Monday, 7 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

นครพนม - กอ.รมน.มุกดาหาร ร่วมประกอบพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องใน "วันกองทัพไทย" ประจำปี 2565 ณ มณฑลทหารบกที่ 210

พ.อ.วรพรต แก้ววิจิตร รอง ผอ.รมน.จังหวัด ม.ห.(ท)/รอง ผอ.สน.ปรมน.จว.มทบ.210 ร่วมประกอบพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2565  โดยมี พล.ต.สถาพร บุญชู ผบ.มทบ.210 เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2565 โดยมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มทบ. 210 กำลังพล มทบ.210 , ร.3 พัน.3 , ส่วนราชการภาครัฐ, ภาคเอกชน, เข้าร่วมพิธี ณ สนามหน้า บก.มทบ.210 ค่ายพระยอดเมืองขวาง ต.กุรุคุ อ.เมือง จ.นครพนม

โดย ผบ.มทบ.210 ได้อ่านโอวาทผู้บัญชาการทหารสูงสุด และนำกล่าวสดุดีวันกองทัพไทย พร้อมนำกำลังพลสวนสนาม และนายทหารสัญญาบัตรและนายทหารประทวนที่เข้ารับราชการใหม่ กล่าวปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล

 

เพชรบูรณ์ - ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 พร้อมด้วยประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก นำกำลังพลพร้อมครอบครัว ร่วมกิจกรรมวางพานพุ่มถวายราชสักการะ เนื่องในวันยุทธหัตถี สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ณ พุทธสถานกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 พลตรีสามารถ  มโนรถมงคล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 พร้อมด้วย คุณกชพร มโนรถมงคล ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 36 นำกำลังพลพร้อมครอบครัว ร่วมกิจกรรมวางพานพุ่มถวายราชสักการะและกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องใน วันยุทธหัตถี สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  18 มกราคม 2565”

 

ตร.รวบ!หนุ่มฮังการี อยู่เกินกว่า 10 ปี หนีคดีฉ้อโกงเงินประกันกว่า 42 ล้านบาท!!!

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้

สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. มอบหมายให้ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม./โฆษก สตม.  พร้อมด้วย  พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง ผกก.1 บก.สส.สตม. แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ โดยมีรายละเอียดดังนี้

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม. จับกุม นายลาจอส อายุ 48 ปี สัญชาติฮังการี โดยกล่าวหาว่า  “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ดำเนินคดีตามกฎหมาย สถานที่จับกุมคอนโดมิเนียมย่านถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ   

พฤติการณ์การกระทำผิด กล่าวคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม. ได้รับแจ้งจากสายลับว่าได้พบเห็นชายชาวต่างชาติมีตำหนิรูปพรรณคล้ายกันกับผู้ต้องหาตามประกาศทางเว็บไซต์ของตำรวจประเทศฮังการี ชื่อนายลาจอส กระทำความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร และฉ้อโกงเงินประกันภัย โดยสายลับได้พบเห็นนายลาจอส ในย่านถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม. จึงได้ประสานงานสอบถามไปยังสถานเอกอัครราชทูตฮังการี ประจำประเทศไทย

โดยรับแจ้งว่า นายลาจอส เป็นบุคคลเดียวกันกับที่ทางการประเทศฮังการีต้องการตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม. จึงได้ตรวจสอบในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ตม. พบว่า นายลาจอสเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2553 วีซ่านักท่องเที่ยว 60 วัน ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยถึงวันที่ 14 พฤษภาคม 2553 ซึ่งการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้สิ้นสุดรวม จำนวน 4,254 วัน และยังพบว่า กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือ ที่ 0002.4/4127 ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2554 แจ้งว่า นายลาจอส เป็นผู้ต้องหาที่ทางการฮังการีต้องการตัวตามหมายจับของศาลฮังการีในความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร และฉ้อโกงเงินประกันภัย เป็นเงินจำนวน 401,394,145 โฟรินต์ฮังการี หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 42 ล้านบาท

 

ตร.บุกทลายฐานที่ตั้ง ‘เว็บพนันออนไลน์ ROYAL CLUB และ BET MOVE’ สัญชาติเกาหลี เงินหมุนเวียนเดือนละกว่า 100 ล้านบาท!!

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี เรื่อง การควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวใน   ประเทศไทย โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ,พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัทร์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ปิยะ  อุทาโย รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติ ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่เพื่อก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. มอบหมายให้ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม./โฆษก สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พันธนะ  นุชนารถ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม, พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. แถลงข่าวผลการจับกุมดังนี้

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ปอพ.บก.สส.สตม. และ ศปอส.ตร.เข้าตรวจค้น อาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 9 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตามหมายค้นศาลแขวงพัทยา ที่ 2/2564 ลงวันที่ 3 ม.ค.65 และ   ทำการตรวจค้น ห้องเลขที่ 290/54  Northshore Condominium หมู่ 9 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตามหมายค้นศาลแขวงพัทยา ที่ 1/2564 ลงวันที่ 3 ม.ค.

จับกุม ชาวเกาหลีใต้ จำนวน 11 คน ดังนี้

1. MR.KYOUNGMIN สัญชาติเกาหลีใต้ อายุ 36 ปี

2. MR.HOYEON สัญชาติเกาหลีใต้ อายุ 27 ปี

3. MR.GANGTO สัญชาติเกาหลีใต้ อายุ 27 ปี

4. MR.GYEONGSU สัญชาติเกาหลีใต้ อายุ 32 ปี

5. MR.JEONG สัญชาติเกาหลีใต้ อายุ 24 ปี

6. MR.SEUNGWOOK สัญชาติเกาหลีใต้ อายุ 24 ปี

7. MR.KYEONGKYU สัญชาติเกาหลีใต้ อายุ 20 ปี

8. MR.SUNGHYUN สัญชาติเกาหลีใต้ อายุ 37 ปี

9. MR.WOOKJIN สัญชาติเกาหลีใต้ อายุ 36  ปี

10. MR.YOUNGJUN สัญชาติเกาหลีใต้ อายุ 32 ปี

11. MR.DOHYEON สัญชาติเกาหลีใต้ อายุ 24 ปี

ในข้อหา “ร่วมกันจัดให้เล่นพนันออนไลน์โดยผิดกฎหมายและเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต,เป็นนายจ้างรับบุคคลต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต”

พร้อมยึดของกลาง รวมทั้งหมดจำนวน 60 รายการ แบ่งเป็น คอมพิวเตอร์ จำนวน 10 เครื่อง หน้าจอคอมพิวเตอร์ จำนวน 19 จอ คอมพิวเตอร์แบบพกพา จำนวน 2 เครื่อง โทรศัพท์มือถือจำนวน 18 เครื่อง และ บัตรส่งรหัส otp จำนวน 11 ใบ โดยได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 11 คนพร้อมของกลางในคดีส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง พัทยาเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 

พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนทราบว่าได้มีบุคคลสัญชาติเกาหลีใต้เข้ามาอาศัยประเทศไทยเป็นฐานในการทำพนันออนไลน์ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าได้มีการตั้งจุดทำการพนันที่กรุงเทพมหานครและย้ายไปที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอหมายค้นต่อศาลแขวงพัทยา     

ทั้งนี้จากการสืบสวนทราบว่า MR.DOHYEON  ได้ร่วมกับคนไทยในการจัดตั้งฐานในการกระทำครั้งนี้ โดย MR.DOHYEON  จะเป็นผู้จัดตั้งระบบและนำคนเกาหลีใต้เดินทางเข้ามาที่ประเทศไทยเพื่อทำงานและ  ไทยผู้ร่วมขบวนการเป็นคนจัดหาสถานที่ในการทำงาน ที่พัก รวมถึงการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เจ้าหน้าที่เชื่อว่ายังมีกลุ่มแก๊งชาวเกาหลีใต้ อยู่เบื้องหลังการกระทำความผิดในครั้งนี้ และยังมีผู้ร่วมกระทำความผิด ที่ยังสามารถสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนได้อีก โดย กก.ปอพ.บก.สส.สตม.และ ศปอส.ตร. จะดำเนินการสืบสวนขยายผลและติดตามจับกุมหัวหน้าขบวนการและเครือข่าย มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

สุรินทร์ - มณฑลทหารบกที่ 25 จัดพิธีวางพวงมาลาสักการะอนุสาวรีย์พลตรีหลวงวีรวัฒน์โยธิน ผู้ก่อตั้งค่ายวีรวัฒน์โยธิน และพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย

ที่ ค่ายวีระวัฒน์โยธิน พลตรีสาธิต  เกิดโภค ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาสักการะ พร้อมกล่าวคำสดุดีต่อหน้าอนุสาวรีย์พลตรีหลวงวีรวัฒน์โยธิน ผู้ก่อตั้งค่ายวีรวัฒน์โยธิน เนื่องในวันกองทัพไทย โดยมีกำลังพลหน่วยขึ้นตรง ข้าราชการบำนาญ โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน กองกำลังสุรนารี ร้อย.23 พัน 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาที่ 54 หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร พร้อมใจกันร่วมนำพวงมาลาวางสักการะ

ทั้งนี้เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงดวงวิญญาณ อันศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าทหารกล้า ในฐานะวีรชนผู้ทรงพระคุณอันยิ่งใหญ่ของชาติไทย โดยช่วงบ่าย เวลา 15.00 น. พลตรีสาธิต  เกิดโภค ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 เป็นประธานในพิธี ทางพุทธศาสนา และ พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล ประจำปี 2565 เนื่องในวันกองทัพไทย

นราธิวาส - ผบ.พล.นย.นำกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย "เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน" ปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติสืบไป

ที่บริเวณลานกองบังคับการกองพันทหารราบที่ 9 รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน ค่ายจุฬาภรณ์ อ.เมือง จ.นราธิวาส นายอับดุลนัสเซอร์ หะมิ พัฒนาการอำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า  พล.ร.ต.เทอดเกียรติ จิตต์แก้ว ผู้บัญชาการกองพล นาวิกโยธิน เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลของหน่วยทหาร เนื่องในโอกาสวันกองทัพบก และ วันกองทัพไทย โดยมีนายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นาวาเอกโยธิน ธนะมูล ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน / ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ นางสิริวิมล พงษ์อักษร รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีฯ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช องค์วีรกษัตริย์ไทย และบูรพกษัตริย์ทุกพระองค์ ตลอดจนเหล่าบรรพชนของไทยที่ได้สร้างวีรกรรมอันกล้าหาญ สละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทยไว้เป็นมรดกตกทอดมาจนทุกวันนี้

และเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ทหารทุกนาย โดยมีการสวนสนามของกำลังพล ประกอบด้วยกองพันทหารปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้งที่ 2 กรมทหารปืนใหญ่ กองพลนาวิกโยธินจำนวน 3 กองร้อย

ทั้งนี้ พล.ร.ต. เทอดเกียรติ ได้อ่านสาส์นของพล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.ทสส.) ว่าวันที่ 18 ม.ค. ของทุกปีเป็นวันกองทัพไทยจัดให้มีพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล โดยขอกระทำสัตย์ปฏิญาณว่าข้าพเจ้าจักยอมตายเพื่ออิสรภาพ และความสงบแห่งประเทศชาติ

ข้าพเจ้าจักอยู่ในศีลธรรมของศาสนา ข้าพเจ้า จักเทิดทูนและรักษาไว้ ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า ข้าพเจ้าจักรักษาไว้ ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ข้าพเจ้าจักเชื่อถือผู้บังคับบัญชา และปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดทั้งจักปกครองผู้ใต้บังคับบัญชา ด้วยความยุติธรรมข้าพเจ้าจักไม่แพร่งพรายความลับของทางราชการทหาร เป็นอันขาด

 

สุโขทัย - พ่อเมืองสุโขทัย ตรวจติดตามราคาสินค้า และมาตรการป้องกันโควิด-19 ที่ตลาดสดเมืองสุโขทัย

วันนี้ 19 ม.ค.65 นายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ลงพื้นที่ตรวจติดตามราคาสินค้า และมาตรการป้องกันโควิด-19 ที่ตลาดสดในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี พร้อมแนะพ่อค้าแม่ค้าจำหน่ายสินค้าในราคายุติธรรม และติดป้ายราคาสินค้าอย่างชัดเจน และส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น พร้อมด้วยพาณิชย์จังหวัดสุโขทัย สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย และนายกเทศมนตรีผู้บริหารเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ลงพื้นตลาดสดเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี เพื่อตรวจติดตามราคาสินค้า โดยเฉพาะเนื้อสุกรชำแหละที่มีราคาที่สูงขึ้น และสินค้าอื่น ๆ 

ด้านนายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่าเพื่อนำผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ ลงติดตามให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค นอกจากนี้พ่อค้าแม่ค้าจำหน่ายเนื้อสุกรชำแหละกล่าวว่า ในช่วงนี้ราคาจำหน่ายสุกรชำแหละมีราคาสูงขึ้นมาก  ผู้ขายหรือพ่อค้าแม่ค้าก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เนื่องจากจำนวนคนซื้อลดลง  ส่งผลให้รายได้จากจำหน่ายลดลงจากเดิมประมาณร้อยละ 50 จึงจำเป็นต้องลดปริมาณการจำหน่ายเนื้อสุกรชำแหละลงจากเดิม 

 

สระบุรี - จัดงานพิธี วันยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2565

วันนี้(18 ม.ค.2565)เวลา 08.30 น.นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี  เป็นประธานพิธีถวายเครื่องราชสักการะ วางพานพุ่ม ดอกไม้สด และพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์

โดยมีหน่วยงานราชการต่าง ๆ ใน จ.สระบุรี ได้ขึ้นวางพานพุ่มดอกไม้สด เพื่อถวายราชสักการะ ตามลำดับ จากนั้น นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ประธานในพิธีขึ้นคลองพวงมาลัย วางพานพุ่ม ดอกไม้สด พร้อมจุดธูป เทียน เครื่องทองน้อย ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  กล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วีรกษัตริย์นักรบที่มีพระปรีชาสามารถยิ่ง ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่กอบกู้เอกราชให้ชาติไทย พระเกียรติยศเลื่องลือไปทั่วสารทิศและเป็นเหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่ข้าศึกไม่กล้ามารุกรานไทยอีกเป็นเวลากว่าร้อยปี

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 กำหนดให้วันที่ 18 มกราคม ของทุกปีเป็นวันยุทธหัตถี เป็นวันรัฐพิธี เนื่องในวันประวัติศาสตร์สำคัญ ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงได้รับชัยชนะ จากการทำยุทธหัตถี กับพระมหาอุปราชา ซึ่งเหล่าพสกนิกรชาวไทยต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันยิ่งใหญ่ ที่ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทยและทรงสถาปนาความเข้มแข็งมั่นคงแก่ประเทศไทยมาในอดีตกาล อันนำมาซึ่งความสุขสงบและเกียรติภูมิของราชอาณาจักร มาถึงกาลปัจจุบัน โดยการทำยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ อนุสรณ์ดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี

 

ตราด - ‘กองทัพเรือ’ จัดพิธีลอยพวงมาลา เนื่องใน “วันวีรกรรมทหารเรือไทยในยุทธนาวีที่เกาะช้าง”

พลเรือโท พิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 มอบหมายให้ นาวาเอก รังสรรค์ บัวเผือก ผู้บังคับหมวดเรือลาดตระเวนชายแดน เป็นประธานในพิธีลอยพวงมาลา เนื่องในวันวีรกรรมทหารเรือไทยในยุทธนาวีที่เกาะช้าง ณ บริเวณเกาะลิ่ม จังหวัดตราด โดยมีกำลังทางเรือและกำลังพล ของฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ 1 เรือหลวงสัตหีบ เรือ ต.992 และเรือ ต.236 เข้าร่วมพิธี

ผู้บังคับหมวดเรือลาดตระเวนชายแดน กล่าวว่า “ในวันนี้เมื่อ 81 ปีที่แล้ว ได้มีการยุทธที่สำคัญเกิดขึ้น ในพื้นที่เกาะช้างแห่งนี้ เมื่อครั้งสงครามอินโดจีน กองทัพเรือ จึงได้จัดกำลังทางเรือและกำลังพลเข้าร่วมในการยุทธ ดังกล่าว การปะทะในครั้งนั้น กำลังพลของกองทัพเรือไทย ได้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก วันนี้ จึงถือว่าเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของกองทัพเรือ ที่จะระลึกถึง คุณงามความดี วีรกรรมและความกล้าหาญของทหารเรือไทยทุกนาย ในการรักษาอธิปไตยของชาติไทย”

สำหรับการจัดพิธี ลอยพวงมาลาเนื่องในวันวีรกรรมทหารเรือไทย ในยุทธนาวีที่เกาะช้างในครั้งนี้ ประกอบด้วย การอ่านคำสดุดีวีรชนทหารเรือไทย ในยุทธนาวีที่เกาะช้าง การสงบนิ่งรำลึกถึงดวงวิญญาณของผู้กล้าหาญที่เสียชีวิต พิธีลอยพวงมาลา และการยิงสลุต ณ บริเวณเกาะลิ่ม ซึ่งเป็นจุดที่เรือหลวงสงขลา และเรือหลวงชลบุรี จมลง

‘ตำรวจ’ ร่วมกับ ‘วิริยะประกันภัย’ และ ‘มูลนิธิเมาไม่ขับ’ มอบเงินรางวัล โครงการ “7 วัน 7 คลิป 7 หมื่น” ให้เจ้าของคลิป รางวัลละ 10,000 บาท และแถลงผลการจับกุมรถที่มีควันดำเกินกฎหมายกำหนดในพื้นที่ กทม.

วันนี้ (18 ม.ค. 65) เวลา 10.30 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร (ศจร.ตร.) พล.ต.ท.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.เชษฐา  โกมลวรรธนะ จตร.(หน.จต.)/หัวหน้าคณะทำงาน งานตรวจสอบติดตามประเมินผล ศจร.ตร. พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี ผบช.ศ./หัวหน้าคณะทำงาน งานพัฒนามาตรฐานระบบงานจราจร ศจร.ตร. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. พร้อมด้วย คุณกานดา วัฒนายิ่งสมสุข ที่ปรึกษาฝ่ายการตลาด บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ  ผู้แทนสถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์  สวพ.91 และสถานีวิทยุ จส.100  ร่วมแถลงผลการพิจารณามอบรางวัลและเกียรติบัตรในโครงการอาสาตาจราจร “7 วัน 7 คลิป 7 หมื่น” ให้แก่เจ้าของคลิปวีดีโอที่ได้รับคัดเลือกจำนวน 7 คลิป  

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีประชาชนได้ส่งคลิปวีดีโอเข้าร่วมโครงการ“7 วัน 7 คลิป 7 หมื่น”  ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของโครงการดังกล่าว คือ ให้ประชาชนทุกคนร่วมเป็นอาสาตาจราจร ประชาชนสามารถส่งข้อมูลพยานหลักฐานเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือ การกระทำความผิดบนท้องถนนต่าง ๆ ผ่านทางกล้องหน้ารถ หรือโทรศัพท์มือถือ โดยสามารถส่งคลิปวีดีโอผ่านช่องทางมูลนิธิเมาไม่ขับ ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร.  จส.100 และ สวพ.91ในช่วง 7 วันของการควบคุมเข้มข้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 จำนวนกว่า 30 คลิป  ซึ่งมูลนิธิเมาไม่ขับได้เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกคลิปวิดีโอโดยมีหลักเกณฑ์การคัดเลือก คือ  

1) กรณีการกระทำผิดกฎจราจรสำคัญ - เป็นคลิปวิดีโอที่สามารถช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี หรือเป็นข้อมูลให้เข้มงวดกวดขันจับกุมการกระทำผิด หรือเป็นตัวอย่างอุทาหรณ์ไม่ให้ประชาชนทำผิดกฎหมาย

2) คดีอุบัติเหตุจราจร – เป็นคลิปที่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในทางคดีให้กับพนักงานสอบสวน

เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด สามารถชี้ตัวคู่กรณีฝ่ายที่กระทำผิดได้   

ซึ่งผลการพิจารณาของมูลนิธิเมาไม่ขับ มีคลิปวิดีโอที่ได้รับรางวัลจำนวน 7 คลิป ดังนี้ 

(1) คลิปกล้องหน้ารถ - รถฟอร์จูนเนอร์ ชนรถหลายคันและขับหลบหนี /สน.พหลโยธิน

(2) คลิปโทรศัพท์มือถือ - ผู้ขับขี่มีอาการเมาสุรา ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ /สภ.คูคต

 (3) คลิปกล้องหน้ารถ - อุบัติเหตุรถกระบะเฉี่ยวชน รถจักรยานยนต์ /สภ.เชียงขวัญ จว.ร้อยเอ็ด

 (4) คลิปกล้องหน้ารถ - รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ขับขี่ย้อนศรถนนคู้บอน  /สน.คันนายาว

 (5) คลิปโทรศัพท์มือถือ - รถจักรยานยนต์ ขับขี่บนทางด่วนกาญจนาภิเษก

 (6) คลิปกล้องติดหมวกนิรภัย - รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกัน แล้วขับหลบหนี  /สน.หลักสอง 

 (7) คลิปโทรศัพท์มือถือ - ผู้ขับขี่ขับรถเกิดอุบัติเหตุและมีอาการเมาสุรา /สภ.เมืองเชียงใหม่ 

ซึ่งทางคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ ของศูนย์บริหารงานจราจร ตร. ได้ส่งข้อมูลให้สถานีตำรวจพื้นที่รับผิดชอบดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว ทั้งนี้ โครงการนี้ยังมีการดำเนินการต่อเนื่องและมอบรางวัล ให้เป็นประจำทุกเดือน เดือนละ 10 คลิป รวมเป็นเงิน 50,000 บาทต่อเดือน จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ส่งข้อมูลพยานหลักฐานเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือการกระทำความผิดบนท้องถนนต่าง ๆ ผ่านทางกล้องหน้ารถ หรือโทรศัพท์มือถือ พร้อมแจ้งข้อมูลชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ผู้แจ้งข้อมูล ตามช่องทางดังกล่าวข้างต้นได้  โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะปกปิดข้อมูลของผู้แจ้ง

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ (PM2.5) มีค่าสูงเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่  โดยเฉพาะในพื้น กทม. ซึ่งในส่วนงานจราจร  ศจร.ตร. ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเพิ่มมาตรการตรวจจับรถที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐาน โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก กรมควบคุมมลพิษ กรุงเทพมหานคร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพื้นที่ เพื่อตั้งจุดตรวจรถควันดำ ทั้งรถบรรทุก รถสาธารณะ และรถกระบะส่วนบุคคล สำหรับในเขตพื้นที่กทม. นั้นมีการตั้งจุดตรวจ จำนวน 20 จุด แบ่งเป็น จุดตรวจตั้งถาวร จำนวน 15 จุด  และจุดตรวจแบบเคลื่อนที่ (Mobile) จำนวน 5 จุด

โดยสถิติที่ผ่านมาในปี 2564  มีการเรียกตรวจรถรถบรรทุกและรถสาธารณะ รวมจำนวน 125,974 คัน มีค่าควันดำเกินกำหนด 51,625 คัน รถกระบะส่วนบุคคล รวมจำนวน 127,141 คัน มีค่าควันดำเกินกำหนด 52,176 คัน รวมมีรถควันดำเกินกำหนดทั้งสิ้น 103,802 คัน ออกคำสั่งห้ามใช้รถรวมทั้งสิ้น จำนวน 4,689 คัน และในปีนี้เฉพาะในช่วงวันที่ 1- 15 ม.ค.65  มีการเรียกตรวจรถบรรทุกและรถสาธารณะรวมจำนวน 3,748 คัน มีค่าควันดำเกินกำหนด 1,482 คัน  รถกระบะส่วนบุคคล รวมจำนวน 4,667 คัน  มีค่าควันดำเกินกำหนด 919 คัน รวมมีรถควันดำเกินกำหนด 2,401 คัน ออกคำสั่งห้ามใช้รถรวมทั้งสิ้น จำนวน 88 คัน ทั้งนี้ บช.น. ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจจับรถที่มีค่าควันดำ โดยหากเป็นรถบรรทุกหรือรถสาธารณะจะมีโทษปรับสูงสุดถึง 50,000 บาท (ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก) ส่วนรถส่วนบุคคล จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท (ตามกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก) และจะถูกออกคำสั่งห้ามใช้รถตามกฎหมายทั้งห้ามใช้ชั่วคราวและห้ามใช้เด็ดขาด

ในส่วนของมาตรการการดำเนินคดีกับรถจักรยานยนต์นั้นในช่วงวันที่ 15 พ.ย.64 ถึง 16 ม.ค.65  มีผลการจับกุมข้อหา ขับรถย้อนศร รวม   53,403 ราย ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร  27,466 ราย ขับรถรถจักรยานยนต์บนทางเท้า 7,293 ราย  ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว 2,284 ราย  และดำเนินคดีข้อหาขับรถโดยไม่คำนึ่งถึงความปลอดภัยเป็นจำนวน 70 ราย  รวมผลการดำเนินการทั้ง 4 ข้อหา จับกุมรวมทั้งสิ้น 90,446 ราย แบ่งเป็น รถ จยย.ทั่วไป 74,832 ราย รถ จยย.เดลิเวอรี่  10,869  ราย และรถ จยย.สาธารณะ 4,718 ราย

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top