Thursday, 4 June 2026
เที่ยวเกาหลี

เปิดมุมมอง ‘คนไทยเที่ยวเกาหลี’ กับเสี้ยววินาทีปะทะ ตม.แล้วรอดผ่าน ขอแค่มั่นใจ ตอบไปตรงๆ เพราะเขารอชมทักษะเอาตัวรอดของเรา

(26 ก.พ.67) จากเพจ ‘Korea visa : วีซ่าเกาหลี’ ได้โพสต์ประสบการณ์ในการไปเที่ยวเกาหลี แล้วต้องเจอกับด่านหินอย่างตรวจคนเข้าเมืองของที่นั่น แต่ก็สามารถเอาตัวรอดผ่านไปได้ด้วยวิธีนี้ ว่า…

ใครๆ ก็กลัว ตม.เกาหลี 🤣🤣🤣 นี่ขนาดพี่ๆ VIP ด้วยกันยังกลัว โอ๊ยยยยยไม่ต้องกลัววววว จริงๆ ใครว่าดวงแล้วแต่ดวง ขอเถียง นี่ว่าเค้าดูปฏิกิริยาการตอบคำถามของเราอ่ะ 

PS. เล่าที่เจอเป็นประสบการณ์ส่วนตัวนะคะ อาจจะไม่ตรงใจใครหลายๆ คน หรือบางคนอาจจะไม่เจอแบบนี้ หากผิดพลาดตรงไหนโปรดขออภัยค่ะ ถือว่าแชร์ประสบการณ์

ทุกคนที่ไปเกาหลีเวลาผ่าน ตม. อาจจะคิดว่า เออดวง แล้วแต่ดวง จริงๆ อาจจะดวงส่วนหนึ่งค่ะ แต่นี่คิดว่า ตม. เขาดูปฏิกิริยา ตอนเดินผ่านช่อง และการตอบคำถามของเรามากกว่า ตอบคำถามชัดเจนไหม เบสิกของคำถามที่เจอ…

- มาทำไม?
- มากับใคร?
- มากี่วัน?
- พักที่ไหน?
- มีตั๋วไปกลับไหม?
- อาชีพอะไร?

บางท่านอาจจะได้เข้าห้อง นี่ก็มี ตม. ที่นั่งในห้อง 3 ท่านคอยสังเกตปฏิกิริยาเราเลยค่ะ อยู่มุมๆ ลองสังเกตดูค่ะ ใครว่าดวงนี่เถียงสุด

#ห้ามคุยกับคนไม่รู้จักเด็ดขาด เพราะเขาจะเข้าใจว่ามาด้วยกัน ณ จุดนั้นเราเชื่อใจใครไม่ได้นะคะ เราไม่รู้หรอกใครจะมาเที่ยว ใครจะโดด ข้อห้ามคือห้ามคุยกับคนไม่รู้จักเด็ดขาดค่ะ 

บางท่านอาจจะเจอคำถามแปลกๆ เป็นต้นว่าหน้าโรงแรมที่พักมีต้นไม้กี่ต้น 5555555 ใครจะไปรู้ 

จากคำถาม รู้แล้วใช่ไหมคะ ว่าเขาไม่ให้เราผ่านไปแล้วแน่ๆ เขาใช้เซนส์แบบ 1st meet เลยค่ะ ว่าคนนี้ไม่กลับแน่ๆ เราต้องใจเย็นดึงสติ ถามไปเลย “Excuse me?, Whatd wrong with me?, Please let me know and prove myself.” ถามตรงๆ ไปเลยค่ะ ว่าฉันติดปัญหาตรงไหน ไม่ต้องไปพยายามอธิบายหรือตอบคำถามค่ะ 

นี่ส่วนตัวเคยโดนถามเรื่องแพลน เราก็ตอบไปตรงๆ เลย “No plan is my plan. I just want to ralax and spend my holiday in Seoul.” ก็ผ่านปกตินะคะ 555555 ใครจะไปจำแพลนได้ขนาดนั้น จริงๆ เขาไม่ได้ต้องการคำตอบแบบเป๊ะๆ หรอกค่ะ เขาดูปฏิกิริยา Action and Reaction สกิลการเอาตัวรอดมากกว่าค่ะ  

โดนอีกคำถาม บอกเหตุผลที่คิดว่าทำไมคุณถึงจะกลับไทย? นี่ตอบไปเลย “I can’t stay aways from Thaifood longtime.” 🤣🤣🤣🤣 ตม. หัวเราะเลยค่ะ 55555 จะมี ตม. หญิงท่านนึง หน้าดุมากกก ก่อนหน้าคือได้เข้าห้องเท่าที่สายตามองเห็น 4-5 คน อยากลองของ 5555 เดินเข้าไปเลยค่ะ สบตา ยิ้มหวาน ฮันยอง คุณ ตม. ก็ถามมากี่วัน ปั๊มพาสจบ “Have a good trip.” จำไว้ว่าเรามาเที่ยวค่ะ ติด ตม. ก็ติดสิ ตั้งสติตอบคำถามดีดี 🙂 วันนี้นึกออกแค่นี้ค่ะ วันหลังจะมาเล่าใหม่

เกาหลีใต้เล็งออกกระตุ้นท่องเที่ยว งดค่าขอวีซ่า 6 ประเทศ รวมกัมพูชาด้วยหวังดึงเขมรเที่ยว

(30 ธ.ค. 67) รัฐบาลเกาหลีใต้เตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว โดยกำลังพิจารณาอนุญาตให้นักท่องเที่ยวจีนแบบกรุ๊ปทัวร์สามารถเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า เฉพาะผู้ที่เดินทางมาทางเรือ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการฟื้นฟูการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองและการแพร่ระบาดของโควิด-19  

รายงานระบุว่า ในการประชุมเชิงกลยุทธ์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวที่กรุงโซล เมื่อ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตัวแทนจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและวิสาหกิจเอกชนกว่า 60 คนเข้าร่วม รัฐบาลยังได้ประกาศแผนแก้ไขกฎหมายเพื่ออนุญาตให้นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้สามารถพักในโฮมสเตย์ในเมือง ซึ่งก่อนหน้านี้สงวนไว้สำหรับชาวต่างชาติเท่านั้น  

นายฮัน ด็อกซู อดีตรักษาการประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้เน้นย้ำถึงความเร่งด่วนของมาตรการดังกล่าว โดยระบุว่า จะเร่งนำร่องโครงการสำหรับนักท่องเที่ยวจีนแบบกรุ๊ปทัวร์ทันที เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวขาเข้าอย่างรวดเร็วและยั่งยืน  

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้เตรียมมีมาตรฐานขยายระยะเวลาการยกเว้นการลงทะเบียนออนไลน์ผ่านระบบ Korea Electronic Travel Authorization (K-ETA) ไปจนถึงเดือนธันวาคมปีหน้า และยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์จาก 6 ประเทศ ได้แก่ จีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย กัมพูชา และอินเดีย ก็จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกวีซ่า ไปจนจบปีหน้าเช่นกัน แต่ไร้ความชัดเจนในมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า K-ETA สำหรับนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย

จากข้อมูลของหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) ระบุว่า ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเยือนเกาหลีใต้ถึง 13.74 ล้านคน ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2019 แต่ถือว่า ยังต่ำกว่าเป้าหมาย 20 ล้านคนที่รัฐบาลตั้งไว้ โดยมาตรการข้างต้นมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการเติบโตของการท่องเที่ยวและเสริมสร้างความยั่งยืนในระยะยาว โดยรัฐบาลจะเพิ่มงบประมาณและจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น "Korea Grand Sale" ในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า และ "Beyond K-Festa" ในเดือนมิถุนายน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก  

ก่อนหน้านี้  เกาหลีใต้ถือเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทย แต่ในปีที่ผ่านมา คนไทยต้องเผชิญปัญหาเกี่ยวกับการติดตม.เกาหลีจากหลายประการ จนเกิดกระแส #แบนเกาหลี บนโซเชียลมีเดียช่วงหนึ่ง  

กระแสดังกล่าวส่งผลให้ช่วงกรกฎาคมที่ผ่านมา องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) เปิดเผยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปยังเกาหลีใต้ลดลงถึง 19.5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เหลือเพียง 20,150 คน นอกจากนี้ จำนวนสะสมของนักท่องเที่ยวไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 ลดลง 19.1% เหลือ 168,328 คน ส่งผลให้ประเทศไทยที่เคยติดอันดับ 3 ของชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ส่งนักท่องเที่ยวไปเกาหลีใต้ในเดือนเมษายน และอันดับ 5 ในเดือนพฤษภาคม มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง  

โศกนาฏกรรม ‘อิแทวอน’ ผ่านมา 3 ปี  บทเรียน ‘วันฮาโลวีน’ ที่โลกไม่ลืม  159 ชีวิต และ 1 คนไทย ที่จากไป  ในคืนเบียดเสียดกลางกรุงโซล 

ครบรอบ 3 ปี เหตุโศกนาฏกรรม “อิแทวอน” ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2565 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 159 คน บาดเจ็บอีกกว่า 190 คน และกลายเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจทั่วโลก ขณะชาวเกาหลีใต้และนักท่องเที่ยวกว่าแสนคนร่วมฉลองเทศกาลฮาโลวีนเป็นครั้งแรกหลังโควิด-19

โดยในคืนเกิดเหตุ ผู้คนเบียดเสียดในซอยแคบใกล้โรงแรมแฮมิลตัน ย่านอิแทวอน จนเกิดเหตุล้มทับกันต่อเนื่อง ผู้เคราะห์ร้ายส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นช่วงอายุ 20–30 ปี ในจำนวนนี้มีชาวต่างชาติ 20 ราย และคนไทย 1 ราย ส่งผลให้รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศ ลดธงครึ่งเสาเป็นเวลา 7 วัน

หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เกาหลีใต้ได้ ‘ถอดบทเรียน’ อะไร เพื่อป้องกันไม่ให้อุบัติเหตุที่คล้ายคลึงกันเกิดขึ้นในอนาคต เช่น ติดกล้องวงจรปิดพร้อมระบบ AI มาติดตั้งจำนวน 909 ตัว ในจุดสำคัญของเมือง 71 จุด เพื่อวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวของฝูงชน รวมถึงความแออัด, ตรวจสอบการก่อสร้างที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากโรงแรมแฮมิลตัน ก่อสร้างขึ้นอย่างผิดกฎหมาย จนเกิดเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมในครั้งนั้นขึ้น และ ปราบปรามการซื้อขายชุดตำรวจ หลังมีการอ้างว่าในโศฏนาฏกรรมอิแทวอน มีคนจำนวนมากที่แต่งตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงๆ ออกคำสั่งด้านความปลอดภัย หลายๆ คนไม่ได้ปฏิบัติตาม

สำหรับในปีนี้ รัฐบาลกรุงโซลเพิ่มแผนพิเศษดูแลความปลอดภัยในช่วงฮาโลวีน 2025 ครอบคลุม 14 พื้นที่เสี่ยงทั่วกรุงโซล เช่น อิแทวอน ฮงแด คอนกุก กังนัม และเมียงดง โดยจะมีศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ ระบบกล้องตรวจจับความหนาแน่นฝูงชน และเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนตลอดช่วงสุดสัปดาห์

ทั้งนี้ หากพื้นที่ใดมีความหนาแน่นเกินระดับเตือนภัย เมืองโซลจะบังคับใช้การเดินทางทางเดียว (one-way) และอาจปิดหรือให้รถไฟใต้ดินข้ามสถานีอิแทวอนชั่วคราว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำในเทศกาลแห่งความสนุกที่ควรปลอดภัยสำหรับทุกคน

 

เกาหลีปั้นทริปฮีลใจ เทรนด์ Wellness Travel โตขึ้น พ็อตก็อตช่วยรีเซ็ตอารมณ์ได้จริง ปูซาน–คยองจูจุดหมายฮีลใจใหม่ ‘วิ่ง–เที่ยว’ ผสมสุขภาพและประสบการณ์

“พ็อตก็อต” ไม่ได้มีดีแค่ถ่ายรูป

เทรนด์ “เที่ยวฮีลใจ” ดันเกาหลีขึ้นลิสต์ปลายทางยอดนิยม

หลายคนอาจมองว่าการไปชม Cherry Blossom หรือ “พ็อตก็อต” (Beot-kkot) คือ “ทริปถ่ายรูป” แต่ในมุมของพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ การเดินทางลักษณะนี้กำลังสะท้อนเทรนด์ที่ใหญ่กว่า นั่นคือ “Wellness Travel” หรือการท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ

งานวิจัยด้านจิตวิทยาระบุว่า สีโทนพาสเทลอย่างสีชมพูของพ็อตก็อต สามารถช่วยลดความเครียดและกระตุ้นความรู้สึกผ่อนคลายได้จริง ทำให้การเดินทางไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่เป็น “การรีเซ็ตอารมณ์” ในรูปแบบที่จับต้องได้ แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวไทยที่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของประสบการณ์” มากขึ้น โดยเฉพาะทริปที่ผสานทั้งการท่องเที่ยว การดูแลสุขภาพ และการใช้เวลาอยู่กับตัวเอง จาก “ดูดอกไม้” สู่ “ดูแลใจ”

หนึ่งในปลายทางที่สะท้อนเทรนด์นี้ได้ชัดคือ เมืองปูซานและคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงจุดชมพ็อตก็อตยอดนิยม แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ผสานทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และจังหวะชีวิตที่ช้าลง

ปูซาน: เมืองที่เติมพลังผ่านสีและจังหวะชีวิต

Gamcheon Culture Village (หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน) หมู่บ้านสีพาสเทลที่ตัดกับพ็อตก็อต ช่วยสร้างความรู้สึกสดใสและกระปรี้กระเปร่า เหมาะสำหรับการ “รีเซ็ตอารมณ์” อย่างรวดเร็ว

Maekdo Ecological Park (อุทยานเชิงนิเวศแมคโด) อุโมงค์ซากุระที่เงียบสงบ เหมาะกับการเดินช้า ๆ ปล่อยใจให้พักจากความเร่งรีบของชีวิตเมือง

คยองจู: ความสงบที่ทำให้เราอยู่กับตัวเองมากขึ้น

Daereungwon Tomb Complex (คอมเพล็กซ์สุสานโบราณแทรึงวอน) พื้นที่สีเขียวเรียบง่ายตัดกับพ็อตก็อต สะท้อนความงามของกาลเวลาและการใช้ชีวิตอย่างไม่เร่งรีบ

Bulguksa Temple (วัดพุลกุกซา) สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่ให้ความรู้สึกสงบและมั่นคง เหมาะกับการพักใจ

Bomunho Lake (ทะเลสาบโพมุนโฮ) เส้นทางรอบทะเลสาบที่โอบล้อมด้วยพ็อตก็อต ช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและลดความตึงเครียดได้อย่างเป็นธรรมชาติ

“วิ่ง–เที่ยว–ฮีลใจ” เทรนด์ใหม่ของนักเดินทาง

ในช่วงเดียวกัน เมืองคยองจูยังเป็นเจ้าภาพงาน “Gyeongju Cherry Blossom Marathon” ที่ดึงดูดนักวิ่งจากทั่วโลก สะท้อนเทรนด์ “Active + Wellness Travel” ที่ผู้คนต้องการทั้งสุขภาพและประสบการณ์ในทริปเดียว การเดินทางจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การพักผ่อน แต่กลายเป็นกิจกรรมที่เชื่อมโยงทั้งร่างกาย จิตใจ และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน สำหรับสายวิ่งในเดือนตุลาคมนี้เตรียมวางแผนสัมผัสสีสันของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีกับงานวิ่งนานาชาติที่ เกาะเจจู สาธารณรัฐเกาหลี

เมื่อการท่องเที่ยวคือการลงทุนกับความรู้สึก

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ “จุดหมายปลายทาง” ไม่ได้แข่งขันกันแค่ความสวยงาม แต่แข่งขันกันที่ “ความรู้สึก” ที่นักท่องเที่ยวได้รับกลับไป ผู้บริโภคยุคใหม่จึงยอมจ่ายเพื่อประสบการณ์ที่ช่วยให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการได้พักผ่อนอย่างแท้จริง การได้อยู่กับธรรมชาติ หรือการได้ใช้เวลากับตัวเองอย่างมีคุณภาพ

เคทีซีมองว่าเทรนด์ดังกล่าวจะยังเติบโตต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าสนับสนุนการเดินทางในรูปแบบที่ตอบโจทย์ทั้งความคุ้มค่าและความหมายของประสบการณ์ เพื่อให้ทุกการเดินทางไม่ใช่แค่ “ไปให้ถึง” แต่เป็น “การได้กลับมารู้สึกดีอีกครั้ง”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top