Thursday, 4 June 2026
โฆษกกองทัพบก

‘โฆษกทัพบก’ ขอหลักฐานเพิ่ม ปม ‘แสตมป์ อภิวัชร์’ ถูกนายทหารข่มขู่ ลั่น!! หากผิดจริง มีบทลงโทษแน่

(18 ม.ค. 68) จากกรณี นักร้องหนุ่มชื่อดัง ‘แสตมป์ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข’ และภรรยาถูกคุกคามจากซาแซง จนหายหน้าไม่รับงานอยู่เป็นปี เพื่อไปสู้คดีจนชนะ แต่เรื่องกลับไม่จบ เพราะก็ยังถูกคุกคามและข่มขู่จากพ่อของคู่กรณีที่บอกว่าเป็นนายพล

ล่าสุด วันนี้ มีรายงานว่า ‘พ.อ.ฐิต์รัชช์ สมบัติศิริ’ โฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า

กองทัพบก จะดำเนินการตรวจสอบ แต่ก็อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมหากเป็นเรื่องที่มีความร้ายแรงและเป็นจริง กองทัพบกก็จะดำเนินการต่อให้

ทั้งนี้ตนเชื่อว่าเป็นเรื่องส่วนตัว หากฟังจากที่ ‘แสตมป์’ ออกมาเปิดเผย แต่หากเป็นทหารที่ยังอยู่ในประจำการหากมีความประพฤติที่ไม่เหมาะสมก็จะต้องมีการสอบสวนทางวินัยและมีบทลงโทษ

และหากทาง ‘แสตมป์’ ต้องการให้กองทัพบกตรวจสอบก็ขอให้ส่งข้อมูลมา เนื่องจากข้อมูลที่อยู่ในสาธารณะยังไม่มีความชัดเจน พร้อมยืนยันว่ากองทัพบกพร้อมให้ความเป็นธรรม

‘โฆษก ทบ.’ รับไทยยึดตัว ‘ปราสาทตาควาย’ ไม่ได้ เหตุเขมรวางทุนระเบิด แต่ยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ได้มากกว่าเดิม

(31 ก.ค. 68) โฆษก ทบ.ยอมรับไทยยังยึดตัวปราสาทตาควายไม่ได้ แต่ยึดพื้นที่ได้มากกว่าเดิมก่อนปะทะ เหตุเขมรวางทุ่นระเบิดดัก ทำให้เข้ายึดไม่ได้ก่อนเส้นตายหยุดยิง ด้านกองทัพภาคที่ 2 แจง ทั้งสองฝ่ายวางกำลังคนละด้าน ห่างกัน 50 เมตร
.
จากกรณีนักข่าวชาวกัมพูชาโพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กพร้อมข้อความว่า ปราสาทตาควาย 30 ก.ค.68 ในทำนองว่าเขมรยึดปราสาทตาควายได้แล้ว

ล่าสุด พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงยอมรับว่า ตัวปราสาทตาควาย ทหารไทยยังไม่สามารถควบคุมได้ 100% แต่ทหารไทยสามารถควบคุมพื้นที่รอบปราสาทตาควายได้ตามเป้าหมาย และมากกว่าก่อนเกิดเหตุปะทะ ซึ่งเราควบคุมคนละด้านกันฝั่งกัมพูชา เนื่องจากถึงเที่ยงคืนตามเวลาหยุดยิงก่อน และทหารเขมรมีการวางทุ่นระเบิด PMN-2 จำนวนมากรอบปราสาท จน "หมวดบุ๊ค" ถูกระเบิดจนสูญเสียขาขวาขณะกรุยทางเข้าไป

ทำให้ผู้บัญชาการทหารแนวหน้า ต้องเลือกรักษาชีวิตทหาร เนื่องจากพบวางไว้ทั่ว ซึ่งการวางทุ่นระเบิด PMN-2 เป็นการวางระเบิดชนิดนี้ถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา

ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) ปฏิเสธข่าวที่ว่าไทยสูญเสียการควบคุมปราสาทตาควายให้แก่กัมพูชาวไม่เป็นความจริง พร้อมยืนยันว่าทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชายังไม่มีฝ่ายใดยึดครองปราสาทดังกล่าวได้ เนื่องจากข้อตกลงหยุดยิงที่มีผลอยู่ในขณะนี้ ทำให้ทหารของทั้งสองฝ่ายควบคุมพื้นที่คนละด้านของโบราณสถาน ซึ่งฝ่ายไทยยังคงปฏิบัติตามข้อตกลงและเคารพกติกาสากลอย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการดำเนินการทางทหารในพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรม

ด้านกองทัพภาคที่ 2 แถลงว่า เนื่องจากมีการหยุดยิงก่อน จึงยังไม่สามารถยึดพื้นที่เนิน 350 ของปราสาทตาควายได้ บริเวณตัวปราสาทยังคงมีกำลังของทั้งสองฝ่ายอยู่ในพื้นที่ ควบคุมพื้นที่คนละด้านของโบราณสถานห่างกัน 50 เมตร

‘โฆษกกองทัพบก’ แจงเหตุไม่จับเขมรบุกรื้อลวดหนาม เพราะกัมพูชาใช้ประชาชนเป็น ‘โล่มนุษย์’ ต่อหน้าสื่อต่างชาติ

(17 ก.ย. 68) จากกรณีชาวกัมพูชานับร้อยคนพยายามรื้อรั้วลวดหนามหีบเพลงที่ฝ่ายไทยนำไปกั้นไว้ ที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ล่าสุด พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงสาเหตุที่เจ้าหน้าที่ไทยไม่จับกุมชาวกัมพูชาที่รื้อลวดหนาม แม้จะอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก โดยระบุว่าในวันเกิดเหตุ ฝ่ายกัมพูชาใช้ประชาชนเป็น 'โล่มนุษย์' และมีสื่อต่างชาติหลายสำนักอยู่ในพื้นที่ หากใช้กำลังเข้าจับกุมทันที อาจสร้างภาพว่าทหารไทยทำร้ายประชาชน ซึ่งตรงตามเป้าหมายที่กัมพูชาต้องการให้เกิดขึ้น

โฆษกกองทัพบกอธิบายว่า เจ้าหน้าที่จึงปรับแผนตามหลักสากล โดยเริ่มจากให้ฝ่ายปกครองเข้าดำเนินการ แต่เมื่อไม่สามารถควบคุมได้ จึงยกระดับเป็นการใช้กฎหมายปกติ โดยให้ตำรวจควบคุมฝูงชนเข้ามาดูแลสถานการณ์ พร้อมย้ำว่าไทยคำนึงถึงภาพลักษณ์ในเวทีโลก และต้องการแก้ไขปัญหาอย่างรอบคอบ

ทั้งนี้ ที่ประชุม GBC ล่าสุด ฝ่ายกัมพูชารับปากจะพิจารณา 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ปัญหาทุ่นระเบิด เครือข่ายสแกมเมอร์ และการรุกล้ำชายแดน โดยฝ่ายกัมพูชาขอเวลาในการสื่อสารภายในหน่วยงานของตนเองเพื่อหาทางแก้ไขร่วมกัน

ด้านฝ่ายไทยได้ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงถึงสื่อต่างชาติ พร้อมย้ำว่าหากเกิดเหตุวุ่นวายซ้ำ ไทยพร้อมใช้มาตรการขั้นสูงภายใต้กฎอัยการศึก โดย พล.ต.วินธัย ทิ้งท้ายว่า ทุกการดำเนินการต้องรัดกุม เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์และผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top