Monday, 19 October 2026
เยเมน

กองทัพ 'อเมริกา+อังกฤษ' โจมตี 'เยเมน' หวังถล่มฐานทัพ 'ฮูตี' เปิดฉากสมรภูมิใหม่เต็มสูบ 'ทางอากาศ-ทางเรือ-เรือดำน้ำ'

(12 ม.ค.67) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรเริ่มปฏิบัติการโจมตีเล่นงานเป้าหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพวกฮูตีในเยเมน เจ้าหน้าที่อเมริกา 4 รายเปิดเผยกับรอยเตอร์ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น นับเป็นครั้งแรกที่มีการเปิดปฏิบัติการกับพวกติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านกลุ่มนี้ นับตั้งแต่ทางกลุ่มเริ่มเล็งเป้าโจมตีเรือขนส่งสินค้าต่างๆ ในทะเลแดงในช่วงปลายปีที่แล้ว

ฮูตี ซึ่งควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของเยเมน เล็งเป้าเล่นงานเส้นทางเดินเรือสินค้าในทะเลแดง เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนชาวปาเลสไตน์และกลุ่มนักรบอิสลามิสต์ปาเลสไตน์ ‘ฮามาส’ ท่ามกลางสงครามระหว่างอิสราเอลกับฮามาสในฉนวนกาซา การโจมตีก่อความปั่นป่วนแก่การค้าระหว่างประเทศ ในเส้นทางขนส่งสำคัญที่เชื่อมระหว่างยุโรปกับเอเชีย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 15% ของการขนส่งสินค้าทางเรือทั่วโลก

ปฏิบัติการครั้งนี้เชื่อว่าเป็นปฏิบัติการโจมตีครั้งแรกของสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปี 2016 ที่ลงมือเล่นงานพวกกบฏฮูตีในเยเมน

เจ้าหน้าที่ซึ่งไม่ประสงค์เอ่ยนาม บอกว่าคาดหมายว่าจะมีการเผยแพร่ถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการในไม่ช้านี้ ซึ่งจะให้รายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับปฏิบัติการโจมตี

ก่อนหน้านี้ในวันพฤหัสบดี (10 ม.ค.) ผู้นำกลุ่มฮูตี บอกว่าการโจมตีใดๆ ของสหรัฐฯ ที่เล่นงานทางกลุ่ม การโจมตีเหล่านั้นจะไม่ถูกปล่อยให้ผ่านพ้นไปเฉยๆ โดยปราศจากการตอบโต้ใดๆ

พวกฮูตี ซึ่งยึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของเยเมน ในสงครามกลางเมือง ได้ประกาศโจมตีเรือต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอล หรือมุ่งหน้าสู่ท่าเรือของอิสราเอล อย่างไรก็ตาม จำนวนมากของเรือที่ตกเป็นเป้าหมายนั้นพบว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับอิสราเอล

กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่าก่อนหน้านี้ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ว่าพวกฮูตีได้ลงมือโจมตีเล่นงานการเดินเรือครั้งที่ 27 นับตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน ด้วยการยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือเข้าใส่เส้นทางการเดินเรือในอ่าวเอเดน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ กองทัพเรือสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรได้สอยร่วงโดรนและขีปนาวุธจำนวนหลายสิบ ที่กบฏฮูตียิงเข้าใส่ทางใต้ของทะเลแดง

‘พวกฮูตีจำเป็นต้องหยุดการโจมตีเหล่านี้ พวกเขาต้องแบกรับผลสนองกลับ หากว่าไม่ยอมทำตาม’จอห์น เคอร์บี โฆษกความมั่นคงแห่งชาติทำเนียบขาวระบุในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

บรรณาธิการข่าวการเมืองของหนังสือพิมพ์เดอะไทม์ส ของอังกฤษ ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา กล่าวอ้างก่อนหน้านี้ไม่นานว่า สหราชอาณาจักรคาดหมายว่าจะร่วมกับสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มฐานที่มั่นทางทหารที่เป็นของพวกฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในเยเมน ‘ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า’

เดอะไทม์ส ของอังกฤษรายงานว่าก่อนหน้านั้นในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาซูแน็ก ได้บรรยายสรุปกับคณะรัฐมนตรี ต่อการขยับเข้าใกล้การเข้าแทรกแซงทางทหาร และสื่อมวลชนอังกฤษแห่งนี้รายงานด้วยว่า บุคคลทางการเมืองอื่นๆ ในนั้นรวมถึง เคียร์ สตาร์เมอร์ หัวหน้าพรรคเลเบอร์ พรรคฝ่ายค้านของสหราชอาณาจักร เช่นเดียวกับประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้รับฟังรายงานสรุปจากรัฐบาลเช่นกัน

ทำเนียบนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรของ ริชี ซูแน็ก ไม่ตอบคำถามของรอยเตอร์ ที่สอบถามขอความคิดเห็น ส่วนกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และทำเนียบขาวก็ปฏิเสธแสดงความคิดเห็นต่อรายงานข่าวดังกล่าว ในขณะที่ปกติแล้ว อเมริกาจะไม่แสดงความคิดเห็นต่อแนวโน้มปฏิบัติการทางทหารใดๆ ในอนาคต

สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศเยเมน ฮูตีดับ 9 ศพ ทำเนียบขาวส่งสัญญาณเตือนอิหร่าน

(17 มี.ค. 68) สำนักข่าวสปุตนิก รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกคำสั่งให้กองทัพเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อฐานที่มั่นของกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ราย รวมถึงพลเรือนหลายคน โดยการโจมตีครั้งนี้เป็นปฏิบัติการตอบโต้หลังจากที่กลุ่มฮูตีได้โจมตีเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า การโจมตีของสหรัฐฯ มุ่งเป้าไปที่คลังอาวุธและฐานปฏิบัติการหลักของกลุ่มฮูตี เพื่อทำลายขีดความสามารถในการก่อเหตุโจมตีต่อไป พร้อมกันนี้ ทรัมป์ยังได้ออกคำเตือนถึงอิหร่านให้ยุติการสนับสนุนกลุ่มฮูตีทันที มิฉะนั้น สหรัฐฯ อาจใช้มาตรการที่รุนแรงขึ้น

ก่อนหน้านั้นเพียง 1 วัน สหรัฐฯ และอิรักเปิดเผยข้อมูลตรงกันว่า ผู้นำของกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ถูกสังหารจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา รายงานระบุว่าการโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ทางตอนเหนือของอิรัก และถือเป็นความสำเร็จสำคัญในการกวาดล้างเครือข่ายก่อการร้ายของไอเอส

ด้าน อิซา บลูมี (Isa Blumi) ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านตะวันออกกลาง ให้สัมภาษณ์ว่า การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งโจมตีกลุ่มฮูตีในเยเมน เป็นมากกว่าการตอบโต้เชิงยุทธศาสตร์ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของแผนขยายอิทธิพลของอิสราเอลในภูมิภาค

“การตัดสินใจของทรัมป์คือการปกป้องและช่วยขยายอำนาจของอิสราเอลให้ครอบคลุมพื้นที่อันกว้างใหญ่” บลูมี กล่าวพร้อมชี้ว่าการโจมตีดังกล่าวอาจมีเป้าหมายเพื่อทำลายกลุ่มต่อต้านอิสราเอลที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

ทั้งนี้ การโจมตีทางอากาศของกองทัพสหรัฐฯ ต่อกลุ่มฮูตีในเยเมน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต รวมถึงพลเรือน หลายราย และก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย โดยเฉพาะกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับเป้าหมายและผลกระทบของปฏิบัติการนี้

นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ อาจทำให้ความขัดแย้งในภูมิภาครุนแรงขึ้น โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของกลุ่มฮูตี และอาจทำให้ตะวันออกกลางกลายเป็นสมรภูมิใหม่ของการเผชิญหน้าในระดับนานาชาติ

สหรัฐฯ เผลอเผยแผนโจมตีกลุ่มกบฏฮูตีในแชต เจ้าหน้าที่มะกันยอมรับความผิดพลาดและเตรียมตรวจสอบภายใน

(25 มี.ค. 68) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้เปิดเผยแผนการรบที่กำหนดไว้ในเยเมนในแชตกลุ่มที่มีนักข่าวอยู่โดยไม่ได้ตั้งใจ ก่อนที่แผนนั้นจะถูกนำไปใช้ในการโจมตีกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนในเวลาต่อมา

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้อภิปรายแผนการทางทหารในเยเมนในกลุ่มแชตที่มีผู้เข้าร่วมหลากหลาย รวมถึงนักข่าวที่ทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์ต่างประเทศ ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวสู่สาธารณะ 

โดยหนึ่งในนักข่าวที่อยู่ในกลุ่มแชตดังกล่าวคือ เจฟฟรี่ย์ โกลด์เบิร์ก จากนิตยสาร The Atlantic ซึ่งเขาอ้างว่าได้ถูกเพิ่มเข้าไปในกลุ่มลับที่มีรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ และรัฐมนตรีกลาโหม พีท เฮกเซธ  อยู่ด้วย โดยไม่ได้ตั้งใจ

โกลด์เบิร์กกล่าวอีกว่า เขาเห็นแผนการทางทหารลับของสหรัฐฯ สำหรับการโจมตีกลุ่มกบฏฮูตี ซึ่งรวมถึงชุดอาวุธ เป้าหมาย และกำหนดเวลา สองชั่วโมงก่อนที่จะเกิดเหตุระเบิด

และเพียงไม่นานหลังจากแผนรบถูกเปิดเผยในแชต กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนก็ถูกโจมตีตามแผนที่ถูกเปิดเผย ซึ่งทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของข้อมูลลับ และการควบคุมข้อมูลภายในรัฐบาลสหรัฐฯ

“มันเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างแน่นอน และดูเหมือนว่าจะเกิดข้อผิดพลาดขึ้น” นายโรเจอร์ วิกเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการกองทัพวุฒิสภา ซึ่งเป็นสมาชิกพรรครีพับลิกันของรัฐมิสซิสซิปปี้กล่าว

ล่าสุด เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องได้แถลงการณ์ขอโทษเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ โดยยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการสื่อสารที่ไม่ระมัดระวัง และยืนยันว่าจะมีการตรวจสอบภายในเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวในแถลงการณ์ว่า “การโจมตีกลุ่มฮูตีประสบความสำเร็จและมีประสิทธิผลเป็นอย่างมาก ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงมีความเชื่อมั่นสูงสุดต่อทีมความมั่นคงแห่งชาติของเขา รวมถึงที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ ไมค์ วอลทซ์”

ขณะที่แผนการโจมตีฮูตีในเยเมนยังคงเป็นประเด็นที่มีความสำคัญในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะเมื่อสหรัฐฯ และพันธมิตรในตะวันตกมองว่า กลุ่มฮูตีมีบทบาทสำคัญในการปั่นป่วนเสถียรภาพของเยเมนและภาคพื้นใกล้เคียง

ขณะเดียวกัน กลุ่มฮูตีและพันธมิตรของพวกเขาในเยเมนได้ตอบโต้การโจมตีครั้งนี้ด้วยการประณามการกระทำของสหรัฐฯ และกล่าวหาว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นการแทรกแซงที่ไม่เป็นธรรมในกิจการภายในของประเทศ

ทั้งนี้ การเปิดเผยแผนการทางทหารในแชตกลุ่มนี้สร้างแรงกระเพื่อมในแวดวงการทูตและความมั่นคงทั่วโลก โดยมีการเรียกร้องให้มีการดำเนินการที่เข้มงวดขึ้นในการรักษาความลับ และข้อมูลทางทหารในอนาคต

กลุ่มฮูตีในเยเมนเดือด!!..จ่อเปิดศึกกับสหรัฐฯ หลังเหตุโจมตีอิหร่าน ลั่นรอวันเอาคืน

(23 มิ.ย. 68) กลุ่มฮูตีในเยเมนออกมาเตือนว่า พวกเขาจะตอบโต้สหรัฐฯ จากเหตุโจมตีอิหร่านอย่างแน่นอน โดยระบุว่า “เป็นเพียงเรื่องของเวลา” เท่านั้น

โมฮัมเหม็ด อัล-บุคไฮติ (Mohammed Al-Bukhaiti) แกนนำทางการเมืองของฮูตี ให้สัมภาษณ์ว่า ข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯ นั้นเกิดขึ้นก่อนที่ความขัดแยกระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะรุนแรงขึ้น

ที่ผ่านมา กลุ่มฮูตีได้โจมตีเรือสินค้าตามเส้นทางเดินเรือ และยิงอาวุธใส่อิสราเอล โดยอ้างว่าเป็นการช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ท่ามกลางสงครามกับอิสราเอล

โดยในเดือนพฤษภาคม ฮูตีเคยตอบตกลงหยุดโจมตีเรือของสหรัฐฯ แลกกับการที่สหรัฐฯ จะหยุดโจมตีกลุ่มฮูตีในเยเมน แต่เหตุการณ์ล่าสุดกับอิหร่านอาจทำให้ข้อตกลงนั้นเปลี่ยนไป

‘เยเมน-กาซา’ กระหน่ำยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล สหรัฐฯ ขู่ใช้ B-2 ทิ้งบอมบ์เยเมน ตอบโต้กลุ่มฮูตี

(2 ก.ค. 68) อิสราเอลสกัดขีปนาวุธที่ยิงจากเยเมนได้สำเร็จ พร้อมประกาศตอบโต้ทันที ขณะที่ไมค์ ฮักคาบี (Mike Huckabee) เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอล แถลงว่ามีความเป็นไปได้ที่จะส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 ไปโจมตีเยเมน เช่นเดียวกับที่เคยใช้โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ฟอร์โดวของอิหร่านเมื่อไม่นานนี้

เสียงไซเรนแจ้งเตือนการโจมตีทางอากาศดังทั่วเทลอาวีฟ เยรูซาเลม และภาคกลางของอิสราเอล ประชาชนพากันหลบในที่ปลอดภัย ท่ามกลางความตื่นตระหนก ด้านรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล อิสราเอล คัทซ์ (Israel Katz) กล่าวอย่างแข็งกร้าวว่า “เยเมนจะพบจุดจบเช่นเดียวกับเตหะราน” พร้อมระบุว่า “ใครยกมือทำร้ายอิสราเอล มือคนนั้นจะถูกตัดทิ้ง”

รายงานจากสถานีวิทยุกองทัพอิสราเอลระบุว่า ระบบป้องกันขีปนาวุธ Arrow ของอิสราเอลสามารถยิงสกัดขีปนาวุธจากเยเมนได้สำเร็จในอากาศ นอกจากนี้ ทางการได้สั่งปิดน่านฟ้าบางส่วนเป็นการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย โดยนับตั้งแต่อิสราเอลเริ่มปฏิบัติการถล่มกาซาอีกครั้ง กลุ่มอันซารุลเลาะห์ในเยเมนได้ยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลแล้ว 53 ลูก

ขณะเดียวกัน ทางภาคใต้ของอิสราเอล กองทัพประกาศว่าสามารถสกัดจรวด 2 ลูกที่ยิงจากฉนวนกาซาได้สำเร็จ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยมีรายงานเสียงไซเรนดังในหลายจุดใกล้ชายแดนกาซา ขณะที่กลุ่มอัลกอซซามของฮามาสอ้างความรับผิดชอบ พร้อมระบุว่าได้ยิงจรวด Q20 จากพื้นที่ทางเหนือของคานยูนิสใส่เป้าหมายของอิสราเอลที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

ฮูตีถล่มเรือ Magic Seas กลางทะเลแดง ตอบโต้เพราะละเมิดกฎแวะท่าเรืออิสราเอล

(8 ก.ค. 68) กลุ่มฮูตีในเยเมนออกมาอ้างว่าเป็นผู้โจมตีเรือสินค้า Magic Seas ของกรีซที่จดทะเบียนในไลบีเรีย กลางทะเลแดงเมื่อวันอาทิตย์ โดยระบุว่าใช้เรือไร้คนขับ ขีปนาวุธ และโดรนรวม 10 ลูกในการโจมตี จนเรือได้รับความเสียหาย และจมลงในเวลาต่อมา

โฆษกทหารฮูตีเผยว่า เรือดังกล่าวฝ่าฝืนคำเตือนหลายครั้ง และละเมิดคำสั่งห้ามเข้าเทียบท่าเรือในอิสราเอลซึ่งกลุ่มเรียกว่า “ดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง” อย่างไรก็ตาม ลูกเรือทั้งหมด 22 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัยโดยทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)

ทางการยูเออีระบุว่า ได้ประสานกับองค์กรทางทะเลสากล เช่น UKMTO เพื่อช่วยเหลือลูกเรือภายใต้สถานการณ์ยากลำบาก ขณะเดียวกัน ฮูตียังเดินหน้าโจมตีเรือพาณิชย์ในภูมิภาค เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ หลังอิสราเอลกลับมาปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาเมื่อเดือนมีนาคม โดยมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 57,000 คน

ทั้งนี้ กลุ่มฮูตียังเดินหน้าปฏิบัติการในน่านน้ำทะเลแดง อ่าวเอเดน และทะเลอาหรับ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2023 โดยมุ่งเป้าทั้งเรือสินค้าทั่วไปและเรือที่เชื่อมโยงกับอิสราเอล ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลาย

อิสราเอลระดมโจมตี ฐานขีปนาวุธ-คลังเชื้อเพลิงเยเมน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย และบาดเจ็บ 86 คน

(25 ส.ค. 68) อิสราเอลเปิดฉากโจมตีกรุงซานา เมืองหลวงเยเมน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้ที่กลุ่มฮูตีปล่อยขีปนาวุธและโดรนเข้าสู่อิสราเอล โดยกองทัพอิสราเอลยืนยันว่าเป้าหมายคือสถานที่ทางยุทธศาสตร์หลายแห่ง รวมถึงทำเนียบประธานาธิบดี โรงงานไฟฟ้า ฐานยิงขีปนาวุธ และคลังเก็บน้ำมัน

กระทรวงสาธารณสุขของฮูตีรายงานว่า การโจมตีดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย และบาดเจ็บ 86 คน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการโจมตีที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือน ขณะที่กองทัพอิสราเอลระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้มีขึ้นเพื่อปกป้องพลเรือนและตอบโต้การยิงขีปนาวุธจากเยเมน

ก่อนหน้านี้เพียงสองวัน กลุ่มฮูตีประกาศว่าพวกเขาได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลรูปแบบใหม่ไปยังอิสราเอล โดยอ้างว่าเป็นการสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา แม้ส่วนใหญ่จะถูกสกัดกั้นกลางทาง แต่อิสราเอลมองว่านี่เป็นภัยคุกคามที่ไม่อาจปล่อยผ่านได้

ตั้งแต่สงครามกาซาปะทุเมื่อเดือนตุลาคม 2023 กลุ่มฮูตีที่มีอิหร่านหนุนหลังได้เพิ่มการโจมตีทางอากาศและโจมตีเรือในทะเลแดงอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าจะยืนหยัดเคียงข้างชาวปาเลสไตน์ ขณะที่อิสราเอลก็ตอบโต้ด้วยการโจมตีพื้นที่ยุทธศาสตร์ในเยเมนเป็นระยะ ทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ

UN คุมเกมเจรจา!! เยเมน–ฮูตีจับมือขยับแลกเชลย ที่มัสกัตภายใต้ UN อุปถัมภ์ แลกเชลยกว่า 1,400 ราย ขั้นสอง บรรยากาศเจรจาเชิงบวก-สอดคล้องกัน

(22 ธ.ค. 68) รัฐบาลเยเมนที่ได้รับการรับรองจากนานาชาติและกลุ่มกบฏอันซารุลลอฮ์ หรือที่รู้จักในชื่อกลุ่มฮูตี มีความคืบหน้าในการเจรจาแลกเปลี่ยนนักโทษที่กรุงมัสกัต เมืองหลวงของโอมาน ภายใต้การสนับสนุนของสหประชาชาติ (UN)

แหล่งข่าวรัฐบาลเยเมนระบุว่า "คณะผู้แทนของรัฐบาลและอันซารุลลอฮ์ได้บรรลุความเข้าใจร่วมกันในการดำเนินการระยะที่สองของข้อตกลงที่ทำไว้เมื่อปี 2022 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนนักโทษจำนวน 1,400 คน"

การเจรจาโดยตรงที่มัสกัตดำเนินมาเป็นเวลาสองสัปดาห์และได้รับความช่วยเหลือจากสหประชาชาติและคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) โดยมีการพูดคุยในบรรยากาศเชิงบวก และขณะนี้ทั้งสองฝ่ายหารือแนวคิด "แลกทั้งหมดเพื่อทั้งหมด" (all-for-all) ในการแลกเปลี่ยนเชลย

ตลอดระยะเวลากว่าสิบปี เยเมนเผชิญความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลที่นานาชาติรับรองกับกลุ่มฮูตีซึ่งควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนกลางและตอนเหนือของประเทศ รวมทั้งกรุงซานาเมืองหลวงตั้งแต่ปี 2014 การเจรจาครั้งนี้ถือเป็นความพยายามสำคัญในการลดความตึงเครียดและฟื้นฟูเสถียรภาพในภูมิภาค

ที่มา : Sputnik

ฮูตีรุกยึดชายฝั่งทะเลแดง–เมืองโมคา!! เขย่าช่องแคบบับอัลมันเดบ ท่ามกลางศึกกองกำลังเยเมนหลายฝ่าย ดำเนินการโดยกองกำลังคุดส์จากอิหร่าน ปะทะรุนแรงที่เอเดนระหว่างฝ่ายรัฐบาล

กลุ่มอันซารุลลาห์ (ฮูตี) ได้ยึดครองชายฝั่งทะเลแดงทั้งหมดและเกาะหลายแห่งในทะเลแดงจากกองกำลังฝ่ายรัฐบาลที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบียในช่วงเวลาสั้นๆ

การรุกคืบนี้ทำให้กลุ่มอันซารุลลาห์มีอำนาจควบคุมทะเลแดงและช่องแคบบับอัลมันเดบมากขึ้น
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าปฏิบัติการนี้ได้รับการวางแผนโดยเจ้าหน้าที่กองกำลังคุดส์ของกองพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน โดยกลุ่มอันซารุลลาห์ดำเนินการตามคำแนะนำจากอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลข่าวกรองและอุปกรณ์แก่กลุ่มอันซารุลลาห์ และสัญญาว่าจะจัดหาอาวุธและเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนกลุ่มนี้

ขณะเดียวกันสำนักข่าว RT เผยแพร่วิดีโอการปะทะอย่างดุเดือดบริเวณชานเมืองเอเดน ระหว่างกองกำลังรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย กับกองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)
เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจาก กองกำลังรัฐบาลเยเมนถอนกำลังออกจากเมืองโมคา ภายหลังเมืองดังกล่าวถูกกลุ่มอันซารุลลาห์ (ฮูตี) เข้ายึดครอง ก่อนจะเกิดการปะทะกับกองกำลังฝ่ายที่ UAE สนับสนุนบริเวณชานเมืองเอเดน

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1397196609235362/?rdid=LrUDM2MPKDMuxYWH#

รู้จัก Mokha เมืองประวัติศาสตร์กาแฟเยเมน เมืองท่าประวัติศาสตร์กาแฟ Mokha เมืองท่าต้นกำเนิดชื่อ “Mocha” จากประวัติศาสตร์กาแฟโลก สู่จุดยุทธศาสตร์ริมทะเลแดงหลังมีรายงานฮูตียึดได้

MOKHA เมืองท่าเยเมนย ต้นกำเนิดชื่อ “Mocha” ในโลกกาแฟ
จากศูนย์กลางการค้ากาแฟในอดีต สู่เมืองยุทธศาสตร์ริมทะเลแดงที่กลุ่มฮูตียึดได้เมื่อ 10 กันยายน 2569

Mokha หรือ Al-Makha เป็นเมืองท่าบนชายฝั่งทะเลแดงของเยเมน ในเขต Taiz Governorate และอยู่ใกล้เส้นทางสู่ช่องแคบ Bab el-Mandeb

ช่วงศตวรรษที่ 16-18 เมืองนี้เป็นศูนย์กลางสำคัญของการส่งออกกาแฟเยเมน จนชื่อ “Mokha/Mocha” กลายเป็นชื่อที่โลกใช้เรียกกาแฟ

ต้นกาแฟอาราบิกามีรากกำเนิดจากแอฟริกาตะวันออก โดยเฉพาะเอธิโอเปีย แต่เยเมนมีบทบาทสำคัญต่อการเพาะปลูก การบริโภค และการค้ากาแฟเชิงพาณิชย์ในระยะแรก

กาแฟไม่ได้ปลูกเป็นหลักในตัวเมือง Mokha แต่ปลูกบนพื้นที่สูงของเยเมน แล้วขนลงมายังท่าเรือเพื่อส่งออก

เมื่อ 10 กันยายน 2569 มีรายงานว่ากลุ่มฮูตียึด Mokha ได้ ทำให้เมืองประวัติศาสตร์กาแฟแห่งนี้กลับมาอยู่ในจุดสนใจด้านภูมิรัฐศาสตร์

1. Mokha คือเมืองอะไร?
Mokha (Mocha, Mokha หรือ Al-Makha; ภาษาอาหรับ المخا) เป็นเมืองท่าของเยเมนบนชายฝั่งทะเลแดง อยู่ในเขต Taiz Governorate ทางตะวันตกของประเทศ มีความสำคัญทั้งในฐานะเมืองท่าประวัติศาสตร์และจุดยุทธศาสตร์บนแนวชายฝั่งใกล้ Bab el-Mandeb ซึ่งเชื่อมทะเลแดงกับอ่าวเอเดนและมหาสมุทรอินเดีย

2. ทำไม Mokha จึงสำคัญต่อประวัติศาสตร์กาแฟโลก?
กาแฟจากพื้นที่สูงของเยเมนถูกลำเลียงมายัง Mokha ก่อนส่งออกไปยังคาบสมุทรอาหรับ อียิปต์ จักรวรรดิออตโตมัน อินเดีย และยุโรป โดยเฉพาะช่วงศตวรรษที่ 16-18 เมือง Mokha กลายเป็นชื่อที่ผูกติดกับกาแฟคุณภาพจากเยเมนอย่างแน่นแฟ้น

พื้นที่ปลูกหลักอยู่บนภูเขาสูงและขั้นบันไดเกษตรของเยเมน ไม่ใช่บริเวณชายฝั่งของตัวเมือง Mokha

เมล็ดกาแฟถูกขนผ่านเส้นทางภายในประเทศมายังตลาดและท่าเรือ ก่อนออกสู่เครือข่ายการค้าทะเลแดงและมหาสมุทรอินเดีย

ชื่อเมืองจึงค่อย ๆ กลายเป็นชื่อเรียกกาแฟที่ส่งออกผ่านท่าเรือแห่งนี้

3. “Mocha” เดิมไม่ได้แปลว่ากาแฟใส่ช็อกโกแลต

ความหมายดั้งเดิมของ “Mocha” เชื่อมโยงกับเมือง Mokha และกาแฟเยเมนที่ส่งออกผ่านท่าเรือแห่งนี้ ส่วน Caffè Mocha แบบสมัยใหม่ที่ผสมเอสเปรสโซ นม และช็อกโกแลต เป็นความหมายที่เกิดขึ้นภายหลัง

อดีต: Mocha = กาแฟที่เชื่อมโยงกับเยเมนและการค้าผ่านท่าเรือ Mokha

ปัจจุบัน: Mocha มักหมายถึงเครื่องดื่มกาแฟที่เติมช็อกโกแลต

4. เส้นเวลา: จากกาแฟเยเมนสู่ชื่อที่โลกจดจำ

ช่วงเวลาเหตุการณ์สำคัญ
ศตวรรษที่ 15 เยเมนมีบทบาทสำคัญในการเพาะปลูกและบริโภคกาแฟ โดยเฉพาะในพื้นที่สูงและชุมชนซูฟี
ศตวรรษที่ 16 Mokha เติบโตเป็นท่าเรือสำคัญของกาแฟและการค้าระหว่างประเทศ

ศตวรรษที่ 17-18 ยุครุ่งเรืองของกาแฟ Mocha ในตลาดตะวันออกกลางและยุโรป

ศตวรรษที่ 18-19 การปลูกกาแฟแพร่ไปยัง Java และภูมิภาคอื่น ทำให้บทบาทผูกขาดของเยเมนลดลง

ศตวรรษที่ 19 Aden และ Hodeidah มีบทบาททางการค้ามากขึ้น ขณะที่ Mokha ลดความสำคัญในฐานะท่าเรือกาแฟหลัก
.
5. รสชาติที่ทำให้กาแฟเยเมนแตกต่าง
กาแฟเยเมนแบบดั้งเดิมจำนวนมากใช้กระบวนการตากแห้งแบบ Natural และปลูกในพื้นที่สูงที่แห้งแล้ง จึงมักให้โทนรสเข้มและซับซ้อน เช่น ผลไม้แห้ง อินทผลัม ลูกเกด โกโก้ ดาร์กช็อกโกแลต เครื่องเทศ และกลิ่นหมักคล้ายไวน์ ทั้งนี้รสชาติจริงแตกต่างตามพื้นที่ปลูก สายพันธุ์ และการแปรรูป

6. ทำไม Mokha จึงกลับมาเป็นข่าวในปี 2569?
เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 สำนักข่าว AP และ Al Jazeera รายงานว่ากลุ่มฮูตีเข้ายึดเมือง Mokha หลังจากกองกำลังฝ่ายรัฐบาลเยเมนถอนตัว การเปลี่ยนแปลงนี้มีนัยสำคัญเพราะ Mokha อยู่บนชายฝั่งทะเลแดงใกล้เส้นทางสู่ช่องแคบ Bab el-Mandeb ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการเดินเรือระหว่างเอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรป และคลองสุเอซ

“Mokha ไม่ได้เป็นเพียงชื่อในเมนูกาแฟ แต่คือเมืองท่าของเยเมนที่ช่วยพากาแฟออกสู่โลก จนชื่อเมืองกลายเป็นคำว่า Mocha และวันนี้เมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้กลับมีความสำคัญอีกครั้งในฐานะจุดยุทธศาสตร์ริมทะเลแดง”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top