Tuesday, 8 September 2026
เนรเทศ

กัมพูชา ส่ง 94 คนไทยกลับประเทศ หลังร่วมตำรวจไทยบุกทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 4 จุดในกัมพูชา พบทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงคนไทยด้วยกันทำงานผิดกฎหมาย 

เย็นวานนี้ (29 ก.ค.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. และ ผอ.ศปอส.ตร. (PCT) ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.ภ.8 หน.ชุดปฏิบัติการที่ 1 PCT ร่วมกับ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 หน.ชุดปฏิบัติการ PCT ที่ 5 และ พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต ผกก.สส.ภ.จว.สระแก้ว ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว รับตัวคนไทยซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงคนไทยด้วยกันไปทำงานในกัมพูชา

โดยทั้งหมดได้ถูกทางการกัมพูชาเนรเทศกลับไทยหลังดำเนินคดีตามกฎหมายในกัมพูชาแล้ว และได้นำตัวเดินทางออกจากกรุงพนมเปญ มาส่งคืนให้ทางการไทยบริเวณจุดด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้วการจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างทางการไทยและฝ่ายความมั่นคงของกัมพูชา ในการบุกเข้าทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 4 จุดในประเทศกัมพูชา ประกอบด้วย จุดที่ 1 โรงแรมจิงเฉิง ถนนสองธนู เมืองพระสีหนุ จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 21 คน

ส่วนจุดที่ 2 อาคาร 5 ชั้น ถนน 104 เมืองพระสีหนุ จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 18 คน จุดที่ 3 อาคาร 8 ชั้น ถนน 702 เมืองพระสีหนุ จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 10 คน และจุดที่ 4 ตึก 3 ชั้น ใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ปอยเปต จ. บันทายมีชัย ประเทศกัมพูชา และหลังจากนี้จะเร่งขยายผลเพื่อดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทั้งขบวนการต่อไป 

โดยในจำนวนนี้เป็นผู้ที่ถูกออกหมายจับว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จำนวน 74 หมายจับ ซึ่งจะถูกดำเนินคดีในประเทศไทย ส่วนอีก 20 คนเป็นบุคคลที่อยู่ในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ซึ่งยังไม่มีหมายจับ แต่ทั้งหมดได้ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายในประเทศกัมพูชาแล้ว

จากการสอบถามผู้ต้องหาทราบว่า กลุ่มบุคคลทั้ง 94 ราย มีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 4 แก๊ง โดยพบว่าหลายรายเป็นถึงหัวหน้าแก๊งที่ทำงานร่วมกับชาวไต้หวัน ซึ่ง ศปอส.ตร. จะได้ทำการขยายผลเพื่อดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทั้งขบวนการต่อไป

สาวไทย เล่าถูกเนรเทศ!! เล่าชีวิตที่ “ซานดิเอโก้” กักตัวในศูนย์โอเทย์เมซ่า เตือนระวังอยู่เกินวีซ่า แม้แต่งงานแล้วก็ถูกจับได้

สาวไทยซานดิเอโก้ เปิดใจหลังถูก “เนรเทศ”

“คุณบี” สาวไทยในซานดิเอโก้ เล่าประสบการณ์หลังถูก “ไอซ์” จับส่งเข้าศูนย์กักกันนานสองสัปดาห์ ก่อนเนรเทศ พร้อมเตือนคนอยู่เกินวีซ่า ต้องระวังแม้แต่งงานกับซิติเซ่นแล้วและอยู่ระหว่างรอใบเขียวก็ตาม
“คุณบี” อดีตคนไทยในเมืองซานดิเอโก้ ซึ่งเพิ่งถูกเนรเทศกลับประเทศไทย ให้สัมภาษณ์รายการเก้าอี้รับแขก ของสยามทาวน์ยูเอส เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 ถึงประสบการณ์ตั้งแต่วินาทีที่ถูกควบคุมตัว การใช้ชีวิตในศูนย์กักกันโอเทย์เมซ่า ไปจนถึงขั้นตอนการส่งตัวออกจากสหรัฐฯ

คุณบี เล่าว่าเธอเดินทางมาอเมริกาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2021 เพราะตกงานในช่วงวิกฤตโควิด-19 โดยใช้พาสปอร์ตอิตาลี (เธอได้สัญชาติอิตาลีจากอดีตสามี) ซึ่งไม่ต้องขอวีซ่า และสามารถอยู่ได้ 90 วัน
“เคยไปเที่ยว (อเมริกา) หลายครั้งแล้ว แต่ช่วงโควิด ตอนนั้นเราตกงานนะ เพื่อนก็ชวนว่าไปทำงานที่โน่นไหม ก็คิดว่าดีกว่าอยู่บ้าน เพราะไม่มีอะไรทำ ก็เลยไป ไปทำงานร้านอาหาร พอครบ 90 วันต้องกลับ แต่เรากลับไม่ได้ กลับเมืองไทยก็ต้องกักตัว แล้วเงินทองช่วงนั้นก็ติดขัด เพื่อนก็เลยบอกงั้นก็อยู่เถอะ เอ้าอยู่ก็อยู่ แป๊บๆ ห้าปีแล้ว…”

ตลอดห้าปีท่ีผ่านมา คุณบีทำงานที่ร้านอาหารไทยแห่งหนึ่ง มีสภาพชีวิตที่ดี มีเพื่อนฝูงที่สนิทสนมหลายคน ไม่เคยมีประวัติเสียหาย อีกทั้งยังขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (ITIN หรือ Individual Taxpayer Identification Number) เพื่อเสียภาษีต่อเนื่องกันสองปี ก่อนจะต้องยุติเพราะความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่ง

กระทั่งเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา คุณบีรับคำชวนจากเพื่อนที่เป็นภรรยาทหารอเมริกัน ให้เข้าไปช้อปปิ้งแบบไม่เสียแท็กซ์ที่ Pacific Views MCX ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในค่ายนาวิกโยธินเพนเดลตัน (Marine Corps Base Camp Pendleton) ซึ่งผู้ผ่านเข้าออก จะต้องแสดงเอกสารประจำตัวที่ด่านตรวจ

“ก็ยื่นพาสปอร์ตอิตาลีให้เขา สักพักเขาก็เรียกลงจากรถเลย” คุณบีเล่า และว่าเธอถูกนำตัวไปสแกนนิ้วมือ และกักตัวเพื่อรอเจ้าหน้าที่ไอซ์

“แต่ถามว่ากลัวไหม เราทำใจไว้อยู่แล้ว อายุอานามเราก็ไม่ใช่น้อยๆ เราไม่ใช่เด็ก เป็นคนเข้มแข็ง บอกตรงๆ ว่าเข้มแข็งมาก ก็เลยรับสถานการณ์ได้ มันก็มีนิดหนึ่งแหละที่เสียใจว่า เราอาจยังไม่พร้อม หรือ “โดนแล้วเหรอ” ประมาณนี้ แต่ก็ทำใจได้ หลังจากนั้นสองวันก็ทำใจได้ค่ะ”

จากนั้น คุณบีถูกเจ้าหน้าที่ไอซ์ นำตัวไปส่งฟ้องที่ศาลอิมมิเกรชั่นในซานดิเอโก้ และถูกคุมตัวที่นั้นสองคืน

ระหว่างอยู่ที่ศาล คุณบีบอกว่าเห็นเจ้าหน้าที่ไอซ์ รอจับผู้อยู่เกินวีซ่าที่ศาลเป็นจำนวนมาก
“ก่อนนั้นได้ยินว่าไอซ์จับๆ แต่ไม่เคยเห็น ไม่รู้จับกันที่ไหน แต่พอเข้าไปข้างในศาล โห แต่ละวันมากันเป็นสิบ มาทุกวัน ถึงรู้ว่าเขาจับกันจริงๆ และเยอะมาก” เธอกล่าว และเตือนผู้ที่อยู่ระหว่างรอใบเขียวว่า หากถูกเรียกไปศาลหรือสำนักงานอิมมิเกรชั่นในระยะนี้ ควรเตรียมตัวให้พร้อม รวมถึงควรปรึกษาทนายความก่อนทุกครั้ง

คุณบีเล่าว่าต้องนอนอยู่ในห้องควบคุมของศาลเป็นเวลาสองคืน โดยยังสวมเสื้อผ้าชุดเดิม ซึ่งบางมาก แม้จะมีผ้าห่มฉุกเฉินลักษณะคล้ายแผ่นฟอยล์ให้ แต่ก็ยัง “หนาวมากจนแทบไม่ได้นอน”
เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการที่ศาล คุณบีถูกใส่กุญแจมือและกุญแจเท้า นำตัวส่งไปยังศูนย์กักกันโอเทย์เมซ่า (Otay Mesa Detention Center) ในซานดิเอโก้

“เรารับได้ว่าเราทำผิดกฎหมายจริง แต่สิ่งที่รับไม่ได้คือใส่กุญแจมือไม่พอ ยังใส่ที่เท้าด้วย มันเยอะเกินไป” เธอเล่า

เมื่อเดินทางถึงศูนย์กักกัน เจ้าหน้าที่ถ่ายรูป ทำเอกสาร และให้เปลี่ยนเสื้อผ้าทั้งหมดเป็นชุดของศูนย์ รวมถึงชุดชั้นใน ก่อนนำตัวเข้าไปรวมกับผู้ถูกกักกันคนอื่นๆ

คุณบีถูกจัดให้อยู่ในห้องพัก หรือ “พอดเอ” ซึ่งมีผู้ถูกกักกันประมาณ 128 คน ภายในเป็นพื้นที่เปิดโล่ง มีเตียงสองชั้นวางเรียงอยู่หลายมุม

แม้พื้นที่จะค่อนข้างแออัด แต่สะอาดและมีระเบียบ มีอาหารวันละสามมื้อ รวมถึงบริการซักเสื้อผ้า โดยผู้ถูกกักกันบางคนรับหน้าที่ทำความสะอาดแลกกับค่าตอบแทนวันละประมาณหนึ่งดอลลาร์ เพื่อนำเงินไปใช้โทรศัพท์หาครอบครัวหรือซื้อของใช้จำเป็น

ในจำนวนผู้ถูกกักกันร่วมกับเธอทั้ง 128 คน คุณบีบอกว่ามีคนไทยอยู่เพียงสองคน ส่วนใหญ่เป็นชาวเม็กซิกัน ขณะที่ผู้ถูกกักกันชาวเอเชียส่วนใหญ่เป็นชาวจีนและเวียดนาม

คุณบีเล่าถึงเพื่อนผู้หญิงไทยที่ถูกกักตัวอยู่ห้องเดียวกัน ซึ่งถูกไอซ์จับกุมก่อนวันแต่งงานกับชาวอเมริกันไม่กี่วัน เพราะขับรถของแฟนที่ทะเบียนรถมีปัญหา เมื่อถูกเรียกหยุดจึงถูกจับเพราะอยู่เกินวีซ่า
“จากสิ่งที่เห็น คนที่แต่งงานกับชาวอเมริกันแล้ว หรืออยู่ระหว่างยื่นเรื่องขอปรับสถานะ ก็ยังมีโอกาสถูกควบคุมตัว หากโอเวอร์สเตย์แล้ว อาจไม่ต้องกลับออกไป แต่ก็ต้องไปต่อสู้คดี หรือชี้แจงต่อศาลเอา” คุณบีเล่า

คุณบีตัดสินใจไม่ต่อสู้คดีและแจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่แรกว่ายินยอมเดินทางออกจากสหรัฐฯ
“เรารู้ตัวดี คนที่สู้คดีส่วนมากเขามีแฟน มีลูก แต่เราไม่มีเหตุผลที่ต้องอยู่ จะเอาข้อไหนไปอ้าง จะอยู่ทำงานก็ไม่ได้ เราเตรียมใจไว้แล้วว่าโดนเมื่อไรก็กลับ” เธอกล่าว

แม้แจ้งว่าไม่ต่อสู้คดี คุณบียังต้องอยู่ในศูนย์กักกันรวมประมาณสองสัปดาห์ก่อนจะถูกส่งตัวกลับประเทศอิตาลีเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2026 โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ออกค่าตั๋วส่งเธอไปประเทศอิตาลี ส่วนค่าตั๋วจากอิตาลีกลับประเทศไทย เธอเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง

คุณบีถูกห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯ เป็นเวลา 10 ปี โดยก่อนแยกจากเจ้าหน้าที่ที่สนามบิน เธอบอกกับเจ้าหน้าที่เป็นภาษาอังกฤษว่า “See you in ten years” ทำให้เจ้าหน้าที่หัวเราะ
แม้ถูกควบคุมตัวและเนรเทศ คุณบียืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไอซ์และเจ้าหน้าที่ที่ดูแลการเดินทางปฏิบัติต่อเธออย่างสุภาพ

“เขาพูดดี เขาให้เกียรติ ไม่ได้ทำอะไรกับเราเลย แม้แต่คนที่มาส่งขึ้นเครื่อง ทุกคนนิสัยดีหมด” เธอกล่าว เธอเชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะตนเองไม่ขัดขืน ไม่โต้เถียง และยอมรับว่าทำผิดกฎหมาย

เมื่อถูกถามถึงกระแสที่ว่าการจับกุมแรงงานที่ไม่มีสถานะอาจทำให้นายจ้างถูกตรวจสอบหรือเดือดร้อนด้วย คุณบีกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ไม่เคยถามว่าเธอทำงานที่ใดหรือเคยทำงานกับใคร
“เขาไม่ถามเลยว่าอยู่มาห้าปีแล้วทำอะไร ไม่ถามเรื่องนายจ้างแม้แต่คำเดียว” เธอกล่าว
จากประสบการณ์ตรง คุณบีเตือนผู้ที่อยู่เกินวีซ่าให้ระมัดระวังการเดินทางเข้าใกล้ค่ายทหาร สนามบิน สถานที่ของรัฐบาลกลาง และพื้นที่ชายแดน เพราะอาจถูกตรวจบัตรประจำตัวหรือสถานะการพำนัก
เธอเล่าว่า มีชายชาวอังกฤษที่ถือพาสปอร์ตอิตาลี ซึ่งถูกส่งตัวกลับอิตาลีพร้อมกัน เล่าให้เธอฟังว่าถูกควบคุมตัว หลังระบบนำทางพาขับรถหลงเข้าไปในเขตค่ายทหาร

“ตอนนี้ถ้ารู้ว่าตัวเองอยู่ผิด ก็ต้องระวังตัว ไม่ต้องไปไหนมาไหนโดยไม่จำเป็น เจอตำรวจก็อย่าเข้าไปใกล้ เพราะถ้าเขาสงสัย เขาก็ตรวจได้” เธอกล่าว

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1540836564742031&id=100064471068542&post_id=100064471068542_1540836564742031&rdid=fIrWKkarnO5d3Vvz#

‘อนุทิน’ เซ็นเนรเทศชาวฝรั่งเศส รายที่ 2!! นายกฯ ลงนามคำสั่งเนรเทศ ผู้ต้องหา คดีข่มขู่-ทำร้ายร่างกาย ศาลเกาะสมุยพิพากษาผิดชัดเจน มีสิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วัน

อนุทิน เซ็นคำสั่งเนรเทศ รายที่ 2 ไล่ชาวฝรั่งเศส หลังศาลเกาะสมุยพิพากษาผิดจริง คดีข่มขู่ทำร้ายร่างกาย ชี้พฤติการณ์เป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อย มีสิทธิอุทธรณ์ภายใน 7 วัน

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 2354/2569 เรื่อง เนรเทศ นายเควิน ดิมิโน (MR. KEVIN DIMINO) ออกไปนอกราชอาณาจักร

ด้วยปรากฏว่า นายเควิน ดิมิโน สัญชาติฝรั่งเศส มีพฤติกรรมข่มขู่ คุกคาม ทำร้ายร่างกาย ก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น สร้างความแตกแยกทางเชื้อชาติและศาสนา รวมถึงในหมู่นักท่องเที่ยวอย่างรุนแรง ทั้งยังมีพฤติกรรมคึกคะนองอันอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความเดือดร้อนของผู้อื่นอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย

ประกอบกับศาลจังหวัดเกาะสมุยมีคำพิพากษาว่า นายเควิน ดิมิโน มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (4), ( และมาตรา 158/1 วรรคสอง พิพากษาปรับ 10,000 บาท

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 5,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 พร้อมริบของกลาง

พฤติกรรมดังกล่าวขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี และความผาสุกของประชาชน จึงมีความจำเป็นต้องเนรเทศออกนอกราชอาณาจักร ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. 2499
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. 2499 ประกอบกับข้อ 4 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงมีคำสั่งเนรเทศ นายเควิน ดิมิโน สัญชาติฝรั่งเศส ออกไปนอกราชอาณาจักร

อนึ่ง หาก นายเควิน ดิมิโน ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนี้ มีสิทธิอุทธรณ์ต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งเนรเทศ หรือขอมิให้ส่งตัวออกไปนอกราชอาณาจักร ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. 2499 ภายใน 7 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=2157360075159734&set=gm.1393840436237646&idorvanity=849053944049634

หนุ่มฝรั่งเขยไทยสู้อุทธรณ์ อยู่ไทยต่อ!! ปมพิพาทต่างชาติในไทยบานปลาย ยื่นอุทธรณ์ทบทวนใหม่กับรัฐบาล ปกป้องศักดิ์ศรีและธุรกิจไทย 'คุณเต้' พร้อมช่วยเหลือเต็มที่

คุณเควิน เขยไทย ชาวฝรั่งเศส ที่ถูกรัฐบาลเนรเทศ กำลังอยู่ในช่วงการยื่นอุทรณ์ ให้รัฐบาลทบทวนใหม่ คุณเควิน คือผู้ที่ถูกชาวยิวรุกราน และเป็นผู้เสียหาย เป็นผู้ที่ช่วยปกป้องศักดิ์ศรีคนไทย เป็นผู้ที่ไม่ยอมให้ธุรกิจคนไทยโดนดูถูกหรือเอาเปรียบ แต่รัฐบาลกลับตัดสินเนรเทศฐานสร้างความแตกแยกซะงั้น คุณเต้พร้อมเคียงข้าง ให้ความช่วยเหลือ และขอกำลังใจพี่น้อง ช่วยให้คุณเควิน ผ่านการทบทวนใหม่จากรัฐบาลอีกครั้ง

ที่มา : https://www.facebook.com/100035437312032/posts/1755882048936355/?rdid=6BGvKLsCTyumBR0a#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top