Sunday, 5 July 2026
LITE

‘กระติ๊บ ชวัลกร’ คว้ารางวัล 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน จากการแข่งขันทำอาหาร ‘Philippine Culinary Cup 2023’

เรียกได้ว่าเป็นคนที่สวยครบเครื่องและมากความสามารถจริง ๆ สำหรับนักแสดงสาว ‘กระติ๊บ ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล’ ไม่ว่าจะเป็นด้านการแสดง ด้านศิลปะ และฝีไม้ลายมือด้านการทำอาหาร

ซึ่งล่าสุด ‘กระติ๊บ ชวัลกร’ ก็ได้ออกมาประกาศข่าวดีผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว หลังจากที่ได้เป็นตัวแทนทีมชาติไทย ลงแข่งขันทำอาหารในงาน ‘Philippine Culinary Cup 2023’ ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นงานระดับนานาชาติ ที่ได้รับการรับรองจากสมาคมเชฟโลก ซึ่งงานนี้สาวกระติ๊บก็สามารถคว้าเหรียญทองประเภท Pasta และคว้าเหรียญเงิน ประเภท U.S. Poultry มาครองได้สำเร็จ

โดยงานนี้นักแสดงสาวก็ได้โพสต์ภาพพร้อมกับเขียนแคปชันบรรยายอย่างภูมิใจว่า... “มาไกลเกินฝันค่ะ ติ๊บได้อยู่ทีมชาติไทยแล้วค่ะ ขอบคุณสำหรับโอกาสที่ให้ติ๊บได้เข้าทีมชาติไทย ขอบคุณเชฟ วิลแมน เชฟเมย์ เชฟผึ้ง และทีม Thailand culinary Academy ทุกคน การแข่งขันทำอาหารระดับนานาชาติครั้งนี้ มีเชฟเข้าร่วมแข่งขันกว่า 800 คน จาก 15 ประเทศ ตัดสินโดยสมาคมเชฟโลก

ติ๊บได้ 1 เหรียญทอง Philippine Culinary Cup World Food Expo Best Pasta / Overall Champions with Gold Medals award. คะแนนสูงสุดในการแข่งขันประเภทนี้ Chef Shawankorn Wanthanaphisitkul

และ 1 เหรียญเงิน Philippine Culinary Cup Chef Shawankorn Wanthanaphisitkul Duck - Sliver Medal จากการลงแข่งสองประเภท

ขอบคุณ airasia ขอบคุณ Chitrada technology institute ขอบคุณสถานที่ซ้อม Kitchen Lab by Kitchen World ขอบคุณคุณแม่ที่เป็นแรงบันดาลใจ ขอบคุณปะป๋า ขอบคุณปั่น และทุกๆคน ที่คอยอยู่ซัพพอร์ตมาตลอด เหรียญทองนี้เพื่อประเทศไทยค่ะ TH

ที่สำคัญที่สุดร้าน A Bowl Of Pasta นางลิ้นจี่, Maze dining สำหรับทุก ๆ อย่างค่ะ ใครอยากกินพาสต้าอร่อย ๆ หรืออาหาร fine dining เริ่ด ๆ พลาดไม่ได้ค่ะ !! #ไปมะนิลาไปกับแอร์เอเชีย #airasiatravels”

หลังจากโพสต์เผยแพร่ไปแล้วเหล่าเพื่อนพ้องคนบันเทิงและแฟน ๆ ที่เข้ามาคอมเมนต์แสดงความยินดีอย่างคับคั่ง

BLACKPINK จัดคอนเสิร์ตที่ฮานอย 2 วัน ดึงเงินเข้าเวียดนามได้ถึง!! 920 ล้านบาท

(7 ส.ค. 66) คอนเสิร์ตครั้งแรกในเวียดนามของวงเกิร์ลกรุ๊ปเคป็อบระดับโลกอย่าง BLACKPINK สำหรับ ‘BORN PINK WORLD TOUR’ ซึ่งจัดขึ้น 2 รอบ เมื่อวันที่ 29 - 30 กรกฏาคมที่ผ่านมา ณ My Dinh National Stadium ในกรุงฮานอย มีผู้เข้าชมกว่า 170,000 คน ส่วนยอดจำนวนของผู้เข้าชมจากต่างประเทศอยู่ที่ 30,000 คน

โดยการท่องเที่ยวของฮานอยรายงานว่า มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 8% ในช่วงที่จัดคอนเสิร์ต BLACKPINK ซึ่งคิดเป็นจำนวนเงิน 26.5 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 920 ล้านบาทไทย จากชาวต่างชาติที่เข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นของประเทศเวียดนามได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ คอนเสิร์ตของ BLACKPINK ยังส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการบริการของฮานอยด้วย เช่น โรงแรมในบริเวณใกล้เคียง My Dinh National Stadium ซึ่งมีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นที่ 20% ในขณะที่ ‘BORN PINK WORLD TOUR’ ยังสร้างสถิติใหม่เป็นทัวร์คอนเสิร์ตของกลุ่มศิลปินหญิงที่สร้างรายได้สูงสุด โดยมีรายได้อยู่ที่ 78.5 ล้านดอลลาร์ จากการแสดงคอนเสิร์ต 26 รอบ ตามรายงานของ Touring Data

อบต.โพนงาม บริการประชาชน ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ เน้นโปร่งใส คุ้มค่า สามารถตรวจสอบได้ และไร้มลพิษ

องค์การบริหารส่วนตำบลโพนงาม อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร จัดตั้งตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เมื่อปี 2539 มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายจัดตั้ง ให้มีและบำรุงไฟฟ้าหรือแสงสว่างโดยวิธีอื่น ในการดำเนินการส่วนใหญ่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมักจะอุดหนุนงบประมาณให้การไฟฟ้าเป็นผู้ดำเนินการและเป็นทรัพย์สินของการไฟฟ้า ทั้งที่การไฟฟ้าก็มีอำนาจหน้าที่บริการการขยายเขตไฟฟ้าบริการประชาชนอยู่แล้ว แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็เลือกที่จะอุดหนุนงบประมาณ เนื่องจากสะดวกและง่ายไม่ต้องดำเนินการเอง

ปัจจุบันการไฟฟ้าจำกัดอัตราการใช้ไฟฟ้าส่องว่างสาธารณะในชุมชนลง ทำให้บางชุมชนบางพื้นที่ไม่มีแสงสว่างเพื่อความสะดวกและปลอดภัย

จากปัญหาดังกล่าว องค์การบริหารส่วนตำบลโพนงามได้เล็งเห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาระบบแสงสว่างสาธารณะโดยมีความคิดริเริ่มในการเลือกใช้พลังงานทดแทนตามนโยบายรัฐบาล

โดยจัดทำคำของบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจตามแผนกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2565 โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ สายบ้านพลังใหม่ หมูที่ 11 ตำบลโพนงาม – บ้านวาใหญ่ ตำบลวาใหญ่ อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร งบประมาณ 4.6 ล้านเศษ และได้ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อกลางปี 2565 จากการดำเนินโครงการก่อสร้างและติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar street light) ทำให้ประชาชนและผู้สัญจรมีความพึงพอใจอย่างมาก เพราะสะดวกสบาย ปลอดภัยในยามค่ำคืน และประหยัดค่าไฟฟ้าได้อีกด้วย ที่สำคัญเป็นการสนองนโยบายรัฐบาลในการรักษาสิ่งแวดล้อมได้อีกทางหนึ่ง ทำให้พื้นที่ข้างเคียงหรือหมู่บ้านอื่นมีความต้องการจะติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์เช่นเดียวกัน ในปีงบประมาณ พ.ศ.2566 – 2570 องค์การบริหารส่วนตำบลโพนงาม ได้ประชาคมจัดทำแผนพัฒนาเพื่อขยายพื้นที่ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างให้ครบทุกหมู่บ้านและตามสายทางสาธารณะที่ไฟฟ้าไปไม่ถึง ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 องค์การบริหารส่วนตำบลโพนงาม ได้จัดทำคำของบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจฯ จำนวน โครงการ ได้แก่

1.โครงการเสริมผิวจราจรแอสฟัลติกท์คอนกรีตพร้อมติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ สายหน้าวัดโพธิ์ชัย หมู่ที่ 1 ตำบลโพนงาม – บ้านวาใหญ่ ตำบลวาใหญ่ อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร จำนวน 100 โคม ระยะทาง 2,000 เมตร

2.โครงการก่อสร้าง คอนกรีตเสริมเหล็ก พร้อมติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ สายบ้านพลังใหม่ หมู่ที่ 11 ตำบลโพนงาม – บ้านดอนทอย อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร จำนวน 54 โคม ระยะทาง 1,000 เมตร

3.โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมติดตั้งไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ สายบ้านเสาวัด หมู่ที่6 ตำบลโพนงาม – บ้านนาหวาย ตำบลท่าก้อน อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร จำนวน 100 โคม ระยะทาง 2,000 เมตร ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลคาดหมายว่าจะได้รับงบประมาณจากรัฐบาล และอีกส่วนหนึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลโพนงามได้ใช้งบประมาณของตนเองดำเนินโครงการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์บริการชุมชนและสังคมภายในหมู่บ้านที่ไม่มีแสงสว่างหรือระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้าไปไม่ถึง และนี่คือนโยบายดีๆ ที่องค์การบริหารส่วนตำบลโพนงามให้ความสำคัญตามหลักการบริการสาธารณะที่ว่า “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี ประชาชีเป็นสุข เศรษฐกิจมั่งคั่ง” บนพื้นฐานหลักความคุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตรวจสอบได้

‘ธัญญ่า’ ฮาลั่น!! ‘เป๊ก สัณณ์ชัย’ ยอมให้ลูกสาวจับแปลงโฉม สวมบท ‘พ่อเกรซ’ ในมาตาลดา ชาวเน็ตเห็นแล้วเอ็นดูไม่ไหว

(7 ส.ค. 66) ‘ธัญญ่า ธัญญาเรศ’ โพสต์คลิปน่ารัก ‘น้องลียา’ ลูกสาวอินเทรนด์ละครดังอย่าง ‘มาตาลดา’ ได้จับ ‘พ่อเป๊ก สัณณ์ชัย’ มาถ่ายคลิปโคฟเวอร์เป็น ‘พ่อเกรซ’ ของมาตาลดา งานนี้พ่อเป๊กก็แอคติ้งเป็นพ่อเกรซแบบเนียนๆ ขนาดเมียตัวเองยังอดขำไม่ไหว จนโพสต์คลิประบุข้อความไว้ว่า…

“ขำไม่ไหว..โดนลียาจับใส่ผ้าพันคอ..ทาปาก ตอนแรกลูกจะใส่ที่คาดผมให้ด้วย พ่อบอกพ่อมาเฟียนะลูก ไว้หน้าพ่อบ้าง @_liyahengtrakul @pegliyah #มาตาลดา #พ่อเกรซ”

งานนี้พระเอกในเรื่องอย่าง ‘เจมส์ จิรายุ’ ก็ยังเข้ามาคอมเมนต์ด้วยว่า “น่าร๊ากกกก” ด้าน ‘จ๋า ยศสินี’ ผู้จัดละครก็ถึงกับร้องลั่นเรียกทั้งพ่อทั้งลูกว่า “ลียาลู๊กกกกกกกกกก คุณพ๊อออออออ” นอกจากนั้นยังมีทั้งคนบันเทิงและแฟน ๆ แห่คอมเมนต์กันรัว ๆ ทั้งขำทั้งเอ็นดูสองพ่อลูก

‘อุ้ม ลักขณา’ รีโพสต์ไอจีน้องชาย พร้อมตัดพ้อ!! “ตายทั้งเป็น” หลัง ‘บอล กฤษณะ’ ออกมาสารภาพผิดว่าได้ทรยศต่อภรรยา

(7 ส.ค. 66) ท่ามกลางกระแสข่าวลือเตียงหักที่ยังคลุมเครือ ‘บอล กฤษณะ อมิตรสูญ’ ออกมาโพสต์ยอมรับผิดต่อ ‘อุ้ม ลักขณา อมิตรสูญ’ ที่ทรยศภรรยาและครอบครัว แม่ของอุ้ม ก็โพสต์เดือดว่า “จะพูดอะไรลับหลังช่วยเล่าเรื่องจริงด้วยนะ อย่าใส่ร้ายใส่ไฟคนอื่น เพื่อให้ตัวเองดูดี ทุเรศ! พูดว่าตรูจะเอาเงินเมิง ที่ไหนเมื่อไหร่?! สลึงบาทไม่เคยขอ อย่าว่าแต่ขอเลย ขอยืมยังไม่เคยสักครั้ง ‘มีแต่ให้ยืม’ ทีละล้านสองล้าน ไม่แมนเลยนะเมิง บอกแล้วนะว่าอย่าให้ตรูพูด #ความลับไม่มีในโลก #อย่ามาเห่าลับหลัง”

“งานนี้แม้คุณแม่ไม่ได้บอกว่าหมายถึงใคร แต่โลกออนไลน์ก็จับโยงไปถึงลูกเขยเรียบร้อยแล้ว ด้าน ‘อุ้ม’ เองก็แชร์ข่าวที่แม่ออกมาฟาดเดือด ๆ ผ่านสตอรี่อีกด้วย

ล่าสุด ‘จูเนียร์’ น้องชาย ‘อุ้ม ลักขณา’ ก็ได้โพสต์ไอจีสตอรี่ ภาพพร้อมหน้า อุ้ม และหลานสาว พร้อมแคปชันว่า "เห็นใบหน้ายิ้มร่าเริงอยู่ แต่ความรู้สึกพี่หนู ICU แล้วนะ"

ซึ่ง ‘อุ้ม ลักขณา’ ก็ได้รีโพสต์สตอรี่ของน้องชาย พร้อมใส่ข้อความว่า "ตายทั้งเป็น"

จุกในอก!! ‘บีม กวี’ เผยวินาที ‘น้องพีร์’ ถาม “อาบิ๊กอยู่ไหน?”  งานนี้ทำเอาเหล่าแฟนๆ D2B ที่ได้ดูคลิปถึงกับน้ำตาริน

(7 ส.ค. 66) เรียกได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จักกับวงบอยแบนด์ในตำนานอย่าง D2B ที่มีศิลปิน 3 คน อย่าง บิ๊ก ปาณรวัฐ กิตติกรเจริญ, แดน วรเวช ดานุวงศ์ และ บีม กวี ตันจรารักษ์ ซึ่งถือได้ว่า D2B เป็นกลุ่มบอยแบนด์ไทยที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และได้รับฉายา ‘บอยแบนด์อันดับ 1 ตลอดกาลของไทย’

แต่กลับมีข่าวร้ายเมื่อในวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 บิ๊ก ปาณรวัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของวง D2B ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ตกอยู่ในอาการโคม่า ทำให้วง D2B ถูกยุบลง และหลังจากการประสบอุบัติเหตุของบิ๊ก แดนและบีมได้แยกออกมาตั้งวงใหม่ในชื่อแดน-บีม และ D2B ได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการหลังจากบิ๊กเสียชีวิตในวันที่ 9 ธันวาคม ในปีเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม จากกระแสเรียกร้องจากแฟนคลับและความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทำให้เกิดคอนเสิร์ตเพื่อรำลึกถึง D2B ขึ้นมาตลอดทุกปี และครั้งล่าสุดกลับมาอีกครั้งสำหรับงานคอนเสิร์ต แดน-บีม ครบรอบ 22 ปีวง ใน ‘D2B ETERNITY CONCERT : 22 ปีนับตั้งแต่วันที่ฉันรักเธอ’

โดยครั้งนี้ได้ใช้เทคโนโนโลยีพา บิ๊ก ปาณรวัฐ กลับมาอีกครั้ง โดยบนเวทีทำเอาขนลุกทั้งฮอลล์ เมื่อ บิ๊ก ปาณรวัฐ ได้ร่วมร้องเพลงกับทั้ง 3 คน เป็น D2B แบบครบวงอีกครั้ง ทำเอาแฟนคลับหลายคนถึงกับน้ำตาซึมกันเลยทีเดียว โดยต้องบอกเลยว่าทั้งภาพและเสียงนำเสมือนจริงมาก ๆเลยทีเดียว

ล่าสุดต้องบอกเลยว่าทำเอาบีบหัวใจเมื่อทางด้าน บีม กวี ได้ออกมาโพสต์คลิป น้องพีร์ ถามหา “อาบิ๊กอยู่ที่ไหน” ก่อนจะตอบว่า “อาบิ๊ก เขาไปอยู่ที่สวยๆ เขาอยู่ไกลแล้ว” ทำเอาทางด้าน บีม กวี ถึงกับถามว่า “ใครสอนเนี่ยลูก” ทางด้าน น้องพีร์ ก็ได้ถามต่อว่า “อาบิ๊กอยู่ไหน ทำไมน้องพีร์ไม่เคยเห็นอาบิ๊กเลย” 

‘บี้ สุกฤษฎิ์’ มีติ๊กต็อกแล้ว!! ประเดิมคลิปแรกกราบพระโชว์ งานนี้ถูกใจแฟนคลับ ถึงขั้นบอก “คลิปต่อไปขอสวดมนต์”

(7 ส.ค. 66) กระแส TikTok มาแรงสุด ๆ แม้แต่ ‘บี้ สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว’ นักร้องซุปตาร์คนดังของเมืองไทย ก็ไม่สามารถต้านทานได้ เปิด TikTok ของตัวเองแล้ว หลังจากห่างหายวงการบันเทิงไปเข้าวัด อยู่กับชีวิตธรรมะธัมโมจนแฟนคลับคิดถึงหนุ่มบี้เพียบ

หนุ่มบี้ นักร้องดังจากบ้านเดอะสตาร์ ได้เปิด TikTiok ชื่อ ‘biesukrit_w’ โดยประเดิมช่องติ๊กต็อกด้วยคลิปแรกที่ทำเอาแฟนคลับฮาลั่น ตามมาถล่มคอมเมนต์และไลก์เพียบ หลังจากหนุ่มบี้โพสต์คลิปไป 1 วันเท่านั้น ล่าสุดยอดวิวคลิปทะลุ 5 แสนวิวไปแล้วเรียบร้อย

‘ม้า อรนภา’ ซึ้งใจ ‘ชมพู่’ พาลูกๆ ร่วมงานศพคุณแม่ พร้อมสวมกอด - ให้กำลังใจ ทำซาบซึ้งน้ำตาซึม

เรียกได้ว่าได้รับกำลังใจจากทั้งเพื่อนพ้องน้องพี่คนบันเทิงและแฟน ๆ อย่างล้นหลามเลยทีเดียว สำหรับพิธีกรรุ่นใหญ่อย่าง ‘ม้า อรนภา กฤษฎี’ หลังสูญเสีย ‘คุณแม่ประมวล แสงสาคร’ คุณแม่สุดที่รักวัย 99 ปี ไปอย่างไม่มีวันกลับ

ซึ่งนอกจากจะได้รับกำลังใจจากโซเชียลอย่างล้นหลามแล้ว ภายในงานสวดอภิธรรมของคุณแม่ ก็มีเหล่าเพื่อนพ้องน้องพี่คนบันเทิงเดินทางไปร่วมงานและร่วมอาลัยกันเนืองแน่น เช่นเดียวกับซุปตาร์สาว ‘ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต’ ที่ได้พา ‘น้องสายฟ้า-น้องพายุ’ ไปร่วมอาลัยและส่งกำลังใจให้กับคุณยายม้าอีกด้วย

โดยเมื่อวานนี้ (6 ส.ค. 66) อินสตาแกรมของโพลีพลัส ก็ได้เผยภาพทีม 3 แซ่บ ที่ได้ไปร่วมอาลัยคุณแม่ประมวล พร้อมกับเปิดคลิปนาทีอบอุ่บปนซึ้งที่ ‘ชมพู่’ และ ‘น้องสายฟ้า-น้องพายุ’ สวมกอดส่งกำลังใจให้กับ ‘ม้า อรนภา’ ซึ่งช็อตนี้ก็ทำเอาพิธีกรรุ่นใหญ่ซาบซึ้งน้ำตารื้นเลยทีเดียว

ขณะที่ ‘ม้า อรนภา’ ก็ได้โพสต์ภาพบรรยากาศในงานสวดอภิธรรมคืนที่ 3 พร้อมกับเขียนแคปชั่นบอกว่า “สวดอภิธรรมคุณแม่คืนวันที่ 3 อบอวลไปด้วยความรักที่มีต่อแม่และม้า ขอบคุณทุกคนที่มีความรักต่อกันมาเสมอ เป็นคืนทีร้องไห้ด้วยความปลาบปลื้มมากที่สุด” ท่ามกลางเหล่าคนบันเทิงและแฟน ๆ เข้ามาคอมเมนต์ส่งกำลังใจอย่างคับคั่ง

‘ก๊อต จิรายุ’ ชำแหละ!! ‘ชาวเน็ต’ ออกเป็น 4 ประเภท พร้อมบอก “ถ้าแยกได้ จะเป็นการช่วยสังคมคัดสรรคน”

(7 ส.ค. 66) นักแสดงหนุ่มคนดัง ‘ก๊อต จิรายุ ตันตระกูล’ ได้เขียนข้อความว่า “เวลาได้ยินคำว่า ‘ชาวเน็ต’ ใช่ว่าจะเหมารวมเอาคนทั้งหมดที่เล่นโซเชียลว่าเป็นชาวเน็ต แต่จริง ๆ เราควรแยกประเภทชาวเน็ตเป็น 4 ประเภท ดังนี้

ประเภทที่ 1 ชาวเน็ตที่ไม่เอากระแสใด ๆ เลยที่ไม่ได้เกี่ยวกับเป้าหมายชีวิตของตน ชาวเน็ตกลุ่มนี้จะใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อสานฝันของตัวเองและปัดออกในสิ่งที่ทำให้ชีวิตล่าช้าจากความฝัน คนกลุ่มนี้เข้าใจธรรมชาติของคำว่ากระแสและสื่อ พวกเขาสามารถปัดสื่อไร้สาระออกจากชีวิตได้ทันทีหากเห็นว่าไม่ทำให้ชีวิตเจริญ คนกลุ่มนี้แม้จะอยู่ในโลกออนไลน์แต่เราอาจจะไม่เห็นพวกเขา

ประเภทที่ 2 เป็นชาวเน็ตที่แม้จะได้ยินสิ่งที่เป็นกระแส แต่ก็ไม่เชื่อไว้ก่อน เพราะมีสติปัญญารู้ว่าสื่อมักเล่ามุมเดียวจากที่มุมสื่อประสบมา ชาวเน็ตประเภทนี้จะแยกออกระหว่างสื่อกับเสี้ยม โดยชาวเน็ตกลุ่มนี้มักจะคัดสรรข้อมูลที่เข้าตัวมากกว่าที่จะรับทุกอย่างเข้าชีวิตอย่างไม่คิด

คนกลุ่มนี้แม้จะอยู่ในโลกออนไลน์แต่เราอาจจะเห็นเขาได้น้อย

ประเภทที่ 3 ชาวเน็ตที่เผลอเชื่อกระแสโคมลอยในโลกออนไลน์ แต่สามารถหยุดและตั้งสติได้เพื่อพิจารณาในมุมอื่น ๆ คือเป็นกลุ่มคนที่คล้อยตามกระแสที่มาไวไปไว แต่มีการฉุกคิดเห็นมุมต่าง มองมุมอื่นและพาตัวเองออกจากกระแสที่พิจารณาแล้วเห็นว่าไร้ประโยชน์ต่อตน

คนกลุ่มนี้อาจจะเห็นเขาปรากฏในคอนเทนต์ที่เป็นกระแส

ประเภทที่ 4 เป็นชาวเน็ตที่เชื่อทุกอย่างที่โลกออนไลน์ประเคนให้ โดยไม่สามารถใช้ความคิดวิเคราะห์ได้ เป็นกลุ่มคนที่ปราศจากสติในการวิเคราะห์ เป็นนักเชื่อที่มีนิสัยด่วนสรุป ไม่สามารถคัดกรองข่าวสารใด ๆ ได้ และมักทำตัวเป็น ‘ผู้รู้ดีในสิ่งที่ตนไม่รู้จริง’

ธรรมชาติของชาวเน็ตประเภทนี้ คือ จะส่งเสียงดังเพราะควบคุมตัวเองไม่ได้ และมักเห็นว่าเรื่องของทุกคนเป็นเรื่องของตนเอง คนกลุ่มนี้ไม่ใช้ศักยภาพสมองและอวดการไม่ใช้ศักยภาพอย่างภาคภูมิใจ

คนกลุ่มนี้พบอยู่มากในโลกออนไลน์ที่เป็นกระแส จะว่าไปคนกลุ่มนี้สามารถยกระดับจิตใจของตัวเองขึ้นได้ แต่มันต้องเริ่มจากการตั้งสติและแทนที่การด่วนสรุปด้วยการใช้ความพยายามเข้าใจในชีวิตของผู้อื่นมากขึ้น

สื่อหลายที่มักเหมารวมเอาคนทั้งหมดที่เล่นโซเชียลว่าเป็นชาวเน็ต แท้จริงหากมีการแยกประเภทก็ช่วยสังคมได้เป็นอย่างมากในการคัดสรรคน #คอมเมนต์อย่างผู้เจริญ #ชาวเน็ตประเภท4อาจไม่พอใจสิ่งนี้

‘ชาวต่างชาติ’ ประทับใจ ‘พฤติกรรมคนไทย’ เมื่อได้ยินเสียงเด็กร้องในที่สาธารณะ 

เมื่อวานนี้ (6 ส.ค. 66) เพจเฟซบุ๊ก ‘Vee Chirasreshtha’ ได้โพสต์ข้อความถึงพฤติกรรม นิสัยของคนไทยที่ชาวต่างชาติประทับใจ โดยระบุว่า

“ครอบครัวฝรั่งมาเที่ยวไทย พาลูกเล็ก ๆ ขึ้นรถไฟฟ้า เด็ก ๆ ก็เสียงดัง ดื้อ งอแง แม่ก็พยายามดูลูกไม่ให้รบกวนคนอื่น ปรากฏว่า พอลงจากรถ เขาถ่ายคลิปเล่าว่า คนไทยน่ารักมาก ๆ ที่ไม่มีใครมองเขาด้วยสายตาในเชิงต่อว่า หรือแม้แต่บ่นด่า เพราะในหลายประเทศ ถ้าเด็กงอแงหรือดื้อเสียงดังในรถไฟฟ้า เขาคงโดนต่อว่าไปแล้ว แต่ที่เขาแปลกใจกว่าคือ มีผู้โดยสารคนไทยพยายามพูดคุยทำเสียงให้ลูกเล็ก ๆ ที่งอแงของเขาให้หยุดร้องด้วย ซึ่งเขาประทับใจมาก”

อัญชัน เทอเรส ร้านอาหารไทยสไตล์โฮมเมด หลากหลายเมนู กับสูตรลับเฉพาะที่ต้องลองชิม

อัญชัน เทอเรส ร้านอาหารไทยรสจัดจ้าน ย่านพุทธมณฑล สาย 2 ร้านนี้เน้น ความเป็นโฮมเมดสไตล์ไทยๆ ชื่อ “อัญชัน” ดอกไม้ริมรั้วเติบโตง่ายสื่อถึงความเรียบง่ายและยังเป็นดอกไม้กินได้ด้วย เมนูในร้านอัญชันจึงเป็นอาหารที่ทำจากดอกอัญชัน และเพิ่มเติมเมนูอาหารที่หากินได้ยากเพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น อาทิ หมูกรอบคั่วน้ำปลา ที่รับประกันความกรอบฟู ราดน้ำซอสเค็มหวานสูตรเฉพาะของร้าน

ผัดสามเหม็น จานขายดีที่รวมเอาสะตอ ชะอม กระเทียมโทน ผัดใส่วุ้นเส้นและไข่ไก่ ผัดเกรียมๆ รสชาติเข้มข้น ได้ความมันของสะตอข้าวอ่อนๆ หอมกลิ่นกระทะ อร่อยครบเครื่อง

ไข่ตุ๋นหน้ากระเทียมฉ่า เมนูที่ทุกคนชื่นชอบ ไข่ตุ๋นนุ่มๆ เนื้อเนียน โรยหน้าด้วยกระเทียมฉ่ากับน้ำปลากลิ่นหอมมาก

ไข่พะโล้แก้มหมู เมนูนี้เป็นสูตรเฉพาะของทางร้านที่เปลี่ยนจากหมูสามชั้นที่มันเยอะเป็นแก้มหมูที่ให้รสสัมผัสของเนื้อและมีมันแทรกน้อยๆ ต้มข้ามวันจนน้ำพะโล้รัดตัวไข่ และแก้มหมูนิ่มนุ่มกลิ่นหอมน่าลิ้มลอง

แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย เป็นสูตรเครื่องแกงที่ตำเอง ซึ่งสีจะไม่เขียวเหมือนแกงเขียวหวานทั่วไป แต่รสชาติถึงเครื่อง กินพร้อมเนื้อปลากรายเด้งๆ รับรองติดใจ

ข้อมูลเพิ่มเติม
ที่ตั้ง : 5/10 แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ

ติดต่อ : 082-205-9899

เวลาเปิด - ปิด : 11.00-22.00 น. ทุกวัน

‘ต่าย ชุติมา’ ควงคู่ ‘น้องพิพิม’ รับรางวัล ‘คุณแม่ดีเด่น-ลูกกตัญญู’ เผย!! ดีใจ ที่ได้รางวัลอีกครั้ง ตนได้แต่ทำหน้าที่โดยไม่ได้หวังอะไร

(7 ส.ค. 66) แม้ช่วงที่ผ่านมาจะเกิดกระแสดรามาหนักหน่วงขนาดไหน แต่การเลี้ยงและดูแลลูกสาวสุดที่รักอย่าง ‘น้องพิพิม ลิ้มเจริญรัตน์’ ของคุณแม่สุดสวย ‘ต่าย ชุติมา ทีปะนาถ’ ก็ไม่เคยขาดตกบกพร่อง ทำให้ล่าสุดเจ้าตัวได้รับรางวัลแม่ดีเด่น ในงานมอบรางวัลคนแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2566 ณ ห้องประชุมรัชนีแจ่มจรัส 4 สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ซึ่ง ‘น้องพิพิม’ เองก็ได้รับรางวัลลูกกตัญญูในครั้งนี้เช่นกัน ซึ่งสาว ต่าย ก็เผยว่าดีใจและเป็นเกียรติที่ได้รับรางสัลนี้ และถือเป็นครั้งที่ 2 แล้วด้วย

“ได้รับรางวัลแม่ดีเด่นค่ะ (ยิ้ม) เป็นครั้งที่ 2 ค่ะ เคยได้มาแล้วรอบนึง ก็รู้สึกเป็นเกียรติมากเลยค่ะที่ได้รางวัลนี้ เราก็ทำหน้าที่ของเราโดยไม่ได้หวังอะไร แล้วสุดท้ายมีคนเห็นคุณค่าของความเป็นแม่ของเรา ก็ดีใจค่ะ จริง ๆ การเลี้ยงลูกของต่ายก็คือทำอะไรให้เป็นธรรมชาติที่สุดและตามวัยเขา เห็นว่าอะไรเหมาะหรือไม่เหมาะ เราก็พยายามบอก พยายามที่จะเป็นทั้งแม่ ทั้งเพื่อน เป็นทุกอย่างให้เขาค่ะ ตอนนี้ก็ยังไม่ได้วางอะไรให้เขามาก เพราะพอเข้าประถมต้นเราก็รอดแล้ว 3 ปี (หัวเราะ) พอจะขึ้นประถมปลายอาจจะต้องมาคิดว่าจะอยู่โรงเรียนเดิมหรือจะยังไง

เรื่องการดูสื่อโซเชียล เวลาที่เขาเล่นก็จะมีจำกัดเวลาให้อยู่แล้วค่ะ และสื่อที่เขาดูก็ต้องเหมาะสำหรับวัยของเขา ก็อยากให้กำลังใจคุณแม่ทุกคน รู้ว่าเลี้ยงลูกเหนื่อย แต่เราก็จะได้รับความภาคภูมิใจนั้นกลับมาในการเลี้ยงลูกของเรา ถ้าเราเลี้ยงลูกอย่างดีที่สุดค่ะ (ยิ้ม)”

‘ดิว อริสรา’ ควักเงินซื้อคอนโดหรูใจกลางกรุงหมดทั้งชั้น ลั่น!! ไม่ได้ตั้งใจอวดรวย ชอบเพราะถูกโฉลก อยู่แล้วปัง

(7 ส.ค. 66) ชีวิตปังไม่ไหวจริง ๆ สำหรับนักแสดงสาว ‘ดิว อริสรา’ ล่าสุดได้ควักกระเป๋าซื้อคอนโดใหม่ใจกลางเมือง แต่ในครั้งนี้เธอเล่นเหมาทั้งชั้นไปเลย เพราะว่าลูกชาย ‘น้องไซลาส’ เริ่มโตแล้ว ก็เลยอยากขยับขยาย และเธอก็เพิ่งจัดพิธีทำบุญขึ้นบ้านใหม่ไปหมาด ๆ นี้เอง

ล่าสุด ‘ดิว อริสรา’ ก็ได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องซื้อคอนโดยกชั้น โดยระบุว่า ตอนนี้ยังไม่เข้าไปอยู่ แต่ฤกษ์คือต้องทำบุญขึ้นบ้านใหม่วันนั้น ตอนนี้ก็คือการรีโนเวทยังไม่ได้เข้าอยู่ ยังไม่เสร็จเลย ส่วนที่หลายคนสงสัยว่าทำไมไม่ซื้อบ้านเป็นหลังอยู่ไปเลย คือเราก็ลงทุนด้วย แล้วก็ถ้าเป็นบ้านวันหนึ่งเราต้องขายดิวว่ามันง่าย แล้วก็เราชอบที่นั่นแล้วก็ถูกโฉลกเรา อยู่แล้วเฮงอยู่แล้วดีอยู่แล้วปังอะไรแบบนี้ 

อันนี้คือทั้งฟลอร์เลย แต่เดี๋ยวหนูโดนด่าว่าอวด มันเหมือนเพนท์เฮาส์ ส่วนสามีเขาแฮปปี้อยู่แล้วแต่คุณสามีเขาตอนนี้อยู่ในช่วงรีโนเวทก็จะค่อนข้างเหนื่อย มันยังไม่เสร็จพอทำบ้านมันก็มีรายละเอียดเยอะ

ที่นั่นก็ค่อนข้างปลอดภัย ดิวเลือกจากความถูกโฉลกกับดิวค่ะ แล้วก็ให้ซินแสมาดูแล้วเรารู้อยู่แล้ว เรารู้สึกได้ว่าเราอยู่ที่นั่นเราแฮปปี้แล้วมีแต่เรื่องดี ๆ เราเลยอยู่ที่นั่น ห้องดิวมันได้ทุกทิศทางอยู่แล้ว คือมันเป็นแม่น้ำล้อมรอบ เพราะดวงดิวถูกกับแม่น้ำ ตามฉายาเน็ตไอดอลภาคพื้นทะเล พอมีน้ำล้อมรอบที่อยู่ของดิวก็คือดี

ถามว่าอยู่แล้วปังยังไง คือตั้งแต่ดิวอยู่ที่นั่น ชีวิตดิวค่อนข้างเปลี่ยนไปเยอะ แล้วเราก็มีแต่เรื่องดี ๆ เข้ามาในชีวิต พอเราจะขยับขยายเราก็หาที่ ๆ มันเป็นที่เดิมก็อาจจะใหญ่ขึ้นหน่อย

‘ยงฮวา CNBLUE’ ชิม ‘เอสเพรสโซ่เย็น’ ครั้งแรกแล้วรู้สึกติดใจ!! ถึงกับชวนทุกคนทั่วโลก ให้มาสัมผัสเสน่ห์ ‘กาแฟไทย’ ด้วยกัน

(7 ส.ค. 66) เป็นที่ทราบกันดีในหมู่แฟนคลับแดนเกาหลีว่า ‘จอง ยงฮวา’ (Jung Yong Hwa) ศิลปินชื่อดังวง CNBLUE บินลัดฟ้ามาเปิดคอนเสิร์ตเดี่ยว ‘2023 Jung Young Hwa Live ALL-ROUNDER in Bangkok’ เพื่อมอบความสุขให้กับชาวบอยซ์อย่างเต็มอิ่ม ให้คุ้มค่าสมการรอคอยกันไปแล้ว

ก่อนบินกลับ ‘ยงฮวา’ ผู้ที่ชื่นชอบอาหารไทย ไม่ว่าจะเป็นผัดไทย ต้มยำกุ้ง ก็ไม่พลาดที่จะใช้วันพักผ่อนไปเที่ยวกรุงเทพฯ กันสักหน่อย และยังพาทีมงานไปนั่งชิลที่คาเฟ่สุดชิคแถวย่านตลาดน้อย เพื่อลิ้มลองเมนู ‘กาแฟเอสเย็น’ (Es-Yenn) หรือ เอสเพรสโซ่เย็น กาแฟเย็นสูตรลับเฉพาะของชาวไทย

งานนี้อปป้า ‘จอง ยงฮวา’ ได้ชิมแล้วเจ้าตัวถึงกับถ่ายภาพคู่กับกาแฟเอสเพรสโซ่เย็น และอัปโหลดภาพลงอินสตาแกรมส่วนตัว @jyheffect0622 บอกเล่าความประทับใจถึงกาแฟเอสเย็น พร้อมบอกอีกด้วยว่า ทุกคนต้องไปลิ้มลองกาแฟที่ประเทศไทยสักครั้ง ผ่านแคปชันสุดน่ารักว่า

“เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ลองกาแฟเอสเย็นของไทย รสชาติมันพิเศษมากแล้วก็หอมเข้มอย่างมีเอกลักษณ์มากกว่ากาแฟที่ผมเคยดื่ม ผมคิดถึงประเทศไทยมากๆ พวกคุณต้องไปลองดื่มกันดูนะครับ #AmazingThailand #EsYenn #EspressoYenn #ThaiEspresso #Thaicoffe #Thailand”

7 สิงหาคม พ.ศ. 2112 พระเจ้าบุเรงนอง ตีอาณาจักรอยุธยาแตก ทำให้เกิดเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 1

วันนี้เมื่อ 454 ปีก่อน พระเจ้าบุเรงนอง กษัตริย์ราชวงค์ตองอู ทรงตีอาณาจักรอยุธยาแตก ทำให้เกิดเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1 ตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรตองอูเป็นเวลานาน 15 ปี พม่าเข้ายึดทรัพย์สินและกวาดต้อนผู้คนกลับไปพม่าเป็นจำนวนมาก 

วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2112 เกิดเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาตร์ เมื่อพระเจ้าบุเรงนอง กษัตริย์ราชวงค์ตองอู ทรงตีอาณาจักรอยุธยาแตก ทำให้เกิดเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1 โดยพระเจ้าบุเรงนองทรงนำทัพเข้ารุกรานกรุงศรีอยุธยาในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2111 ยกเข้ามาทางด่านแม่ละเมา เมืองตาก รวมทั้งหมด 7 ทัพ รวมจำนวนได้กว่า 500,000 นาย และยกทัพลงมาถึงพระนครในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน 

โดยให้พระมหาธรรมราชาเป็นกองหลังดูแลคลังเสบียง ทัพพระเจ้าบุเรงนองก็ตั้งค่ายรายล้อมพระนครอยู่ไม่ห่าง การตั้งรับภายในพระนครส่งผลให้มีการระดมยิงปืนใหญ่ของข้าศึกทำลายอาคารบ้านเรือนอยู่ตลอด ทำให้ได้รับความเสียหายอย่างมาก

ฝ่ายกรุงศรีอยุธยาเมื่อทราบว่าหัวเมืองทางเหนือเป็นของพม่าแล้ว จึงเตรียมรบอยู่ที่พระนคร นำปืนนารายณ์สังหารยิงไปยังกองทัพพระเจ้าหงสาวดีที่ตั้งอยู่บริเวณทุ่งลุมพลี ทำให้ทหาร ช้าง ม้าล้มตายจำนวนมาก พม่าจึงถอยทัพมาตั้งที่บ้านพราหมณ์ให้พ้นทางปืน 

พระเจ้าหงสาวดีจึงเรียกประชุมการศึก พระมหาอุปราชเห็นสมควรให้ยกทัพเข้าตีไทยทุกด้านเพราะมีกำลังมากกว่า แต่พระเจ้าหงสาวดีไม่เห็นด้วยเพราะกรุงศรีอยุธยามีทำเลดีมีน้ำล้อมรอบ จึงสั่งให้ตีเฉพาะด้านตะวันออกเพราะคูเมืองแคบที่สุด 

ฝ่ายพม่าพยายามจะทำสะพานข้ามคูเมืองโดยนำดินมาถมเป็นสะพาน พระมหาเทพนายกองรักษาด่านอย่างเต็มสามารถ โดยให้ทหารไทยใช้ปืนยิงทหารพม่าที่ขนดินถมเป็นสะพานเข้ามา ทำให้พม่าล้มตายจำนวนมากจึงถอยข้ามคูกลับไป

พระเจ้าบุเรงนองทรงพยายามโจมตีอยู่นานจนถึงเดือนเมษายน พ.ศ. 2112 ก็ยังไม่ได้กรุงศรีอยุธยา อีกทั้งยังสูญเสียกำลังพลเป็นจำนวนมาก โดยในภายหลังทรงย้ายค่ายเข้าไปใกล้กำแพงเมืองจนทำให้สูญเสียพลอย่างมาก ระหว่างการสงครามสมเด็จพระมหาจักรพรรดิประชวรและสวรรคตในเวลาต่อมา โดยสมเด็จพระมหินทร์ขึ้นครองราชและทรงบัญชาการรบแทน

พระเจ้าบุเรงนองจึงถามพระมหาธรรมราชาว่าจะ ทำอย่างไรให้ชนะศึกโดยเร็ว พระมหาธรรมราชาทรงแนะว่าพระยารามเป็นแม่ทัพสำคัญหากได้ตัวมาการยึดพระนครจักสำเร็จ จึงมีสาสน์มาถึงพระอัครชายาว่า "...การศึกเกิดจากพระยารามที่ยุยงให้พี่น้องต้องทะเลาะกัน ถ้าส่งตัวพระยารามมา ให้พระเจ้าหงสาวดีจะยอมเป็นไมตรี..." 

สมเด็จพระมหินทร์ฯ ทรงอ่านสาสน์แล้ว ปรึกษากับข้าราชการต่าง ๆ จึงเห็นสมควรสงบศึกเพราะผู้คนล้มตายกันมากแล้ว สมเด็จพระมหินทร์ฯมีรับสั่งให้ส่งพระสังฆราชออกไปเจรจาและส่งตัวพระยารามให้พระเจ้าบุเรงนองเพื่อเป็นไมตรี แต่พระเจ้าบุเรงนองตระบัดสัตย์ไม่ยอมเป็นไมตรี ทำให้สมเด็จพระมหินทร์ฯทรงพิโรธโกรธแค้นในการกลับกลอกของพระเจ้าบุเรงนองอย่างมาก มีรับสั่งให้ขุนศึกทหารทั้งปวงรักษาพระนครอย่างเข้มแข็ง พระเจ้าบุเรงนองเห็นว่ายังไม่สามารถตีกรุงศรีอยุธยาไม่ได้ จึงส่งพระมหาธรรมราชามาเกลี้ยกล่อมให้ยอมแพ้ แต่ถูกทหารไทยเอาปืนไล่ยิงจนต้องหนีกลับไป

พระเจ้าหงสาวดีจึงคิดอุบายจะใช้พระยาจักรีที่จับตัวได้เป็นประกันเมื่อครั้งสงครามช้างเผือกเป็นไส้ศึก จึงให้พระมหาธรรมราชาทรงเกลี้ยกล่อมพระยาจักรีให้เป็นไส้ศึกในกรุงศรีอยุธยา แล้วแกล้งปล่อยตัวออกมา รุ่งเช้าพม่าทำทีเป็นตามหาแต่ไม่พบเลยจับตัวผู้คุมมาตัดหัวเสียบไว้ริมแม่น้ำเพื่อให้ไทยหลงกล

สมเด็จพระมหินทร์ฯทรงดีพระทัยที่พระยาจักรีหนีมาได้จึงทรงแต่งตั้งให้เป็นผู้บังคับบัญชาการรบแทนที่พระยาราม ครั้นพระยาจักรีได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรักษาพระนครแล้วจึงดำเนินการสับเปลี่ยนหน้าที่ของฝ่ายต่าง ๆ จนกระทั่งการป้องกันพระนครอ่อนแอลง 

พระยาจักรีได้ใส่ร้ายให้พระศรีสาวราชว่าเป็นกบฏจึงถูกสำเร็จโทษ เมื่อเห็นว่าได้เวลาอันควรพระยาจักรีจึงให้สัญญาณแก่พม่าเข้าตีกรุงศรีอยุธยาทุกด้าน และทำให้กองทัพพม่าเข้าสู่พระนครสำเร็จโดยใช้เวลาเพียง 1 เดือน โดยในวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2112 พระยาจักรีจึงให้สัญญาณแก่พม่าเข้าตีกรุงศรีอยุธยาและเปิดประตูเมือง ทำให้ทัพพม่าเข้ายึดพระนครสำเร็จ กรุงศรีอยุธยาจึงตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรตองอู


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top