Thursday, 4 June 2026
แอร์บัส

มองเบื้องลึก สายการบินจีนสั่งซื้อล็อตใหญ่ ‘แอร์บัส’ เชื่อ ‘จีน’ อยากสั่งสอน ‘สหรัฐฯ’ ให้เลิกจุ้นทะเลจีนใต้

นายภัทร เหมสุข นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Pat Hemasuk’ วิเคราะห์กรณีสายการบินจีนเมินซื้อเครื่องบินโบอิ้ง จากสหรัฐฯ หันไปออเดอร์เครื่องบินแอร์บัสของฝรั่งเศสเกือบ 300 ลำ ว่า ..

การพังทลายจากภายในนั้นคือความวิบัติที่แท้จริงและวิบัติอย่างถาวร 

คืนนี้ผมอยากจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสองวันก่อนเกี่ยวกับ จีน สหรัฐ และฝรั่งเศส ในกรณีที่จีนตัดสินใจซื้อเครื่องบิน A320neo family จากแอร์บัสล็อตใหญ่จำนวน 292 ลำ ราคาไม่น้อยกว่าสามหมื่นเจ็ดพันล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ในสายการบินหลัก 4 สายการบินคือ  Air China, China Southern Airlines, China Eastern Airlines และ Shenzhen Airlines ซึ่งทั้ง 4 สายการบินมีทั้งเครื่องบินของแอร์บัสและโบอิ้งให้บริการอยู่รวมแล้วกว่าพันลำ 

เรื่องที่ทำไมจีนถึงเลือกซื้อเครื่องจากแอร์บัสนั้นมีหลายสาเหตุ เอาสาเหตุแรกก่อนคือความเสียหายที่ Boeing 737 Max รุ่นเจ้าปัญหาที่ต้องหยุดบินหลังเครื่องตกติดต่อกันสองลำคนตายไป 346 คน แล้วต้องหยุดบินกันไปถึง 20 เดือนจากการที่ FAA สั่งระงับการบินเพื่อหาสาเหตุและทางโบอิ้งเองต้องปรับปรุงเครื่องใหม่ให้มีความปลอดภัยจำนวน 367 ลำจาก 59 สายการบินทั่วโลก สายการของบินจีนก็เป็นหนึ่งในนั้น ตามที่คาดการณ์เอาไว้สายการบินทั่วโลกเสียหายไปจากการห้ามขึ้นบินของ 737 Max ถึงสองหมื่นล้านดอลลาร์ 

แต่เรื่องหลักที่จีนไม่ซื้อโบอิ้งนั้นเป็นเรื่องการเมืองมากกว่า ภูมิรัฐศาสตร์ของโลกนั้นเปลี่ยนไปมากแล้วตั้งแต่จีนโดนสหรัฐเล่นงานมาตลอด 5 ปีตั้งแต่สมัยสงครามการค้าในสมัยบริหารของ ปธน.ทรัมป์ จนถึงสมัย ปธน.ไบเดนก็ไม่มีอะไรดีขึ้น แถมยังไปยั่วโมโหจีนอีกในเรื่องไต้หวัน

จนถึงการแบ่งขั้วของโลกอย่างชัดเจนจากสงครามรัสเซีย - ยูเครน ที่สหรัฐนั้นเข้าแทรกแซงโดยใช้มือของกลุ่มประเทศนาโต้และมิตรประเทศนอกนาโต้ ทั้งด้านเศรษฐกิจและการสนับสนุนสงครามด้านอาวุธให้ยืดเยื้อไปอีกจนคนที่เจ็บตัวนั้นไม่ใช่รัสเซีย แต่เป็นบรรดากลุ่มประเทศยุโรปที่ร่วมแซงชั่นรัสเซีย รวมถึงสหรัฐเองด้วยที่ต้องเจอกับสภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากราคาพลังงานที่ขึ้นไปเกือบสองเท่าทั้งโลก รวมถึงซัพพลายเชนจากรัสเซียและจีนที่ทำให้สภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐหลังโควิดรุนแรงขึ้นไปอีก

จีนนั้นเลือกแล้วที่จะยืนอยู่ข้างรัสเซีย ซึ่งจีนเองก็คงเห็นแล้วว่าสักวันถ้าจีนโดนสหรัฐเข้าแทรกแซงเรื่องไต้หวันก็คงต้องทำเหมือนกับที่รัสเซียทำ จากกรณีที่รัสเซียโดนแทรกแซงเรื่องยูเครน จนรัสเซียต้องตัดสินใจใช้กำลังทหารเข้าบุกยูเครนก่อนที่ยูเครนจะกลายเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกนาโต้ เรื่องนี้รัสเซียยอมไม่ได้ที่จะสูญเสียการควบคุมทางการทหารของกองเรือทะเลดำไปอย่างถาวร ซึ่งไม่ต่างกับจีนที่ยอมไม่ได้ในเรื่องที่สหรัฐเข้าแทรกแซงสนับสนุนไต้หวันและเข้ามายุ่งกับปัญหาของทะเลจีนใต้

จากตัวอย่างของรัสเซียที่โดนยึดเงินและทรัพย์สินทั้งในสหรัฐและยุโรป จีนก็ยอมไม่ได้อีกเช่นกันที่จะโดนยึดทรัพย์ทุกอย่างในรูปของเงินลงทุนที่เป็นเจ้าหนึ้อันดับต้นของสหรัฐ และเงินลงทุนมหาศาลในยุโรปเหมือนรัสเซียถ้าสหรัฐไม่พอใจ ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาจนถึงต้นไตรมาสสามในเวลานี้ จีนถอนการลงทุนในตลาดหุ้นของสหรัฐไปมากพอสมควร กิจการบางบริษัทที่เป็นหุ้นใหญ่ก็ขายทิ้งไปทั้งหมดเลย ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าจีนนั้นก็ไม่พอใจเรื่องของสหรัฐที่เข้ามาสอดมือเข้ามายุ่งในทะเลจีนใต้ รวมถึงไต้หวันที่จีนบอกแล้วว่าห้ามยุ่ง แต่รัฐบาลของ ปธน.ไบเดนก็ไม่ฟังคำเตือนของจีน 

สิ่งหนึ่งที่ ปธน.มาครองของฝรั่งเศสได้ทำมาตลอดกับจีนและรัสเซียก็คือการติดต่ออย่างใกล้ชิดในทุกปัญหา ไม่ต่างกับที่ นางแมร์เคิลของเยอรมันทำก็คือการโทรพูดคุยกับ ปธน.ปูตินของรัสเซีย และ ปธน.สีจิ้นผิงของจีนก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม ในช่วงสงครามยูเครนนั้น ปธน.มาครองเกือบจะคุยกับ ปธน.ปูตินรายวันเลยก็ว่าได้ เป็นประเทศเดียวที่ทำแบบนี้ เพราะคนที่ ปธน.ปูตินจะคุยด้วยแบบดีๆ ก็เหลือแต่ ปธน.มาครองคนเดียวก็ว่าได้ เพราะป้าแมร์เคิลก็ลงจากตำแหน่งไปแล้ว จนหนังสือพิมพ์ในยุโรปและสหรัฐหลายฉบับได้กล่าวถึงเรื่องนี้แบบติดตลกว่าถ้าสงครามลามไปทั่วยุโรปคงเหลือฝรั่งเศสประเทศเดียวที่ไม่มีนิวเคลียร์ของรัสเซียลงถล่มเมือง

‘คาเธ่ย์ กรุ๊ป’ สั่งซื้อเครื่องบิน A330neo จำนวน 30 จากแอร์บัส เพิ่มความสะดวก-ทันสมัยในการเดินทาง พร้อมมุ่งสู่ Net Zero

(8 ส.ค. 67) คาเธ่ย์ กรุ๊ป (Cathay Group) กลุ่มสายการบินประจำชาติของฮ่องกงได้สั่งซื้อเครื่องบินลำตัวกว้างรุ่น เอ330-900 (A330-900) จำนวน 30 ลำจากแอร์บัส การสั่งซื้อดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากที่สายการบินได้ทำการประเมินภายใต้โครงการปรับปรุงฝูงบินลำตัวกว้างขนาดกลางอย่างถี่ถ้วน

เครื่องบินที่สั่งซื้อใหม่นี้จะช่วยให้ Cathay สามารถปรับปรุงฝูงบินรุ่นก่อนหน้าซึ่งคือรุ่น เอ330-300 (A330-300) ให้มีความทันสมัย และเพิ่มจำนวนเที่ยวบินของเส้นทางในภูมิภาคที่มีผู้โดยสารหนาแน่น นอกจากนี้ยังสามารถทำการบินไปยังจุดหมายปลายทางที่ไกลขึ้นได้ โดยเครื่องบินลำใหม่ที่ Cathay สั่งซื้อเหล่านี้จะติดตั้งเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ เทรนท์ 7000 (Rolls-Royce Trent 7000) รุ่นล่าสุด เช่นเดียวกับเครื่องบิน เอ330นีโอ (A330neo) ทุกรุ่น

นายโรนัลด์ แลม (Ronald Lam) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Cathay Group กล่าวว่า "ในขณะที่ Cathay กำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของกระบวนการฟื้นฟูสายการบิน เรามุ่งมั่นที่จะร่วมพลิกโฉมสายการบินเพื่อเพิ่มความทันสมัยและสร้างการเติบโต ทั้งในด้านขอบเขตของการดำเนินงานและคุณภาพของบริการ เรายินดีที่จะประกาศการสั่งซื้อเครื่องบิน A330neo ที่มีความทันสมัยรุ่นล่าสุดนี้ การลงทุนครั้งใหญ่ครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความมั่นใจที่ยิ่งใหญ่ของเราต่อสถานะการเป็นศูนย์กลางการบินชั้นนำระดับนานาชาติของฮ่องกงเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการร่วมสนับสนุนการเติบโตและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของฮ่องกงอีกด้วย"

"A330 เป็นเครื่องบินประเภทหนึ่งที่สายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค (Cathay Pacifc) ใช้ทำการบินมาเป็นเวลาเกือบ 30 ปีแล้ว และเครื่องบินใหม่ทั้งหมดนี้จะถูกนำไปปฏิบัติการบินในจุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชียเป็นหลัก แต่สามารถใช้สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศระยะไกลได้เช่นกันหากมีความจำเป็น 

เครื่องบิน A330neo รุ่นใหม่นี้ประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้นและมอบความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารมากขึ้นประสิทธิภาพและประโยชน์เหล่านี้จะช่วยให้ Cathay Pacific ปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นและสนับสนุนเป้าหมายของเราในการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593"

นายคริสเตียน เชอเรอร์ (Christian Scherer) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเครื่องบินพาณิชย์ของแอร์บัส กล่าวว่า "คำสั่งซื้อเครื่องบิน A330neo ล่าสุดของ Cathay ถือเป็นการแสดงความเชื่อมั่นอย่างมากต่อเครื่องบินรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ Cathay เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเครื่องบิน A330 ที่มีประสบการณ์มากที่สุดในโลก โดย A330neo ถือเป็นรุ่นที่ทดแทนฝูงบิน A330 ที่มีอยู่เดิมได้อย่างราบรื่น โดยมอบคุณสมบัติทางเทคนิคและการปฏิบัติการที่คล้ายคลึงกัน อีกทั้งยังลดการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ เครื่องบิน A330neo ใหม่ยังมีห้องโดยสารแบบแอร์สเปช (Airspace) ซึ่งได้รับรางวัลด้านการออกแบบ และสิ่งอำนวยความสะดวกจำนวนมาก ซึ่งรับประกันว่าผู้โดยสารจะได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น"

"A330neo จะเป็นเครื่องบินหลักที่ Cathay ใช้สำหรับเที่ยวบินภายในภูมิภาคที่ต้องการเครื่องบินขนาดใหญ่ แต่ก็มีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรองรับเส้นทางระหว่างประเทศที่มีระยะทางไกลได้ โดยการใช้งานเครื่องบิน A330neo ควบคู่กับเครื่องบินตระกูลเอ320 (A320) และฝูงบินเอ350 (A350) จะทำให้ Cathay ได้รับประโยชน์อย่างสูงสุดจากการใช้เครื่องบินรุ่นล่าสุดของแอร์บัส"

เครื่องบินรุ่น A330-900 สามารถบินได้ไกลถึง 7,200 ไมล์ทะเลหรือ 13,330 กิโลเมตรโดยไม่ต้องหยุดพักเติมน้ำมัน รวมถึงติดตั้งห้องโดยสารของ Airspace ซึ่งได้รับรางวัลด้านการออกแบบและมอบประสบการณ์การบินคุณภาพสูงให้กับผู้โดยสาร เช่นเดียวกับเครื่องบินแอร์บัสลำอื่น ๆ A3330กeo สามารถใช้เชื้อเพลิงผสมที่ประกอบด้วยเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ได้มากถึง 50 % และเรามีเป้าหมายที่จะใช้ซื้อเพลิง SAF ได้ครบ 100% ภายในปี 2573

ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม แอร์บัสได้รับการยืนยันคำสั่งซื้อเครื่องบิน A330 รวมจำนวน 1,805 ลำจากลูกค้ากว่า 130 รายทั่วโลก จากคำสั่งซื้อเหล่านี้ ปัจจุบันมีเครื่องบิน A330 จำนวน 1,469 ลำ ลำที่ได้ให้บริการบินในเส้นทางบินต่าง ๆ ทั้งระยะไกล ระยะกลาง และระยะสั้นทั่วโลก

แอร์บัส มองอุตสาหกรรมการบินเอเชีย–แปซิฟิก คาดต้องการเครื่องบินใหม่ 19,560 ลำใน 20 ปี คิดเป็น 46% ของความต้องการทั่วโลก ชี้ เครื่องบินลำตัวกว้าง–ทางเดินเดียว ยอดพุ่ง

(16 พ.ย. 68) นายอานันท์ สแตนลีย์ ประธานแอร์บัส ประจำภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก ได้นำเสนอการคาดการณ์ล่าสุดในงานประชุมใหญ่ประจำปีของสมาคมสายการบินแห่งภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก (Association of Asia-Pacific Airlines: AAPA) ณ กรุงเทพมหานคร โดยเน้นย้ำถึงการเติบโตต่อเนื่องและความสำคัญของภูมิภาคในตลาดการบินโลก

การคาดการณ์สำหรับภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก รวมถึงจีนและอินเดีย สะท้อนให้เห็นการขยายฝูงบินอย่างต่อเนื่องของภูมิภาคนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น คาดว่าภูมิภาคจะเติบโตเฉลี่ย 4.4 %ต่อปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 3.6 %

ภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิกยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนความต้องการเครื่องบินลำตัวกว้าง (Widebody) เช่น เครื่องบินเอ330นีโอ (A330neo) และเครื่องบินตระกูลเอ350 (A350 Family) โดยคาดว่าจะต้องการเครื่องบินประมาณ 3,500 ลำ โดยคิดเป็น 43 %ของความต้องการกลุ่มเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่ทั่วโลก ขณะเดียวกัน คาดว่าภูมิภาคนี้จะต้องการเครื่องบินทางเดินเดียว (Single-aisle) ประมาณ 16,100 ลำ เช่น เครื่องบินเอ220 (A220) และเครื่องบินตระกูลเอ320นีโอ (A320neo Family) เพื่อรองรับเส้นทางบินระยะสั้นถึงกลาง

แอร์บัสประเมินว่าเกือบ 68 %ของการส่งมอบเครื่องบินใหม่จะเป็นการขยายฝูงบิน ส่วนอีก 32 %จะเป็นการทดแทนเครื่องบินรุ่นเก่า ซึ่งช่วยสนับสนุนความพยายามที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศ โดยเครื่องบินลำตัวกว้างรุ่นใหม่ของแอร์บัสสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงได้ทันทีถึง 25 % พร้อมทั้งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามไปด้วย

ในส่วนของการขนส่งสินค้าทางอากาศ คาดว่าภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิกจะมีฝูงเครื่องบินขนส่งสินค้าประมาณ 850 ลำ คิดเป็นราวหนึ่งในสามของฝูงบินขนส่งสินค้าทั่วโลก โดยประมาณ 250 ลำจะเป็นเครื่องบินผลิตขึ้นใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครื่องบินลำตัวกว้าง สะท้อนถึงความต้องการขนส่งทางอากาศที่แข็งแกร่งและเพิ่มขึ้นในภูมิภาค

เครื่องบินเอ350เอฟ (A350F) รุ่นใหม่ ซึ่งมีพื้นฐานมาจากโครงสร้างเครื่องบินเอ350 (A350) ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว จะสามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้ด้วยประสิทธิภาพการบินที่สูง ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และประสิทธิภาพด้านต้นทุนที่ดีที่สุดในประเภทเดียวกัน นอกจากนี้ A350F ยังเป็นไปตามมาตรฐานการปล่อยก๊าซล่าสุดขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ทำให้เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ในตลาดเครื่องบินขนส่งสินค้าขนาดใหญ่

ในตลาดขนส่งผู้โดยสาร เครื่องบิน A350 ได้กลายเป็นผู้นำด้านการบินระยะไกลจากภูมิภาค โดยมีเครื่องบิน A350 ประมาณ 315 ลำให้บริการในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เครื่องบินเหล่านี้ให้บริการในเส้นทางบินที่ยาวที่สุดในโลก รวมถึงการบินตรงจากสิงคโปร์ไปยังนิวยอร์ก

ในขณะเดียวกัน กระบวนการทดแทนเครื่องบินเอ330ซีโอ (A330ceo) กำลังดำเนินอยู่ โดยมีเครื่องบินเอ330ซีโอ ประมาณ 550 ลำให้บริการในภูมิภาค เครื่องบิน A330neo ถูกวางตำแหน่งเป็นตัวเลือกทดแทนโดยธรรมชาติ ซึ่งช่วยให้สายการบินเปลี่ยนผ่านได้อย่างราบรื่น พร้อมทั้งมีความเหมือนกันทั้งในการฝึกอบรมนักบินและการดำเนินงานทางเทคนิคระหว่างสองรุ่น

นายอานันท์ สแตนลีย์ ประธานแอร์บัส ประจำภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก กล่าวว่า “ภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นของการเติบโต ขับเคลื่อนด้วยความต้องการเดินทางทางอากาศและโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่ง แอร์บัสมุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรกับสายการบินในภูมิภาคนี้ เพื่อนำเสนอฝูงบินที่ทันสมัยและยั่งยืน”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top