Thursday, 4 June 2026
แบนสินค้าไทย

โซเชียลกัมพูชาผุดแคมเปญ ‘หยุดใช้สินค้าไทย’ เชิญชวนกลับมาสนับสนุนสินค้าชาติให้เติบโต

(30 พ.ค. 68) จากกรณีเหตุปะทะระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชา ในพื้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี จนทำให้ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 ราย และกลายเป็นประเด็นร้อนระหว่างประเทศ

ล่าสุด บนโลกโซเชียลมีเดียฝั่งกัมพูชากำลังเกิดกระแส เผยแพร่ข้อความเชิญชวนให้ “หยุดใช้สินค้าไทย” โดยระบุว่าเป็นการแสดงจุดยืนทางความเชื่อและทัศนคติทางการเมือง พร้อมย้ำว่าจะเลิกใช้สินค้าจากประเทศไทยทันที โดยข้อความต้นทางระบุว่า 

“นี่คือโอกาสสำคัญที่เราทุกคนจะหันกลับมาสนับสนุนสินค้าในประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพ พัฒนาอุตสาหกรรมและหัตถกรรมของชาติ รวมถึงส่งเสริมการเคลื่อนไหวทางชาตินิยมให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น”

แม้ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดถึงกลุ่มผู้ริเริ่มแคมเปญดังกล่าว แต่ข้อความนี้ได้ถูกแชร์ต่อในหลายแพลตฟอร์มอย่างรวดเร็ว โดยมีทั้งผู้สนับสนุนที่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว และผู้คัดค้านที่มองว่าเป็นการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะยาว

ประธานหอการค้ามาเลเซีย ชี้โอกาสทองภาคเอกชน ฉวยจังหวะรุกเสียบแทนไทย!! ยึดพื้นที่การค้าของกัมพูชา

(22 ก.ย. 68) ความตึงเครียดชายแดนไทย–กัมพูชาที่เพิ่งหยุดยิงชั่วคราว ไม่ได้ทำให้กระแสต่อต้านไทยในกัมพูชาลดลง กลับยิ่งรุนแรงขึ้นจนเกิดกระแส “แบนสินค้าไทย” และการเลี่ยงธุรกิจที่มีผู้บริหารเป็นคนไทย ส่งผลกระทบตั้งแต่ร้านอาหารจนถึงแบรนด์พลังงานรายใหญ่ของไทยอย่าง PTT ที่ถูกแทนที่ด้วยแบรนด์ท้องถิ่น Peace Petroleum Cambodia (PCC) รวมถึงเครือข่าย Café Amazon และ 7-Eleven ที่ยอดขายดิ่งลงอย่างหนัก

ในบรรยากาศต่อต้านนี้ นายตัน คี มิง (Tan Kee Meng) ประธานหอการค้ามาเลเซียในกัมพูชา (MBCC)  มองว่าเป็น “โอกาสทอง” ของมาเลเซีย เพราะชาวกัมพูชามีทัศนคติเชิงบวกต่อมาเลเซียจากบทบาทของนายกฯ อันวาร์ อิบราฮิม ในการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในฐานะประธานอาเซียน โดยสินค้าจากมาเลเซียถูกมองว่ามีคุณภาพระดับกลางถึงสูง มีมาตรฐานความปลอดภัย และเป็นตัวเลือกแรกหลังชาวกัมพูชาปฏิเสธสินค้าจากไทย

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันการนำเข้าสินค้ามาเลเซียส่วนใหญ่ยังมาจากพ่อค้ากัมพูชาที่สั่งตรง ไม่ใช่จากบริษัทมาเลเซียที่เข้าไปลงทุนโดยตรง ทำให้ตันเสนอให้ภาครัฐมาเลเซียช่วยผลักดันธุรกิจในประเทศบุกตลาดจริงจัง โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงาน ค้าปลีก และการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ซึ่งมีศักยภาพสูงในกัมพูชาที่เป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่

ขณะเดียวกัน เวียดนามและจีนก็เร่งเข้ามาแทนที่ไทย โดยเวียดนามกลายเป็นผู้ชนะรายใหญ่ในภาคอาหาร เกษตร และพลังงาน การค้าระหว่างเวียดนาม–กัมพูชาโตขึ้นกว่า 16% ในครึ่งปีแรก ขณะที่จีนใช้จุดแข็งด้านต้นทุนต่ำ รุกตลาดวัสดุก่อสร้างจนการลงทุนก่อสร้างในกัมพูชาโตขึ้นกว่า 30% นักวิเคราะห์เตือนว่ากระแสต่อต้านไทยครั้งนี้อาจยืดเยื้อ 3–5 ปี และแม้พรมแดนจะเปิดอีกครั้ง ไทยก็ต้องใช้เวลานานกว่าจะกู้คืนความเชื่อมั่นและส่วนแบ่งตลาด

'ฮุน เซน' หัวร้อน หลังคนไทยนำภาพไปเป็นเป้ายิงปืน เรียกร้องคนเขมรแบนสินค้าไทย - เลิกใช้เงินบาทในกัมพูชา

(6 ต.ค. 68) สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ออกมาโพสต์แชร์บทความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว "Samdech Hun Sen of Cambodia" ระบุข้อความว่า ... "นี่คือประเทศที่ศิวิไลซ์ มีคุณธรรม จริยธรรม และอารยธรรมอันสูงส่งหรือ?

ชาวกัมพูชาทั้งหลาย โปรดอย่าทำสิ่งชั่วร้ายที่ไร้มนุษยธรรมและเลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์ ไม่ว่าวิดีโอนี้จะสร้างโดยมนุษย์ หรือเอไอ ก็ตาม วิดีโอนี้แสดงให้เห็นการกระทำที่ชั่วร้ายทั้งหมดโดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติหรือกลุ่มใด

ในอดีต พี่น้องของเราบางคนขอให้ผมตอบโต้ด้วยการถ่ายภาพหรือพระมหากษัตริย์ไทยเพื่อรับรางวัล เหมือนที่คนไทยบางคนทำ ผมบอกพวกเขาว่าถ้าพวกเขาคิดว่ากำลังทำสิ่งนี้ผิด โปรดอย่าพยายามทำผิดพลาดกับพวกเขา เพราะการกระทำเช่นนี้ไร้มนุษยธรรมและเลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์

ผมอธิบายเพิ่มเติมว่าพวกเขากำลังทำเช่นนี้เพื่อทำให้ผมหมดความอดทนในช่วงหยุดยิง ซึ่งกำลังอยู่ในภาวะเปราะบาง หรืออย่างน้อยก็เพื่อยุยงให้ทหารและประชาชนของเราตอบโต้ในลักษณะที่บ่อนทำลายอารยธรรม

ผมขอวิงวอนเพื่อนร่วมชาติของเราอย่านำพระมหากษัตริย์ไทยหรือภาพถ่ายของผู้นำไทยไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม แม้ประเทศของเราจะเล็ก ประชากรน้อย และเศรษฐกิจอ่อนแอ แต่เราไม่ได้อ่อนแอทางศีลธรรม เราต้องรักษาชาติอันสูงส่งและมีคุณธรรมอันสูงส่งต่อไป

หากคุณรู้สึกขุ่นเคืองต่อประเทศไทย ไม่ชอบประเทศไทย อย่าซื้อสินค้าไทย และหยุดใช้เงินบาทไทยบนแผ่นดินกัมพูชา เพื่อเสริมสร้างความเป็นอิสระทางการเงินของประเทศ

โปรดอย่ากระทำการใดๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อบริษัทไทยและคนไทยที่อาศัยและทำธุรกิจในกัมพูชา ผมยังคงเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่ต้องการเป็นศัตรูกับชาวกัมพูชา คนไทยบางคน รวมถึงผู้นำไทยบางคน กำลังประเมินเศรษฐกิจกัมพูชาผิดพลาด โดยกล่าวว่าเศรษฐกิจกำลังย่ำแย่หลังจากที่ไทยปิดพรมแดนเนื่องจากขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภค

ผมขอขอบคุณผู้นำไทยอีกครั้งที่โจมตีพวกเขาด้วยหัวของพวกเขาเอง เพราะกัมพูชาเคยใช้เงินไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ต่อปีเพื่อซื้อสินค้าไทย และนำเงินจำนวนนี้ไปซื้อสินค้าในประเทศ ซึ่งทำให้สินค้าที่ผลิตในประเทศมีตลาดที่เป็นโอกาสในการเสริมสร้างเศรษฐกิจกัมพูชา

เราไม่เคยขอให้สินค้าไทยมาขายในตลาดของเรา แต่กลับใช้เงินซื้อ ขอท่านผู้นำไทยอย่าเข้าใจผิดและดูหมิ่นกัมพูชาอีกต่อไป เรารู้ว่าท่านร่ำรวยกว่ากัมพูชา แต่ท่านก็ต้องเข้าใจด้วยว่าเราก็ใช้เงินซื้อสินค้าไทยเช่นกัน ซึ่งทำให้คนไทยมีตลาดหาเงิน

ขอท่านคนไทยที่เคยขายสินค้าให้กัมพูชา อย่าโกรธเคืองที่กัมพูชาซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ต้องสูญเสียเงินไป นี่ไม่ใช่ความผิดของกัมพูชา

สุดท้ายนี้ ผมขอแจ้งให้ท่าน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ติดชายแดนไทย รีบแลกเงินบาทเป็นเงินเรียล หรือดอลลาร์โดยเร็ว เพราะในอนาคตท่านจะสูญเสียเงินจำนวนมากและอาจกลายเป็นจุดอ่อนที่ถูกคุกคาม เช่น ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และเชื้อเพลิงในอดีต เลิกใช้เงินบาทและใช้เงินเรียลเถอะ เพราะมันจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับสกุลเงินของประเทศเรา

ผมขอแนบวิดีโอที่คนไทยโพสต์รูปผมเพื่อลุ้นรางวัล

‘นักร้องดังกัมพูชา’ ออกมาขอขมายกใหญ่ หลังเจอดราม่ากิน!! ‘พิซซ่าสัญชาติไทย’

(9 ต.ค. 68) เกิดกระแสดราม่าบนโซเชียลกัมพูชา หลังแฟนคลับพบภาพ นักร้องสาว 'ซูออส วีซ่า' และสามี ซึ่งเป็นนักร้องหนุ่มชื่อดังของประเทศ เดินทางไปรับประทานอาหารในร้าน พิซซ่าสัญชาติไทย ที่เปิดสาขาในกัมพูชา ทำให้ชาวเน็ตบางส่วนมองว่าเป็นการไม่เหมาะสม ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดทางอารมณ์ระหว่างประชาชนสองประเทศในโลกออนไลน์ช่วงนี้

หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งคู่ได้ออกมาโพสต์วิดีโอขอโทษต่อแฟน ๆ และประชาชน โดยฝ่ายชายกล่าวว่า “ผมลืมตัวจริง ๆ พอเห็นซอสพริกและตัวอักษรไทยก็รีบลุกออกทันที” พร้อมชี้แจงเพิ่มเติมว่าไม่ได้ตั้งใจสนับสนุนสินค้าสัญชาติไทย แค่แวะซื้อของและเข้าร้านโดยไม่ทันคิด ส่วนซูออส วีซ่า ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ฝรั่งเศส ก็ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษผ่านสื่อ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาใด ๆ ทางการเมือง

กระแสดังกล่าวกลายเป็นที่พูดถึงในโซเชียลกัมพูชาอย่างกว้างขวาง หลายคนเรียกร้องให้ลดการดราม่ากับศิลปิน และแยกเรื่องอาหารออกจากประเด็นความขัดแย้งระหว่างประเทศ ขณะที่บางส่วนยังคงแสดงความไม่พอใจต่อการเลือกใช้บริการร้านอาหารจากแบรนด์ไทยในช่วงเวลานี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top