Monday, 7 September 2026
ไทยสิงคโปร์

สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์  ได้จัดงานเสวนาในโครงการส่งเสริมขีดความสามารถและเครือข่ายด้านเศรษฐกิจ BCG ไทย – สิงคโปร์ (Seminar on Opportunities for Cooperation in BCG Business with Singapore)

สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์  ได้จัดงานเสวนาในโครงการส่งเสริมขีดความสามารถและเครือข่ายด้านเศรษฐกิจ BCG ไทย – สิงคโปร์ (Seminar on Opportunities for Cooperation in BCG Business with Singapore) ในวันจันทร์ที่ 30 กันยายน 2567 เวลา 09.30-12.00 น. ที่ห้องนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ ถ. ศรีอยุธยา จัดโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์

งานเสวนาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความยั่งยืน รวมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้และส่งเสริมกิจกรรมความร่วมมือด้าน BCG ระหว่างประเทศไทยกับสิงคโปร์ โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและภาคเอกชนของสิงคโปร์เดินทางมาประเทศไทย เพื่อนําเสนอข้อมูลนโยบาย Green Economy ด้านความยั่งยืนและคาร์บอนเครดิตของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานเสวนาทราบถึงโอกาสทางธุรกิจและสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างไทยกับสิงคโปร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือในตลาดการซื้อขายคาร์บอนเครดิต

นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้มองเห็นโอกาสจากการที่สิงคโปร์เป็นประเทศที่ให้ความสำคัญต่อประเด็นสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนอย่างมาก อันเป็นผลมาจากข้อจำกัดด้านภูมิประเทศ เช่น การขาดแคลนแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ และการมีพลังงานทางเลือกที่จำกัด ดังนั้น สิงคโปร์จึงจำเป็นต้องเร่งสร้างความร่วมมือเพื่อเศรษฐกิจสีเขียวที่มีความยั่งยืน

ทั้งนี้ รัฐบาลสิงคโปร์ได้จัดทำนโยบาย Singapore Green Plan 2030 เป็นวาระแห่งชาติของสิงคโปร์มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนและการพัฒนาพื้นที่สีเขียวและสิ่งแวดล้อมของสิงคโปร์ในระยะเวลา 10 ปี (ปี 2564 – 2573) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Bio-Circular-Green (BCG) Economy ของประเทศไทย และเพื่อการบรรลุเป้าหมายตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ค.ศ. 2030 (SDG) และความตกลงปารีส ทั้งนี้ สิงคโปร์ตั้งเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 โดยกำหนดกฎระเบียบเพื่อการปรับให้ธุรกิจสิงคโปร์ให้ส่งเสริมความยั่งยืน มุ่งลงทุนในเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ เร่งสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศด้านความยั่งยืน และสร้างสังคมที่นิยมกิจกรรมเพื่อความยั่งยืนมากขึ้น

โดย มีนโยบายเชิงเศรษฐกิจสำคัญที่น่าเรียนรู้ของสิงคโปร์ อาทิ
(1) สิงคโปร์เป็นประเทศแรกที่เริ่มการจัดเก็บภาษีคาร์บอนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี 2562 ในอัตรา 5 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (S$5/tCO2e) และในปีนี้ได้ปรับเพิ่มอย่างก้าวกระโดดเป็น 25 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และมีแนวโน้มจะปรับเพิ่มขึ้นอีก
(2) การพัฒนาศูนย์กลางซื้อขายคาร์บอนเครดิตระดับโลกในลักษณะตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น

ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีศักยภาพในด้าน Circular Economy และ Green Economy อย่างมาก เนื่องจากบูรณาการความร่วมมือเพื่อสนับสนุนความเชื่อมโยงให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชน ดังนั้น สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงต้องการที่จะนำข้อมูลความสำเร็จเหล่านี้มาแบ่งปันเพื่อส่งเสริมขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยในด้านเศรษฐกิจ BCG นำไปปรับใช้ประโยชน์ และปรับตัวทางธุรกิจเพื่อตอบสนองต่อตลาด BCG ของโลก โดยเฉพาะด้านคาร์บอนเครดิต

สำหรับกิจกรรมกรเสวนา ในครั้งนี้ มีผู้สนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ซึ่งแต่ละท่านจะได้รับข้อมูลที่ทันสมัยจากหน่วยงาน ผู้กำหนดนโยบายและผู้ปฏิบัติซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายด้านความยั่งยืนและคาร์บอนเครดิตของสิงคโปร์ และสามารถต่อยอดความร่วมมือระหว่างไทยกับสิงคโปร์ในเรื่องนี้ต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือในตลาดการซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่อาจมีโอกาสพัฒนาเป็นการซื้อขายลักษณะเดียวกันกับตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต

ทหารสิงคโปร์เยี่ยม กองบิน 7 ยลโฉม Gripen และ SAAB 340 AEW ตามโครงการแลกเปลี่ยนการเยือน ทอ.ไทย-สิงคโปร์

(20 ส.ค. 68) ทหารสิงคโปร์เยี่ยมชมกองบิน 7 ของกองทัพอากาศไทย เพื่อศึกษาขีดความสามารถและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างสองประเทศ โดยมี Brigadier General Marcel Xu ผู้บัญชาการ Participation Command ของกองทัพสิงคโปร์ นำคณะเดินทางเยือน พร้อมด้วย นาวาอากาศเอก ประเสริฐวิษณุ์ มหาขันธ์ รองผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมข่าวทหารอากาศ

การเยี่ยมชมครั้งนี้รวมถึงการรับฟังบรรยายสรุปภารกิจหลักของกองบิน 7 และการสาธิตกริพเพน (Gripen) และเครื่องบินตรวจการณ์ทางอากาศ Saab 340 AEW ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการแลกเปลี่ยนผู้บังคับบัญชาระดับสูงระหว่างกองทัพอากาศไทยและสิงคโปร์

นาวาอากาศเอก ศุภวัจน์ จิตรมนตรี ผู้บังคับการกองบิน 7 พร้อมด้วยเสนาธิการและหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองบิน 7 ให้การต้อนรับคณะอย่างอบอุ่น ณ กองบิน 7 อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยหวังสร้างความร่วมมือและความเข้าใจด้านการบินและยุทธวิธีระหว่างสองกองทัพอย่างต่อเนื่อง

ไทย–สิงคโปร์ ยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์!! งานเลี้ยงต้อนรับผู้นำสิงคโปร์สุดอบอุ่น นายกฯ สองประเทศร่วมดนตรี Let It Be–Blowin’ in the Wind ‘อนุทิน’ ร้อง ‘ลอว์เรนซ์ หว่อง’ เล่นกีตาร์ สร้างช็อตอบอุ่นงานเลี้ยงผู้นำไทย–สิงคโปร์

“อนุทิน” จับไมค์ร้อง “ลอว์เรนซ์ หว่อง” เล่นกีตาร์ เพลง “Let It Be” และ “Blowin’ in the Wind” ช็อตประทับใจงานเลี้ยงต้อนรับผู้นำสิงคโปร์สุดอบอุ่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และภริยา เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์ และภริยา ในการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล เพื่อเข้าร่วมการประชุม Thailand - Singapore Leaders' Retreat ครั้งที่ 5 ในวันพุธที่ 2 กันยายน 2569 นายอนุทินได้ร้องเพลง 2 เพลง คือ “Let it be” ของ The Beatles และ “Blowin’ in the Wind” ผลงานของ Bob Dylan โดยนายลอว์เรนซ์ หว่อง ได้เล่นกีตาร์ในระหว่างที่นายอนุทินขับร้อง ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง

ขณะที่ Facebook ของนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์คลิประหว่างที่นายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ประเทศ เล่นดนตรีและร้องเพลง พร้อมข้อความระบุว่า โดยเมื่อนักดนตรีเจอกับนักดนตรี…ในงานเลี้ยงต้อนรับนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ลอว์เรนซ์ หว่อง รัฐบาลเป็นเจ้าภาพ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พวกเราก็ได้ฟังเพลง “Let it be”

ช่วงบ่ายได้แถลงการณ์ความร่วมมือยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ สิ่งแวดล้อม ความมั่นคงพลังงาน อาหาร เศรษฐกิจ การลงทุน AI อาเซียน

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1590001376487245&id=100064321946557&rdid=puqN6jt9a8gukKu8#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top