Friday, 5 June 2026
LITE TEAM

“ก้อย รัชวิน” อัปเดตอาการล่าสุด “ตูน บอดี้สแลม” กลับมาจับคอร์ดกีต้าร์ได้แล้ว ห่วงคอนเสิร์ตอีก 2 เดือนที่จะถึง

หลังจากที่ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม ศิลปินชื่อดัง ได้เข้ารับการรักษาตัวด่วนที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (13 ธ.ค.) จากอาการกระดูกคอกดทับเส้นประสาท ทำให้แขนซ้ายมีอาการชา นิ้วมือซ้ายบังคับไม่ได้เป็นบางนิ้ว เป็นระยะเวลากว่า 11 วัน ล่าสุดสาวก้อย รัชวิน ภรรยาก็ได้ออกมาอัปเดตรูปภาพพร้อมอาการล่าสุดของตูนผ่านทางอินสตราแกรมส่วนตัว ข้อความว่า

“ DAY 11 ~ 9.30 น. ‘ภาพที่เห็นทุกเช้า’ วันนี้เป็นวันที่คุณหมอมาตรวจวินิจฉัยและได้คุยนานที่สุด มีคำถามที่ก้อยสงสัยเกี่ยวกับอาการที่เกิดขึ้นจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ที่ทำให้เกิดความอ่อนแรงของมือและนิ้วด้านซ้ายของพี่ตูน และอยากจะเข้าใจ เพื่อที่จะได้รู้ว่าเรากำลังรับมือกับอะไรอยู่ และต่อจากนี้จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ร่างกายอย่างไรบ้าง? คุณหมอเลยต้องนั่งเลคเชอร์ให้เราสองคนฟังชุดใหญ่ ถึงขนาดวาดเป็น Anatomy จะได้อธิบายให้เห็นภาพได้ชัดขึ้น #เสียดายตอนเด็กไม่ได้เรียนสายวิทย์ ????

และทุกวัน พี่ตูนจะทดสอบแรงที่มือว่าดีขึ้นมั้ย ด้วยการจับกีต้าร์คอร์ด C และ Am ผลปรากฏว่า วันนี้กดคอร์ดได้แล้วค่ะ เย้! ????☺️

สิ่งแรกที่พี่ตูนถามคุณหมอก็คือ ผมจะหายทันคอนเสิร์ตในอีก2เดือนข้างหน้ามั้ยครับ?

ก้อยรู้ได้ทันที ว่าพี่ตูนเป็นห่วงเรื่องงานมากที่สุด เค้าอยากหายไวๆเพื่อที่จะได้กลับไปร้องเพลงให้ทุกคนฟัง ...

ถึงแม้ตอนนี้ยังไม่มีใครให้คำตอบได้ แต่เชื่อว่า ถ้าแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ จากคอร์ดพื้นฐานมาจับคอร์ดยากๆได้

เรื่องที่ยากลำบากในตอนนี้ เราก็คงผ่านมันไปได้เช่นกัน และอีกไม่นานเราคงได้กลับบ้านแล้วเนอะ ????

ส่งใจมาช่วยพี่ตูนกันนะคะ ????

ปล. ขอบพระคุณคุณหมอทีมอเวนเจอร์ทุกท่านที่สละเวลามาเยี่ยมพี่ตูนทุกๆเช้า และคอยตอบคำถามเจ้าหนูจำมัยอย่างก้อยนะคะ????♥️..รัก..23.12.20 #TogetherForeverKT #KTsJourney ”

ขอเป็นกำลังใจให้พี่ตูนหายป่วยและกลับมาเล่นกีตาร์ร้องเพลงให้แฟน ๆ ได้ฟังเร็ว ๆ นะคะ

ความวิตกกังวลเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก Beyond Blue องค์กรด้านสุขภาพจิตที่ให้การสนับสนุนและบริการแก่ผู้คนในออสเตรเลียมา 20 ปี รายงานว่า 45 เปอร์เซ็นต์ของชาวออสเตรเลียจะประสบปัญหาทางจิตในช่วงหนึ่งของชีวิต

และยังรายงานด้วยว่าชาวออสเตรเลีย 2 ล้านคนต่อปีต้องทนทุกข์ทรมานจากความวิตกกังวล เป็นภาวะสุขภาพจิตที่ร้ายแรง ซึ่งมีตั้งแต่ความลำบากเล็กน้อย ไปจนถึงความเจ็บป่วยที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอ แม้ว่าเราจะแนะนำให้ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอยู่เสมอ แต่ก็ยังมีสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณสามารถทำได้เพื่อต่อสู้กับอาการวิตกกังวล

ในการให้สัมภาษณ์กับ My Domaine Home นักจิตวิทยา Jeffrey Bernstein เปิดเผยว่า เพียงแค่พูดว่า "แต่ถึงอย่างไร" คุณก็สามารถบรรเทาอาการวิตกกังวลได้ โดยการลดความท้อแท้และเปลี่ยนเหตุการณ์เชิงลบให้เป็นบวกมากขึ้น

.

ตัวอย่างเช่นคุณอาจพูดกับตัวเองว่า “ฉันรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะสอบตก แต่ถึงอย่างไรฉันจะทำให้ดีที่สุด”

.

ประโยคประเภทนี้รับรู้ถึงสิ่งที่จะทำให้คุณวิตกกังวล แต่ปรับสถานการณ์ใหม่ด้วยความคิดเชิงบวก สามารถทำให้คุณมีแรงมากขึ้นและเป็นการเพิ่มความนับถือตนเองอีกด้วย

สำหรับใครที่กำลังประสบกับความกังวลหรือต้องเจอสถานการณ์ที่ยากลำบาก ลองฝึกพูดคำนี้กันดูนะคะ อย่างน้อยในเรื่องราวที่ผ่านไปได้ยาก คุณอาจต้องหาวิธีเพิ่มพลังบวกให้กับตัวเองเพื่อหาวิธีเดินหน้าต่อในสิ่งที่คุณกำลังเผชิญ


ข้อมูลจาก: https://www.bhg.com.au/reduce-anxiety-levels-just-by-saying-this-word?category=better_life


 

“NCT” บอยแบนด์สัญชาติเกาหลีที่ก่อตั้งโดย SM Entertainment เป็นกลุ่มที่มีสมาชิกไม่จำกัดจำนวน และแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มย่อยตามเมืองต่างๆ ทั่วโลก

โดยในปีนี้ NCT ถือว่าได้สร้างปรากฎการณ์ความสำเร็จ

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม มีการประกาศว่าอัลบั้มล่าสุดของ NCT “RESONANCE Pt. 2” ทำยอดขายได้ 1,217,122 ชุด หลังจากวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน

หลังจากยอดขายที่น่าประทับใจของอัลบั้มก่อนหน้านี้ของ NCT “RESONANCE Pt. 1” ซึ่งทำสถิติยอดขายมากกว่าหนึ่งล้านชุดใน 7 วันและได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก Gaon Chart มีการแชร์กันว่าในวันที่ 22 ธันวาคม อัลบั้มขายได้ถึง 1,463,798 ชุด ส่งผลให้ยอดขายรวมของ“ RESONANCE Pt. 1” และ“ RESONANCE Pt. 2” รวมสูงสุด 2,680,920 ชุด

นอกจากนี้อัลบั้มเต็มชุดที่สอง NCT 127 “Neo Zone” ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมามียอดขาย 1,481,039 อัลบั้มในปีนี้ ในขณะที่เพลง“ Reload” ในอัลบั้ม NCT Dream ตั้งแต่เดือนเมษายนมียอดขาย 674,928 ชุด ด้าน WayV’s ที่ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดแรก  “Awaken The World”  ตั้งแต่เดือนมิถุนายนยังมียอดขาย 280,133 ชุด ทำให้ยอดขายรวมของอัลบั้มทั้งหมดของกลุ่มในปีนี้อยู่ที่ 5,117,020 ชุด ณ วันที่ 22 ธันวาคม

ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของ NCT ในปีนี้ด้วยนะคะ 


ที่มา: https://www.soompi.com/article/1445044wpp/nct-soars-past-1-million-sales-for-album-resonance-pt-2

 

ถือว่าเป็นช่วงที่งานรุ่งแต่รักร่วง สำหรับสาว “ฟ้า ษริกา สารทศิลป์ศุภา” ที่กำลังจะมีผลงานภาพยนตร์รักวัยรุ่นเรื่องใหม่ “วอน(เธอ)” ของค่าย M39 ร่วมกับ แมดอะไรดี กำหนดเข้าฉายในวันที่ 24 ธันวาคม 2563

งานนี้เรียกได้ว่าฟ้าได้รับบทนางเอกแบบเต็มตัว หลังจากโลดแล่นในวงการบันเทิงและแสดงความสามารถมาหลากหลายรูปแบบ แต่ก็ไม่วายมีเรื่องเศร้า เมื่อความรัก 7 ปีกับแฟนหนุ่ม “เฟิด คาริญญ์ยวัฒ ดุรงค์จิรกานต์” นักร้องนำวงสล็อตแมชชีน ต้องจบลง สร้างความเศร้าให้สาวฟ้าไม่น้อย แล้วอะไรคือจุดหักเหที่ทำให้ความรักครั้งนี้ต้องจบ

“ฟ้า ษริกา” นักแสดงอิสระ และบิวตี้บล็อกเกอร์สาวสวย ที่ก่อนหน้านี้ได้คบหาดูใจกับ “เฟิด” นักร้องนำวงสล็อตแมชชีน โดยฟ้าเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ชอบความเป็นผู้ใหญ่ของเฟิด มีทัศนคติในการใช้ชีวิตที่คล้าย ๆ กัน คบกันแล้วช่วยเหลือกันพากันไปในทางที่ดี เลยทำให้มีความสุข

แต่แล้วเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ที่ผ่านมา ฟ้าได้ออกมาเปิดใจในรายการไนน์เอนเตอร์เทน ว่ายุติความสัมพันธ์กับเฟิดได้ 1 เดือนกว่าแล้ว หลังคบหาดูใจกันมายาวนานถึง 7 ปี โดยก่อนหน้านี้ทั้งคู่ได้ลองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเมื่อต้นปี 63

หากมองความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเห็นได้ว่ามีความแตกต่างกันในเรื่องของอายุ ที่ห่างกันถึง 10 ปี แต่ก่อนหน้านี้ฟ้าและเฟิดเคยให้สัมภาษณ์คู่กันไว้ว่า สำหรับความห่างเรื่องอายุนั้นอาจมีปัญหาบ้าง แต่ไม่มีปัญหาเรื่องความคิด เพราะว่าฟ้ามีความคิดเป็นผู้ใหญ่ และทั้งคู่คุยกันด้วยเหตุผล เวลามีปัญหาก็เหมือนเพื่อนคอยปรึกษากัน

หลายคนมุ่งเป้าไปที่ตัวเลขอาถรรพ์รัก 7 ปี ที่ทำให้รักครั้งนี้ต้องจบ แต่ฟ้าก็ให้สัมภาษณ์ว่าเป็นเพียงตัวเลข ระยะเวลาที่นาน อาจทำให้เกิดความอิ่มตัว เลิกกันครั้งนี้ตนก็เฮิร์ต เพราะเป็นความสัมพันธ์ที่รู้สึกดี แต่แค่เรื่องของทัศนคติและเป้าหมายที่ไม่เวิร์ก ในเรื่องของชีวิตคู่มีหลายอย่างที่ต้องปรับ ต้องเข้าใจ ต้องมองเป้าหมายที่ไปในทางเดียวกัน แต่ถ้าไม่ไปทางเดียวกัน มันก็ไปด้วยกันยาก โดยเฉพาะวิธีคิดในเรื่องชีวิตคู่ในอนาคต

ส่วนเหตุผลหลักที่ฟ้าเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอเลือกจบความสัมพันธ์ก่อนนั้นมาจากเรื่องของทัศนคติ เป้าหมายการใช้ชีวิต เพราะพอมีคำว่าชีวิตคู่ ตนมองว่ามันต้องมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่ต้องตัดสินใจร่วมกัน คิดร่วมกัน ต้องแชร์กัน ซึ่งบางทีอาจไม่ลงตัว ไม่ใช่ว่าเห็นไม่ตรงกันซะทีเดียว แต่แค่ไปคนละทาง

และถึงแม้วันนี้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะจบลง แต่ฟ้าก็กล่าวว่าตนไม่เสียดาย เพราะเต็มที่ทุกครั้งที่มีความรัก ได้อะไรดี ๆ และประสบการณ์ดี ๆ จากอีกฝ่ายเยอะ หากต้องเสียดายคงเสียดายที่ไม่ได้ไปกันต่อ และยืนยันว่าไม่มีเรื่องของมือที่สามแน่นอน เพราะถ้ามีมือที่สามคงจะตัดใจได้ง่ายกว่านี้

จากคำให้สัมภาษณ์และความรู้สึกที่ถูกส่งผ่านแววตาของฟ้า ษริกา ตอนที่พูดถึงความรักครั้งนี้ หากใครได้ชมบทสัมภาษณ์ก็อาจเผลอน้ำตาคลอตาม เพราะสิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้คือความรักตลอด 7 ปีนั้นยังอยู่ เพียงแต่ปัจจัยที่จะทำให้ความรักไปต่อไม่ได้มีเพียงแค่รักกัน แต่ในวัยที่โตขึ้น อายุที่มากขึ้น ทัศนคติและเป้าหมายก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คนสองคนตัดสินใจใช้ชีวิตด้วยกันอย่างคู่ชีวิต แต่หากยังไม่ใช่ก็ต้องแยกย้ายกันไปเพื่อค้นหาสิ่งที่พอดี

24 ธันวาคม พ.ศ. 2483 เมืองไทยประกาศให้วันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่

วันนี้ที่ต่างประเทศ อาจจะเรียกว่าเป็นวันคริสต์มาสอีฟ แต่สำหรับที่เมืองไทย รู้หรือไม่ว่า 24 ธันวาคม ในปี พ.ศ. 2483 หรือเมื่อกว่า 80 ปีที่แล้ว วันนี้เป็นวันที่ทางการประกาศให้เมืองไทยมีวันขึ้นปีใหม่ ตรงกับวันที่ 1 มกราคม เป็นครั้งแรก

แรกเริ่มเดิมที เมืองสยามของเรากำหนดให้วันขึ้นปีใหม่ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย โดยคำว่าเดือนอ้าย หมายถึงเดือน 1 หากนับตามปฏิทินจันทรคติไทย มักจะเริ่มในเดือนพฤศจิกายน หรือ ธันวาคม ต่อมา ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้กำหนดใหม่ให้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่แทน กระทั่งเวลาผันผ่านมาจนถึง วันที่ 24 ธันวาคม ปี พ.ศ. 2483 ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ให้เป็นวันที่ 1 มกราคม

โดยมีเหตุผล 4 ประการคือ 1 เป็นการไม่ขัดกับหลักพุทธศาสนาในด้านการนับวัน เดือน และการร่วมฉลองปีใหม่ด้วยการทำบุญ 2 เป็นการเลิกวิธีนำเอาลัทธิพราหมณ์มาคร่อมศาสนาพุทธ 3 ทำให้เข้าสู่ระดับสากลที่ใช้อยู่ในประเทศทั่วโลก 4 เป็นการฟื้นฟูวัฒนธรรม คตินิยม และจารีตประเพณีของชาติไทย

และนับจากประกาศดังกล่าว ก็ทำให้ประเทศไทยได้ถือเอาวันที่ 1 มกราคมของทุกปี เป็นวันเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่จวบจนปัจจุบัน

 

สมาคมนักข่าวบันเทิงส่งท้ายปี 2563 ด้วย 10 ฉายาศิลปิน-ดารา ถือเป็นธรรมเนียมที่ต้องมีออกมาหยอกสร้างรอยยิ้มกันทุกปี โดยในปีนี้ 10 ศิลปินดาราที่ได้รับความนิยมสูงสุด พร้อมได้รับฉายา ได้แก่

1.) “เบลล่า - ราณี” กับฉายา “อีเรียมกู้ชาติ” เนื่องจากภาพยนตร์อีเรียมกู้ชาติที่เบลล่าเป็นนางเอก ทำรายได้ถล่มทลาย กู้คืนชื่อเสียงวงการภาพยนตร์ไทย

2.) “แต้ว - ณฐพร” กับฉายา “นาคีลอกคราบ” เหตุเพราะสลัดลุคนางเอกสายหวานเป็นสวยแซ่บเซ็กซี่หลังเปิดตัวคบกับหวานใจ “ไฮโซณัย ประณัย”

3.) “อั้ม - พัชราภา” กับฉายา “ตัวแม่ทำแทนไม่ได้” เพราะยืนหนึ่งในวงการ ไม่มีใครแทนที่ได้ ละครที่กลับมารับเล่นก็เรตติ้งเปรี้ยงปร้างไม่มีแผ่ว

4.) “หนุ่ม - ศรราม” กับฉายา “คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว เทเมียทิ้ง” เพราะเรื่องราวกับภรรยาเก่า ที่มีเรื่องหนี้สินเข้ามาเกี่ยวข้อง จนหมดความอดทน ทำให้ตอนนี้แยกทางกัน กลายเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวเต็มตัว

5.) “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” หรือ “รัชนก สุวรรณเกตุ” กับฉายา “ฉาวทั้งอำเภอเพราะเธอคนเดียว” เจ้าของค่ายเพลงได้หมดถ้าสดชื่น ที่มีคดีกับ “เก้า-เกริกพล” นักร้องที่มาร่วม featuring ในเพลงจะเลิกคุยทั้งอำเภออันโด่งดัง สาเหตุเพราะถูกกล่าวหาว่าเบี้ยวค่าตัว

6.) “ซาร่า - คาซิงกินี” กับฉายา “แม่ม่ายสายโป๊ะ” เหตุเพราะถูกจับโป๊ะที่บอกว่าตนเองเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ไม่เคยจ้างพี่เลี้ยง แต่เบิกเงินค่าพี่เลี้ยงจาก “ไมค์-พิรัชต์” ปีละ 3 แสนบาท

7.) “แมท - ภีรนีย์” กับฉายา “นางเอกมือปราบสายเกรียน” เห็นเงียบ ๆ แม่ฟาดเรียบ ลุยฟ้องเกรียนคีย์บอร์ดแบบไม่ปราณี เรียกค่าเสียหายรายละ 1 ล้านบาท เพราะทนกับถ้อยคำหยาบคายที่ถูกต่อว่าบนโซเชียลมีเดียมาอย่างยาวนาน

8.) "รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น" กับฉายา “แก้วลอย คอยที่ศาล” จากกรณีที่ถูก “ไฮโซแชมป์” ปาแก้วใส่และใช้ขวดตีจนได้รับบาดเจ็บในผับแห่งหนึ่ง สาเหตุเพราะหึงหวง “น้ำหวาน เดอะเฟซ” แฟนสาว 

9.) “ธัญญ่า - ธัญญาเรศ” ฉายา “เมียหลวงเนเวอร์ดาย” เพราะความคาสโนว่าของหนุ่ม “เป๊ก - สัณณ์ชัย” สามี ทำให้เมียหลวงอย่างธัญญ่าต้องออกมาจัดการบ้านเล็กบ้านน้อย ที่ไม่ยอมต่างคนต่างอยู่ แถมคราวนี้พาลมายุ่งกับลูกสาวสุดที่รัก จึงต้องทำให้รู้บ้างว่าใครเป็นใคร 

10.) “ไบร์ท - วชิรวิชญ์ และ วิน - เมธวิน” กับฉายา “คู่จิ้นฟินหลาย (ล้าน)” เป็นปรากฎการณ์คู่จิ้นวายอีกหนึ่งคู่ที่สร้างรายได้มหาศาล เพราะไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็งานรุ่งพุ่งสุด ๆ


สำหรับฉายาปีนี้ของแต่ละคนถือได้ว่ายังเบา ๆ เพราะ รักหรอกจึงหยอกเล่น หวังว่าฉายาปีนี้จะโดนใจใครหลาย ๆ คนน้า

‘น้าหงา’ ครูใหญ่เพลงเพื่อชีวิต เปิดตัวกาแฟออแกนิก Uncle Coffee

ขอวางกีต้าร์แปร๊บนึง สำหรับ ครูใหญ่แห่งวงการเพลงเพื่อชีวิต "สุรชัย จันทิมาธร" มานำเสนอผลิตภัณฑ์กาแฟไตล์ออแกนิกในชื่อแบรนด์ว่า "Uncle Coffee" โดยเมื่อช่วงเช้า เจ้าตัวเพิ่งโพสต์แนะนำสินค้าใหม่ของตัวเองในแฟนเพจสุรชัย จินทิมาธร

แจ้งข่าว - ผลิตภัณฑ์ใหม่ยี่ห้อลุง หรือ uncle coffee ออกแบบเรียบ ๆ ให้ดูง่าย ๆ สะดุดตาเล็กน้อย

อีกผลงานหนึ่งของกลุ่มคณาจารย์แม่โจ้ ที่ศึกษาค้นคว้าเกษตรอินทรีย์บนที่สูงมานานนับหลายปีในนามกาแฟป่า จังหวัดเชียงราย จะเริ่มการจัดจำหน่ายเร็ว ๆ นี้

เอ้า! ผ่าง ๆๆๆ

ปิดท้ายด้วยเสียงตีกลอง ตีโล่ห์ดังผ่าง ๆๆๆ ขนาดนี้ The States Times ก็เลยต้องช่วยอาจารย์หงาบอกต่อแควน ๆ เอ้ย! แฟน ๆ ให้มาช่วยกันอุดหนุน สามารถไปดูรายละเอียดกันได้ในเพจสุรชัย จันทิมาธร ของดีต้องบอกต่อจ้า!!

23 ธันวาคม พ.ศ. 2523 วันเกิด ‘ทราย เจริญปุระ’ อดีตแม่นากที่กลายเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง

วันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดของนักแสดง แถมยังเป็นนักเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง เธอคือ ทราย เจริญปุระ หรือ อินทิรา เจริญปุระ ซึ่งหากย้อนเวลากลับไป ทรายเริ่มต้นงานในวงการบันเทิงด้วยการเป็นนักแสดงนำในละครเรื่องล่า และจากผลงานเรื่องนี้ก็ทำให้เธอกลายเป็นที่รู้จักในเวลาอันรวดเร็ว

ก่อนจะมีผลงานละครตามมาอีกมากมาย อาทิ บ้านสอยดาว, กองพันทหารเกณฑ์, เจ้าสัวน้อย จากนั้นเธอก็ก้าวกระโดดไปเป็นศิลปินออกอัลบั้มกับค่ายแกรมมี่ฯ ในชื่อชุดแรกว่า ‘นาฬิกาทราย’

ทรายยังออกอัลบั้มเพลงตามมาอีก 2 ชุด ก่อนที่ในปี พ.ศ. 2542 เส้นทางในวงการบันเทิงของเธอจะพีคอีกครั้ง เมื่อหนัง ‘นางนาก’ ที่เธอสวมบทบาทเป็นแม่นาก โด่งดังจนกลายเป็นหนังทำรายได้สูงสุดในปีนั้น

ผ่านเวลาไปไม่นานนัก เธอก็หันมาหยิบปากกาเป็นนักเขียน และเริ่มเป็นที่รู้จักในแวดวงนักคิด นักเขียน รวมทั้งนักเคลื่อนไหว ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว เธอมักจะสะท้อนแนวคิด การเขียน เชิงวิพากษ์วิจารณ์ความเป็นไปของสังคมการเมืองอยู่เป็นระยะ กระทั่งกลายเป็นหนึ่งในคนดังที่มีภาพลักษณ์เป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองไปในที่สุด

วันนี้เป็นคล้ายวันเกิดของนักแสดงสาว มีอายุครบ 40 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน เธอและแกนนำกลุ่มราษฎรจำนวน 8 ราย เพิ่งถูกหมายเรียกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้มารับทราบข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาตรา 112 และข้อหายุยงปลุกปั่น มาตรา 116 และข้อหาอื่นๆ จากเหตุการณ์ชุมนุม ที่บริเวณกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

‘กุ้ง’ สัตว์ตัวจิ๋วที่มีประโยชน์ใหญ่เกินตัว

หลังจากที่มีการระบาดของโควิด-19 ที่แพกุ้ง จ.สมุทรสาคร เป็นเหตุให้ช่วงนี้ควร ‘งดกุ้ง’ กันสักระยะ แต่ลองมาทบทวนคุณประโยชน์ของกุ้งกันสักหน่อยดีกว่า เผื่อเมื่อไรที่ได้กลับมากิน จะได้รู้ว่า กุ้งมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร

กุ้ง...ช่วยลดน้ำหนัก

กุ้งเป็นแหล่งโปรตีนและวิตามินที่ดี ที่สำคัญคือ ไม่เพิ่มปริมาณคาร์โบไฮเดรตในอาหาร จึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก ในส่วนของเปลือกกุ้งจะมีสารที่เรียกว่า ไคติน (Chitin) ทางการแพทย์ระบุว่าไคตินเป็นสารที่ไม่ดูดซึมเข้าร่างกาย มีส่วนช่วยในการเคลื่อนตัวของกากอาหารในลำไส้ คล้ายกับอาหารจำพวกไฟเบอร์ จึงช่วยในการขับถ่ายไปในตัว

กุ้ง...ช่วยชะลอวัย

กุ้งมีสารคาโรทีนนอยด์ที่ชื่อว่าแอสตาแซนธิน ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่สามารถช่วยลดการทำร้ายผิวที่เกิดจากแสงแดดและรังสียูวีเอ การกินกุ้งเป็นประจำ จึงมีส่วนช่วยในการลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำลงได้

.

กุ้ง...ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อ

โดยเฉพาะบริเวณกล้ามเนื้อตา เพราะในตัวกุ้งมีสารแอสตาแซนธิน มีส่วนช่วยในการลดอาการตาล้าจากการใช้สายตามากๆ และจากการศึกษาเพิ่มเติม กุ้งยังมีสารประกอบที่มีคุณสมบัติคล้ายสารป้องกันการแข็งตัวของเลือด จึงเป็นประโยชน์ในกระบวนการฟื้นฟูเส้นเลือดฝอยของร่างกาย 

กุ้ง...ช่วยลดการผมร่วง

กุ้งมีสารสังกะสี ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างและคงสภาพเซลล์ใหม่ จึงมีผลต่อการช่วยรักษาเซลล์รากผมและผิวหนังให้มีสุขภาพดี ไม่ร่วง ไม่บาง ทำให้ดูอ่อนกว่าวัย

.

กุ้ง...ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก

อย่างที่เล่าไปว่า ในตัวกุ้งมีโปรตีนและวิตามินจำนวนมาก รวมถึงแร่ธาตุสำคัญๆ เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส รวมทั้งแมกนีเซียม ซึ่งถ้ากินกุ้งเป็นประจำ แร่ธาตุเหล่านี้จะมีส่วนช่วยลดภาวะกระดูกเสื่อม รวมทั้งชะลอการเกิดโรคกระดูกพรุนได้อีกด้วย


.

กุ้ง...มีสารต่อต้านการก่อตัวของมะเร็ง

สารแอสตาแซนธินในกุ้ง ยังมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งได้ นอกจากนี้ แร่ธาตุที่ชื่อว่า ซิลิเนียม ที่มีอยู่ในกุ้ง แม้จะเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการน้อยกว่า 100 กรัมต่อวัน แต่กลับเป็นแร่ธาตุที่ช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งได้หลายชนิด เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งปอด

ประโยชน์ของ ‘กุ้ง’ มากมายหลายประการจริงๆ แต่เมื่อไรที่ซื้อมากิน หรือซื้อมาประกอบอาหาร ควรทำความสะอาดให้เรียบร้อย เพื่อความปลอดภัยแก่ร่างกาย...

 

เช้านี้อากาศเย็นลงต่อเนื่อง ยอดดอยอุณหภูมิลดลงกว่า 0 องศา

ถือเป็นจุดที่ใช้วัดความหนาวเหน็บได้เป็นอย่างดี สำหรับดอยอินทนนท์ ซึ่งเมื่อเช้านี้ อุณหภูมิบนยอดดอยอินทนนท์ ก็ลดต่ำลงถึง 0 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ภาพรวมของภูมิอากาศในช่วง 1 - 2 วันนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้รายงานว่า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลความเย็นกำลังแรงจากประเทศจีน ได้แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง โดยอุณหภูมิเฉลี่ยจะลดลงอีก 2 - 3 องศาเซลเซียสในภาคเหนือ

ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลงอีก 1 - 2 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด ประกอบกับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top