Thursday, 4 June 2026
ใบตองแห้ง

ชาวเน็ตสงสัย หลัง 'ใบตองแห้ง' คอลัมนิสต์ดังโพสต์เดือด “อาจเป็นเกียรติมากกว่า ที่ไม่ก้มหัวให้ โจรห้อยร้อยกว่าตัว”

(18 มี.ค. 68) นายอธึกกิต แสวงสุข  คอลัมนิสต์ที่คร่ำหวอดในแวดวงสื่อมวลชนมานาน ที่หลายคนรู้จักในนาม 'ใบตองแห้ง' ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “อาจเป็นเกียรติมากกว่า ที่ไม่ก้มหัวให้ โจรห้อยร้อยกว่าตัว”

ทั้งนี้ ชาวเน็ตจำนวนมากต่างสงสัยว่า ข้อความที่ ใบตองแห้ง โพสต์นั้นหมายถึงอะไรกันแน่

ขณะที่ บางส่วนชี้ว่า น่าจะโพสต์ถึงการลงคะแนนเลือกตุลาการศาลรัฐธรรม ที่ สว.ตีตกทั้ง 2 รายชื่อ คือ “สิริพรรณ นกสวน สวัสดี” และ “ชาตรี อรรจนานันท์” เนื่องจากเป็นการโพสต์ภายหลังจากที่ทราบผลการลงคะแนนไม่นานนั่นเอง

‘ใบตองแห้ง’ โพสต์เล่าเรื่อง ‘ไอ้หนุ่มผมยาว’ หลัง ‘ดร.ไชยันต์’ ลงสมัคร!! ศาลรัฐธรรมนูญ

(7 เม.ย. 68) นายอธึกกิต แสวงสุข หรือ ‘ใบตองแห้ง’ คอลัมนิสต์การเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Atukkit Sawangsuk แสดงความคิดเห็นภายหลัง ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตัดสินใจลงสมัครตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีใจความว่า …

ตำนานไอ้หนุ่มผมยาว

จบจากอังกฤษมาเป็นอาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬา
อ.ไชยวัฒน์ ค้ำชู คณบดีสมัยนั้นเห็นความสามารถตั้งให้เป็นรองคณบดี แล้วก็มีวาระประชุมผู้บริหารมหาลัย
อ.ไชยวัฒน์ให้เข้าประชุมแทน
โห พวกอนุรักษนิยมสีชมพูด่าพรึม
รับไม่ได้ เสียสถาบัน ผมยาวเฟื้อยมานั่งอยู่กลางคณาจารย์ผู้เคร่งขรึม เป็นรองคณบดีได้ไง
แหม่ ไม่รู้เสียแล้ว อย่าดูคนแค่ภายนอก
คนเราเปลี่ยนกันได้

อย่างไรก็ตาม ต่อมา ศ.ดร.ไชยันต์ เข้ามาแสดงความคิดเห็นในโพสต์ดังกล่าว ระบุว่า...

กลับมาสอน สมัยอาจารย์สุจิตเป็นคณบดีครับ ตอนนั้นอาจารย์ผู้ใหญ่บางคนมาติเรื่องผมยาว
เมื่อเวลาผ่านไป หลังจากอาจารย์สุจิตหมดวาระ มีการแข่งขันชิงตำแหน่งคณบดี
ผมกับอาจารย์พิชญ์ไปขอให้อาจารย์ไชยวัฒน์ลงแข่ง พอท่านได้ ผมก็ต้องไปช่วยท่าน โดยเป็นรองคณบดีครับ
ตอนนั้น ไม่มีใครติเรื่องผมยาวแล้ว

‘ใบตองแห้ง’ มอง ‘พท.- ปชน.’ มีโอกาสจับมือสมัยหน้า หลังเห็นท่าที ‘เท้ง’ ชูจุดยืนล่วงหน้าขอเลือก พท. ดีกว่า ภท.

(28 เม.ย. 68) อธึกกิต แสวงสุข หรือ ใบตองแห้ง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Atukkit Sawangsuk' ระบุว่า...
เท้งยื่นมือให้เพื่อไทย สมัยหน้าอาจจับมือกันได้ ถ้ายอมรับทำผิดกับประชาชน

โดนพ่อแม้วเย้ยหยันซินตึ๊งซึ่งตึง โดนแบกโห่ใครอยากจับมือด้วย
เสียหายไหม
ให้นึกถึงตอนพิธาโดนเย้ย "โหนจ้ะโหน" แล้วเป็นไง

มองในมุมกว้าง Voters ทั้งสองพรรค
ถ้าไม่นับด้อมแบกที่ซัดกันในโลกออนไลน์
ก็มีส่วนที่ทับซ้อนกัน มีส่วนที่ยังผูกพันทั้งคู่ จากการต่อสู้ประชาธิปไตย ยังอยากให้จับมือกันได้
การยื่นมืออย่างนี้จึงได้ใจ ฝ่ายที่ปัดมือทิ้งต่างหาก จะทำให้ Voters ส่ายหัว

อันที่จริงคำพูดนี้แสบ ภายใต้ท่าทีสุภาพแบบเท้ง
มันคือการบอกว่า สำนึกผิดแล้วให้อภัย กลับบ้านได้  
ซึ่งทำให้เพื่อไทยและแบกดิ้น

แต่ภายใต้ความหยิ่งผยอง ปากแข็ง 
คนของเพื่อไทยที่พอมีสติก็รู้ว่าตัวเองกำลังตกที่นั่งลำบาก
บริหารเศรษฐกิจไม่มีผลงาน ไม่สามารถส่งมอบนโยบาย โดนขัดแข้งขัดขา ทั้งจากพรรคร่วมรัฐบาลและรัฐราชการ 
ประสิทธิภาพ ความสามารถ ก็ไม่ได้เหมือนยุคไทยรักไทยที่คนคาดหวัง
มองข้ามไปถึงเลือกตั้ง 70 เพื่อไทยหนักแน่
ไม่ต้องพูดถึงแลนด์สไลด์ พูดแค่เอาชนะภูมิใจไทยได้หรือเปล่า

ท่าทีของเท้ง เป็นการปักจุดยืนล่วงหน้าว่า
ระหว่างเพื่อไทยกับภูมิใจไทย
ถ้าเพื่อไทย "สำนึกผิด" ก็ยินดีให้อภัย  
ดีกว่าไปจับมือกับพรรคเขากระโดง
ปักหลักไว้อย่างนี้จะได้ใจทั้งคนวงกว้างและคนที่สองจิตสองใจระหว่างสองพรรค

ปล.แน่ละถ้าเพื่อไทยแลนด์สไลด์จะไม่จับมือพรรคส้มหรอก 
แต่มาถึงตอนนี้ใครก็เห็นแล้วละว่าเลือกตั้งครั้งหน้าอาการหนัก

'ใบตองแห้ง' โพสต์ถึง ‘เจี๊ยบ อมรัตน์’ มองเบื่อปัญหาภายในพรรค ทัศนคติ วิธีการทำงาน ยังหวังให้เป็น ‘เครื่องด่าที่ทรงพลัง’ ต่อไป แต่ไม่ต้องไปเป็น ‘ผู้ช่วยหาเสียง’ แล้ว

(12 พ.ค. 68) นายอธึกกิต แสวงสุข หรือที่หลายคนรู้จักในนาม 'ใบตองแห้ง' คอลัมนิสต์ที่คร่ำหวอดในแวดวงสื่อมวลชนมานาน ได้โพสต์ข้อความ โดยระบุว่า ...

คำประกาศ ถ้าแพ้ วางมือทางการเมือง

อันที่จริง ถ้ามองอย่างคนที่ติดตามมานาน

คุณเจี๊ยบน่าจะเบื่อปัญหาภายในหลายอย่าง ทั้งทัศนะ วิธีการทำงาน ไม่ตรงกับคนใหม่บางส่วนในพรรค (เช่นสวนกระแสเรื่องปูอัด) 
ตัวเองก็ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารแล้ว ถูกตัดสิทธิแล้ว 

ถ้าเทศบาลนครปฐมแพ้ ก็ไม่มีภาระต้องรับผิดชอบโดยตรงอีกต่อไป ไปเที่ยวไปพักผ่อนเลี้ยงหลานดีกว่า

แต่พอประกาศออกมากลางคัน กลางสนามหาเสียง
คนก็ไปมองว่า คุณเจี๊ยบเอาตัวเองมาขู่ พูดแบบนี้ได้ไง แพ้จะวางมือ 
พูดผิดจังหวะ

หวังว่าคุณเจี๊ยบจะยังเป็น Active Citizen เครื่องด่าที่ทรงพลังต่อไป ไปร่วมกิจกรรม ไปเยี่ยมเด็กๆที่ติดคุก เหมือนที่ทำมาตลอด แต่ไม่ต้องไปเป็นผู้ช่วยหาเสียงแล้ว

‘ใบตองแห้ง’ ลั่น!! ‘ทหาร’ มีหน้าที่ตายตามคำสั่ง ‘รัฐบาล’ ชี้!! ไม่มีอำนาจ หน้าที่ กำหนดเส้นเขตแดนของประเทศ

(14 มิ.ย. 68) นายอธึกกิต แสวงสุข หรือที่หลายคนรู้จักในนาม 'ใบตองแห้ง' คอลัมนิสต์ที่คร่ำหวอดในแวดวงสื่อมวลชนมานาน ได้โพสต์ข้อความ โดยระบุว่า ...

ทหารไม่มีอำนาจหน้าที่กำหนดเส้นเขตแดน

ว่าตรงไหนเป็น 'แผ่นดินกู'

เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐบาล ภายใต้สนธิสัญญา ข้อตกลง ตามกฎหมายระหว่างประเทศ ที่จะกำหนดเส้นเขตแดน

จากนั้น ถ้ามีการรุกล้ำ ทหารจึงมีหน้าที่สู้รบตามคำสั่งรัฐบาล

มีหน้าที่ตายตามคำสั่งอะ ไม่ได้มีอำนาจสั่ง!!

‘ใบตองแห้ง’ วิเคราะห์จุดยืน ปชน. ต่อกรณีนายกฯ ชั่วคราว ชี้ เป็นการช่วย พท.ใช้ต่อรองพรรคร่วม หาก ‘อิ๊งค์’ ถูกสอย

(4 ก.ค. 68) นายอธึกกิต แสวงสุข หรือ ใบตองแห้ง คอลัมนิสต์การเมือง โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ตอบโต้นายชูวัส ฤกษ์ศิริสุข อดีตบรรณาธิการประชาไท กรณีพรรคประชาชนตั้งเงื่อนไขสนับสนุนนายกรัฐมนตรีชั่วคราว ว่า ถามชูวัสว่า อ่านจุดยืนพรรคประชาชนแล้ว ตีความได้อย่างไรว่า เขาจะโหวตให้อนุทินเป็นนายก ความหมายมันชัดเจนว่า ถ้าแพทองธารโดนสอย แล้วไม่สามารถตั้งนายกใหม่ได้ พรรคประชาชนก็พร้อมจะโหวตให้นายกที่รับเงื่อนไขของพรรคประชาชน เพื่อเป็นนายกชั่วคราวก่อนยุบสภา

มีตรงไหนบอกว่า ต้องเป็นอนุทินเท่านั้น ถ้าพรรคเพื่อไทยดันชัยเกษม แล้วเสียงไม่พอ ก็เข้าเงื่อนไขนี้ คือมาเจรจากับพรรคประชาชนได้ โหวตให้ เพื่อปูทางแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วนำไปสู่การยุบสภา

เป็นนักวิเคราะห์การเมือง ควรถอยออกมาจากการหน้ามืดตามัวกับพรรคใดพรรคหนึ่ง ถ้าดูเงื่อนไขที่พรรคระชาชนเสนอ แล้วถอยออกมามองมุมกว้าง เขา 'ปลดล็อก' ให้พรรคเพื่อไทยด้วยซ้ำ

เพราะถ้าแพทองธารถูกสอย พรรคร่วมรัฐบาลอาจเล่นตัว ถูกอำนาจอนุรักษ์กดดัน ม็อบกดดัน ไม่โหวตให้ชัยเกษม เพื่อปูทางไปสู่ตู่ หรือนายก ม.5 (ป่านนี้ยังอ่านเกมไม่ออกเหรอ)

ข้อเสนอของพรรคประชาชน มันเป็นเงื่อนไขให้เพื่อไทยเอาไปต่อรอง กับพรรคร่วม กับอำนาจอนุรักษ์ ได้ว่า ถ้าไม่ยอมให้ชัยเกษมเป็นนายกจะรับเงื่อนไขพรรคประชาชนนะ แล้วก็อาจจะตั้งรัฐบาลได้ โดยไม่ต้องพึ่งพรรคประชาชน

ที่จริงยังเป็นเงื่อนไขต่อรองกับอำนาจอนุรักษ์ได้ว่า ถ้าแพทองธารถูกสอย เพื่อไทยจะรับเงื่อนไขพรรคประชาชนเป็นนายกเพื่อยุบสภา คิดผิดคิดใหม่ได้นะ รักษาดีลให้อยู่ต่อดีกว่า

เพื่อไทยได้ประโยชน์เต็มๆ โดยอาจไม่ต้องทำตามข้อเสนอของพรรคประชาชนด้วยซ้ำ แค่เอาข้อเสนอนี้ไปต่อรอง อย่าเล่นกรูนะ อย่าล้มดีล ไม่งั้นจับมือพรรคส้มยุบสภา (เผลอๆพ่อแม้วเอาไปใช้เจรจาแล้วละ)

พรรคส้มได้อะไรเหรอ ไม่ได้หรอก แต่อย่างน้อยก็ขัดขวางความพยายามนำไปสู่ทางตัน ของฝ่ายตรงข้าม แต่พวกแบกกลับมองแต่ว่าพรรคส้มจ้องเล่นเกมการเมืองเกมอำนาจ ทำลายคู่แข่งโดยไม่เลือกวิธีการ เหมือนพรรคตัวเอง ภาษานิยายกำลังภายในเขาเรียกว่า ใช้จิตใจคนต่ำช้าวัดจิตใจวิญญูชน

‘ใบตองแห้ง’ ฟันธง!! คนเจน Y บางส่วนที่ร่วมขบวนการชาตินิยมแรงกล้า อีกไม่เกินสิบปี “เป็นขวาใหม่”

วิกฤติรอบนี้ ไม่ได้อันเฟรนด์ใคร
แต่ตามส่องอยู่
คนรุ่นใหม่ เจน Y เจน Z ที่ติดตาม
ส่วนใหญ่จุดยืนหนักแน่นมั่นคง
แต่ก็มีเหมือนกัน เจน Y บางคน ที่เหมือนจะร่วมขบวนมา
ชาตินิยมแรงกล้า 
อีกไม่เกินสิบปี ฟันธง เป็นขวาใหม่

อธึกกิต แสวงสุข (ใบตองแห้ง)
คอลัมน์นิสต์ชื่อดัง
โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อ 28 ก.ค. 68

ทหารยึดอำนาจตัดสินใจ ตั้งแต่ ‘คลิปอังเคิล’

(10 ส.ค. 68) นายอธึกกิต แสวงสุข หรือ ‘ใบตองแห้ง’ คอลัมนิสต์ สื่อมวลชนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

ไม่ได้แปลกใจที่โพลนิยมทหาร ด่ารัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ
ทหารยึดอำนาจตัดสินใจตั้งแต่คลิปอังเคิล

ยึดกุมนโยบายที่ไม่เจรจา จนนำไปสู่การรบ (ไม่ว่าจะบอกใครยิงก่อน แต่เห็นชัดว่าไม่เจรจา เข้มตึงตั้งแต่ทหารเหยียบกับระเบิด)

จากนั้นทหารก็กุมเรื่องเล่า ผ่านสื่อ อินฟลู

แม้เราเห็นว่า เรื่องเล่าของกองทัพ ที่เป็นทางการ ยังดูเหมือนจะอยู่ในกรอบ (ที่จริงคาบเส้น แล้วเปิดให้สื่อ อินฟลู ล้ำเส้น) 

แต่เพจข้างเคียงจำนวนมาก ที่ไม่เป็นทางการ ไม่ได้บอกว่าเป็นของกองทัพ ก็ฉกโอกาสนี้ โจมตีรัฐบาล

‘ใบตองแห้ง’ เหน็บทหารนำประเทศไม่ได้ แค่ปั่นกระแสชาตินิยมช่วงวิกฤตชายแดน

(12 ส.ค. 68) อธึกกิต แสวงสุข หรือ ใบตองแห้ง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Atukkit Sawangsuk' พร้อมแชร์ข่าวจากเพจ Matichon Online - มติชนออนไลน์ ประเด็นเราเปิดพื้นที่ให้ “ทหาร-กองทัพ” นำประเทศมาพักใหญ่ ในช่วงวิกฤตการณ์ตรงชายแดนไทย-กัมพูชา เช่นเดียวกับที่ผู้คนในสังคมก็พลอยอินกับกระแส “ทหารนำการเมือง” ไปด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อวิกฤตดังกล่าวเริ่มสงบลง (แม้อาจไม่ยุติอย่างสิ้นเชิง แต่ต้องตามแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง-เจรจาต่อรองกันไปเรื่อยๆ) คนไทยและสังคมไทยก็ได้เวลาหวนคืนสู่ "ความเป็นจริงหลัก" หรือ "โจทย์ปัญหาหลัก" ของตนเอง 

นั่นคือเราจะเอาอย่างไรกับ "การเมืองไทย" ดี?

กระนั้นก็ตาม ในความเป็นจริง กองทัพคงไม่สามารถ "นำการเมือง" หรือ "นำประเทศ" ไปได้ตลอดรอดฝั่ง บทพิสูจน์ คือ พวกเขาเคยได้รับโอกาสนี้มาแล้วเกือบหนึ่งทศวรรษ และทำให้หลายคนตระหนักดีว่านั่นกลับกลายเป็น "ทศวรรษที่สูญเปล่าและน่าเสียดาย" ของสังคมไทย

‘ใบตองแห้ง’ โพสต์ข้อความว่า “จริงๆแล้วทหารนำประเทศไม่ได้ แค่ใช้โอกาสปัญหาชายแดนปั่นชาตินิยมทหารนิยม คุมนโยบายความมั่นคง แต่ทหารก็ไปสุด แบบถึงขนาดรัฐประหารไม่ได้ ไม่มีความสามารถพอบริหารประเทศ  นั่นเป็นจุดที่มันจะค้างเติ่ง”

เพื่อไทยหนัก พรรคส้มก็เหนื่อย ชาตินิยม เป็นอันตราย

(24 ส.ค. 68) นายอธึกกิต แสวงสุข หรือ ‘ใบตองแห้ง’ คอลัมนิสต์ สื่อมวลชนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

ชาตินิยมที่เกิดจากปัญหาชายแดน ส่งผลกระทบต่อทุกพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย
เพื่อไทยหนัก พรรคส้มก็เหนื่อย 
ชาตินิยมเป็นอันตราย แต่ในอีกมุม ทำอย่างไรจะทำให้การเมืองเรื่องชีวิตเรื่องความเปลี่ยนแปลงเป็นชาตินิยมขึ้นมาได้

เศรษฐกิจเสรีนิยมใหม่ อำนาจกดทับในสังคม ทำให้คนกลายเป็นอณู ที่ไม่มีความหมาย
ชาติ กลายเป็นความคิดเก่าที่สามารถยึดโยงให้แต่ละอณูเชื่อมโยงกัน ทำให้เกิดความหมายว่า เรามีค่ามากกว่าเป็นอณู
แต่ชาตินิยมถ้าไม่มี Political Project ที่ชัดเจน เห็นอนาคต และเป็นประโยชน์ต่อชีวิต ก็ไม่ได้มีอะไรนอกจากคลั่งชาติ

แม้ชาตินิยมทำให้ดูเหมือนสังคมไทยถอยหลัง จากปี 63 ปี 66
แต่จากนี้ไปจนถึงเลือกตั้ง กระแสสังคมจะหันมาทบทวนชาตินิยม
พรรคการเมืองจะต้องนำเสนอชาตินิยมที่มีปัญญาญาณ สร้างชุดความหวังและอุดมคติ ที่ทำให้สังคมเดินต่อไปได้ ผนวกกลืนชาตินิยมให้เป็นสิ่งที่มีค่า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top