Thursday, 4 June 2026
ไทใหญ่

ตราบาปของกองทัพเมียนมาต่อชาวไทใหญ่ การตัดสินใจสุดท้าทายของ ‘มิน อ่อง หล่าย’

หลังจากที่เอย่าได้นำเสนอเรื่องราวการสร้างหอคำหลวงแสนหวีและหอคำหลวงเชียงตุงแก่ชาวแสนหวี ล่าเสี้ยวและเชียงตุงแล้ว อีกเรื่องเรื่องหนึ่งที่เป็นกรณีพิพาทครั้งสมัยนายพลเนวิน ที่สร้างตราบาปให้แก่กองทัพเมียนมาต่อประชาชนชาวไทใหญ่คือการจับ เจ้าส่วยแต๊กและยึดหอเจ้าฟ้าเมืองยองห้วย

แต่ก่อนจะมาพูดถึงเรื่องนี้ เรามารู้จักเจ้าส่วยแต๊กก่อนว่าท่านผู้นี้คือใคร เจ้าส่วยแต๊ก หรือ เจ้าคำศึก พระนามเต็มในฐานะเจ้าฟ้าไทใหญ่แห่งเมืองยองห้วยคือ ‘เจ้าฟ้ากัมโพชรัฐสิริบวรมหาวงศาสุธรรมราชา’ ท่านเป็นประธานาธิบดีแห่งสหภาพพม่าพระองค์แรกหลังจากได้รับเอกราชจากอังกฤษ และท่านเป็นเจ้าฟ้าพระองค์สุดท้ายของเมืองยองห้วย พระองค์เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงทางการเมืองในหมู่ประชาชนชาวไทใหญ่ พระองค์สิ้นพระชนม์จากการถูกจับขังในคุกในย่างกุ้งหลังจากการรัฐประหารโดยนายพลเนวินในปี พ.ศ. 2505 และในอีก 2 ปีต่อมา หอเจ้าฟ้าเมืองยองห้วยก็ถูกยึดเป็นสมบัติของกองทัพ 

ต่อมา เจ้าเห่หม่า แต๊ก ธิดาของเจ้าส่วยแต๊ก ได้ยื่นหนังสือถึงรัฐบาลเมียนมาและรัฐบาลรัฐฉาน ขอให้ “คืน” สิทธิ์ครอบครองหอเจ้าฟ้าเมืองหยองห้วยกลับมาให้เธอ ในฐานะทายาทโดยชอบธรรมของเจ้าส่วยแต๊ก

ซึ่งเธอได้ยื่นเรื่องทวงคืนครั้งแรกตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีเต็งเส่ง ตั้งแต่ปี 2556 ต่อมาได้ยื่นอีกในปี 2557, 2558, 2560 และ 2562 แต่เธอก็ไม่เคยได้รับคำตอบใด ๆ จากรัฐบาลของประธานาธิบดีเต็งเส่งเลย นั่นก็เพราะว่าปี 2556 รัฐบาลเมียนมาได้มอบกรรมสิทธิ์ให้รัฐบาลรัฐฉานเป็นผู้รับผิดชอบหอเจ้าฟ้าหยองห้วย โดยรัฐบาลรัฐฉานได้เปิดหอเจ้าฟ้าให้เป็นพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงรูปภาพ 91 รูป ข้าวของเครื่องใช้ของเจ้าฟ้า 338 ชิ้น รวมถึงเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายของเจ้าฟ้า 138 ชุด จากนั้นก็ให้เจ้าเห่หม่า แต๊ก กับผู้ช่วยอีก 6 คน คอยดูแล และเป็นผู้อธิบายเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณีของชาวไทใหญ่ แก่ผู้ที่มาเยือน

‘กองทัพรัฐฉาน’ ลดธงชาติลงครึ่งเสา ร่วมแสดงความอาลัยต่อการสวรรคต ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

(30 ต.ค. 68) สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (RCSS) ออกแถลงการณ์แสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมลดธงชาติไทใหญ่ น้อมส่งพระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2568 เพื่อแสดงความโศกเศร้าและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

กองทัพรัฐฉาน RCSS/SSA เผยภาพลดธงชาติไทใหญ่ที่กองบัญชาการควบคุมส่วนหน้า ที่ 1 กิ่งอำเภอเมืองต๋น จังหวัดเมืองสาด เมียนมา พร้อมระบุว่า การแสดงความอาลัยครั้งนี้สะท้อนถึงความเคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย และยกย่องพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของพระองค์

สำหรับ RCSS/SSA เป็นกลุ่มกอบกู้เอกราชของชนชาติไตหรือไทใหญ่ในรัฐฉานใต้ มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับประเทศไทย และมักจัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลแก่พระมหากษัตริย์และพระราชินีไทยทุกปีมาตั้งแต่ปี 2542 การลดธงชาติไทใหญ่ในครั้งนี้จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความอาลัย และการยกย่องพระมหากรุณาธิคุณของพระพันปีหลวงต่อปวงชนและดินแดนไทย-ไทใหญ่

ถอดรหัส "แงซาย" จากเพชรพระอุมา หากมีในชีวิตจริงจะไม่ใช่ชาวลาหู่แดง

วันนี้เอย่าขอพักเรื่องเครียดๆ เพราะช่วงนี้คนไทยเราเจอแต่เรื่องเครียดเยอะมาหาเรื่องความบันเทิงกันบ้างดีกว่านะคะ ว่าแล้วเอย่าได้มีโอกาสคุยกับผู้กำกับภาพยนตร์ท่านหนึ่ง เรื่องที่คุยก็คือเรื่องการสร้างภาพยนตร์เรื่อง "เพชรพระอุมา" นั่นเอง และตัวละครที่ทำให้พี่ผู้กำกับต้องมาถกกับเอย่าก็คือ แงซาย นี่เองคะ

แงซาย แงซายเป็นลูกชาว “มูเซอแดง” หรือ “ลาหู่แดง อายุ 14-15 ปี แต่ทว่าหากต้องการความสมจริงนั้น คนที่ชื่อ แงซาย จะไม่ได้เป็นคนลาหู่แดงนะคะ  เพราะในระบบชื่อภาษาลาหู่นั้นจะเป็นคำสั้นๆ ที่มีเสียงเฉพาะ เช่น จะ, นอ, โซ, จะคอ หรือ จะซอ เป็นต้น เอย่าขอยกตัวอย่างชื่อชาวลาหู่แดงที่เป็นชื่อที่นิยมใช้กันอย่างเช่น จะอือซอ หรือ จะโซพอ เป็นต้น

แล้วคำว่า แงซาย เป็นชื่อคล้ายชาติพันธุ์ใดละ

คำตอบนี้หลายคนคงเดาได้ไม่ยากว่ามีความใกล้เคียงกับชื่อในภาษาไทใหญ่ โดยหากจะหาใครในโลกความจริงที่จะชื่อ แงซาย หรือ Nge Sai นั่นต้องเป็นคนไทใหญ่แน่นอน เพราะคำว่า แง หรือ แงะ เป็นคำที่พบในชื่อคนบางพื้นที่ของรัฐฉาน เช่นชื่อเริ่มด้วยเสียง ง/แง ที่ภาษาพื้นเมืองมีใช้  ส่วนคำว่า ซาย ในภาษาฉาน Sai (ซาย) เป็นคำขึ้นต้นชื่อของผู้ชาย คล้ายคำนำหน้าชื่อ  ดังนั้นแงซาย จึงควรเป็นคนไทใหญ่มากกว่า คนลาหู่แดง หรือ มูเซอแดง

แต่ทว่าหากยังไง แงซาย ก็ต้องเป็นชาวลาหู่แดง อย่างนั้นแล้ว เขาควรชื่ออะไรให้ภาษาลาหู่ละ เอย่า จึงขอแนะนำว่า ชายคนนี้หากต้องเป็นชาวลาหู่แดง เขาควรชื่อ "จะซาย" ฃึ่งสะกดเป็น Ca Sai หรือ "ลาซาย" ซึ่งสะกด La Sai น่าจะถูกต้องกว่า หรือจะเป็น "แง่ซอ" (Ngeh So) หรือ "แงะบือ" Ngeh Bue ก็ได้เช่นกัน แต่ข้อสังเกตจะเห็นว่าในภาษาลาหู่คำว่า "แง" จะออกเสียงสั้นเป็น "แงะ" ไป

อย่างไรก็ตามเอย่าก็เป็นหนึ่งในแฟนของนิยายเพชรพระอุมานะคะ และก็ไม่ได้ติดด้วยว่า แงซาย จะเห็นชาติพันธุ์อะไร เพราะเอย่าเชื่อว่า แฟนนิยายหลายคนคงอยากดูภาพยนตร์เรื่องนี้เช่นเดียวกันนั่นเอง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top