Friday, 5 June 2026
ไส้ศึก

ชาวบ้านไม่ทน!! ขับไล่เมียเขมรของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ หลังพบเป็นไส้ศึก...แอบถ่ายภาพอาวุธ-รถถังไทย ส่งทหารกัมพูชา

เมื่อวันที่ (7 ก.ย.68) ที่ศาลาประชาคมบ้านไซรไปร ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ชาวบ้านรวมตัวประชุมเพื่อหารือกรณีหญิงชาวกัมพูชาชื่อ 'นางเขื่อน' ภรรยาเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นไส้ศึก แอบถ่ายภาพรถถังและอาวุธของทหารไทย ส่งต่อให้ฝั่งกัมพูชา รวมถึงแชร์โพสต์บิดเบือนใส่ร้ายทหารไทย ทำให้ชาวบ้านมีมติเรียกร้องให้ขับออกจากพื้นที่

นายสมบัติ สุขงาม กำนัน ต.ไพรพัฒนา ระบุว่า การกระทำดังกล่าวสร้างความไม่สบายใจต่อชุมชนชายแดน เพราะเป็นช่วงที่สถานการณ์ไทย-กัมพูชาตึงเครียด จึงเชื่อว่าการแชร์พิกัดและข้อมูลทางทหารอาจกระทบต่อความปลอดภัยของชาวบ้านและกองกำลังในพื้นที่ ขณะที่ชาวบ้านจำนวนมากรวมหลักฐานการโพสต์และคลิปบิดเบือนมานำเสนอในการประชุม

ต่อมา วันที่ 8 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ปกครอง ทหาร ตำรวจ และตรวจคนเข้าเมือง ร่วมประชุมตรวจสอบ พบว่านางเขื่อนแม้จะมีพาสปอร์ตถูกต้อง แต่วีซ่าขาดอายุตั้งแต่ พ.ค. 2566 อีกทั้งมีญาติรวม 7 คน ที่บางส่วนหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงสรุปผลให้ดำเนินคดีตามกฎหมายและผลักดันออกนอกประเทศ

พ.ต.ท.หญิง มณีพร บุญเลี้ยง สารวัตร ตม. เปิดเผยว่า ได้แจ้งข้อหาอยู่เกินกำหนด 2 ราย และข้อหาหลบหนีเข้าเมือง 5 ราย ก่อนนำตัวทั้งหมดไปบันทึกการจับกุม ส่งฟ้องศาล และเตรียมผลักดันออกนอกประเทศ ขณะที่ชาวบ้านไซรไปรกว่า 200 คนที่มารอฟังผลพอใจกับการดำเนินการ และแยกย้ายกลับโดยสงบ

กองกำลังบูรพา บุกจับ “เจ๊ลัด” เมียเก่า “กำนันลี” ผู้มีอิทธิพลชาวกัมพูชา ในพื้นที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว หลังพบพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นไส้ศึก

(11 ธ.ค. 68) กองกำลังบูรพาเข้าควบคุมตัว “เจ๊ลัด” หรือ นางทองลัด กันหา อายุ 63 ปี อดีตภรรยากำนันลี ผู้มีอิทธิพลชาวกัมพูชา หลังพบพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นไส้ศึกส่งข้อมูลทหารไทยให้ฝั่งกัมพูชา โดยเจ้าหน้าที่ได้ยึดโทรศัพท์และอุปกรณ์สื่อสารทั้งหมดเพื่อตรวจสอบเส้นทางการติดต่อ ขณะเดียวกัน หน่วยความมั่นคงยังตรวจพบการเคลื่อนไหวของเครือข่ายสอดแนมในหลายจังหวัดช่วง 8–9 ธันวาคม ทั้งในอุบลราชธานีและสุรินทร์ พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยหลายราย

ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยมีพฤติกรรมผิดสังเกต เช่น เดินทางโดยไม่มีจุดหมายชัดเจน ถือครองโทรศัพท์หลายเครื่อง หรือพกสิ่งของจากกัมพูชาโดยไม่อธิบายที่มา คาดว่าบางรายอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งพิกัดทหารไทยหรือเส้นทางลำเลียงกำลัง ส่งผลให้จังหวัดสระแก้วเริ่มบังคับใช้เคอร์ฟิวตั้งแต่ค่ำวันที่ 10 ธันวาคม เพื่อสกัดการแทรกซึมของสายลับและแรงงานแฝงตัว

ด้าน กอ.รมน. เปิดเผยว่า การสอดแนมช่วงนี้มีรูปแบบเด่น 3 ลักษณะ คือ ผู้ที่เข้ามาสำรวจใกล้ฐานทหาร บุคคลที่ถือครองอุปกรณ์สื่อสารจำนวนมากเพื่อแบ่งข้อมูลส่งต่อ และแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีเส้นทางเดินทางชัดเจน ซึ่งบางรายยอมรับว่ามีผู้ว่าจ้างให้สำรวจพื้นที่เป้าหมาย โดยทุกกรณีถูกนำเข้าสู่กระบวนการสอบสวนด้านความมั่นคงแล้ว

พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการกอ.รมน. สั่งยกระดับการข่าวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยให้หน่วยลาดตระเวนในสระแก้ว บุรีรัมย์ และสุรินทร์เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสหากพบบุคคลหรือยานพาหนะต้องสงสัย ผ่านสายด่วน 1374 เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลลับทางทหารถูกส่งออกไปยังฝ่ายตรงข้าม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top