Thursday, 4 June 2026
โจรอังกฤษ

ดีเจเพชรจ้า’ เล่าเหตุระทึก!! ถูกโจรอังกฤษทำร้ายหวังปล้น โชคดีไหวตัวทัน หลบหมัดได้ เกือบโดนสอยร่วง

(16 พ.ค.66) กลายเป็นเรื่องราวระทึกที่ทำเอา ‘ดีเจเพชรจ้า วิเชียร กุศลมโนมัย’ ถึงขั้นหวาดระแวงทีเดียว เมื่อเจ้าตัวเดินทางไปเที่ยวและทำธุระที่อังกฤษ ก่อนเดินทางไปยังเมืองแมนเชสเตอร์ แต่ทันทีที่ถึงเมืองยังไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็โดนดีเข้าให้ 

จังหวะยกมือถือมาเซลฟี่ เจอโจรวิ่งปรี่เข้าหา พร้อมปล่อยหมัดฮุก โชคดีหลบทัน ก่อนโวยวายจนโจรวิ่งหนี ทำเอาเจ้าตัวต้องถือขวดเบียร์กลับโรงแรม เพื่อเตรียมพร้อมหากโจรย้อนกลับมาจะได้เอาไว้ป้องกันตัว เรียกได้ว่าโชคดีที่เจ้าตัวมีสติสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบข้างตลอดเวลา มิเช่นนั้น โทรศัพท์มือถือ อาจโดนสอยไปแล้ว โดยดีเจเพชรจ้าได้โพสต์ระบุข้อความไว้ว่า…

“อรุณสวัสดิ์ หลังจากยกมือถือ ถ่ายภาพนี้ที่หน้าซุปเปอร์มาร์เก็ต ในเมืองแมนเชสเตอร์ ก็มีโจรวิ่งมาหาเฮีย แบบเห็นๆเลยว่ามันวิ่งมาที่เราอะ ช่วงเสี้ยววินาที เฮียดึงมือ เอามือถือยัดเข้ากระเป๋ากางเกง รู้ตัวอีกทีเห็นหมัด โจรพุ่งมาที่หน้า หลบได้ทัน พร้อมตะโกนใส่หน้ามัน โจรตกใจวิ่งหนีไป อีก 3 วินาที ตำรวจใน Supermarket วิ่งออกมา ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เราบอกโจรวิ่งหนีไปแล้ว ไม่ได้เอาอะไรไป คิดในใจถ้าโดนชกที่หน้าจังๆคงล้มแล้วโดนขโมยของแน่นอน ขาเหยียบ เมืองไม่ถึง 30 นาที เจอโจรซะแล้ว เดินกลับโรงแรมด้วยการ ถือขวดเบียร์ขวดใหญ่ไว้ในมือ เผื่อแม่งเดินกลับมาอีก คราวนี้คงมีแลกกัน 🤬 โมโห ผสมแค้น เห็นหน้าจีนๆติ๋มๆ ผมคนจริง เอาจริงนะครับ”

‘นักเขียนดัง’ แชร์บทเรียนมือถือถูกขโมยในร้านฟาสต์ฟู้ด ตำรวจผู้ดีก็ช่วยไม่ได้!! แม้ตามสัญญาณไปจนเจอตำแหน่ง

(23 ก.ย. 68) คุณสุเจน กรรพฤทธิ์ นักเขียนนิตยสารสารคดี โพสต์เรื่องราวผ่านเฟซบุ๊กว่า…การเดินทางรอบสองในยุโรปต้องสะดุดกับเหตุการณ์ซ้ำรอย เมื่อมือถือถูกโจรขโมยไปกลางร้านฟาสต์ฟู้ดชื่อดังย่าน Tottenham Court Road กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ทั้งที่มีเพื่อนนั่งเฝ้าโต๊ะอยู่ แต่โจรใช้กลวิธีง่ายๆ วางหนังสือพิมพ์ทับของ ก่อนเดินหนีไปพร้อมโทรศัพท์โดยที่เจ้าของยังไม่รู้ตัว

เมื่อรู้สึกตัวว่าโทรศัพท์หาย จึงรีบใช้ “Find My iPhone” ตามสัญญาณไปจนเจอว่าตำแหน่งอยู่ในบ้านหัวมุมถนน ซึ่งต่อมาทราบว่าเป็นส่วนหนึ่งของโบสถ์ เจ้าของเครื่องพยายามขอความช่วยเหลือจาก รปภ. และตำรวจ แต่กลับเจอระบบราชการอังกฤษที่เชื่องช้า ต้องใช้ “Crime Number” (หมายเลขอ้างอิงคดีที่ตำรวจออกให้) เป็นเงื่อนไขในการดำเนินการ ซึ่งคอลเซ็นเตอร์กลับไม่ให้

ตำรวจสายตรวจสองนายที่ผ่านมาช่วยเคาะประตูบ้าน แต่คนที่ออกมาคือชายชราสวมสูทที่บอกว่าเป็นบาทหลวง ตำรวจเพียงตรวจดูบริเวณสวน ก่อนบอกว่าไม่น่าเกี่ยวข้อง และแนะนำให้เจ้าของมือถือหาด้วยตัวเอง ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกงุนงงกับวิธีการสืบสวนที่ไม่ตรงจุด

สุดท้าย ตำรวจแนะนำให้ไปโรงพักเพื่อแจ้งความอย่างเป็นทางการ เนื่องจากไม่มี “Crime Report Number” ที่เป็นกุญแจสำคัญของคดี จึงกลายเป็นว่าเจ้าของเครื่องต้องขึ้นรถตำรวจไปยังสถานี โดยไม่ได้ความคืบหน้าในการตามหามือถือในทันที

เหตุการณ์ครั้งนี้นอกจากจะเป็นบทเรียนเรื่องการระวังทรัพย์สินในยุโรปแล้ว ยังสะท้อนถึงระบบตำรวจอังกฤษที่เน้นขั้นตอนเอกสารมากกว่าความคล่องตัว และปิดท้ายด้วย “ทัวร์นั่งรถตำรวจลอนดอน” ที่คงไม่มีใครอยากลองด้วยเหตุผลเช่นนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top