Thursday, 4 June 2026
เชฟรอน

พลิกโฉมวงการพลังงานไทย!!  ‘ปตท.สผ. – เชฟรอน’ คว้าประมูลปิโตรเลียมอ่าวไทย ครั้งที่ 24 คนไทยได้รับอานิสงส์ ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าถูกลง

(8 มี.ค.66) นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้มีมติอนุมัติให้ บริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (ปตท.สผ.อีดี) และ บริษัท เชฟรอน ออฟชอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูลในการยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมสำหรับแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทย ครั้งที่ 24 โดยบริษัท ปตท.สผ. อีดี ได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตสำหรับแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G1/65 และ G3/65 ขนาดพื้นที่รวม 19,515.42 ตารางกิโลเมตร และอนุมัติให้บริษัท เชฟรอน ออฟชอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตสำหรับแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G2/65 ขนาดพื้นที่ 15,030.14 ตารางกิโลเมตร

"กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้พิจารณาคำขอสิทธิสำหรับแปลงสำรวจปิโตรเลียมดังกล่าว โดยยึดหลักความโปร่งใสและผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ ทั้งจากคุณสมบัติของผู้ขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ข้อเสนอทางด้านเทคนิคและผลประโยชน์ตอบแทนรัฐ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกิดการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่มีศักยภาพ เกิดการสร้างงาน การสร้างรายได้แก่ท้องถิ่น รวมทั้งช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม โดยจะก่อให้เกิดการลงทุนสำรวจและพัฒนาปิโตรเลียมภายในประเทศตลอดช่วงระยะเวลาสำรวจปิโตรเลียม 6 ปี เป็นเงินไม่น้อยกว่า 1,500 ล้านบาท รวมทั้งได้รับผลประโยชน์พิเศษในรูปแบบของค่าตอบแทนการลงนาม เงินอุดหนุนเพื่อการพัฒนาปิโตรเลียมในประเทศไทย และอื่น ๆ เป็นเงินประมาณ 640 ล้านบาท และหากสามารถพัฒนาและผลิตปิโตรเลียมได้ ในเชิงพาณิชย์ ในแปลงสำรวจปิโตรเลียมดังกล่าวก็จะสามารถสร้างรายได้ให้แก่รัฐในรูปแบบของค่าภาคหลวง ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม และส่วนแบ่งจากปิโตรเลียมที่เป็นกำไรด้วย" นายสราวุธ กล่าว

สำหรับการเปลี่ยนผ่านการดำเนินงานแหล่งก๊าซธรรมชาติบงกช (แปลง G2/61) จากระบบสัมปทานสู่ระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิตในวันที่ 7-8 มี.ค.66 ซึ่งดำเนินงานโดย ปตท.สผ. อีดี สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องทันทีทุกขั้นตอนแบบไร้รอยต่อ และปัญหาใด ๆ และคาดว่าจะสามารถเร่งผลิตก๊าซธรรมชาติให้มากกว่าเป้าหมายของภาครัฐที่ 700 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพื่อชดเชยปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติที่ลดลงของแปลง G1/61 (แหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณเดิม)

กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้เตรียมความพร้อม รองรับการดำเนินงานช่วงเปลี่ยนผ่านของแหล่งก๊าซธรรมชาติบงกช (แปลง G2/6) โดยได้มีการตรวจติดตามสภาพความแข็งแรง ปลอดภัยของสิ่งติดตั้งและทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบกิจการปิโตรเลียมของแปลง G2/61 รวมทั้งได้จัดตั้งวอร์รูม (War Room) เพื่อรองรับการบริหารจัดการสถานการณ์ช่วงเปลี่ยนผ่านในลักษณะบูรณาการ ร่วมกับผู้รับสัมปทานรายเดิม ผู้รับสัญญารายใหม่ และผู้รับซื้อปิโตรเลียม โดยมีผู้บริหารของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติบัญชาการที่ห้องวอร์รูม รวมทั้งมีทีมเฉพาะกิจภาคสนาม จำนวน 3 ทีม คอยติดตาม ควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิดบนแท่นผลิตในทะเลอ่าวไทย โดยประจำที่แท่นผลิตกลางบงกชใต้ แท่นผลิตกลางบงกชเหนือ และเรือกักเก็บก๊าซธรรมชาติเหลวปทุมพาหะ เพื่อตรวจสอบปริมาณการผลิตปิโตรเลียมรอบสุดท้ายในช่วงเวลาก่อนหมดอายุสัมปทาน รวมทั้งวัดปริมาณปิโตรเลียมที่คงค้างในเรือกักเก็บ ก่อนที่จะมีการส่งมอบให้กับผู้รับสัญญารายใหม่อย่างเป็นทางการ

เชฟรอน - BCPR ประกาศร่วมสำรวจปิโตรเลียม ในแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G2/65

(5 ส.ค. 68) เมื่อเร็วๆ นี้ นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีประกาศความร่วมมือระหว่าง บริษัท เชฟรอน ออฟชอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (เชฟรอน) และบริษัท บีซีพีอาร์ จำกัด (BCPR) ในกลุ่มบริษัทบางจาก ในการเข้าเป็นพันธมิตรร่วมประกอบกิจการปิโตรเลียมในแปลงสำรวจปิโตรเลียมในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G2/65 (แปลงสำรวจ G2/65) ภายใต้ระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต ซึ่งได้รับการอนุญาตลงนามอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแล้ว โดยให้ออกเป็นสัญญาแบ่งปันผลผลิตเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1)  พิธีดังกล่าวมีนายวรากร พรหโมบล อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ คณะผู้บริหารจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ พร้อมด้วยผู้บริหารจากเชฟรอน ได้แก่ นายชาทิตย์ ห้วยหงษ์ทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และ นายรณรงค์ ชาญเลขา ผู้จัดการใหญ่ บริษัท เชฟรอน ออฟชอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมด้วยคณะผู้บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก ได้แก่ นายไพโรจน์ กวียานันท์ กรรมการ บริษัท บางจากฯ และ BCPR, นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท บางจากฯ, นางสาวภัทร์ภูรี ชินกุลกิจนิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานบัญชีและการเงิน บริษัท บางจากฯ และ กรรมการ BCPR และ นายโกมุท มณีฉาย ผู้อำนวยการ BCPR เข้าร่วมด้วย

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า “กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน  ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ได้พิจารณาตรวจสอบหลักเกณฑ์การเข้ามาเป็นผู้ร่วมประกอบกิจการปิโตรเลียม ของแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G2/65  ภายใต้ระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิตของบริษัท บีซีพีอาร์ จำกัด อย่างครบถ้วน ถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว และสัญญาแบ่งปันผลผลิตดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแล้ว นับเป็นโอกาสอันดีสำหรับธุรกิจปิโตรเลียมที่มีนักลงทุนรายใหม่ที่เป็นบริษัทไทยเข้ามาร่วมลงทุน และยังเป็นโอกาสให้บุคลากรในบริษัท บีซีพีอาร์ จำกัด ได้เรียนรู้การดำเนินงานการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียม  ที่มีสภาพทางธรณีวิทยาที่ซับซ้อนของอ่าวไทยจากบริษัท เชฟรอนฯ ที่มีประสบการณ์สูงในด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั้งในไทยและในระดับสากล เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมของบริษัท บีซีพีอาร์ จำกัด ในการก้าวเข้ามาเป็นอีกหนึ่งผู้ดำเนินงานไทยในธุรกิจการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของประเทศไทยในอนาคตต่อไปได้ โดยการลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิตเพิ่มเติมนี้นับว่ามีส่วนสำคัญในการสร้างความต่อเนื่องของการจัดหาแหล่งพลังงานภายในประเทศ เพื่อเป็นรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ” 

นายชาทิตย์ ห้วยหงษ์ทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า “อนาคตทางพลังงานที่มั่นคงของประเทศจะเกิดขึ้นได้ ด้วยความร่วมมืออย่างจริงจังของทุกภาคส่วน ที่มีวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกันในเรื่องการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานให้แข็งแกร่งเพื่อให้เป็นเฟืองจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยการผนึกกำลังกับบริษัทไทยอย่าง BCPR บริษัทในกลุ่มบริษัทบางจาก ที่เป็นบริษัทพลังงานชั้นนำของประเทศในครั้งนี้ ถือเป็นการผสานองค์ความรู้และนวัตกรรมของเชฟรอนในระดับมาตรฐานโลก รวมถึงประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทย ซึ่งถือเป็นธุรกิจพลังงานต้นน้ำ เข้ากับศักยภาพอันแข็งแกร่งและความเป็นผู้นำของกลุ่มบริษัทบางจากในธุรกิจพลังงานของประเทศทั้งในระดับกลางน้ำและปลายน้ำ ซึ่งการร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนการพัฒนาแปลงสำรวจ G2/65 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งจะยังมีการถ่ายทอดความรู้ความชำนาญ รวมถึงการสร้างบุคลากรเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว  ความร่วมมือนี้ยังตอกย้ำเจตนารมณ์ของเชฟรอนในการมุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจในการร่วมงานด้วย เพื่อส่งมอบพลังงานที่เชื่อถือได้ ในราคาที่เหมาะสม และสะอาดยิ่งขึ้นให้กับประเทศ”

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากฯ กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงพลังระหว่างกลุ่มพันธมิตรที่มีเป้าหมายเดียวกันในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย การที่ BCPR บริษัทในกลุ่มบริษัทบางจาก ซึ่งเป็นองค์กรพลังงานไทยที่เติบโตจากความเชื่อในพลังของคนไทย เข้าร่วมพัฒนาแปลงสำรวจ G2/65 ในอ่าวไทย ร่วมกับเชฟรอน องค์กรพลังงานระดับโลกที่มีบทบาทสำคัญในธุรกิจพลังงานของไทยมายาวนาน ถือเป็นก้าวสำคัญที่มีความหมายอย่างยิ่ง เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้เรียนรู้จากพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ ทั้งในด้านเทคโนโลยี กระบวนการ การบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ รวมทั้งด้านการพัฒนาบุคลากรในภาคพลังงาน และเป็นการต่อยอดองค์ความรู้จากการลงทุนใน OKEA ประเทศนอร์เวย์ของ BCPR ความร่วมมือในครั้งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยการสนับสนุนจากกระทรวงพลังงาน และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของประเทศ และการที่เชฟรอนเปิดโอกาสให้กลุ่มบริษัทบางจากได้ร่วมเป็นพันธมิตรครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของความร่วมมือที่มีศักยภาพและยั่งยืนในอนาคต” 

ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2566 เชฟรอนได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตสำหรับแปลงสำรวจ G2/65 จากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ซึ่งขณะนี้ดำเนินการอยู่ในระยะการสำรวจ  ภายใต้ความร่วมมือนี้ เชฟรอนได้โอนสิทธิ ประโยชน์ และพันธะตามสัญญาแบ่งปันผลผลิต ในสัดส่วนร้อยละ 30 ให้แก่ BCPR เพื่อเข้ามาเป็นผู้ร่วมประกอบกิจการ (Co-venturer) ในแปลงสำรวจ G2/65 ซึ่งมีเชฟรอนเป็นผู้ดำเนินการ (Operator) โดยความร่วมมือนี้มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพในการสำรวจทรัพยากรปิโตรเลียมในแปลงสำรวจ G2/65 อันจะเป็นการส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาวต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top