Sunday, 7 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

ชลบุรี - ตำรวจภูธรภาค 2 แถลงข่าวการจับกุมตัวผู้ต้องหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ หลอกขายสลากกินแบ่งรัฐบาล มูลค่าความเสียหายมากกว่า 800 ล้านบาท

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานตำรวจภูธรภาค 2 พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ได้เข้าสอบสวน นางสาวจิตราโยธาภิรมย์ ผู้ต้องหาคดี ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์หลอกขายสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยหลอกให้ประชาชนร่วมลงทุนซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาที่ถูกกว่าความเป็นจริง โดยซื้อในราคาใบละ 80 บาท และบางคนหากไม่รับสลากกินแบ่งรัฐบาลไปขาย ก็จะฝากขายสลากกินแบ่งรัฐบาลโดยรับเงินส่วนต่างฉบับละ ๓ - ๕ บาท โดยในช่วงแรกผู้เสียหายหลายคนได้รับสลากจริงและผลตอบแทนจริงทำให้มีผู้เสียหายหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก จนต่อมาในรอบประจำวันที่ 16 เมษายน 2564 ทางผู้ต้องหาไม่ส่งสลากและจ่ายเงินค่าตอบแทนดังกล่าว ทำให้มีผู้ได้รับความเสียหายจำนวนมาก และปัจจุบันมีมูลค่าความเสียหายในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรเมืองตราด เป็นเงินจำนวน 814, 184,113 บาท

ซึ่งวันที่ 6 พฤษภาคม 2564 นางสาววนิดา มานะเปรมปรีย์ พร้อมผู้เสียหายอีกเป็นจำนวนมาก  ได้แจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองตราด ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.จิตรา ซึ่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองตราด ได้รับคำร้องทุกข์ไว้เป็นคดีอาญาที่ 400/2564 และได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลจังหวัดตราด ออกหมายจับ จนทางผู้ต้องหาทนความกดดันไม่ไหว ได้เข้ามอบตัวผ่านช่องทางชี้เบาะแส ภาค 2  เนื่องจากมีความเชื่อมั่นว่าจะได้รับความปลอดภัยและความยุติธรรมในการเข้าสู่ กระบวนการทางกฎหมาย จึงได้นำตัวมาแถลงข่าว ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองตราด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

ปทุมธานี - ธอส. ทุ่มงบ 2 ล้านบาท สร้างหอผู้ป่วย ICU ความดันลบ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ สู้ภัยโควิด-19

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สนับสนุนงบประมาณ 2 ล้านบาท ให้แก่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จัดสร้างหอผู้ป่วยไอซียูความดันลบแบบห้องแยก เพื่อให้บริการผู้ป่วยวิกฤติที่มีอาการรุนแรงได้เข้ารับการรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้อย่างเต็มศักยภาพ และเพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม หรือ CSR ของธนาคาร

นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ ในฐานะประธานกรรมการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้มอบเงินสนับสนุน จำนวน 2,000,000 บาท ให้แก่ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ประธานคณะกรรมการบริหาร โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ท่ามกลางคณะกรรมการธนาคาร พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ที่เข้าร่วมในพิธีส่งมอบดังกล่าว เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (10 พ.ค. 64)

โดยนายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทย ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน 2564 ที่มีการระบาดขยายเป็นวงกว้าง ทำให้พบจำนวนผู้ติดเชื้อ รวมทั้งผู้ป่วยวิกฤตที่มีอาการรุนแรงมากขึ้น ซึ่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นับเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลหลักที่รับส่งต่อตลอดจนดูแลและให้การรักษาผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 มาโดยตลอด ด้วยการจัดตั้งหอผู้ป่วย Cohort หอผู้ป่วยเฝ้าระวัง (PUI) หอผู้ป่วยความดันลบ รวมถึงโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ และเพื่อเป็นการสนับสนุนการดูแลรักษาผู้ป่วย COVID-19 ได้อย่างเต็มศักยภาพ และเพียงพอต่อการรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้น ธอส.ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีพันธกิจ "ทำให้คนไทยมีบ้าน" ได้ตระหนักถึงการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม จึงได้ร่วมสนับสนุนงบประมาณสู้ภัย COVID-19 จำนวนดังกล่าว มอบให้แก่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ สำหรับจัดสร้างหอผู้ป่วยไอซียูความดันลบแบบห้องแยกที่ใช้รักษาผู้ป่วยวิกฤติที่มีอาการรุนแรง ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนช่วยเหลือสังคมไทยสู้ภัย COVID-19 ที่ธนาคารดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ส่งมอบหน้ากากอนามัย พร้อมสายคล้องหน้ากากอนามัย จำนวน 10,420 ชุด ให้แก่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในชุมชน อีกทั้งในด้านงบสนับสนุนน้ำดื่ม และอาหารกลางวันให้หน่วยงานสำคัญต่างๆ สถานพยาบาล สถานศึกษา และวัด เป็นต้น

ทั้งนี้ ธอส.มีภารกิจหลักในการสนับสนุนสินเชื่อ เพื่อที่อยู่อาศัยแก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และปานกลาง ให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมาตลอดระยะเวลากว่า 67 ปี ซึ่งทางธนาคารสร้างโอกาสให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมาแล้ว มากกว่า 3.7 ล้านครอบครัว ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม หรือ CSR ของธนาคาร ทั้งทางด้านที่อยู่อาศัย การศึกษา สังคม และสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมสถาบันพระมหากษัตริย์ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และการกีฬา โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของชุมชน และการปลูกจิตอาสาช่วยเหลือสังคมของผู้ปฏิบัติงานภายในองค์กร รวมทั้งการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชุมชน และสร้างสังคมไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเติบโตอย่างยั่งยืน  (สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย)

ยะลา – นายอำเภอเบตง กำชับเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเบตง และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเบตง

เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเบตง ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเบตง ตำรวจท่องเที่ยว ทหารชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4 เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเบตง ให้เพิ่มความเข้ม เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าทางรั้วชายแดนไทย – มาเลเซีย ทางช่องทางธรรมชาติ โดยกำชับการตรวจสแกนควบคุมโรคคนไทยที่เดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย โดยทุกคนต้องผ่านการตรวจสแกนอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์อินเดียอย่างละเอียดเพื่อไม่ให้มีการหลุดลอด

ชัยนาท - พระห่วงใยชาวบ้าน ร่วมเจาะบ่อบาดาลช่วยเหลือชาวบ้าน บรรเทาความเดือดร้อนจากภัยแล้ง

ท่านเจ้าคุณพระสุธีวราภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดชัยนาทพระมงคลกิจโกศล เป็นประธานดำเนินงานรวมน้ำใจต้านภัยแล้ง พร้อมด้วยคณะสงฆ์จังหวัดชัยนาท พันเอกจิตต์เทพ ภาพันธ์ กอรมน.นายกชัชธรรม ครุธพันธุ์  สจ.นาวิน พยัคมาก พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมโครงการเจาะบ่อบาดาลช่วยเหลือชาวบ้านในครั้งนี้ ณ หมู่บ้านร่มโพธิ์ หมู่ 11 ต.วังตะเคียน อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท ที่ขาดแคลนน้ำใช้ จำนวน 45-50 ครัวเรือน โดยใช้ความลึกที่ 62 เมตร รวมแล้วจะได้น้ำใช้อยู่ที่ 6 ลูกบาศก์เมตร หรือ 6 คิว ต่อชั่วโมง

เนื่องด้วยจังหวัดชัยนาทเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง จนทำให้เกษตรกรไร่นาขาดน้ำจนไม่สามารถเพาะปลูกได้ บางรายต้องออกไปหางานอื่นทดแทน ทั้งนี้จึงได้เห็นความสำคัญของชาวบ้านและชาวเกษตกร ชาวไร่ชาวนา ที่ยังขาดแคลนน้ำใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งอุปโภค บริโภค ในหมู่ 11 บ้านร่มโพธิ์ ต.วังตะเคียน อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท จึงได้เข้าช่วยเหลือชาวบ้านในครั้ง เนื่องจากชาวบ้านยังขาดแคลนเรื่องปัจจัย และช่วงนี้อยู่ในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID 19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง และความเป็นอยู่ ทั้งนี้ หากใครมีจิตศรัทธาอยากร่วมบริจาคเพื่อเจาะบ่อบาดาลช่วยชาวบ้าน สามารถโทรเบอร์ 091-7426994 หรือโอนได้ที่ธนาคารกรุงไทย ชัยนาท 106-055-1020


ภาพ/ข่าว  ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน จังหวัดชัยนาท

นราธิวาส - ตำรวจโกลก มอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภค บริโภคแก่กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง ที่อยู่ในชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่

พ.ต.อ.เจฟฟรีย์ ไศลมานกุล ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก พร้อมด้วย พ.ต.ท.กิติเดช มะแซ สวป.สภ.สุไหงโก-ลก นำข้าราชการตำรวจ มอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภค บริโภค อาทิ ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำดื่ม อินทผาลัม รวมไปถึงหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีวิตแก่กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง ที่อยู่ในชุมชนต่าง ๆ ในเขต อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นและลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และเป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชนข้ามผ่านสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปด้วยกัน

พร้อมให้คำแนะนำในการปฏิบัติตนในภาวะการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 ระลอกใหม่ ให้ประชาชนดูแลตนเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือบ่อย ๆ และเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล โดยยึดหลัก D-M-H-T-T ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19


ภาพ/ข่าว  แวดาโอ๊ะ​ หะไร​ 

สระแก้ว – มันมาอีกแล้ว !! ช้างหนัก4 ตัน" ผวาทั้งหมู่บ้าน

ช้างป่าบุกหากินในสวนกล้วย รื้อข้าวในยุ้งฉาง ของชาวบ้านได้รับความเสียหายในบ้านหมู่ 7 ต ท่าแยก อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้วได้รับความเดือดร้อน

"ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านบริเวณอุทยานปางสีดา หมู่ 7 ท่าแยกอำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว "  ร้องว่าได้รับความเดือดร้อน เมื่อช่วงเช้ามืด 4:00 น พบว่าช้างป่า  เดินเข้ามาบริเวณหลังบ้านของ นางกำไร ผลฟัก บ้านเลขที่ 49 หมู่ 7 ตำบลท่าแยกอำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว ในช่วงฝนกำลังตกปอยๆ จึงทำให้เกิดเสียงสังกะสีดัง ตนเองตกใจตื่นขึ้นมาหลังเปิดหน้าต่างเห็นช้างตัวใหญ่มากกำลังรื้อยุ้งฉางข้าวกินอย่างเอร็ดอร่อย ตนเองก็ยืนดูอย่าง งง ๆ ไม่รู้จะโทรหาใคร เพราะมันดึกมากแล้ว ได้แต่ยืนดูช้าง ดึงข้าว ในยุ้งฉางออกมากิน ยืนดูกว่า 2 ชั่วโมง คิดว่ามันจะดึงลงมาเยอะ ก็กังวลว่าจะหมดยุ้งฉางแน่ ๆ เลย คิดว่าจะโทรหาใครดี เลยโทรหานายสงวนให้ช่วยหาคนมาไล่ช้างให้หน่อยเพราะมันดึกมากแล้วเลยไม่มีใครรับสาย จึงได้แต่ยืนมองช้างกิน จนกินอิ่มแล้วก็เดินจากไป

ด้านนางไสว กงจันทร์ บ้านเลขที่ 119 หมู่ 7 ซึ่งเป็นชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน จึงวอนให้หน่วยที่เกี่ยวข้องลงมา ตรวจสอบ ช่วยผลักดันช้างเชือกนี้ กลับได้ไหม เพราะตอนนี้ชาวบ้าน ไม่กล้าออกมา ทำมา หากิน ได้เลย อยู่กันอย่างหวาดระแวง ว่าข้างเชือก ดังกล่าวจะเข้ามาเมื่อไหร่อีก

ด้าน นายบุญเชิด เจริญสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติปางสีดา กล่าวว่าขณะนี้ได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่ติดตามแกะรอยเพื่อความปลอดภัยของชาวบ้านและประสานไปยังหัวหน้าอุทยานเขาอ่างฤาไน เพื่อทำการผลักดันกลับพื้นที่เขาอ่างฤาไน เชื่อว่าช้างตัวดังกล่าวที่เข้ามาในหมู่ 7 เป็นตัวที่หลบหนี มาจากเขาอ่างฤาไนที่ผ่านมาเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว กรณีเหยียบรถผู้สื่อข่าวสระแก้ว เสียหายที่ผ่านมา เขตเมืองสระแก้ว  " และเจ้าหน้าที่ เขาอ่างฤาไน มีการผลักดันให้ช้าง ตัวแรก เดินทางกลับไปยัง เขาอ่างฤาไน ได้สำเร็จ "

ส่วนอีกตัวมุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติปางสีดา ช้างเชือกดังกล่าวที่พัดหลงกันไม่น่า จะเข้าฝูง ช้างในเขตอุทยานปางสีดาได้ จึงเดินหากินบริเวณ แนวเขาอุทยานแห่งชาติปางสีดา จนไปทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนในขณะนี้


ภาพ/ข่าว ยุทธนา พึ่งน้อย / บูรพาทีวีออนไลน์ รายงาน

บึงกาฬ – อากาศร้อนอบอ้าว เห็ดระโงกผุดขึ้นใต้ต้นยางนา ชาวบ้านพากันเก็บขายกิโลละ 300 บาท

ฝนไม่ตกมาหลายวันประกอบกับอากาศร้อนอบอ้าว เห็ดระโงกทั้งสีขาวและเหลืองผุดขึ้นมาจากดิน ชาวบ้านเก็บไปทำอาหารเหลือก็ขายกิโลกรัมละ 300 บาทสร้างรายได้ช่วงโควิดระบาด

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 9 พ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานจากบ้านคำสมบูรณ์ หมู่ที่ 3 ตำบลบึงโขงหลง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬว่า  ชาวบ้านหาดคำสมบูรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากภัยไวรัสโควิด 19 หลังจากมีนักท่องเที่ยวพาลูกหลานมาเล่นน้ำคลายร้อน กลับไปทำงานแล้วมีไทม์ไลน์บอกว่ามาเที่ยวหาดคำสมบูรณ์ ทำเอานักท่องเที่ยวคนอื่นไม่กล้ามาที่นี่อีก ทำให้ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องเล่นต่าง ๆ ในน้ำต่างซบเซา และกำลังฟื้นตัวดีขึ้น

แต่ชาวบ้านอีกมุมหนึ่งซึ่งเป็นชาวสวนยางพารา หลังกรีดยางเสร็จก็จะพากันออกไปเก็บเห็ด ที่เกิดขึ้นตามป่าธรรมชาติ หรือที่ขึ้นตามใต้ต้นยางนาและต้นก่อ หรือเกาลักไทยที่ปลูกไว้ เนื่องจากหลายวันมาแล้วฟ้าฝนไม่ตกลงมาเลย อากาศจึงร้อนอบอ้าวทำให้พื้นดินร้อนไปด้วย จึงเป็นเหตุให้เห็ดหลายชนิดผุดขึ้นจากดิน โดยเฉพาะเห็ดระโงกเหลืองและเห็ดระโงกขาว ชาวบ้านจึงเก็บไปทำอาหารส่วนที่เหลือก็นำไปขายกิโลกรัมละ 300 บาท สร้างรายได้ให้กับครอบครัวในช่วงโควิดระบาดหนักรอบ 3 ซึ่งพอถึงฤดูฝนเห็ดก็จะเกิดขึ้นมาให้เก็บแบบนี้ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม ไปจนถึงปลายเดือนกรกฎาคม สภาพพื้นดินที่เป็นดินทรายปนดินเหนียวจะเป็นสภาพดินที่เหมาะกับเห็ดระโงกเป็นอย่างดี

น.ส มธุศร พันธุ์สุวรรรณ์ อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 129 หมู่ที่ 3 ต.บึงโขงหลง กล่าวว่าเมื่อก่อนเป็นลูกจ้างบริษัทเอกชนอยู่ที่กรุงเทพฯ เมื่อปี 62 ได้กลับมาอยู่บ้าน ช่วยพ่อทำการเกษตร เช่น เพาะต้นยางนาผสมเชื้อเห็ดขาย พร้อมกับปลูกต้นยางนาไว้ตามหัวไร่ปลายนาและที่ว่างเปล่าภายในสวนของตัวเอง เนื้อที่ประมาณ 2 งาน มีทั้งต้นยางนาและต้นก่อ โดยไม่ต้องหว่านหัวเชื้อ ปลูกไว้ 2-3 ปีก็ได้เก็บผลผลิตซึ่งเป็นเห็ดระโงกผุดขึ้นมาตามพื้นดิน ออกดอกมีทั้งแบบตูมคือออกมาใหม่ แต่พอสายๆ เห็ดก็จะบาน ก็เก็บเอามาจำหน่ายให้กับชาวบ้านที่ต้องการบริโภค ในราคากิโลกรัมละ 300 บาท วันหนึ่งๆ เห็ดก็จะออกอยู่ประมาณ 3-4 กิโลกรัม สร้างรายได้ให้กับครอบครัววันละ 1 พันกว่าบาทแบ่งเบาภาระช่วงโควิด-19 ซึ่งก็ไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด และคนในหมู่บ้านคำสมบูรณ์จะนิยมปลูกต้นยางนาไว้ขายเห็ดระโงก ซึ่งตอนนี้มีอยู่ประมาณ 10 กว่ารายแล้ว


ภาพ/ข่าว เกรียงไกร  พรมจันทร์

ปราจีนบุรี – หนุ่มใหญ่เมืองพิษณุโลก พนักงานปั๊มน้ำมัน เข้าห้องน้ำนานเป็นชั่วโมงเพื่อนร่วมงานสงสัยเคาะไม่ขานตัดสินใจพังประตูเข้าไปพบว่ากำลังนอนแน่นิ่ง

เมื่อเวลาประมาณ 6 โมงเย็น วันที่ 7 พ.ค. 2564 พ.ต.ท.กฤชฐา  ปทุมแก้ว สารวัตรเวรสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี ได้รับแจ้งจาก ทีมกู้ชีพ มูลนิธิสัจจะพุทธธรรมแห่งประเทศไทย กบินทร์บุรี ว่า มีผู้เสียชีวิตในห้องน้ำปั๊มน้ำมัน เอสโซ่ หน้านิคมอุตสาหกรรมบ้าน โคก หมู่ 9 ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี  หลังรับแจ้งจึงประสานแพทย์เวร จาก รพ.กบินทร์บุรี เข้าร่วมชันสูตร ก่อนเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุพบศพผู้ตาย ทราบชื่อ นายสมพร แจ่มศรี อายุ 51 ปี ภูมิลำเนาตามบัตรประชาชน อยู่บ้านเลขที่ 160 หมู่ 6 ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก เป็นพนักงานทั่วไปของปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุ เสียชีวิตมาไม่นาน สอบถามนายเชาวลิต  แต่เจริญ ทีมอาสากู้ชีพ มูลนิธิสัจจะพุทธธรรม ฯ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือเมื่อเวลาประมาณ 17.30 น.ว่ามีผู้ป่วยช็อกหมดสติในห้องน้ำปั๊มน้ำมันจึงรีบเดินทางมาช่วยเหลือ ด้วยการทำ CPR แต่ผู้เสียชีวิตไม่มีชีพจรแล้วจึงประสานไปทาง สภ.กบินทร์บุรี เบื้องต้นแพทย์ จาก รพ.กบินทร์บุรี ลงความเห็นผู้ตายเสียชีวิตจากโรคประจำตัวเนื่องเมื่อวาน

ผู้เสียชีวิตได้ไปพบแพทย์ตามปกติเนื่องจากผู้เสียชีวิตป่วยมีโรคประจำตัวทั้งความดันและเบาหวานซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตน๊อกเบาหวานเพราะขาดน้ำตาล หรือความดันสูง เนื่องจากตรวจแล้วตามร่างกายไม่พบบาดแผลจากการถูกทำร้ายแต่อย่างใด หลังการชันสูตรได้ให้ อาสาสมัครกู้ภัย ฯ นำร่างผู้เสียชีวิตส่ง รพ.กบินทร์บุรี เพื่อชันสูตรโดยละเอียดอีกครั้ง


ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์  กุลเศรษฐ์สุวภา ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรี

ราชบุรี  - เกือบวุ่น พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด EOD ทำลายพบเป็นชุดวัดแรงสั่นสะเทือน

เกือบวุ่นทั้งเมือง!! พบกล่องและวัตถุที่มีการต่อสายไฟต้องสงสัยวางที่พื้นติดฐานโบราณสถานเจดีย์หัก ต.เจดีย์ อ.เมือง จ.ราชบุรี เจ้าหน้าที่ชุด EOD ตรวจสอบใช้วอเตอร์บอมจุดทำลาย ตรวจสอบแล้วเป็นเครื่องมือวัดแรงสั่นสะเทือน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งหน่วยงานใดเป็นเจ้าของให้ไปติดต่อได้ที่ สภ.ราชบุรี

(8 พ.ค.64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีประชาชนผู้ที่อยู่อาศัยใกล้ โบราณสถานเจดีย์หัก ต.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี ได้โพสต์ข้อความพร้อมด้วยคลิป รายผ่านสื่อออนไลน์ขอให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย เป็นกล่องและมีกรวยตั้งอยู่จำนวน 1 คู่ และมีสายกั้นขึ้งไว้ ซึ่งเกรงกลัวว่าจะเป็นวัตถุระเบิด เนื่องจากมีผู้ที่เข้ามาออกกำลังกายและพบเห็นตั้งแต่ช่วงเช้าโดยที่ไม่มีหน่วยงานใดประกาศแจ้ง

จนเวลา 21.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด EOD 2 นาย ด.ต.เอก วรัตน์ ประทุมนันท์ และ ด.ต.เอก เปรมจิตร์ ฝ่ายเก็บกู้ วัตถุระเบิด ตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี ได้มาทำการเก็บกู้ พร้อมทั้งประสารกำลังเจ้าหน้าที่ มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ราชบุรี นำกำลังมาดูแลและปิดกันการจราจร พร้อมห้ามให้รถสัญจรไปมา

จากนั้น ด.ต.เอก วรัตน์ ประทุมนันท์ เจ้าหน้าที่ EOD ได้เข้าไปตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยดังกล่าว พร้อมทั้งนำเชือกคล้องที่กรวยทางด้านขวามือ และกันให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ออกห่างรัศมี 50 เมตร ก่อนจะให้สัญญาณดึงเชือกจนกรวยดังกล่าวล้มลง ต่อมาเจ้าหน้าที่ EOD ได้เดินเข้าไปตรวจสอบ โดยใช้กล้องจากโทรศัพท์มือถือบันทึกภาพวัตถุต้องสงสัย และนำมาประเมินสถานการณ์ โดยวัตถุที่พบมี 3 ชิ้น โดยชิ้นแรกมีลักษณะเป็นแท่งทรงกลมสูงประมาณ 5 – 7 เซนติเมตร ชิ้นที่ 2 เป็นห่อสีขาว โดยทั้ง 2 วัตถุมีสายต่อเข้าไปยังกล่องซึ่งมีแบตเตอรี่ เจ้าห้าที่ประเมินสถานการณ์แล้ว แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนจะประกอบ วอเตอร์บอมส์ เพื่อทำลายวัตถุต้องสงสัยดังกล่าว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำวอเตอร์บอมส์ เข้าไปติดตั้งที่วัตถุต้องสงสัย โดยลากสายไฟห่างมาประมาณ 30 เมตร พร้อมทั้งแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อทำการปิดเส้นทางการจราจร และ กันให้ประชาชน และเจ้าหน้าที่ ออกห่างจากพื้นที่ดังกล่าว ก่อนจะให้สัญญาณและกดสวิทช์ยิงวอเตอร์บอมส์ทำลายวัตถุต้องสงสัย จนแตกกระจายเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ เมื่อสิ้นเสียงระเบิดจากวอเตอร์บอมส์ เจ้าหน้าที่ EOD ได้เข้าไปตรวจสอบโดยไม่ให้ประชาชนหรือสื่อมวลชนเข้าใกล้ เพื่อทำการตรวจสอบอย่างระเอียด เมื่อตรวจสอบเสร็จส่งสัญญาณเคลียร์ พร้อมทั้งแจ้ง รตท.เจริญทรัพย์ โพธิ์พระ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองราชบุรี เข้าตรวจสอบและเก็บหลักฐาน เพื่อติดตามหาเจ้าของชุดอุปกรณ์ดังกล่าวว่าเป็นของใคร

จากการตรวจสอบพบว่าวัตถุต้องสงสัยดังกล่าว เป็นชุดอุปกรณ์ตรวจวัดแรงสั่นสะเทือน ซึ่งจะมีกล่องภายในบรรจุแบตเตอรี่ และเดินสายไปที่กรวย 1 มีชุดแท่งเหล็กทรงกลม และ ถุงทราย และต่อสายมายังชุดตรวจวัดแรงสั่นสะเทือน โดยที่กรวยที่ 2 ภายในกรวยมีโซ่ 1 เส้นต่อสายไฟเช่นเดียวกัน โดยไม่ใช่วัตถุระเบิด หรือ สร้างเป็นการสถานการณ์แต่อย่างไร

เบื้องต้นเจ้าหน้าตำรวจจะได้เก็บชุดอุปกรณ์ดังกล่าวไว้ที่ สภ.เมืองราชบุรี และจะทำการตรวจสอบหาหน่วยงาน หรือ บริษัทเจ้าของชุดอุปกรณ์วัดแรงสั่นสะเทือนว่าเป็นของใคร


ภาพ/ข่าว  ตาเป้

 

กาฬสินธุ์ – เห็ดเผาะหายากคนแห่เข้าป่า เก็บได้กินปีละครั้ง ราคาพุ่งกิโลกรัมละ 500 บาท

ผลกระทบจากการเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ แม้กระทั่งบรรยากาศการเก็บเห็ดเผาะในป่าสงวนแห่งชาติดงระแนงที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งพบว่ามีชาวบ้านในพื้นที่และต่างจังหวัด แห่เข้ามาหาเก็บไปเป็นอาหารจำนวนมาก คนเก็บเยอะกว่าเห็ด และกลายเป็นของป่าหายากได้กินปีละครั้ง จึงทำให้ราคาแพงถึง ก.ก.ละ 400-500 บาท

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ที่ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต และการประกอบอาชีพของประชาชนทุกสาขา ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้า แม่ค้า และผู้บริโภคทั่วไป ที่ต่างปรับตัวเพื่อเพื่อความอยู่รอด โดยเฉพาะในส่วนของการหาอาหารยังชีพ ในสภาวะที่ตลาดในเมือง และตลาดนัดหลายแห่งปิดตัวลง ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จึงพบว่าตามแหล่งน้ำ ป่าธรรมชาติ มีชาวบ้านออกหาอาหารตามฤดูเป็นจำนวนมาก เช่นที่บริเวณป่าดงระแนงพื้นที่รอยต่อหลายตำบลของ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ พบว่ามีชาวบ้านในพื้นที่และต่างจังหวัด แห่เข้ามาหาเก็บไปเป็นอาหารจำนวนมาก โดยเฉพาะเห็ดเผาะ มีคนเก็บเยอะกว่าเห็ด และกลายเป็นของป่าหายาก เพราะมีปีละครั้งจึงทำให้ราคาแพงถึง ก.ก.ละ 400-500 บาท

นายศักดิ์กล ทองขันธ์ อายุ 68 ปี ชาวบ้านตูม หมู่ 19 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในช่วงนี้จะพบว่าประชาชนอกหาอาหารตามธรรมชาติ เช่น ลงจับปลาตามแหล่งน้ำ และเข้าป่าหาแหย่ไข่มดแดง เก็บเห็ด ดอกกระเจียว และผักหวานป่า ซึ่งเป็นอาหารตามฤดูกาล เพื่อนำมาประกบอาหารในครัวเรือน ทดแทนการเข้าไปหาซื้อตามท้องตลาดในเมือง และตลาดนัด ซึ่งเสี่ยงต่อการได้ติดเชื้อโควิด-19 นอกจากนี้ ยังเป็นการลดรายจ่ายในครัวเรือนชดเชยการซื้ออาหารจากร้านค้า และบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนอาหารในช่วงนี้เป็นอย่างดี

ด้านนายนิรันดร์  วันยุทธิ์ อายุ 38 ปี  บ้านเลขที่ 41 หมู่ 2 บ้านดอกเจี้ย ต.น้ำอ้อม อ.กระนวน จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ในช่วงเริ่มต้นฤดูฝนซึ่งเห็ดเผาะจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ตนและเพื่อนบ้าน ได้เดินทางข้ามจังหวัดมาหาเก็บเห็ดเผาะที่บริเวณป่าดงระแนง ซึ่งเห็ดเพาะของที่นี่ จะมีรสชาติกรอบ หอม นุ่ม มัน อร่อยกว่าเห็ดจากป่าดงต่าง ๆ จึงพบว่ามีชาวบ้านทั้งในพื้นที่และต่างอำเภอ ต่างจังหวัด นำอุปกรณ์สำหรับหาเก็บเห็ดเผาะที่เกิดอยู่ใต้ผิวดิน โดยจับกลุ่มกันเข้ามาหาเป็นจำนวนมาก

นายนิรันดร์กล่าวอีกว่า เห็ดเผาะถือเป็นของป่าหายาก จะเกิดปีละครั้งและระยะสั้น ๆ หรืออย่างนานไม่เกิน 1 เดือนในช่วงเริ่มต้นฤดูฝนเท่านั้น พอเห็ดเผาะเกิดทีจึงมีชาวบ้านเข้ามาหาเก็บไปประกอบอาหาร ซึ่งสามารถปรุงเป็นอาหารได้หลายเมนู เช่น นึ่ง แกง ห่อหมก เป็นต้น อย่างไรก็ตาม สำหรับปีนี้ที่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งตลาดหลายแห่งปิด และผู้คนไม่กล้าเข้าไปหาซื้ออาหารตามท้องตลาด จึงพบว่าพากันแห่เข้ามาเก็บเห็ดเผาะเป็นจำนวนมาก ทำให้เผาะที่หายากอยู่แล้ว หายากกว่าเดิมอีก ทำให้มีการซื้อขายกันในราคาที่สูงถึง ก.ก.ละ 400 บาท หรือหากนำไปขายต่อราคา ก.ก.ละ 500 บาททีเดียว สำหรับตนจะไม่ขาย เพราะหายาก เมื่อเก็บได้แล้วจะนำไปประกอบอาหาร หรือหากได้มากๆก็จะเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อถนอมไว้กินนาน ๆ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top