Thursday, 4 June 2026
ไทยสวีเดน

‘สวีเดน’ ชูสัมพันธ์ ‘ไทย’ แน่นแฟ้น พร้อมหนุนไทยมีสิทธิ์ใช้ ‘กริพเพน’ ป้องกันตนเอง

วานนี้ (26 ส.ค. 68) กรุงเทพฯ ดร.พอล ยอนสัน (Pål Jonson) รัฐมนตรีกลาโหมสวีเดน ให้สัมภาษณ์ย้ำถึงความสัมพันธ์ทางทหารที่แน่นแฟ้นกับไทย ภายหลังการลงนามจัดซื้อเครื่องบินขับไล่โจมตี Gripen E/F โดยชี้ว่าสัญญาฉบับล่าสุดเป็นการทำให้ความร่วมมือทวิภาคีลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมระบุว่า 

“ผมภูมิใจมากที่มีคนไทยกว่า 80,000 คนอาศัยอยู่ในสวีเดน และมีชาวสวีเดนกว่า 200,000 คนเดินทางมาไทยทุกปี ดังนั้น จึงเป็นเรื่องปกติที่เราจะกระชับความร่วมมือด้านกลาโหมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น”

ดร.ยอนสัน กล่าวอีกว่าความร่วมมือด้านกลาโหมครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านความมั่นคง แต่ยังจะสร้างประโยชน์ในวงกว้างต่อสังคมไทย ผ่านแพ็กเกจการลงทุนจากบริษัท Saab ผู้ผลิตกริพเพน ที่ครอบคลุมถึงการศึกษา การวิจัยและพัฒนา ตลอดจนภาคเกษตรกรรมของไทย

เมื่อถูกถามถึงการใช้กริพเพนในสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา รัฐมนตรีกลาโหมสวีเดนย้ำชัดว่า ไทยมีสิทธิ์ใช้เพื่อการป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ โดยการตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นสิทธิอธิปไตยของประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ดร.ยอนสันแสดงความยินดีที่ทั้งไทยและกัมพูชาพยายามลดความตึงเครียด ด้วยการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมและมีผู้สังเกตการณ์จากอาเซียนเข้ามามีบทบาท พร้อมย้ำว่า “ประเทศไทยก็เหมือนกับทุกประเทศที่มีสิทธิ์ในการป้องกันตนเอง และเราสวีเดนก็เคารพในสิทธินั้น”

SAAB ประกาศรับออเดอร์ ‘กริพเพน’ ล็อตใหม่จากไทย ย้ำไทยคุ้นเคยดีกับประสิทธิภาพ เพราะผ่านการใช้งานจริงมาแล้ว

(27 ส.ค. 68) บริษัทซาบ (SAAB) ของสวีเดน ลงนามสัญญากับองค์การจัดหาเสบียงกลาโหมสวีเดน (FMV) เพื่อส่งมอบเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F จำนวน 4 ลำให้แก่ไทย มูลค่าสัญญาราว 5.3 พันล้านโครนสวีเดน โดยมีกำหนดส่งมอบระหว่างปี 2025–2030 แบ่งเป็น กริพเพน E จำนวน 3 ลำ และกริพเพน F แบบสองที่นั่ง 1 ลำ พร้อมอุปกรณ์สนับสนุนและการฝึกอบรม

SAAB ยังได้ทำสัญญาโดยตรงกับกองทัพอากาศไทยเพื่อดำเนินโครงการชดเชยระยะยาว (offset package) ซึ่งครอบคลุมการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านกลาโหม ความร่วมมือทางอุตสาหกรรม และการลงทุนใหม่ในหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจไทย ถือเป็นการต่อยอดจากความร่วมมือด้านกริพเพนที่ไทยใช้งานอยู่แล้ว

มิคาเอล โยฮันส์สัน (Micael Johansson) ประธานและซีอีโอของซาบ ระบุว่าไทยเลือกใช้ “เครื่องบินขับไล่ที่ทันสมัยที่สุดในตลาด” เพื่อเสริมศักยภาพยุทธศาสตร์อย่างเป็นอิสระ พร้อมย้ำว่าไทยเป็นหนึ่งในลูกค้าที่คุ้นเคยกับประสิทธิภาพของกริพเพนและได้พิสูจน์แล้วในการปฏิบัติการจริงของกองทัพ

ปัจจุบัน กองทัพอากาศไทยประจำการ Gripen C/D อยู่แล้วหนึ่งฝูงบิน โดยเมื่อเครื่องกริพเพนรุ่นใหม่เข้าประจำการ จะทำงานเคียงข้างฝูงบินเดิม เสริมขีดความสามารถของไทยในการป้องกันน่านฟ้าและยกระดับความร่วมมือทางทหารไทย–สวีเดนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

กองทัพอากาศไทยภูมิใจใช้ ‘กริพเพน’ ปฏิบัติการจริงครั้งแรกของโลก ย้ำเป็นการเลือกที่ถูกต้อง

(27 ส.ค. 68) พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ. กล่าวบนเวทีลงนามสัญญาซื้อเครื่องบิน Gripen E/F ว่ากองทัพอากาศไทยภูมิใจเป็น ทอ. แรกที่ใช้ Gripen ปฏิบัติการในสถานการณ์จริง (Real World Operations) โดยสามารถปกป้องอธิปไตยและแสดงสมรรถนะของเครื่องบินได้อย่างเต็มที่

อีกทั้ง พลอากาศเอก พันธ์ภักดี ชมเชยการแสดงศักยภาพของ Gripen ที่ส่งมอบประสบการณ์นี้ ทำให้โลกได้เห็นสมรรถนะของเครื่องบิน และตอกย้ำว่าเป็นการตัดสินใจเลือกที่ถูกต้องของกองทัพอากาศไทย

นอกจากนี้ พลอากาศเอกพันธ์ภักดียังเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและสวีเดน พร้อมขอบคุณสำนักงานจัดหาอุปกรณ์ป้องกันประเทศสวีเดน (FMV) และ Saab ที่ร่วมมือในโครงการ Offset Policy ซึ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยอย่างมาก

ผบ.ทอ. ปิดท้ายเล่าถึงการปฏิบัติการบิน Gripen C/D บนถนน Road Base ภาคใต้ และ Milestone highlight การใช้กำลังในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ซับซ้อน ซึ่งต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ภายใต้หลักมนุษยธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ ผลลัพธ์จากปฏิบัติการครั้งนี้ช่วยพิสูจน์สมรรถนะ Gripen และสร้างความภูมิใจให้กองทัพอากาศไทย

‘กัมพูชา’ ส่งหนังสือตรงถึง ‘สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งสวีเดน’ เบรกดีลขาย ‘กริพเพน’ ให้ไทย!! อ้างจะถูกนำมาใช้รุกรานเขมร

(28 ส.ค. 68) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา (CHRC) ส่งหนังสือตรงถึงสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งสวีเดน เรียกร้องให้ยุติข้อตกลงขายเครื่องบินขับไล่กริพเพน (Gripen) ให้ไทย โดยให้เหตุผลว่าอาจบ่อนทำลายสันติภาพ และเสี่ยงถูกนำไปใช้รุกรานกัมพูชา ซ้ำรอยเหตุการณ์ความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา

นายแก้ว รามี ประธาน CHRC ระบุในจดหมายว่า แม้สวีเดนมีภาพลักษณ์เป็นผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชนและสันติภาพ แต่การขายเครื่องบินรบครั้งนี้กลับเป็นการขัดแย้งกับจุดยืนดังกล่าว เพราะนอกจากจะกระทบความมั่นคงแล้ว ยังเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนหากถูกใช้โจมตีพลเรือน

CHRC อ้างถึงกฎบัตรสหประชาชาติและอนุสัญญาเจนีวา พร้อมเรียกร้องให้สวีเดนคำนึงถึงพันธกรณีระหว่างประเทศมากกว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยเสนอข้อเรียกร้อง 3 ประการ ได้แก่ คัดค้านการขายกริพเพนให้ไทย ทบทวนและประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างโปร่งใส และสนับสนุนการแก้ปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชาด้วยสันติวิธี

ท้ายจดหมาย CHRC ยังเรียกร้องให้สวีเดนช่วยกดดันรัฐบาลไทยให้ปล่อยทหารกัมพูชา 18 นาย ที่ถูกควบคุมตัวอยู่โดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข โดยย้ำว่าการละเว้นจากการติดอาวุธให้ประเทศที่อาจเป็นผู้รุกราน ไม่เพียงเป็นหน้าที่ตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ยังเป็นเรื่องของจิตสำนึกเพื่อสันติภาพโลก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top