Sunday, 7 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

ชลบุรี - เปิดครัวสนาม ปรุงอาหารแจกถึงบ้าน ป้องกันการระบาดเชื้อโควิด-19

วันที่ 13 พ.ค.64 ที่ วัดอัมพาราม ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดโครงการ ครัวสนาม รักสัตหีบ ช่วยเหลือประชาชน โดยมีผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานกองทัพเรือ สถานีตำรวจภูธรนาจอมเทียน ผู้แทนบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด(มหาชน) ผู้แทน สส.เขต 8 ชลบุรี ผู้แทนผู้ประกอบการห้างทองสุพัตรา เข้าร่วมในพิธีเปิด

โดยโครงการนี้ เป็นความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยการทำอาหารสำเร็จรูปปรุงสุกพร้อมทาน นำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนถึงที่บ้านโดยไม่ต้องออกมารับ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 เป็นการช่วยเหลือประชาชนชาวอำเภอสัตหีบ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดในขณะนี้ การจัดโครงการในครั้งนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 22 พฤษภาคม 2564 เป็นเวลา 10 วัน

นายวิทยุ คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี พร้อมภริยา ได้ร่วมกันทำเมนู ผัดกระเพราไก่ ให้กับทางเจ้าหน้าที่ประจำครัวสนาม และประชาชนได้รับทานอีกอีกด้วย จากนั้นได้มีพิธีปล่อยคาราวานรถฮาเลย์ และขบวนรถแจกอาหาร ซึ่งมีเทศบาลตำบลบางเสร่ เทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว เทศบาลตำบลเขาชีจรรย์และเทศบาลตำบลนาจอมเทียน นำข้าวกล่องและน้ำดื่มไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในชุมชน โดยประชาชนไม่ต้องเดินทางมารับยังครัวสนาม เพื่อลดการเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

จากนั้น นายวิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี ได้นำข้าวกล่องและน้ำดื่ม เดินแจกจ่ายให้กับประชาชนบริเวณ ชุมชนตลาดป้าเล็ก บ้านอำเภอ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย


ภาพ/ข่าว  นิราช ทิพย์ศรี / นันทพล  ทิพย์ศรี  อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

กาฬสินธุ์ – ชาวบ้านก่อเจดีย์ทราย กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอพรพ้นวิกฤตโควิด-19

เจ้าคณะตำบลบัวบาน ร่วมกับคณะสงฆ์ ผู้นำชุมชน ชาวบ้านตูม ตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ สืบสานประเพณีก่อเจดีย์ทราย บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำชุมชน โดยเซิ้งบั้งไฟเล็กขอฝนจากพญาแถน ผ่านพ้นวิกฤติแล้ง บันดาลฝนตกตามฤดูกาล พร้อมน้อมจิตอธิษฐานขอพรรอดพ้นวิกฤตโรคติดเชื้อโควิด-19 ในเร็ววัน

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2564 ที่โบราณสถานโนนบ้านเก่า บ้านตูม หมู่ 4 และหมู่ 19 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ พระครูโพธิชยานุโยค เจ้าคณะตำบลบัวบาน นางละมุล ภักดีนอก ผญบ.บ้านตูม หมู่ 4 และนายบรรเจิด สุธรรมา พ่อขะจ้ำหรือปราชญ์ชาวบ้าน ร่วมกับผู้นำชุมชน ชาวบ้าน ประกอบพิธีก่อเจดีย์ทราย บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ปู่หอใต้หอเหนือ โดยทำบุญเลี้ยงพระ เซิ้งบั้งไฟ และจุดบั้งไฟเสี่ยงทาย ขอฝนจากพญาแถน  ซึ่งเป็นการสืบสานประเพณีตามฮีต 12 คอง 14 ของชาวอีสาน ก่อนถึงฤดูทำนา พร้อมขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ชาวกาฬสินธุ์และชาวไทยทั่วประเทศผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 โดยเร็ว

นางละมุล  ภักดีนอก ผญบ.บ้านตูม หมู่ 4 กล่าวว่า ในช่วงก่อนฤดูทำนาทุกปี หลังจากวันพืชมงคล ชาวบ้านตูมจะร่วมกันประกอบพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เลี้ยงปู่หอใต้หอเหนือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำชุมชน ที่สถิตอยู่ ณ ดอนตาปู่และโบราณสถานโนนบ้านเก่า โดยมีการก่อเจดีย์ทราย โรยแป้ง ประดับด้วยริ้วธงหลากสี ทั้งนี้ เพื่อบวงสรวงเซ่นไหว้ อธิษฐานขอพร พร้อมทำบุญเลี้ยงพระ เพื่อความเป็นสิริมงคล ถือเป็นการสืบสานประเพณีที่ดีงามของท้องถิ่น ที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ให้ลูกหลานร่วมสืบสาน

ด้านนายบรรเจิด สุธรรมา พ่อจะจ้ำหรือปราชญ์ชาวบ้าน กล่าวว่า พิธีบวงสรวงปู่หอใต้หอเหนือ และบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธ์ โดยก่อเจดีย์ทรายดังกล่าว เพื่อเป็นการแสดงความเคารพสักการะดวงวิญญาณบรรพบุรุษ ตลอดจนพระภูมิเจ้าที่ ตามความเชื่อของชาวบ้าน เป็นวิถีชุมชนที่ปฏิบัติมาเป็นประจำทุกปี โดยมีความเชื่อว่าการก่อเจดีย์ทราย เป็นการเริ่มต้นการดำเนินชีวิต และการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ที่เจริญรุ่งเรืองและประสบความสำเร็จตลอดไป ซึ่งเป็นความเชื่อที่ปลูกฝังมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล นอกจากนี้ยังมีการเซิ้งบั้งไฟ และจุดบั้งไฟ เพื่อเสี่ยงทายและขอฝนจากพญาแถน ทั้งนี้เพื่อดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล เนื่องจากอาชีพหลักขางชาวบ้านคือการทำนาและเลี้ยงกุ้งก้ามกราม

อย่างไรก็ตาม ในขณะประกอบพิธีก่อเจดีย์ทรายและบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธ์ดังกล่าว ชาวบ้านยังได้น้อมจิตอธิษฐาน ขอพรปู่หอใต้หอเหนือและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ปกป้องคุ้มครองภัย ทั้งผู้คนและพืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ ฝนตกต้องตามฤดู ผลผลิตข้าวได้มาก ราคาสูง อาชีพเลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลาประสบความสำเร็จ และภาวนาให้ชาวกาฬสินธุ์ และชาวไทยทั่วประเทศรอดพ้นจากสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 ในเร็ววันอีกด้วย

‘THE NEXT STATES TIMES’ พบกับ 6 พิธีกรสุดคูล กับหลากสไตล์คอนเทนต์ที่ยกมาเสิร์ฟแบบรอบด้าน ทั้งข่าวสาร เกร็ดไอเดียใหม่ๆ ไลฟ์สไตล์ และความเฮฮาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ THE STATES TIMES ได้ทุกช่องทาง

THE STATES TIMES เปิดตัว ‘THE NEXT STATES TIMES’ กับ 6 พิธีกร 6 สไตล์ ที่จะมาร่วมถ่ายทอดข่าวสาร เนื้อหาสาระ และความสนุก ผ่านรายการที่พร้อมตอบโจทย์ ‘คนรุ่นใหม่’ NEW GEN โดยนำเสนอผ่าน 8 แพลตฟอร์มดังแห่งโลกออนไลน์ 

นำทีมโดย ‘อาจารย์กิตติธัช ชัยประสิทธิ์’ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้านปรัชญาการเมือง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง ผู้เจนจัดในการถอดรหัสเรื่องราวของสังคมไทย การเมือง เศรษฐกิจ และโลกแห่งนวัตกรรมได้อย่างเฉียบคม ผ่านรายการ ‘NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช’ ที่พร้อมจะมาเป็นอาหารสมอง เปิดโลกแห่งการรับรู้ทุกวันเสาร์ เวลา 2 ทุ่มตรง

‘ปริม กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา’ Host & Content Editor ของ THE STATES TIMES พิธีกรสาวสวย มากด้วยประสบการณ์ในแวดวงผู้ประกาศข่าวและพิธีกร สู่รายการ ‘CLICK ON CLEAR เที่ยงตรง’ เคลียร์ทุกกระแส ตรงทุกประเด็น แบบตรงเวลาเที่ยงตรง ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ และรายการ ‘CLICK ON CLEAR THE TOPIC จับประเด็นเน้นความรู้’ เจาะประเด็นเรื่องราวสังคม การเมือง แบบเคลียร์ๆ ทุกวันศุกร์ 1 ทุ่มตรง และในฐานะ Head of Content Editor ของ THE STUDY TIMES กับก้าวสำคัญสู่ผู้เชื่อมโยงโลกแห่งการศึกษาในรายการ ‘THE STUDY TIMES STORY เวลาดีๆ ที่จะเรียนรู้ไปด้วยกัน’ ตีแผ่ทุกเรื่องราวชีวิตและการเรียน ของบุคคลน่าสนใจ ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนวัยเรียน ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 2 ทุ่มตรง 

‘หยก THE STATES TIMES’ หรือ ‘หยก สถาพร บุญนาจเสวี’ Host & Content Editor พิธีกรสายพันธุ์คูล ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร กับการนำเสนอเรื่องเล่าและการสัมภาษณ์คนเด่นได้อย่างเป็นกันเองใน ‘BizMAX THE TOPIC จับประเด็น เน้นความรู้’ รายการที่จะล้วงลึกประเด็นสังคม การเมือง เศรษฐกิจ ที่ชวนคิดแบบง่ายๆ ทุกวันอาทิตย์ 1 ทุ่มตรง และมาฟังการพูดคุยสนุกๆ ในอีกรายการอย่าง ‘KITPLEARN ฟังง่าย ได้สาระ’ เรื่องเพลินๆ ที่พร้อมส่งแฟนๆทุกวันจันทร์ เวลา 4 ทุ่มก่อนเข้านอน และขอเปิดตัวไปพร้อมกัน กับรายการ ‘Meet THE STATES TIMES ข่าวคุยเพลิน’ รายการใหม่ที่จะมาคุยข่าวสารไปแบบเพลินๆ พร้อมเติมเต็มสาระให้กันแบบเพียวๆ ทุกวันอังคาร และพฤหัส 10 โมงตรง อย่าลืมมาพบกันนะ !! 

จัดจ้านสไตล์คนรุ่นใหม่ กับ เด็กหน้าเท่ห์ ‘เจ THE STATES TIMES’ หรือ ‘เจ ชัญญา ธีรสวัสดิ์’ พิธีกรสายสด ที่พกความกล้า มาชวนหาคำตอบจากมุมมองกูรูผู้เชี่ยวชาญหลายมิติแห่งสังคมไทย ในรายการ ‘Lock Lens Guru’ รายการที่พาทุกคนไปเลาะลึกประเด็นที่น่าสนใจ ไปกับกูรูตัวจริง ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 8 โมงเช้า

“เราจะพาคุณไปร่อน กับผู้ชายที่ไม่กระล่อน และนี่คือ กบร่อนนน” สโลแกนประจำตัวของผู้ชายอารมณ์ดี ‘กบร่อน’ หรือ ‘กบ อินทร บุณยรัตพันธุ์’ พิธีกรและ Entertainer มืออาชีพ กับบทบาทใหม่กับการเป็น Youtuber และสไตล์การพูดคุยที่จดจำง่ายตั้งแต่วินาทีแรก วันนี้เขาพร้อมจะพาเหล่า New Gen ไปร่อนในหลากสถานที่สุดเฟี้ยว และเลี้ยวหากิจกรรมแปลกใหม่มายั่วใจให้หมั่นไส้เป็นประจำในสัปดาห์ที่ 1 และ 3 ทุกเดือน วันอาทิตย์เวลาเที่ยงตรง อ้อ!! เขายังร่วมเป็นพิธีกรในรายการ ‘KITPLEARN ฟังง่าย ได้สาระ’ ที่จะมาสร้างสีสันก่อนนอนให้กับแฟนๆ ทุกวันศุกร์ 4 ทุ่มอีกด้วย

ปิดท้ายกับน้องเล็ก สาวน้อยหน้าหวาน แต่ฝีปากไม่ธรรมดา ‘อ้อน นัฐพร ศรัทธาคลัง’ ที่พร้อมจะมาเสริมทัพการันตีความสนุกทวีคูณ ในรายการ ‘KITPLEARN ฟังง่าย ได้สาระ’ ทุกวันเสาร์ เวลา 4 ทุ่ม ก่อนส่งคุณผู้ชมเข้านอนอีกเช่นกัน รวมถึงตามติดข่าวสารโลกได้ใน TikTok ช่อง THE STATES TIMES ที่เธอจะมาอัปเดตข่าวสารที่ต้องรู้ ดูจริงจังและชัดตรง สวนทางกับหน้าหวานๆ ของเธอกันเลยทีเดียว

ร่วมตามติดและให้กำลังใจพวกเขาเหล่านี้ได้ใน THE STATES TIMES เพราะเขาและเธอ จะอยู่เป็นเพื่อนคุณทุกวัน อย่าลืมหลงรักกันนะ!!

สำนักข่าวออนไลน์สำหรับคนรุ่นใหม่ THE STATES TIMES กับเส้นทางการมุ่งสู่ถนนคอนเทนต์แห่งโลกออนไลน์ ภายใต้ยอดผู้ติดตามบน Facebook มากกว่า 220,000 และพร้อมเดินหน้าเคลื่อนพลคอนเทนต์ สู่อีกแพลตฟอร์มทั้ง 8 ช่องทางในชื่อ THESTATESTIMES 

ชื่อนี้ชื่อเดียว!!

อย่าเลี้ยวไปไหนนะ!!

ยะลา - เบตง ไม่หลาบจำ จับพ่อค้าแม่ค้า ขายใบกระท่อมให้กลุ่มวัยรุ่น

เบตง ตชด. อส.อำเภอเบตง บุกค้นบ้าน จับพ่อค้า แม่ค้า ขายใบกระท่อม ให้กลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงาน รับสารภาพจำหน่ายมานานแล้ว ถูกจับดำเนินคดีหลายครั้งแล้ว เสียค่าปรับเสร็จขายต่อ

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 13 พ.ค.64 นายพิชัย แก้วจำรัส ปลัดอำเภอเบตง รับผิดชอบงานยาเสพติด สืบทราบว่าพื้นที่บ้านบ่อน้ำร้อน หมู่2 ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา มีการลักลอบจำหน่ายใบกระท่อมให้กลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงานเพื่อนำไปต้มเป็นยาเสพติด 4x100 ซึ่งเป็นยาเสพติดที่ได้รับความนิยมในพื้นที่ภาคใต้ จึงได้ประสาน พ.ต.ท.อรรถพล  จินตาคม ผบ.ร้อย ตชด.445 ร.ต.อ.มาตุภูมิ ธรรมเนียม หัวหน้าชุดปฏิบัติการการข่าว ร้อย ฉก.ตชด.445 และผู้ใหญ่บ้าน นำกำลังเจ้าหน้าที่ ตชด. อส.อำเภอเบตง เข้าตรวจค้นจับกุม

เจ้าหน้าที่ได้วางแผนแบ่งกำลังเป็น 2 ชุด โดยชุดแรกเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 58/11 หมู่2 ซ.วังน้ำวน ต.ตาเนาะแมเราะ จับกุม น.ส.นิตย์ พุทธจักจันทร์ อายุ 45 ปี พร้อมของกลางใบพืชกระท่อมสดจำนวน 35 ถุง น้ำหนักรวม 2.38 กิโลกรัม เครื่องชั่งจำนวน 1 เครื่อง ซึ่งใช้สำหรับชั่งใบพืชกระท่อมสด อยู่ภายในห้องนอนของบ้าน จากการสอบถามเบื้องต้น รับสารภาพ จำหน่ายใบกระท่อมมาประมาณ 1 ปี แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจค้นบ้านจับกุมมาแล้วประมาณ 3 ครั้ง ทุกครั้งแฟนจะเป็นคนรับ แต่ครั้งนี้ ตนได้เลิกกับแฟนแล้ว จึงต้องรับไว้เอง ใบกระท่อมซื้อมากิโลกรัมละ 850 บาท แล้วจะนำมาแบ่งขายให้กับกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงานในราคา ขีดละ 120 บาท

ด้านเจ้าหน้าที่อีกชุด เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 80/2 หมู่2 ซ.อีสาน ต.ตาเนาะแมเราะ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านที่เจ้าหน้าที่ชุดแรกตรวจค้น ประมาณ 100 เมตร เจ้าหน้าที่จับกุมนายสุเด็ง ยารง อายุ 43 ปี พร้อมของกลางใบพืชกระท่อมสดจำนวน 20 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 1.9 กิโลกรัม น้ำต้มใบกระท่อม 2 ขวด น้ำหนักประมาณ 2.2 ลิตร สอบถามเบื้องต้นรับสารภาพ ขายใบกระท่อมมาประมาณ 4 ปี แล้ว โดนเจ้าหน้าที่จับกุมดำเนินคดีมาแล้ว 4 ครั้ง พอเสียค่าปรับเสร็จ ก็กลับมาขายอีก จะรับใบกระท่อมมาครั้งละ 15 กิโลกรัม ในราคา 12,000 บาท แล้วมาขายขีดละ 100 บาท

เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อหา น.ส.นิตย์ มียาเสพติดให้โทษประเภท5 (ใบพืชกระท่อมสด) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และตั้งข้อหานายสุเด็ง มียาเสพติดให้โทษประเภท5 (ใบพืชกระท่อมสด,น้ำต้มพืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งนำตัวและของกลางทั้งหมดส่ง ร.ต.อ.พรชัย ชูนวล พนักงานสอบสวน สภ.เบตง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อ

ชลบุรี - ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการและชมรมภริยากองเรือยุทธการ มอบของเยี่ยมบำรุงขวัญ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับกำลังพลและเจ้าหน้าที่ที่ฏิบัติงาน ในสถานที่เฝ้าระวังสังเกตอาการกองเรือยุทธการ

วันที่ 11 พ.ค.64 พล.ร.อ.สุทธินันท์  สมานรักษ์ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ และคุณสุนันท์  สมานรักษ์ ประธานชมรมภริยากองเรือยุทธการ พร้อมคณะ มอบของเยี่ยมบำรุงขวัญ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับกำลังพลกองเรือยุทธการ และเจ้าหน้าที่ที่ฏิบัติงาน ในสถานที่เฝ้าระวังสังเกตอาการกองเรือยุทธการ  ณ กองการฝึก กองเรือยุทธการ ในการนี้ได้ติดตามการดำเนินการเพื่อให้มีความพร้อมในการรับการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่เกิดขึ้นกับกำลังพลของกองเรือยุทธการ และประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงได้ตลอดเวลา

ทั้งนี้ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ มีดำริให้จัดตั้งสถานที่เฝ้าระวังสังเกตอาการกองเรือยุทธการเพื่อเป็นสถานที่รองรับกำลังพลกลุ่มเสี่ยงของกองเรือยุทธการ และประชาชนในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง ภายใต้กรอบการพึ่งพาตนเอง ด้วยขีดความสามารถที่มี โดยการใช้บุคลากรทางการแพทย์ของกองเรือยุทธการ ร่วมกับแพทย์จากโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ปฏิบัติงานในการดูแลกำลังพล และครอบครัวของกองเรือยุทธการที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ตลอดจนประชาชนที่กองเรือยุทธการได้รับการประสานจากโรงพยาบาล หรือหน่วยงานในพื้นที่ใกล้เคียง เป็นการแบ่งเบาความแออัดของโรงพยาบาลภาครัฐบาล ซึ่งปัจจุบันได้จัดเตรียมพื้นที่ของกองการฝึก กองเรือยุทธการ ให้สามารถรองรับผู้ติดเชื้อ/กลุ่มเสี่ยง ได้ประมาณ 200 เตียง

กองเรือยุทธการ และชมรมภริยากองเรือยุทธการ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ กำลังพล และบุคลากรทางการแพทย์ รวมพลังต่อสู้เพื่อฝ่าวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน ให้เป็นไปตามนโยบายที่ผู้บัญชาการทหารเรือเน้นย้ำอยู่เสมอ “พลังสามัคคี พลังราชนาวี”


ภาพ/ข่าว  สมนึก เชื้อสนุก

อยุธยา - ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษาและสังคม มอบหน้ากากอนามัย พร้อมเชิญชวนพี่น้องร่วมฉีดวัคซีนโควิด-19 ยิ่งเร็วเท่าไหร่ ยิ่งฟื้นบ้านเมืองได้เร็วเท่านั้น

วันนี้ (13 พฤษภาคม 2564) เมื่อเวลา 11.00 น. ณ ห้องประชุมศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้การต้อนรับ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษาและสังคม เดินทางมาเป็นประธานในพิธีมอบหน้ากากอนามัย จำนวน 10,000 ชิ้น พร้อมด้วย ปลัดกระทรวง พม. รองปลัดกระทรวง พม. ผู้ตรวจราชการกระทรวง พม. อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ ร่วมพิธีมอบหน้ากากอนามัยให้แก่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อจัดสรรไปยังอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) นำไปกระจายต่อยังประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนเปราะบางที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด - 19 โดยมี นางสาวนฤมล พงษ์สุภาพ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พระนครศรีอยุธยา นางกันตา ดีเติม ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมต้อนรับและรับมอบหน้ากากอนามัย

โดย นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษาและสังคม กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) อย่างกว้างขวางทั่วโลกในปัจจุบัน หนึ่งในมาตรการที่ได้ผลในการชะลอการแพร่ระบาด คือ การสวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการได้รับเชื้อและลดการแพร่กระจายเชื้อดังกล่าว มูลนิธิเพื่อการศึกษาและสังคม จึงเห็นถึงความสำคัญในการส่งมอบหน้ากากอนามัยให้แก่ประชาชนที่ขาดแคลน และกลุ่มเปราะบาง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยอย่างจริงจัง เป็นการลดการแพร่ระบาดของการติดเชื้อ ในระหว่างรอการฉีดวัคซีนเพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ โดยมีอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นเครือข่ายการทำงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่ เป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยกระจายหน้ากากอนามัยไปยังพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ประธานรัฐสภา กล่าวอีกว่า การฉีดวัคซีน ถือเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด ผมฉีดแล้ว จะมีผลข้างเคียงบ้างเล็กน้อย เหมือนเราฉีดวัคซีนทั่วไปที่เราเคยฉีดกัน จึงขอถือโอกาสนี้มีส่วนร่วมเชิญชวนพี่น้องชาวพระนครศรีอยุธยา ถ้าท่านมีความพร้อมควรจะได้ไปฉีดวัคซีนกัน หากเราสามารถฝ่าวิกฤตนี้ไปได้ จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าประเทศเราไม่มีการขยายตัวของเชื้อรุนแรง และเราจะกลับสู่ภาวะปกติเร็วขึ้นกว่าที่คาดหมายไว้ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ จะสามารถฟื้นบ้านเมืองได้เร็วเท่านั้น เพราะโรคมีส่วนเกี่ยวข้องกับทุกฝ่าย ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเรื่องสุขภาพ แต่รวมถึงเศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆ อีกด้วย

ด้าน นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ณ วันนี้มีผู้ป่วยสะสม จำนวน 507 ราย หายแล้ว 240 ราย รักษาอยู่ 263 ราย เสียชีวิตสะสม 4 ราย จากประชากรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งสิ้น 822,955 คน โดยมีผู้สูงอายุ จำนวน 185,359 คน กลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่ม จำนวน 72,355 คน รวมเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่มีความจำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในลำดับแรก จำนวน 257,712 คน ขณะนี้มีการลงทะเบียนจองวัคซีนแล้ว 12,344 คน ซึ่งระหว่างที่รอการฉีดวัคซีนนี้ การสวมหน้ากากอนามัยจึงเป็นมาตรการที่สำคัญยิ่งของทุกคนที่จะช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อได้ ทั้งนี้ ยังได้มอบให้ อสม. อปท. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปเคาะประตูบ้านเพื่อสอบถามความต้องการฉีดวัคซีนและช่วยลงทะเบียนประชาชนเป้าหมายกลุ่ม 60 ปีขึ้นไป และผู้มีโรคเรื้อรัง 7 ประเภทที่ต้องการฉีด ในห้วงวันที่ 12 - 18 พ.ค.64 ให้รีบลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้มากที่สุด เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการหยุดเชื้อ เพื่อชาติ เพื่ออยุธยา เมื่อทราบจำนวนวัคซีนที่เหลือจากผู้ไม่ประสงค์จะลงทะเบียนฉีดแล้ว จะได้วางแผนเตรียมจัดสรรให้กลุ่มอื่นที่มีความจำเป็นและต้องการฉีดวัคซีนดังกล่าวต่อไป


ภาพ/ข่าว  สุจินดา อุ่นขาว รายงานจากอยุธยา

นครนายก - มอบถุงยังชีพพระราชทาน ให้ประชาชนที่ประสบวาตภัย ในอำเภอบ้านนา

จังหวัดนครนายก จัดพิธีมอบถุงยังชีพพระราชทาน ให้กับประชาชนที่ประสบวาตภัย จำนวน 207 รายในพื้นที่อำเภอบ้านนา โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เป็นตัวแทนรับมอบ เพื่อนำส่งมอบให้กับผู้ประสบวาตภัย 

ที่หอประชุมอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก นางวจิราพร อมาตยกุล นายอำเภอบ้านนา ได้เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นประธานในพิธีมอบถุงยังชีพพระราชทานของมูลนิธิราชประชาราชนุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ แก่ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เพื่อมอบให้กับผู้ประสบวาตภัย จำนวน 207 ชุดพร้อมน้ำดื่ม ใน 6 ตำบลให้กับครอบครัวผู้ประสบวาตภัย ทั้งนี้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและบรรเทาความเดือดร้อนในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5,6,7 พฤษภาคม 2564


ภาพ/ข่าว  สมบัติ เนินใหม่ / รัชชานนท์ เนินใหม่ ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครนายก

ปทุมธานี - ฮือฮา ผู้ว่าฯปทุมธานี จับมือ นายแพทย์ สสจ.หักเงินเดือน "คนละครึ่งเดือน" ประกันแพ้วัคซีนโควิด-19 คุ้มครองสูงสุด1,000,000 บาท"

วันที่ 12 พ.ค. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ยิมเนเซียม 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย นายแพทย์สุรินทร์ สืบซึ้ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี นายนิติชัย วิริยานนท์ นายอำเภอคลองหลวง  ได้ตรวจเยี่ยมสถานที่ในการดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้แก่ประชาชนที่ลงทะเบียนเอาไว้ในวันที่ 7 มิถุนายนที่จะถึงนี้ โดยยิมเนเซียม 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แห่งนี้ สามารถรองรับผู้ที่จะเข้ามาใช้บริการฉีดวัคซีนได้ประมาณ 3,000 คน

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กรณีในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ แอพพลิเคชั่นไลน์ กันอย่างกว้างขวาง สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมากในขณะนี้ โดยมีข้อความการแชร์ใจความว่า“ประกันแพ้วัคซีนโควิด-19 คุ้มครองสูงสุด1,000,000 บาท" ผู้ว่าฯปทุม จับมือ นายแพทย์ สสจ.หักเงินเดือน "คนละครึ่งเดือน" ซื้อประกันคุ้มครองสร้างความมั่นใจ

คนอายุ 60 ปี ขึ้นไป และเป็น 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

โทรมา สายด่วนชาวปทุม 02-5815658/065-9505772 , Line : สายด่วนโควิด-19 ชาวปทุม หรือ ID : @718myvcs

นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ยังกล่าวถึงกรณีดังกล่าวอีกว่าได้มีการประชุมกันในเรื่องนี้โดยเป้าที่เราต้องการคือคนอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งมีโรค 7 โรคด้วยกัน ปรากฎว่าที่เราสำรวจมีด้วยกัน 3 แสนกว่าคน ซึ่งมาลงทะเบียนเพียงสามหมื่นกว่าคน ดังนั้นจึงได้วางรูปแบบใหม่คือหากการลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชันไลน์ไม่สะดวกก็ให้ อสม.และ รพ.สต.รับลงทะเบียนให้ด้วยและเราก็มาจัดคิวการฉีดวัคซีน

ซึ่งหลายคนบอกว่าไม่มั่นใจกลัวผลข้างเคียง ซึ่งทางนายแพทย์สาธารณสุขกับทางทีมหมอจึงได้เสนอว่าถ้าเราสามารถซื้อประกันให้ได้เพื่อความมั่นใจเราก็น่ารองดู ซึ่งทางตนเองกับ สสจ.ปทุมธานี จึงได้ช่วยกันออกเงินเดือนคนละครึ่งเดือนก่อนเพื่อซื้อประกันให้กับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่มีโรค 7 โรคและมีรายได้ไม่สูงมากนักหรือคนที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก็จะทำให้ประชาชนมั่นใจมากขึ้นเพราะประกันนี้คุ้มครองมากสุดถึง 1,000,000 บาทซึ่งมี 2 กรณีด้วยคือเสียชีวิตได้ 1,000,000 บาทกับหากเจ็บป่วยจะชดเชยรายได้วันละ 1,000 บาทเพื่อให้ประชาชนได้มั่นใจ โดยเมื่อช่วงเช้านี้ ทางจังหวัดได้มีการดำเนินทันทีพบมีผู้สนใจเป็นจำนวนมาก โดยประชาชนต้องนำบัตรประชาชน ใบรับรองว่าป่วยทั้ง 7 โรค และ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เราถึงทำประกันให้เพื่อความมั่นใจของประชาชนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปและมาฉีดวัคซีนกันให้มากที่สุดเพื่อให้ปทุมธานีปลอดภัย

พร้อมกันนี้ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ว่า "เราทำงานเรื่องโควิดมีด้วยกัน 4 เรื่องคือ เรื่องที่ 1.คือการป้องกันซึ่งประชาชนและหน่วยงานราชการให้ความร่วมมือกันอย่างดี เรื่องที่ 2 คือ การค้นหาโดยจัดเจ้าหน้าที่ออกค้นหาผู้ติดเชื้อทั้งตลาด สนามกีฬา โรงงานต่างๆซึ่งยิ่งค้นหามากก็จะทำให้ประชาชนปลอดภัยมากยิ่งขึ้นหากใครป่วยก็จะดำเนินการรักษาอาการ เรื่องที่ 3.คือการรักษานั้นได้ทำงานกับทุกภาคส่วนทั้งบุคลากรทางการแพทย์ทั้งราชการและเอกชนช่วยกันเป็นอย่างดี และเรื่องที่ 4.คือการส่งกลับซึ่งหากส่งกลับแล้วเข้าบ้านไม่ได้เราก็มีสถานที่ที่พักได้เช่นในจวนผู้ว่าราชการจังหวัด บ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัดและสถานที่ต่าง ๆ ที่เราได้เตรียมเอาไว้แล้ว

สำหรับพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนักนั้นทาง เราพยายามค้นหาผู้ติดเชื้อให้มากที่สุดโดย สคร.4 จังหวัดสระบุรี และ ทางกระทรวงสาธารณสุข ก็มาช่วยเราค้นหาซึ่งทางเราจะพยายามทำให้ได้วันละ 4,000 คนเพื่อที่จะนำผู้ป่วยมารักษาให้เร็วที่สุดโดยตนเองต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่อนุเคราะห์เรื่องโรงพยาบาลสนาม และ อาหาร ซึ่งความร่วมแรงร่วมใจของพี่น้องปทุมธานีจะสามารถผ่านเรื่องราวนี้ไปได้อย่างแน่นอน


ภาพ/ข่าว  สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม / รายงาน

ขอนแก่น - พร้อมใจส่งกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทยสู้ศึกโอลิมปิก ด้วยการร่วมวิ่งธงชาติไทย รวมใจสู่ชัยชนะ เส้นทางขอนแก่น-นครราชสีมา

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 13 พ.ค. 64 ที่ สนามกีฬาจังหวัดขอนแก่น อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น  นำประชาชนชาวขอนแก่น   ร่วมกิจกรรมวิ่งธงชาติไทย รวมใจสู่ชัยชนะ  ซึ่งการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. ร่วมกับภาครัฐ และภาคเอกชน ได้กำหนดจัดกิจกรรม ระหว่างวันที่ 28 .ค. - 27 พ.ค.  ซึ่งเป็นการวิ่งระยะไกล ผ่าน 35 จังหวัด 61 วัน ทั่วทุกภูมิภาค รวมระยะทาง 4,606 กิโลเมตร โดยมีประชาชนชาวขอนแก่นให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ท่ามกลางมาตรการควบคุมและป้องกันจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวด

โดยที่ ผวจ.ขอนแก่น ได้เชิญธงชาติไทย จากแท่นพำนักจุดปล่อยด้านหน้าสนามกีฬากลาง จ.ขอนแก่น และนำวิ่งธงชาติไทย จากจุดปล่อยตัวประจำวัน ไปตาม ถ.เหล่านาดี เพื่อส่งต่อให้กับคณะนักวิ่งที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะทำงาน ซึ่งประกอบด้วยศิลปิน  ดารา นักแสดง  คณะผู้บริหาร จากหน่วยงานราชการ และเอกชนรวมไปถึงประชาชนผู้ที่สนใจ ได้มีส่วนร่วมในการวิ่งส่งต่อธงชาติไทย คนละ 1 กิโลเมตร

นายสมศักดิ์  จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า กิจกรรม "FLAG OF NATION" วิ่งธงชาติไทย รวมใจสู่ชัยชนะ ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมา คณะนักวิ่งได้วิ่งเข้าเขต จ.ขอนแก่น ผ่านทาง จ.เพชรบูรณ์และในวันนี้ขอนแก่นเป็นจุดปล่อยตัวเพื่อส่งต่อให้กับ จ.นครราชสีมา ตามแผนงานที่คณะทำงานได้กำหนดไว้ เพื่อส่งต่อกำลังใจไปถึงนักกีฬาทีมชาติไทย ที่จะเข้าแข่งขันโอลิมปิก 2020 ผ่านการวิ่งคนละ 1 กิโลเมตร ต่อเนื่อง 61 วัน 35 จังหวัด ระยะทาง 4,606 กิโลเมตร หรือเทียบเท่าระยะทางกรุงเทพฯ ไปยังกรุงโตเกียว

" กิจกรรมดังกล่าว เริ่มมาตั้งแต่ วันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา และวันนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ จ.ขอนแก่น ซึ่งชาวขอนแก่นทุกคนพร้อมใจที่จะส่งกำลังใจให้กับทัพนักกีฬาไทยผ่านการจัดกิจกรรมดังกล่าว ดูได้จากจำนวนนักวิ่งที่สมัครร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดกิจกรรม รวมไปถึงการรอให้การต้อนรับในจุดแวะพักต่างๆ ที่ทุกคนต่างร่วมด้วยช่วยกันเพื่อให้ทัพนักกีฬาไทยประสบความสำเร็จในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก Road To Tokyo 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ที่กำลังจะมาถึง"

ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า การวิ่งครั้งนี้ขอนแก่น จัดอยู่ในลำดับที่ 27 จากจำนวนทั้งสิ้น 35 จังหวัด โดยขบวนธงชาติไทย ที่ออกวิ่งวันนี้นับเป็นกิโลเมตรที่ 1 ของจังหวัด นับรวมการจัดกิจกรรมเมือเข้าเขตตัวเมืองขอนแก่นอยู่ที่  3,544 กม. ของการจัดกิจกรรม  โดยในการวิ่งนั้นจะใช้เส้นทางขอนแก่น-บ้านแฮด-บ้านไผ่ สิ้นสุดที่ อ.พล จากนั้นจะส่งต่อให้กับ จ.นครราขสีมา ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้

 

กาฬสินธุ์ – สยบดราม่า “จนทิพย์” น้องโวลต์ เด็กเก่งสอบติดแพทย์ ชี้แจงว่าจนจริง สิ่งของที่มีมาจากการทำงานเก็บเงินซื้อ

เปิดใจ “น้องโวลต์” นักเรียนเก่งสอบติดแพทยศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หลังเจอกระแสดราม่า “จนทิพย์” ระบุสิ่งของเครื่องใช้ที่เห็นทุกอย่างได้มาจากการทำงานตั้งแต่เรียนม.3เก็บเงินซื้อ เพื่อใช้ในการศึกษา พร้อมชี้แจงและขอบคุณผู้ใจบุญ ขณะที่นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ลงพื้นที่ให้กำลังใจ พ่อปลูกผักขายจนจริง พร้อมตั้งคณะกรรมการและที่ปรึกษาดูแลบัญชีเบิกจ่ายค่าเล่าเรียน 

จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวและโลกออนไลน์เผยแพร่เรื่องราวของนางสาวณัฐวดี เหล่าบุบผา หรือน้องโวลต์ อายุ 18 ปี นักเรียนโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ 9 บ้านหามแห ต.โพนทอง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ที่สอบติดแพทย์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม แต่ฐานะทางบ้านยากจน พ่อปลูกพืชผักขาย โดยมีการเปิดรับบริจาค กระทั่งนายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พบมีผู้ใจบุญบริจาครวมจำนวนเงินกว่า 2,700,000 บาท และได้ปิดรับบริจาคไปแล้ว เนื่องจากเพียงพอสำหรับการเรียนแพทย์แล้วนั้น

ทั้งนี้ต่อมาเรื่องดังกล่าวกลับกลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาอีกครั้ง เนื่องจากในโลกออน์ไลน์มีการจับโป๊ะภาพจากคลิปวีดีโอต่าง ๆ ของน้องโวลต์ที่ออกมาก่อนหน้านี้ โดยมีชาวเน็ตจับผิดเห็นไอแพดโปร ซึ่งมีราคากว่า 25,000 บาท นอกจากนี้ยังมีแอปเปิ้ล เพนซิล ขวดน้ำหอมดิออร์ยี่ห้อหรู รถยนต์ อินเตอร์เน็ตไวไฟ การจัดฟัน มีการตั้งข้อสงสัยว่าจนจริงหรือไม่ กระทั่งมีข้อความ “จนทิพย์” เป็นอันดับ 1 ในทวิตเตอร์ มีการพูดคุยกันมากว่า 2 แสนครั้ง รวมทั้งโลกออนไลน์มีการพูดคุยกันจำนวนมาก

ล่าสุดเมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 นายสมเจตน์ เต็งมงคล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบและให้เข้าเยี่ยมครอบครัวนางสาวณัฐวดี เหล่าบุบผา หรือน้องโวลต์ อายุ 18 ปี ที่บ้านเลขที่ 14 หมู่ 9 บ้านหามแห ต.โพนทอง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์อีกครั้ง หลังมีกระแสดราม่า โดยพบครอบครัวน้องโวลต์อาศัยอยู่บ้านพัก ลักษณะเพิงหมาแหงนมุงสังกะสี ปลูกสร้างอยู่กลางสวนท้ายหมู่บ้านเหมือนเดิม โดยน้องโวลต์ พร้อมด้วยนายธนวุฒิ เหล่าบุบผา อายุ 53 ปี พ่อน้องโวลต์ และครอบครัว รอให้ข้อมูล

นางสาวณัฐวดี เหล่าบุบผา หรือน้องโวลต์ อายุ 18 ปี กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณผู้ใจบุญที่ช่วยกันบริจาคเงินให้กับตนทุกท่าน ไม่คาดคิดว่าจะมีผู้ใจบุญบริจาคเงินจำนวนมากขนาดนี้ ซึ่งยืนยันว่าตนจะนำไปเป็นทุนการศึกษาในการเรียนแพทย์ เพราะอยากเป็นหมอมารักษาคน และจะทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด

นางสาวณัฐวดี กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีมีกระแสดราม่าจนทิพย์ บอกว่าครอบครัวของตนไม่จนจริงนั้น ที่จริงแล้วไม่อยากพูด แต่เมื่อมีกระแสมีก็พร้อมที่จะชี้แจงทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องการจัดฟัน ตนทำงานพาดไทม์หลังเลิกเรียนหารายได้พิเศษมาตั้งแต่ ม.3 ซึ่งตอนนั้นฟันมีปัญหาได้ไปพบแพทย์แนะนำให้จัดฟันและรักษาไปด้วยเริ่มทำตอนม.4 ตอนนั้นพอมีเงินเก็บจากการทำงานจึงตัดสินใจรักษา เรื่องที่ 2 ไอแพด ตนทำงานเก็บพาดไทม์เช่นกัน พยายามเก็บหอมรอมริบประมาณ 1 ปีเศษ จึงซื้อมาใช้เพื่อค้นคว้าข้อมูลในการเรียน ส่วนอินเตอร์เน็ตไวไฟก็เป็นของพี่ชายที่ติดตั้งไว้ทำงานมีค่ารายเดือน 600 บาท พี่ชายเป็นคนชำระ

 นางสาวณัฐวดี กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีน้ำหอมนั้นตนซื้อมาในอินเตอร์เน็ตมือสอง ราคา 300 บาท มีน้ำหอมเหลือก้นขวด เอามาตั้งไว้เฉย ๆ ไม่ได้ใช้ ส่วนรถยนต์นั้นไม่ใช้ของครอบตน เป็นรถยนต์ของน้า ซื้อให้ลูกสะใภ้ใช้ ซึ่งหลังเกิดกระแสครั้งนี้ตนก็รู้สึกเสียใจ เพาะสิ่งที่ตนพูดไปนั้นเป็นความจริง ครอบครัวยากจนจริง ๆ ตนต้องทำงานหาเงินเรียนมาตั้งแต่ ม.3 ไม่อยากขอเงินพ่อ แม่อย่างเดียว และอยากให้ครอบครัวดีขึ้น กระทั่งมีความสนใจอยากเรียนแพทย์และอยากเป็นหมอ อย่างไรก็ตามขณะนี้ตนก็ได้ปิดบัญชีแล้ว และยืนยันว่าจะตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด

ด้านนายสมเจตน์ เต็งมงคล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า  จากการตรวจสอบล่าสุดสอบครอบครัวนี้ค่อนข้างยากจน พ่อปลูกผักขาย ส่วนแม่ไม่มีอาชีพ ขณะที่น้องโวลต์นั้นก็เป็นเด็กเรียนเก่งขยัน อย่างไรก็ตามล่าสุดพบว่ามีผู้บริจาคเข้ามา รวมจำนวน 3,795,000 บาท ซึ่งขณะนี้ได้ปิดรับจาคและปิดบัญชีแล้ว โดยเบื้องต้นได้ให้น้องไปทำแผนค่าใช้จ่ายเรียนแพทย์ 6 ปีมาว่า มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ และจะตั้งเป็นคณะกรรมการและที่ปรึกษาในการเบิกไปใช้จ่าย ส่วนที่เหลือก็จะเก็บไว้แยกบัญชีออกมาเป็นทุนไว้เรียนต่อแพทย์เฉพาะทางต่อไป เพื่อให้เงินบริจาคเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้ใจบุญและความตั้งใจของน้องโวลต์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top