รมว.แรงงาน “พิพัฒน์” ต้อนรับ ภาคเอกชน หารือพัฒนาทักษะแรงงาน ป้อนตลาดดิจิทัล

วันที่ 5 ตุลาคม 2566 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ ดร.ศรุต วานิชพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส Sea (ประเทศไทย) คุณดนุภณ ศรีเมฆ Head of Government Affairs Garena (ประเทศไทย) และคณะ ในโอกาสเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเพื่อเยี่ยมคารวะและปรึกษาหารือถึงความร่วมมือในการพัฒนาผลักดันทักษะด้านดิจิทัลให้กับบุคลากรรุ่นใหม่ โดยมี นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายภุชงค์ วรศรี ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นาย พร้อมด้วย นายนิธิภัทร ศรีธัญญา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรดิจิทัล กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมให้การต้อนรับ ณ ห้องจัตุมงคล ชั้น 6 อาคารกระทรวงแรงงาน
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับผู้บริหารบริษัท Sea ถึงความร่วมมือในการพัฒนาผลักดันทักษะด้านดิจิทัลให้กับบุคลากรรุ่นใหม่ในวันนี้ ซึ่งในเรื่องนี้ท่านเศรษฐา ทีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการ Up Skill กำลังแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการในภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ และในส่วนของกระทรวงแรงงาน ผมได้ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานไปเทรนน้องๆ นักเรียน นักศึกษาที่จบการศึกษาแล้วต้องการ Up Skill/Re Skill เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่อาชีพและให้ได้ค่าจ้างที่สูงขึ้น เพราะขณะนี้ภาคการท่องเที่ยวมีความต้องการแรงงานอีกมาก จึงเป็นโอกาสดีในการหารือในวันนี้ เพื่อจะให้มีแนวทางทำงานร่วมกันของทั้งสองฝ่าย ให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลไปสู่เป้าหมายในการผลิตกำลังคนดิจิทัลโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ไปสู่ตลาดแรงงานต่อไป
ด้าน ดร.ศรุต วานิชพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส Sea (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัท Sea Limited เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการให้บริการอินเทอร์เน็ตแพลตฟอร์ม สำหรับผู้บริโภค ผู้ดำเนินธุรกิจหลัก 3 ด้าน คือ การีนา ช้อปปี้ และ ซีมันนี่ โดยบริษัทมี Sea Academy ซึ่งเป็นหน่วยงานที่พัฒนาทักษะดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพ 3 ด้าน คือ เกมและอีสปอร์ต อีคอมเมิร์ซ และการเงินดิจิทัล ซึ่งจากการหารือในวันนี้บริษัทขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานอย่างยิ่งและยินดีที่จะสนับสนุนความร่วมมือกับกระทรวงแรงงานโดยเฉพาะแรงงานคนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจในอาชีพที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเกม ธุรกิจอีสปอร์ต รวมถึงการจัดการการเงินและตลาดออนไลน์ ซึ่งภายหลังจากการหารือในวันนี้จะได้ประสานความร่วมมือในการพัฒนาทักษะแรงงานด้านดิจิทัลให้ตรงกับความต้องการแรงงานต่อไป











ขณะเดียวกัน มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2564 เรื่อง การขับเคลื่อนการให้บริการประชาชนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e - Service) งานบริการ Agenda ที่กำหนดให้ส่วนราชการดำเนินการขับเคลื่อนฯ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จำนวน 12 งานบริการ โดยระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (Digital ID) เป็น 1 ใน 12 งานบริการสำคัญการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (Digital ID) และ การพิสูจน์และยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าทางดิจิทัล (Face Verification Service - FVS) เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะเชื่อมต่อการยืนยันตัวตนจากทุกภาคส่วนเข้ามาไว้ด้วยกัน แทนระบบเดิมที่ผู้ให้บริการและผู้รับบริการต้องมาเผชิญหน้าและแสดงตนเพื่อยืนยันตัวตนด้วยเอกสารทางราชการ กรมการปกครอง
ทั้งนี้ ในส่วนของประโยชน์ที่จะได้รับนั้น ในส่วนของประชาชนจะมีบัญชีผู้ใช้งาน (Digital ID) ที่มีระดับความน่าเชื่อถือสูงได้โดยสะดวก และสามารถนำไปใช้ในการเข้าถึงข้อมูล และบริการต่าง ๆ ของรัฐได้ (Single Account) ขณะที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชน สามารถนำระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (Digital ID) ที่มีระดับความน่าเชื่อถือ มีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ดี มีระดับความมั่นคงปลอดภัยสูง สอดคล้องกับกฎ ระเบียบ และมาตรฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไปใช้ในการให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัล (Digital Service) ของหน่วยงานตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะสามารถผลักดันประเทศก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลได้เร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย





