Friday, 5 June 2026
เรียนภาษาจีน

อานิสงส์จ่อแบน TikTok ชาวอเมริกันแห่เรียนภาษาจีน หันใช้แอพฯ Xiaohongshu ดันยอดดาวน์โหลดอันดับหนึ่ง

(16 ม.ค. 68) เว็บไซต์ TechCrunch รายงานว่าแพลตฟอร์มเรียนภาษาชื่อดัง Duolingo พบอัตราการสมัครเรียนภาษาจีนกลางของชาวอเมริกันเพิ่มขึ้นถึง 216% ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสข่าวที่ TikTok อาจถูกแบนในสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานบางส่วนหันไปใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียจีนอย่าง Xiaohongshu หรือที่รู้จักในชื่อ RedNote แทน ซึ่งส่วนใหญ่มีคอนเทนต์ภาษาจีนเป็นหลัก อาจกระตุ้นทำให้ชาวอเมริกันสนใจเรียนภาษาจีนกลางเพิ่มขึ้น

ตามรายงานของ Duolingo การเรียนภาษาจีนกลางในสหรัฐฯ มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยยอดผู้เรียนเริ่มเพิ่มขึ้นตั้งแต่กลางเดือนมกราคม พร้อมกับจำนวนการดาวน์โหลดแอป Duolingo ที่เพิ่มขึ้นถึง 36% ในช่วงต้นเดือนเดียวกัน ซึ่งตรงกับช่วงที่สหรัฐฯ กำลังถกเถียงเรื่องการแบน TikTok นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ใช้จำนวนมากลงทะเบียนเข้าใช้งาน Xiaohongshu ส่งผลให้แพลตฟอร์มนี้ขึ้นเป็นอันดับ 1 บน App Store ในสหรัฐฯ

ในการสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้งานใหม่ Duolingo พบว่าหลายคนระบุว่าได้รู้จักแพลตฟอร์มผ่าน TikTok ซึ่งชี้ให้เห็นว่าแม้ TikTok จะเผชิญกับประเด็นทางกฎหมาย แต่ยังคงเป็นช่องทางสำคัญในการดึงดูดผู้ใช้งานใหม่

นอกจากนี้ Xiaohongshu ยังรายงานว่ามีผู้ใช้งานรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 700,000 บัญชีในเวลาเพียง 2 วัน แสดงถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของโซเชียลมีเดียสไตล์จีนในสหรัฐฯ พร้อมสะท้อนว่าผู้ใช้งานชาวอเมริกันหลายคนไม่กังวลเกี่ยวกับประเด็นความเป็นส่วนตัวของข้อมูลมากนัก

ขออย่ายอมแพ้!! เพจเที่ยวจีนชื่อดังให้กำลังใจคนฝึกภาษา สำเนียงไม่สำคัญเท่าความกล้า อย่ากลัวที่จะพูดผิด เพราะสิ่งที่ทำให้เก่งคือต้อง “กล้าพูด” ไม่ใช่ “พูดเป๊ะ”

(7 พ.ย. 68) คุณเค้ก จากเพจ Just Pai Tiew-ก็แค่ไปเที่ยว แชร์เรื่องราว…ต่อจากโพสต์ก่อนหน้า ว่าด้วยเรื่องสำเนียงการพูดภาษาจีน จะเล่าให้ฟังแบบนี้นะครับ…

ครูสอนจีนคนแรกของผมเป็นชาวจีนภาคใต้ สำเนียงของเขามีเอกลักษณ์ชัดเจน และน่ารักมาก ตอนที่ผมไปจีนครั้งแรกก็อยู่ที่มณฑลกว่างซี (ภาคใต้เหมือนกัน) ช่วงที่เริ่มพูดได้แรกๆ ก็จะติดสำเนียงภาคใต้คล้ายสำเนียงแบบไต้หวันเลย ย้ายไปอยู่ภาคเหนือของจีนแรกๆคนทักเยอะมากว่ามาจากภาคใต้หรอ?

ต่อมาเมื่อผมย้ายไปเรียนต่อที่ซานซี เทียนจิน และปักกิ่ง ทุกวันได้ยินแต่ภาษาจีนกลางแบบภาคเหนือ สำเนียงก็เริ่มเปลี่ยนไปเองโดยไม่รู้ตัว

จนตอนนี้กลายเป็นสำเนียงผสมระหว่างเหนือกับใต้ ซึ่งสำหรับผม มันคือภาพสะท้อนเส้นทางการเรียนรู้ของชีวิตตัวเองได้ดีเลยครับ

ผมมองว่านี่คือเสน่ห์ของภาษาเลยนะครับ มันไม่หยุดนิ่ง มันเติบโตและเปลี่ยนแปลงตามชีวิตเราเสมอครับ ที่ผ่านมาผมเคยร่วมงานกับองค์กรทั้งรัฐและเอกชน ทั้งของจีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน รวมถึงล่าสุดฮ่องกงด้วย เดินทางไปมาระหว่างสามที่นี้อยู่หลายครั้ง (ไปตามดูในช่องแดงเด้อ แวะขายของก่อน)

ในมหาวิทยาลัยก็จะมีเพื่อน รุ่นน้องทั้งฮ่องกงและไต้หวัน เพราะคณะผมทำ MOU กับมหาลัยในไต้หวันและฮ่องกงค่อนข้างเยอะ แล้วยิ่งสาขาที่ผมเรียน มันเป็นการเมืองด้วย ดังนั้นตอนอยู่ด้วยกัน เราก็จะถกประเด็นที่มันค่อนข้างละเอียดอ่อนกันเป็นว่าเล่น เหมือนเป็นเรื่องปกติ

พูดกันตรงๆ ส่วนตัวผมแทบจะไม่เคยโดนคนจีน ไต้หวันหรือฮ่องกงเหยียดสำเนียงเลยนะ
ส่วนใหญ่กลับจะชื่นชมมากกว่า ว่าสำเนียงฟังชัด เข้าใจง่าย (อันนี้เขาพูดนะครับ555)

ที่ผ่านมาอาจจะมีบ้างบางคนที่ติดภาพเก่าๆ หรือมุมมองแบบแคบๆ ซึ่งผมเคยเจอเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจครับ เพราะคนที่เข้าใจภาษา เขารู้ดีว่าสำเนียงไม่ใช่ปัญหา ขอแค่สื่อสารรู้เรื่องกันก็พอ

แปลกดีเหมือนกัน…เวลาผมเจอกับคนจีน คนฮ่องกง หรือไต้หวัน ทุกคนต่างชื่นชม ที่เจอเหยียดจริงๆ เรื่องสำเนียงก็คือจากคนไทยด้วยกันเองนี่แหละครับ 555555

ฝากถึงคนที่กำลังฝึกภาษาอยู่ ไม่ว่าคุณจะพูดด้วยสำเนียงแบบไหน อย่ากลัวที่จะพูดผิดหรือพูดไม่เหมือนใครครับ เพราะทุกเสียงที่ออกจากปากคุณ มันบ่งบอกถึงความพยายามของคุณ ที่คนไม่เคยลอง จะไม่มีวันเข้าใจครับ สิ่งที่ทำให้คุณเก่งภาษา ไม่ใช่สำเนียงที่สมบูรณ์ แต่คือความกล้าที่จะสื่อสารต่างหากครับ

กระชับความร่วมมือ ด้านภาษาจีน–อาชีวศึกษา ดันทุนครูไทย เพิ่มห้องเรียนขงจื่อ พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ได้เข้าพบหารือกับ Mr. Yu Yunfeng ผู้อำนวยการศูนย์แลกเปลี่ยนและส่งเสริมความร่วมมือด้านภาษาจีนระหว่างประเทศ (Center for Language Education and Cooperation: CLEC) ณ กรุงปักกิ่ง ระหว่างการประชุมภาษาจีนโลก ประจำปี 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติจีน สาธารณรัฐประชาชนจีน 

โดยได้นำเสนอนโยบายและทิศทางการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทย พร้อมเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทย–จีน และความสำคัญของการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ภาษาจีนให้ทันสมัยและตอบโจทย์อนาคต โดยเฉพาะการผลิตกำลังคนด้านอาชีวศึกษาที่มีทักษะภาษาจีนรองรับตลาดแรงงานยุคใหม่ พร้อมเสนอให้ฝ่ายจีนสนับสนุนทุนการศึกษาแก่ครูไทยเพื่อไปศึกษาต่อที่ประเทศจีน ตลอดจนส่งผู้เชี่ยวชาญมาฝึกอบรมให้แก่ครูไทยเพื่อยกระดับทักษะการสอนภาษาจีนอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ไทยยังขอรับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในห้องเรียนของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ รวมถึงการร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์มการสอนภาษาจีน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ง่าย หลากหลาย และทันสมัยยิ่งขึ้น ขณะที่ฝ่ายจีนได้เสนอแนวทางขยายความร่วมมือ เช่น การยกระดับหลักสูตรภาษาจีนให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะในระดับอาชีวศึกษา การพัฒนาสื่อการเรียนรู้ ระบบการสอบ HSK การแลกเปลี่ยนครูและผู้เชี่ยวชาญชาวจีน รวมถึงการร่วมพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์แบบครบวงจรสำหรับผู้เรียนทุกช่วงวัย

ศ.ดร.นฤมล ยังกล่าวถึงความจำเป็นในการพัฒนาทักษะภาษาจีนเพื่อตอบโจทย์การจ้างงานในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งมีนักลงทุนชาวจีนจำนวนมาก พร้อมเสนอให้เพิ่มครูอาสาสมัครจีนในศูนย์การเรียนรู้ทั่วประเทศเพื่อเสริมศักยภาพแรงงานไทย ขณะเดียวกัน ไทยยังขอรับการสนับสนุนการจัดตั้ง “ห้องเรียนขงจื่อ” เพิ่มเติม รวมถึงส่งเสริมรูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ 3+1 ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และทักษะภาษาดิจิทัล (AI)

ทั้งนี้ การหารือครั้งนี้สะท้อนเจตนารมณ์ร่วมของไทยและจีนในการพัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษาให้ก้าวหน้าและยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้คุณภาพสูงให้คนไทยทุกช่วงวัย และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่อย่างแท้จริง

บันไดสู่งานดี ทุนเรียนต่อต่างประเทศ ศูนย์สอนภาษาเผยแผนพัฒนา ด้วยการใช้ AI ช่วยฝึกการเรียนรู้

(1 ธ.ค. 68) ที่ศูนย์ Golden Education Sharing Center (GESC) เขตฮไล่งตะยาร์ ในนครย่างกุ้ง ห้องเรียนแน่นไปด้วยนักเรียนที่สลับไปมาระหว่างภาษาพม่าและภาษาจีน หลายคนบอกตรงกันว่าภาษาจีนไม่ใช่วิชาเสริมอีกต่อไป แต่คือ “ทางลัด” ไปสู่งานที่ได้เงินเดือนสูงขึ้น ทุนเรียนต่อ และโอกาสเดินทางไปต่างประเทศในอนาคต

ตอว์ดาร์ ตุน วัย 26 ปี เริ่มจากการมาเรียนภาษาจีนแบบเข้มข้นที่ GESC เป็นเวลา 2 ปี ก่อนสอบได้คะแนนสูงจนได้กลับมาเป็นผู้ช่วยครู เธอบอกว่ามีความสุขที่สุดตอนเรียนภาษา เพราะ “ภาษาเปิดประตูและเติมความมั่นใจเวลาเดินทาง” ขณะที่เด็กหนุ่มวัย 16 ปี อย่าง เทต เว ยาน ลิน เลือกเรียนจีนวันละ 2–3 ชั่วโมง เพราะมองว่าเป็น “การลงทุนเพื่อโอกาสงาน” ส่วนซอว์ หล่าย โม วัย 20 ปี มาเรียนเพื่อช่วยธุรกิจครอบครัวที่นำเข้าสินค้าจากจีน จะได้คุยงานกับคู่ค้าจีนได้เอง

ฝั่งครูชาวจีนอย่าง หยาง หรงชิว เล่าว่า การสอนร้องเพลง นิทาน และกิจกรรมให้ห้องเรียนคึกคัก เพราะโทนเสียงและตัวอักษรจีนคืออุปสรรคใหญ่ของนักเรียนเมียนมา แต่ผลตอบแทนคุ้มค่า หลายคนที่เรียนจบกลับไปทำงานโรงงานได้ค่าแรงเพิ่ม 2–3 เท่า
.
ปัจจุบัน GESC มีนักเรียนราว 10,000 คน จากที่สอนมาแล้วกว่า 100,000 คนตั้งแต่ปี 2006 ขยายสาขาครอบคลุม 6 เขตในย่างกุ้ง มีครูราว 90 คน ใช้เครื่องมือ AI ช่วยการบ้าน–ฝึกเขียน และจับมือกับโรงงานกว่า 500 แห่ง รวมถึงโรงแรมและบริษัทที่ต้องการพนักงานพูดจีนได้

ขณะที่ Bowen Chinese School เน้นกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เตรียมตัวไปเรียนต่อหรือใช้ภาษาในสายวิชาการ ที่แคมปัส Times City แม่วัย 35 ปีอย่างซูซาน เล่าว่าพาลูกสาววัย 8 ขวบมาเรียนจีนเพื่อ “ให้มีทางเลือกในอนาคตมากขึ้น” ลูกของเธอเรียนทั้งพม่า จีน และอังกฤษไปพร้อมกัน 

ด้านครูหนุ่มวัย 19 ปี ไพง์ มิน ข่อง ซึ่งมีเชื้อสายจีน บอกว่าอยากส่งต่อภาษาและวัฒนธรรมให้เด็ก ๆ ผ่านเกม เพลง และการเต้น แม้โทนเสียงและการเขียนตัวอักษรจะยาก แต่ถ้าเรียนได้ก็มีทางไปต่อทั้งสายล่ามหรือเรียนต่อที่จีน ปัจจุบัน Bowen มีนักเรียนราว 1,400 คน ใน 4 สาขา ทั้งย่างกุ้งและเนปิดอว์ มีครูกว่า 100 คนดูแล

นอกห้องเรียน ยังมีผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยที่หันมาเรียนภาษาจีนผ่านคอร์สออนไลน์ เช่น ออง ทู วัย 32 ปี เขามองว่าภาษาจีนกำลังสำคัญไม่แพ้ภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะในเอเชีย สำหรับเขาการรู้ภาษาเพิ่มอีกหนึ่งภาษา ก็เหมือนเปิดหน้าต่างอีกบานให้มองโลกได้กว้างขึ้น” และภาษาจีนก็กำลังกลายเป็นหน้าต่างบานใหม่ของคนเมียนมาหลายหมื่นคนในวันนี้



ที่มา : Xinhua 

 

เทคโนโลยี AI จากจีนหนุนเด็กไทย 'เรียนภาษาจีน' เชิงรุก ยกระดับครบสี่ทักษะ

(ซินหัว) เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 - โรงเรียนเทพศิรินทร์ สมุทรปราการ ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มี "ศูนย์การเรียนรู้ภาษาจีน" อยู่ภายในอาคารเรียนสีแดงประดับลวดลายมังกรโดดเด่น โดย ดร. รุ่งสุรีย์ สิงหราช ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ กล่าวว่าศูนย์การเรียนรู้ภาษาจีนแห่งนี้มีครูชาวไทย 7 คน และชาวจีน 1 คน ซึ่งเผชิญความท้าทายจากการดูแลการเรียนการสอนภาษาจีนให้นักเรียนหลายพันคน ทำให้มีการบูรณาการระบบการเรียนการสอนอัจฉริยะพลังปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากไอฟลายเทก (iFLYTEK) ของจีนในปี 2025 เข้ามาช่วยสนับสนุนการดำเนินงาน

ดร. รุ่งสุรีย์ กล่าวว่าระบบการเรียนการสอนอัจฉริยะนี้ทำให้นักเรียนเข้าถึงภาษาจีนแท้ได้อย่างสะดวก ทำให้ครูมี "ร่างอวตาร" ช่วยงานสอน และทำให้เด็กแต่ละคนมีครูชาวต่างชาติเป็นของตนเอง ช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น การสอนออกเสียงและการสอนรายบุคคลเพราะมีครูตัวจริงอยู่จำกัด พร้อมยกระดับทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียนของนักเรียนอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งนำสู่การคว้ารางวัลจากการแข่งขันภาษาจีนหลายรายการ ขณะแบบฝึกหัดการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน (HSK) ของระบบนี้ช่วยให้นักเรียนเตรียมตัวสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ปรากฏชัดเจนในคณะครูผู้สอน เช่น อารีรักษ์ เพ็ชรสหาย หรือเฉินลี่เจีย ครูชาวไทยที่เคยต้องใช้เวลาเตรียมการสอนหนึ่งคาบนานถึง 3 ชั่วโมง สามารถวางแผนการสอนพร้อมข้อมูลมากมายเสร็จสิ้นภายในเวลาราว 1 ชั่วโมง หรือช่วยติดตามความก้าวหน้าของนักเรียนแต่ละคนจนทำให้เห็นจุดแข็งและจุดอ่อนได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันนักเรียนได้ฝึกหัดการออกเสียง คัดตัวอักษรจีน และบทสนทนาผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ ทำให้การเรียนการสอนมีชีวิตชีวาและนักเรียนมีส่วนร่วมอย่างชัดเจน

แอปพลิเคชันการเรียนรู้พลังปัญญาประดิษฐ์บนโทรศัพท์มือถือได้แปรเปลี่ยนการเรียนรู้ภาษาจีนจากเชิงรับเป็นเชิงรุก โดยดรัญพร แอ่นฟารี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เล่าว่าใช้แอปพลิเคชันนี้ฝึกฝนออกเสียงภาษาจีนเกือบทุกวันเพราะช่วยแก้ไขการออกเสียงที่ผิดพลาดได้ทันที ทำให้กล้าพูดภาษาจีนมากขึ้น 

ด้านธีรวัต ศรีนาราง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กล่าวว่าเมื่อก่อนการจำคำศัพท์ต้องใช้วิธีคัดซ้ำๆ แต่ก็มักจำไม่ค่อยได้ ทว่าบทเรียนที่คล้ายเกมตะลุยด่านของแอปพลิเคชันนี้ช่วยให้จำคำศัพท์ได้แบบไม่รู้ตัวและเลิกเรียนก็ยังทบทวนบทเรียนต่อได้

กนกพรรณ อาชนะชัย ที่ร่ำเรียนภาษาจีนมานานถึง 10 ปี ใช้แอปพลิเคชันพลังปัญญาประดิษฐ์นี้เป็นตัวช่วยเตรียมสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน ระดับ 3 เพื่อทำตามความฝันไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่จีนในอนาคต โดยเธอมักฝึกทำข้อสอบจำลองเป็นประจำเพื่อเพิ่มคะแนน ด้านนภัสสรณ์ ทวีเพชรรัตน์ นักเรียนอีกคนหนึ่ง กล่าวว่าเพื่อนคู่สนทนาพลังปัญญาประดิษฐ์ของแอปพลิเคชันนี้ช่วยคลายความกังวลพูดผิดในการพูดคุย ทำให้สามารถฝึกฝนได้อย่างมั่นใจทุกที่ทุกเวลาและการเรียนภาษาจีนกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นมากกว่าเดิม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top