Thursday, 4 June 2026
เนวิน

‘พีระพันธ์’ เริ่มภารกิจดับไฟน้ำมันกลางพายุการเมือง เรือหลวงหลงทิศเจอคลื่นคาสิโนถาโถม สูตร ‘อุ้งอิ้ง’ x ‘เนวิน’ อาจไม่รอดฝั่ง

(18 เม.ย. 68) จากโพสต์ล่าสุดของเพจเฟซบุ๊ก ปราชญ์ สามสี ได้ตีแผ่ภาพสถานการณ์การเมืองไทยผ่านลีลาภาษาสะท้อนอารมณ์ชวนติดตาม โดยพุ่งเป้าไปที่บทบาทของ พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เพิ่งได้รับมอบหมายภารกิจ ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองร้อนฉ่า

พีระพันธ์ร้อยลีลาเริ่มภารกิจดับไฟราคาน้ำมัน แต่ติดอยู่กลางรัฐบาลผสมสูตร 
'อุ้งอิ้ง x เนวิน' ที่หัวเรือใหญ่ดูจะพากันล่องทะเลการเมืองแบบไม่มี GPS — แถมมีหินโสโครกชื่อว่า 'คาสิโน' โผล่มาเป็นอุปสรรคใหญ่เบ้อเร่อ!

ลูกแรกหักหลบทันอย่างเท่ ลูกสองลูกสามนี่สิ...อุ่ย ส่วนใหญ่จม!

กรกฎาคมนี้รู้กันว่าเรือรอดหรือร่วง พีระพันธ์ที่เคยนั่งเป็น ผู้ช่วยรปภ.ใหญ่มาก่อน น่าจะเข้าใจเกมทำใจดีสู้เสือ ใส่ชูชีพแต่เนิ่น ๆ แอบประคองพวงมาลัยให้....แต่กับกัปตันคนนี้ที่พาเลี้ยวซ้ายเฉี่ยวขวาแถมมีเรือลำอื่นแอบหนีตัดหน้า ก็ไม่รู้ว่าควรจะเกาะให้แน่น หรือต้องผูกสลิงเตรียมโดด!

ที่แน่ ๆ ก๊วนเสี่ยหนู-เนวิน ทิ้งเรือไปนั่งเรือยางแล้ว แต่จะถึงฝั่งไหมไม่มีใครกล้าฟันธง โดยเฉพาะตอนนี้ที่นายเรือดูจะหรี่ตาเขียวใส่ พร้อมตั้งข้อหา 'ทรยศกลางทะเล'

หรือท้ายที่สุด...พีระพันธ์จะกลายเป็นนักว่ายน้ำดีเด่นในพายุการเมือง? หรือ ประคองเรือหลบ คาสิโนได้ .. อันนี้ก็ต้องลองลุ้นกัน

‘ชูวิทย์’ ขอโทษ ‘เนวิน’ ปมถูกฟ้องหมิ่นประมาท ยันไม่เคยมีเรื่องบาดหมาง เพียงอุดมการณ์แตกต่างกัน

(15 ก.ค. 68) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ผมเป็นเพียงประชาชนคนหนึ่งที่อยากเห็นความยุติธรรมในสังคม แต่ความยุติธรรมนั้นย่อมมีต้นทุนเสมอ ต้นทุนนั้นคือ การต่อสู้ ที่นำไปสู่คดีความต่างๆ ในศาล

คดีที่คุณเนวินฟ้องผมในข้อหาหมิ่นประมาทที่ศาลบุรีรัมย์ จากการที่ผมพูดพาดพิงคุณเนวินด้วยถ้อยคำที่รุนแรง
ผมรับสารภาพ และศาลลงโทษปรับ ขอกราบขอบพระคุณศาลที่ได้โปรดเมตตาผม ด้วยเห็นแก่สภาพร่างกายที่ป่วย
อีกทั้งในโอกาสนี้ ผมต้องขอโทษคุณเนวิน และขอบคุณที่ไม่คัดค้าน

ผมกับคุณเนวินนั้นไม่เคยมีเรื่องบาดหมางโกรธเคืองกันมาก่อน เพียงแค่มีอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน
บางคำพูดอาจรุนแรงเกินไป จนไปทำร้ายจิตใจของคุณเนวิน และครอบครัว 
รวมไปถึงประเด็นโพสต์ “แผนสมรู้ร่วมคิด”

ที่ไม่มีเจตนากล่าวหาว่าคุณเนวิน หรือพรรคภูมิใจไทย เกี่ยวข้องกับ “ฮุนเซน” เรื่องผลประโยชน์คาสิโน
ขอยืนยันว่าเขียนโดยไม่ได้คิดไปไกลถึงขนาดนั้น 

และผมขอขอบคุณ คุณเนวินที่เข้าใจ ให้อภัย เพราะสุดท้ายผมคิดว่าการให้อภัยน่าจะทำให้
เรื่องจบลงด้วยดี

โดยผมยินดีขอโทษ ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อคุณเนวิน และลบโพสต์ดังกล่าวที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

ขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้กำลังใจผมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

'ลุงเนวิน' ยกทีม 'บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด' ลุยสงขลา เยือนสนามติณสูลานนท์ ในช่วงข่าวย้ายขั้ว เปลี่ยนค่าย

ลุงเนวิน-เนวิน ชิดชอบ ประธานบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดโพสต์เฟซบุ๊ก “เพื่อสนับสนุนเยาวชนเล่นกีฬา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตอบรับเตะแมตช์การกุศล บีจีปทุม ยูไนเต็ด 11 ตุลาคม 68 ณ สนามติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา“

แม้เป้าหมายโปรเจกต์ 'บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เตะที่สนามติณสูลานนท์' ที่ เนวิน ชิดชอบ ประธานบุรีรัมย์ฯ ประกาศนั้นเป็นนัดการกุศล ซึ่งจัดขึ้นเพื่อ ระดมทุนช่วยเหลือเยาวชนและโรงเรียนที่ขาดแคลนอุปกรณ์กีฬาในจังหวัดสงขลา เป็นนัดฟาดแข้งกับคู่แข่งคือทีม บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

แต่น่าจะมีเป้าหมายทางการเมืองแฝงอยู่ด้วยเป็นแน่แท้…?

'เนวิน' เลือกสนามติณสูลานนท์และช่วงเวลานี้ อาจจะด้วยเหตุผล
1. สนามติณสูลานนท์ (Tinsulanonda Stadium)เป็นสนามใหญ่กลางจังหวัดสงขลา รองรับผู้ชมได้หลายหมื่นที่นั่ง จึงเป็นสถานที่เหมาะสมสำหรับจัดแมตช์ระดับนี้   
สนามอยู่ในพื้นที่ที่การสนับสนุนด้านกีฬาและประชาชนยังต้องการโอกาสมาก

2. นัดการกุศลเพื่อสังคม ยิ่งทำในพื้นที่ห่างไกลอย่างสงขลา ยิ่งช่วยเสริมสร้างโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์โดยตรง รายได้จากแมตช์ (หักค่าใช้จ่ายน้อยมาก) จะนำไปซื้ออุปกรณ์กีฬาแจกให้โรงเรียนและส่งเสริมกิจกรรมกีฬาในชุมชน   

จึงไม่แปลกที่ 'เนวิน' จะเลือกสนามติณสูลานนท์ ที่ผ่านการทดสอบ แมตช์ ใหญ่อย่าง 'คิงส์คัพ' มาแล้ว ตัวเลขแฟนบอลสงขลาหลายหมื่นคนแน่นสนาม องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาก็ปรับปรุงดูแลสนามอย่างดี

แม้จะจัดว่าเป็น 'แมตช์การกุศล' แต่การที่เนวิน ชิดชอบ นำทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปเตะที่สนามติณสูลานนท์ จ.สงขลา วันที่ 11 ตุลาคม 2568 มีนัยทางการเมืองชัดเจน โดยเฉพาะในบริบทของการเมืองภาคใต้และการเปลี่ยนขั้วอำนาจ

'เนวิน' ไปเจรจาเปิดดีลฟุตบอลการกุศลในช่วงเวลาที่การเมืองในสงขลากำลังมีข่าวหนาหูเรื่อง 'ย้ายค่าย-เปลี่ยนขั้ว' ของบ้านเขารูปช้าง

นิพนธ์ บุญญามณี เมื่อครั้งคิดสร้างทีมฟุตบอลก็ได้รับความกรุณาจากเนวินยกทีมฟุตบอลมาให้หนึ่งทีม และเปลี่ยนชื่อเป็นทีมวัวชน ความสัมพันธ์ในเชิงลึกจึงยังมีอยู่ ดีลฟุตบอลการกุศลจึงง่ายขึ้น

เหตุผลที่แมตช์นี้น่าจะเกี่ยวข้องกับการเมือง

1. สงขลาเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นจังหวัดที่ยึดครองโดยประชาธิปัตย์มานาน แต่การเลือกตั้งปี 2566 คะแนนเสียงถูกแบ่งออกมากขึ้น (ภูมิใจไทย-รวมไทยสร้างชาติ-พลังประชารัฐ ก็เริ่มเข้ามาเบียดแทรก ประชาธิปัตย์เริ่มถดถอย

การที่เนวินเข้ามาจัดกิจกรรมใหญ่แบบนี้อาจตีความได้ว่า 'ทดสอบกระแส' หรือ 'ปักธงทางการเมือง'

ต้องเข้าใจว่า เนวินเป็นผู้อยู่เบื้องหลังพรรคภูมิใจไทย แม้จะไม่มีตำแหน่งในพรรค แต่เนวินเป็นที่รับรู้ในวงการการเมืองว่าอยู่เบื้องหลังและมีอิทธิพลสูง การเคลื่อนไหวของเนวินในภาคใต้จึงมักถูกจับตามองว่า

“พรรคภูมิใจไทยจะขยับฐานเสียงหรือไม่” ทั้งการพบกับ นิพนธ์ บุญญามณี และโกหน่อ-สมชาย โล่สถาพรพิพิธ บ้านใหญ่จังหวัดตรัง

การเลือกช่วงเวลา 11 ต.ค. 2568 อันเป็นช่วงใกล้กับการเตรียมเลือกตั้งท้องถิ่น / หรือระดับชาติหากมีการยุบสภา

การจัดแมตช์ลักษณะนี้อาจถูกใช้เป็นเวทีสร้างชื่อ สร้างเครือข่ายในพื้นที่ และวางรากฐานการเมืองท้องถิ่น การเมืองระดับชาติผ่านกีฬา

กลยุทธ์ 'กีฬาเป็นเครื่องมือการเมือง' ของเนวิน เขาใช้กีฬา โดยเฉพาะฟุตบอล เป็นเครื่องมือทางการเมืองมานาน (เช่นการสร้างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ให้เป็นพลังแห่งภูมิภาค) การขยายกิจกรรมสู่ 'ภาคใต้' ที่เดิมไม่ใช่ฐานของเนวิน เป็นสัญญาณว่ากำลังมีการขยายอิทธิพล

อ่านสัญญาณทางการเมือง แมตช์นี้มีโอกาสเป็นการเปิดทางให้ภูมิใจไทยหรือแนวร่วมเข้าไปยืนในสงขลาและภาคใต้ลึกซึ้งขึ้น

สนามติณสูลานนท์ 11 ตุลาคม จึงไม่ใช่แค่สนามกีฬา แต่เป็นสนามทดลองการเมืองแบบซอฟต์พาวเวอร์ ทดสอบศักยภาพ 'นิพนธ์ บุญญามณี'


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top