Sunday, 19 July 2026
ไทยช่วยไทยพลัส

ไทยช่วยไทยพลัสมาแล้ว!! รัฐบาลลุยเยียวยาค่าครองชีพ ของแพง เงินเฟ้อ ว่างงาน อนุมัติไทยช่วยไทยพลัส 1.76 แสนล้าน ก่อนค่าครองชีพลากเศรษฐกิจดิ่ง

ครม. เคาะ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ 1.76 แสนล้าน รับมือวิกฤติของแพง เงินเฟ้อพุ่ง-ว่างงาน

วันที่ 19 พ.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมครม. มีมติอนุมัติโครงการไทยช่วยไทยพลัส โดยใช้วงเงิน 176,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่คณะกรรมการกลั่นการใช้จ่ายเงินกู้เสนอ เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนและธุรกิจรายย่อย โดยมุ่งหวังที่จะช่วยดูแลไม่ให้กำลังซื้อของประชาชนหดตัวมากจนเกินไป ซึ่งจะเป็นการตัดวงจรไม่ให้ธุรกิจต้องปิดกิจการและเกิดการเลิกจ้างงาน เพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถก้าวผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน

นายเอกนิติ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่วิกฤติระลอกที่ 3 หลังจากวิกฤติพลังงานและสงครามที่ยังคือ วิกฤติของแพง โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดในเดือนเมษายนที่ขยับสูงขึ้นถึง 2.9% และมีโอกาสสูงมากที่อัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งอาจสูงแตะระดับ 5%

นอกจากนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของวิกฤติระดับโลกที่ทุกฝ่ายกำลังกังวลเรื่องราคาผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐอเมริกา (Bond Yield) ที่ปรับตัวสูงขึ้นมากในวันนี้ ทิศทางดังกล่าวเป็นการยืนยันจากมุมมองของนักการเงินและนักเศรษฐศาสตร์ว่า ตลาดการเงินโลกกำลังคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง

นายเอกนิติ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากไม่สามารถหยุดยั้งวิกฤติของแพงในครั้งนี้ได้ จะนำไปสู่ภาวะวิกฤติต่อเนื่องคือวิกฤติกำลังซื้อ เนื่องจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นจะทำให้มูลค่าเงินในกระเป๋าของประชาชนลดลง และส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้คนที่มีรายได้น้อย รวมถึงธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีกำไรสะสมในอดีตมารองรับแรงกระแทก

“ภราดร” เชื่อกรุงไทยเอาอยู่!! ครม.ดิจิทัลเดินหน้าเปิดข้อมูลรัฐ พร้อมเปิดลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย พลัส” 25–29 พ.ค. ผ่านเป๋าตัง มั่นใจระบบไร้สะดุด มั่นใจครอบคลุมผู้ต้องการรับสิทธิ์

‘รมต.ภราดร’ มั่นใจ ลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย พลัส” 25 พฤษภาคมนี้ ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะธนาคารกรุงไทยผ่านการลงทะเบียนในลักษณะเช่นนี้มาหลายครั้ง

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ ว่า ธนาคารกรุงไทย เคยผ่านการลงทะเบียนในลักษณะเช่นนี้มาหลายครั้ง ดังนั้น การลงทะเบียนในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ น่าจะราบรื่น โดยจะเปิดให้ลงทะเบียน วันที่ 25 - 29 พฤษภาคม พร้อมย้ำว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และคิดว่าจะครอบคลุมประชาชนที่ต้องการเข้ารับสิทธิ์อย่างครบถ้วน

ส่วนการประชุมคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ครั้งที่ 1/2569 วันนี้ จะผลักดันเรื่องประวัติอาชญากรรมเป็นวาระเร่งด่วนหรือไม่ เนื่องจากรัฐบาลพยายามเดินหน้าปราบปรามเรื่องนี้อยู่  นายภราดร กล่าวว่า การประชุมในวันนี้อาจจะไม่ได้ลงลึกถึงรายละเอียดเนื้อหาสาระ แต่รัฐบาลผลักดันอยู่ตลอด โดยเฉพาะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารนายกรัฐมนตรี เคยเน้นย้ำเรื่องของการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานต่าง ๆ  ขณะนี้หลายหน่วยงานเริ่มดำเนินการแล้ว และนำข้อมูลให้ภาครัฐนำไปใช้ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการในกระบวนการ

ร้านอาหารโตโดดเด่น!! ยอดขายทะลุล้านในโครงการใหม่ ปุ๊ เย็นตาโฟใช้สูตรลับเพิ่มมูลค่าออเดอร์ PREP & POUR ยอดขายโตเกือบ 10 เท่า แกร็บฟู้ดสนับสนุนโครงการ 60/40 ค่าคอม 9%

เปิดใจ 2 ร้านสุดปัง โกยออเดอร์ทะลุล้าน-ยอดขายโต 10 เท่า
ถอดสูตรความสำเร็จเดลิเวอรีพร้อมลุย “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40”

ท่ามกลางบรรยากาศความคึกคักของโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ก่อนที่จะเปิดให้ร้านอาหารลงทะเบียนเลือกเข้าร่วมแพลตฟอร์มเดลิเวอรีในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ หลายแพลตฟอร์มได้ทำแคมเปญพิเศษเพื่อขานรับโครงการฯ อย่างแกร็บฟู้ดที่มีการลดค่าคอมมิชชันให้เหลือ 9% แถมด้วยแพ็คเกจสิทธิประโยชน์ถึง 10 เด้งเพื่อสนับสนุนเหล่าร้านอาหาร ซึ่งหากย้อนดูความสำเร็จจากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เมื่อปีที่ผ่านมา มีร้านอาหารหลายแห่งที่สามารถต่อยอดโอกาสจากโครงการดังกล่าวจนสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือ  “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ที่สามารถสร้างรายได้ทะลุหลักล้าน และ “PREP & POUR by Kitchen 501” ที่มียอดขายเติบโตต่อเนื่องสูงเกือบ 10 เท่าแม้จะจบโครงการไปแล้ว ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารในการเตรียมความพร้อมเพื่อคว้าโอกาสใหญ่ที่กำลังจะมาถึง

“ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” 

ราคาดี ระบบเป๊ะ สูตรลับยอดขายโตทะลุล้าน 

สำหรับร้าน “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ภายใต้การดูแลของ นุ้ย - อรุณี เอื้อวิทยาศุภร เบื้องหลังยอดขายทะลุล้านมาจากแนวคิด “อาหารคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้” รวมถึงการใช้กลยุทธ์เพิ่มมูลค่าออเดอร์ผ่านการนำเสนอตัวเลือกท็อปปิ้งมากกว่า 15 อย่างเพื่อให้ลูกค้าได้เลือกตามความชอบ ซึ่งเห็นได้ชัดจากช่วงคนละครึ่งพลัสที่ลูกค้ามีการสั่งตัวเลือกท้อปปิ้งเพิ่มขึ้นกว่าช่วงปกติ จนทำให้มูลค่าต่อออเดอร์สูงขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกันทางร้านยังให้ความสำคัญในเรื่องการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการสั่งวัตถุดิบตรงจากต้นทาง และการตั้งราคาที่เข้าถึงได้เพื่อขยายฐานลูกค้าในระยะยาว

แม้การขายอาหารบนแพลตฟอร์มเดลิเวอรีจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็ถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญที่ทำให้ร้านเติบโตอย่างต่อเนื่อง    มาตลอด 10 ปี และเพื่อให้ไม่พลาดโอกาสของธุรกิจ เมื่อมีโครงการคนละครึ่งพลัสในปีที่ผ่านมา ทางร้านจึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการฯ กับแกร็บฟู้ด จนยอดขายเดลิเวอรีในช่วงนั้นเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวและทำรายได้ทะลุหลักล้านภายในระยะเวลา 2 เดือน ทั้งยังช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่ได้เกือบ 70% 

“ช่วงที่ออเดอร์เข้ามาพร้อมกันจำนวนมากถือเป็นช่วงที่ท้าทายมาก แต่ระบบการจัดการคำสั่งซื้อของแกร็บฟู้ดช่วยให้ร้านบริหารจัดการได้คล่องตัวขึ้นมาก ทางร้านสามารถเลือกกดรับออเดอร์เพื่อจัดการเวลาในการเตรียมอาหารให้เหมาะสมกับการส่งต่อให้กับไรเดอร์ หรือปิดรับออเดอร์ชั่วคราวเพื่อระบายงานในครัวได้ ทำให้ทุกออเดอร์ถูกจัดการตามลำดับอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยจัดการความคาดหวังของลูกค้า ลดปัญหาการโทรติดตามอาหารหรือไรเดอร์มารอหน้าร้าน เพราะทุกฝ่ายเห็นเวลาการจัดส่งที่ชัดเจนตรงกัน” อรุณี กล่าว 

“ทุกวันนี้หากร้านอาหารยังไม่เปิดขายผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี ก็อาจพลาดโอกาสสำคัญในการเข้าถึงลูกค้าจำนวนมาก เพราะช่องทางนี้เปรียบเสมือนการขยายสาขาไปถึงบ้านลูกค้าโดยไม่ต้องลงทุนเปิดหน้าร้านใหม่ โดยเฉพาะในช่วงโครงการของรัฐอย่าง ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ ซึ่งหากร้านสามารถส่งมอบคุณภาพและบริการที่ดีได้ตั้งแต่ครั้งแรก ก็มีโอกาสต่อยอดเป็นลูกค้าประจำได้ในระยะยาวทั้งในแอปฯ และหน้าร้าน” อรุณี กล่าวเสริม

โครงการรัฐคือโอกาส คุณภาพคือความยั่งยืน

“PREP & POUR by Kitchen 501” ยอดขายพุ่งสูงเกือบ 10 เท่า

“PREP & POUR by Kitchen 501” ร้านอาหารเดลิเวอรีสไตล์คอมฟอร์ตฟู้ดของ พิม - ศิริพิม อภินันทกุลชัย ที่เกิดจากความตั้งใจยกระดับอาหารเดลิเวอรีให้เป็นมื้อคุณภาพ โดยนำประสบการณ์จากธุรกิจ Chef’s Table มาผสานกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความสะดวกและคุณภาพ 

ย้อนกลับไปในช่วงเดือนตุลาคม 2568 ร้านเริ่มเปิดดำเนินการและยังถือเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ จากเดิมที่เคยลองผิดลองถูกร่วมเปิดร้านในหลายแพลตฟอร์ม แต่เมื่อโค้งสุดท้ายก่อนถึงโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เธอเลือกเข้าร่วมกับแกร็บฟู้ด พร้อมลงโฆษณาบน GrabAds เพื่อเพิ่มการมองเห็น จนเมนูซิกเนเจอร์อย่าง “ข้าวสตูว์เนื้อ” และ “ข้าวหน้าไก่ซูวี” กลายเป็นกระแสบอกต่อและครองใจลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว 

“คนละครึ่งพลัสถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ จากเดิมที่ร้านมียอดสั่งซื้อเฉลี่ยวันละประมาณ 20 ออเดอร์ แต่ในช่วงโครงการฯ ยอดขายกลับเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็น 40–50 ออเดอร์ต่อวัน โดยสิ่งที่ทำให้ร้านเติบโตต่อเนื่องหลังจบโครงการฯ คือการนำข้อมูลยอดขายและพฤติกรรมลูกค้ามาวิเคราะห์แบบวันต่อวัน จนนำมาสู่การจัดเซ็ตเมนูขายดี อย่าง ‘Full Set เซ็ตอิ่มจบในชุดเดียว’ และ ‘Duo Deal เมนูสั่งคู่ถูกกว่า’ เพื่อเพิ่มยอดขายต่อบิล” ศิริพิม กล่าว 

อีกหนึ่งเคล็ดลับคือการใส่ใจทุกรีวิวหรือเสียงตอบรับจากลูกค้า เพื่อนำมาปรับปรุงพัฒนาสินค้าและบริการ จนทำให้ร้านสามารถเปลี่ยนลูกค้าใหม่จากช่วงแคมเปญให้กลายเป็นลูกค้าประจำ อีกทั้งยังต่อยอดสู่การทำอาหารกล่องสำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กร (Corporate Catering) ได้สำเร็จโดยมียอดขายรวมเติบโตขึ้นกว่าช่วงเริ่มต้นเปิดร้านถึงเกือบ 10 เท่า

“สำหรับเรา การเลือกแพลตฟอร์มเดลิเวอรีคือการเลือกพาร์ตเนอร์ที่จะช่วยให้ร้านเติบโต อยากฝากถึงผู้ประกอบการที่กำลังตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ ที่กำลังจะเริ่มเร็วๆ นี้ว่า รูปอาหารคือประตูบานแรกที่ดึงลูกค้าเข้ามาแต่สิ่งที่จะทำให้ลูกค้ากลับมาสั่งซื้อซ้ำคือ คุณภาพอาหารที่ดี รสชาติคงที่ และต้องเสิร์ฟได้จริงเหมือนในภาพ เพราะความประทับใจในมื้อแรกคือจุดเริ่มต้นของลูกค้าประจำในระยะยาว” ศิริพิม กล่าวปิดท้าย
นี่คือผลลัพธ์เมื่อคุณภาพของร้านอาหารผสานเข้ากับระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ทั้งเทคโนโลยีสนับสนุนและข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยให้ธุรกิจร้านอาหารเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งในปีนี้ แกร็บฟู้ด พร้อมเคียงข้างผู้ประกอบการร้านอาหาร เพื่อสนับสนุนการต่อยอดโอกาสจากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ที่กำลังจะมาถึง พร้อมเปิดรับร้านอาหารที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯกับแกร็บฟู้ด เพื่อรับค่าคอมมิชชันพิเศษ 9% เสริมด้วยแพ็คเกจสิทธิประโยชน์ถึง 10 เด้ง ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

สามารถติดตามรายละเอียดการสมัครและสิทธิประโยชน์ของโครงการฯ เพิ่มเติมได้ผ่านช่องทาง https://merchant.grab.com/th-th/blog/tct26 หรือ LINE Official: @GrabMerchantTH

* แอปสั่งอาหารยอดนิยมอันดับ 1 ในไทยปี 2025 โดย Kantar


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top