนี้ ท่านรัฐมนตรีขายหรือโอนออกไปต้นปี 2561 ซึ่งถ้าย้อนไปดูปลายปี 2560 หจก.แห่งนี้เป็นเจ้าหนี้หุ้นส่วนผู้จัดการ 69 ล้านบาท คือหมายความว่าก่อนที่จะโอนหุ้นออก คุณศักดิ์สยามเป็นหนี้ห้างหุ้นส่วนแห่งนี้ 69 ล้านบาท แต่พอถึงสิ้นปี 2561 จำนวนหนี้ยังเขียนเหมือนเดิมว่า เป็นเจ้าหนี้หุ้นส่วนผู้จัดการอยู่ 69 ล้านบาท ทั้งที่หุ้นส่วนผู้จัดการเปลี่ยนชื่อไปแล้ว ก็เลยสงสัยว่ามีการโอนหนี้ออกไปหรือเปล่าตอนที่มีการขายหุ้นกัน

"ผมแบ่งเป็น 3 กรณี คือ 1.ถ้าขาย 120 ล้านบาท ถ้าโอนหนี้ให้กับผู้จัดการคนใหม่ แปลว่าท่านได้กำไรจากการขายกิจการ 69 ล้าน ต้องยื่นภาษี แต่ท่านไม่ได่ยื่น 2. ถ้าท่านไม่ได้โอนหนี้ออกไป แปลว่าหนี้นี้ เป็นหนี้สินส่วนตัวของท่าน ก็ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งท่านก็ไม่ได้ยื่น 3.ถ้ามีการบอกว่าเอาเงินที่ขายหุ้นไปใช้หนี้ ตัวเลขมันแปลกมากที่สิ้นปี 2560 กับสิ้นปี 2561  ตัวเลขในงบการเงินแสดงฐานะของกิจการ ยังเป็น 69 ล้านบาทเท่าเดิม ซึ่งสุดท้ายแล้วผมเข้าใจว่าตัวเลขตัวนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง และไม่มีการจ่ายหนี้อะไรกันเลย ไม่มีการโอนหนี้เลย และหนี้นี้ต้องเป็นของท่านที่ติดหนี้ หจก.อยู่ และท่านก็ไม่ได้แสดงในบัญชีทรัพย์สินด้วย ผมว่าเรื่องนี้ท่านไม่มีทางออกแล้ว สิ่งที่พูดมา หลักฐานที่อภิปรายไป หลักฐานงบการเงินทั้งหมด ค่อนข้างมัดตัวได้แน่น จากนี้ผมคิดว่าเตรียมพูดคุยกับฝ่ายกฎหมายของพรรค และพรรคร่วมฝ่ายค้านที่อภิปรายเรื่องนี้ ยื่นเรื่องไปยัง ป.ป.ช. เพื่อทำการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน การถือครองธุรกิจที่ใช้นิติกรรมอำพรางเพื่อเอาผิดต่อไป" ปกรณ์วุฒิ กล่าว

'กนก' แซะ!! เสียชื่อ 'ก้าวไกล' พรรคคนรุ่นใหม่ ทำตัวเหมือนราชการ สอบวินัยช้าเป็นเรือเกลือ

นายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรรายการข่าวชื่อดัง ช่อง TOP NEWS โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก 'Kanok Ratwongsakul Fan Page' ว่า...

ทำเหมือนหน่วยงานราชการเลยเนอะ มีสอบวินง-วินัย ทำไมไม่ผ่านคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงก่อนล่ะ (ประชด!)

ยังไงก็.. ให้ไวนะครับ เราเป็นพรรคคนรุ่นใหม่ อย่าไปก๊อปขั้นตอน เรือเกลือ ไปเรื่อยๆ มาเรียงๆ

วันก่อน พี่วิโรจน์ ยกมือไหว้ขอโทษไปแล้วบอก "เป็นการกระทำที่มีมูล"

ตอนนี้เจ้าตัวคุย.. ได้รับกำลังใจมาจากทุกช่องทาง

'นายกฯ' ลงพื้นที่ 'สวนกล้วยไข่' จ.กำแพงเพชร ขอร้อง 'อย่าทิ้งกล้วยไข่' รัฐพร้อมดูแล-หาปุ๋ยให้

'นายกฯ' ลงพื้นที่ติดตาม 'สวนกล้วยไข่' เผย 'รัฐบาล' พร้อมดูแล หาปุ๋ย ระบุ วันนี้อยู่เพื่อพวกเรา ทำต่อเนื่อง ถาม อยู่มา 8 ปี มีอะไรบ้าง ยัน แม้ไม่เลือก 'ประยุทธ์' ก็รักทุกคนทุกจังหวัด แตกกันไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม นำคณะตรวจเยี่ยมการบริหารงานกล้วยไข่แปลงใหญ่ ที่บ้านท้องคุ้ง หมู่ที่ 7 ต.ท่าพุทรา อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร 

ทั้งนี้ นายกฯ ระบุว่า ขอชื่นชมในความเข้มแข็งและเข้าถึงปัญหา ทำอย่างไรให้มีเงินเพียงพอ วันหน้าใครจะเปลี่ยนไปปลูกอะไรก็ตามอย่าทิ้งกล้วยไข่ เรื่องเกษตรจีไอ คือนโยบายของรัฐบาล ต้องขอบคุณที่ทุกคนทำตามนี้ รัฐบาลจะหาช่องทางดูแลให้มากยิ่งขึ้น และพยายามอย่างเต็มที่ในการหาปุ๋ยขอให้อดทนกันหน่อย นายกฯ ก็เจ็บปวดเหมือนทุกครั้ง ทุกเรื่องที่มีปัญหากับประชาชน วันนี้อยู่เพื่อใคร อยู่เพื่อพวกเราและก็ทำต่อเนื่อง 

นายกฯ กล่าวว่า ตนอยู่มา 8 ปีดูสิมีอะไรบ้าง รู้ใช่หรือไม่ ถนนหนทาง รถไฟ อาจจะไม่ถึงที่บ้านเรา แต่ก็ไปตรงอื่นวันหน้าก็จะเชื่อมมาที่บ้านเราเอง นี่คือผลประโยชน์โดยอ้อม น้ำบนดิน ใต้ดิน น้ำบาดาล โครงการผลผลิตต่างๆ จะลงมาอีก เพื่อให้มีการพัฒนาต่อไป โครงการต่างๆ เราพยายามจะใส่ในจังหวัด ในอำเภอต่อไปข้างหน้าและที่ผ่านมาโครงการต่างๆ เกิด 14-15 จังหวัดแล้วมีระบบส่งน้ำใช้ประโยชน์ ด้านบริโภคและการเกษตร

'เพื่อไทย' จัดดวลแข้ง 'เพื่อไทยคัพ' กระชับสัมพันธ์ เพื่อไทย-คนสงขลา ครั้งที่ 1 ปชช.-ผู้นำชุนชนเข้าร่วมเพียบ

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม กลุ่มครอบครัวเพื่อไทย (พท.) ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จัดแข่งขันฟุตบอล 'เพื่อไทยคัพ ครั้งที่ 1' ณ สนามคิกออฟ หาดใหญ่ โดยมีนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย เป็นประธานเปิดงาน โดยมี นายสมชัย จันทร์ประทีป หรือปลัดตุ้ม อาสาเพื่อไทยเขต 2 จังหวัดสงขลา ในฐานะผู้ดำเนินการจัดการแข่งขัน พร้อมกลุ่มสงขลามหานคร ทีมอาสาเพื่อไทยจังหวัดพังงา ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และประชาชนกว่า 500 คนเข้าร่วมงาน

สร้างอนาคตไทย ถก 22 แกนนำเครือข่ายสวัสดิการชุมชน แลกเปลี่ยนแนวคิดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

'อุตตม-สนธิรัตน์' นำทีมคณะผู้บริหารพรรค ประชุมร่วม 22 แกนนำเครือข่ายสวัสดิการชุมชนจาก ทั่วประเทศ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นแนวนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สู่ นโยบายพรรค ด้านแกนนำเครือข่ายชง 2 นโยบาย ได้แก่ สร้างชุมชนเข้มแข็งเต็มพื้นที่ประเทศไทย และกระจายอำนาจชุมชนจัดการตนเอง

วานนี้ (13 มิ.ย. 65) ที่ทำการพรรคสร้างอนาคตไทย พรรคสร้างอนาคตไทยนำโดย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรค นายนริศ เชยกลิ่น โฆษกพรรค และนายบุญส่ง ชเลธร รองเลขาธิการพรรค และนายมนต์ชีพ ศิวะสินางกูร ประชุมร่วม 22 แกนนำเครือข่ายสวัสดิการชุมชนจากทั่วประเทศ นำโดยนายแก้ว สังข์ชู ประธานอนุกรรมการเครือข่ายสวัสดิการชุมชน

นายอุตตม กล่าวว่า พรรคสร้างอนาคตไทยให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องของประชาชนทั้งในระดับฐานราก ระดับประเทศ และระดับนานาชาติโดยเฉพาะเศรษฐกิจในระดับฐานราก ที่พรรคมีแนวความคิดที่จะจัดให้มีการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับองค์กรชุมชน ปราชญ์ชาวบ้านและผู้นำชุมชนที่ประสบความสำเร็จ มีภูมิปัญญาในการสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่เป็นรูปธรรมทั่วประเทศ ทั้งนี้เพื่อนำแนวความคิดดังกล่าวมาจัดทำยุทธศาสตร์และนโยบายของพรรค เพื่อสร้างอนาคตเศรษฐกิจฐานราก แก้ปัญหาปากท้องประชาชนคนไทยในยุคข้าวยากหมากแพงและต้องเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตโรคโควิด -19 ในปัจจุบัน

“พรรคเชื่อว่าการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม ต้องเริ่มแก้ที่เศรษฐกิจฐานราก ต้องร่วมคิดร่วมทำนโยบายโดยผู้ที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้โดยตรง การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันนี้จะนำไปสู่การกลั่นกรองของทีมยุทธศาสตร์พรรค เพื่อจัดทำเป็นนโยบายของพรรคต่อไป” นายอุตตม กล่าว

'ภูมิธรรม' เปิดรายชื่อ 7 ส.ส.เพื่อไทย โหวตสวนมติพรรค รับร่างงบฯ 66

(3 มิ.ย. 65) จากกรณี สภาผู้แทนราษฎร ลงมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 วงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท ด้วยเสียงข้างมาก 278 เสียง ต่อไม่เห็นด้วย 194 เสีย งดออกเสียง 2 เสียง นั้น นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ ระบุว่า...

‘ครูธัญ’ ยินดีหน่วยงานตระหนักรู้ความเท่าเทียม หลังเขตบางขุนเทียน จัดจดทะเบียนคู่รัก LGBTQ+

‘ปักธงสมรสเท่าเทียม’ โดยภาครัฐ ‘ครูธัญ’ ชม สำนักงานเขตบางขุนเทียน จัดจดทะเบียนสมรสคู่รัก LGBTQ+ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก ชี้ ยอมให้แสดงสัญลักษณ์ แม้ยังไม่มีผลทางกฎหมาย คือความก้าวหน้า

วันที่ 14 ก.พ. 65 ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะผู้เสนอร่าง ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับที่ พ.ศ. …. หรือ ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม กล่าวชื่นชมสำนักงานเขตบางขุนเทียน ที่จัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสคู่รักผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQ+ ที่ศูนย์การค้า The Bright พระราม 2 โดยระบุว่า เป็นอีกกิจกรรมที่สามารถสร้างความตระหนักรู้ในประเด็นความหลากหลายทางเพศได้ แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือการจดทะเบียนในวันนี้จะยังไม่มีผลทางกฎหมาย อย่างไรก็ดี ตนรู้สึกมีความยินดีที่หน่วยงานราชการมีความตระหนักรู้และให้ความสำคัญต่อประเด็นความไม่เท่าเทียมที่ยังมีอยู่ในสังคม โดยเข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในตัวตั้งตัวตี มีส่วนในการร่วมเปลี่ยนแปลงผลักดัน แม้ในเชิงสัญลักษณ์ก็ถือว่าเป็นก้าวแรกที่สำคัญ  

“คุณหญิงกัลยา” ห่วงนักเรียน กำชับสถานศึกษาในกำกับเตรียมรับมือโอไมครอน พร้อมหนุนรัฐใช้พื้นที่วิทยาลัยเกษตรฯ เป็นโรงพยาบาลสนาม 

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ห่วงนักเรียน หวั่นเชื้อโควิดโอไมครอน ขยายวงกว้างสู่ชุมชนขึ้น หลังหยุดยาวในช่วงปีใหม่ กำชับสถานศึกษา วิทยาลัยเกษตรฯ-การศึกษาพิเศษ ปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขเคร่งครัด พร้อมใช้วิทยาลัยเกษตรฯ เป็นโรงพยาบาลสนาม หากสาธารณสุขแต่ละพื้นที่ร้องขอ ย้ำช่วงนี้ครูและผู้ปกครองต้องช่วยดูแลเด็กเป็นพิเศษ 

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกประจำตัวรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) เปิดเผยว่า คุณหญิงกัลยา มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดสายพันธ์โอไมครอน ที่ทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างไปในหลายจังหวัด จึงได้สั่งการให้สถานศึกษาในกำกับทุกแห่งโดยเฉพาะวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี และศูนย์การศึกษาพิเศษทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนประจำ ปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ภายใต้มาตรฐาน Sandbox Safety Zone ของกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข โดยจำกัดบุคคลเข้าออกโรงเรียนอย่างชัดเจน มีการคัดกรองและเน้นการทำกิจกรรมในรูปแบบ Bubble and Seal เพื่อป้องกันการเกิดคลัสเตอร์ในโรงเรียน

นอกจากนี้คุณหญิงกัลยาได้สั่งการให้วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีซึ่งตั้งอยู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่หากทางสาธารณสุขอำเภอ หรือทางจังหวัดขอความร่วมมือมา หาต้องการใช้พื้นที่เป็นสถานที่พักคอยสำหรับผู้สัมผัสเชื้อความเสี่ยงสูง และหากมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นจนโรงพยาบาลไม่สามารถรองรับผู้ป่วยได้เพียงพอก็ให้พร้อมจัดเตรียมเป็นโรงพยาบาลสนาม

ทั้งนี้วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีทั้ง 47 แห่งทั่วประเทศ มีความพร้อม โดยได้มีการเตรียมรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ไว้ตั้งแต่การระบาดได้ทวีความรุนแรงในช่วงเดือนเมษายน 2564 โดย วิทยาลัยเกษตรฯ จะให้ใช้สถานที่ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดการพักคอย หรือใช้เป็นโรงพยาบาลสนาม ในขณะที่สาธารณสุขในพื้นที่ก็จะส่งบุคลากรเข้ามาดำเนินการในเรื่องอาหาร ความสะอาด และการควบคุมโรคภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุขที่ถูกต้อง 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top