Thursday, 4 June 2026
เจจูแอร์

‘Jeju Air’ ออกแถลงการณ์!! แสดงความเสียใจ เหตุเครื่องบินไถลรันเวย์ พร้อมรับผิดชอบต่อเหตุการณ์

(29 ธ.ค. 67)  คิมอีแบ ประธานผู้บริหาร Jeju Air ออกแถลงการณ์ ออกแถลงการณ์ กรณีเครื่องบินไถลรันเวย์ เกิดเพลิงไหม้ และเกิดระเบิดจนทำให้มีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตจำนวนมาก โดยแถลงการณ์ มีเนื้อหา ดังนี้

สายการบิน Jeju Air ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขออภัยเป็นอย่างสูงต่อผู้โดยสารทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจในสายการบินเจจูแอร์มาโดยตลอด

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2567 เวลา 09 น.03 น.เที่ยวบินที่ 7C2216 เส้นทางกรุงเทพฯ-มูอัน ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ขณะลงจอดที่สนามบินนานาชาติมูอัน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างยิ่ง และเราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้เสียชีวิตทุกท่าน รวมถึงญาติพี่น้องผู้สูญเสีย ขณะนี้เรากำลังรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ไม่ว่าสาเหตุจะมาจากอะไร ในฐานะประธานบริษัท ขอรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ และขอสัญญาว่า Jeju Air จะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ รวมถึงจะร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการสืบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ให้กระจ่างชัด ขอแสดงความเสียใจอีกครั้งต่อผู้เสียชีวิต และขอส่งกำลังใจให้กับครอบครัวของผู้สูญเสียทุกท่าน

เปิดไทม์ไลน์สุดท้าย 'เจจูแอร์' พบชนนกจริง เผยก่อนเกิดเหตุ บิน 13 เที่ยวใน 48 ชม.

(30 ธ.ค. 67) กรณีสายการบินเจจูแอร์ 7C2216 ที่เผชิญเหตุโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ ขณะลงจอดที่สนามบินนานาชาติมูอัน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (29 ธ.ค.)   จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 179 ราย รายงานข่าวจากสำนักงานการบินพลเรือนเกาหลีระบุว่า เครื่องบินโบอิ้งรุ่น  737-800 ที่เกิดเหตุ  พบว่ามีการใช้งานหนักถึง 13 เที่ยวบินภายในเวลาเพียง 48 ชั่วโมงก่อนอุบัติเหตุ โดยเส้นทางบินครอบคลุมทั้งภายในประเทศ เช่น มูอัน เกาะเชจู และอินชอน รวมถึงเส้นทางระหว่างประเทศ เช่น ปักกิ่ง กรุงเทพฯ โกตาคินาบาลู นางาซากิ และไทเป

นอกจากนี้ เครื่องบินลำนี้ถูกใช้ในเที่ยวบินเช่าเหมาลำสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ จัดโดยบริษัทท่องเที่ยวในเมืองกวางจู ซึ่งมีการเดินทางไป-กลับระหว่างหลายประเทศในช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่ผ่านมา

ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้งานเครื่องบินที่อาจมากเกินไปในช่วงเวลาเร่งด่วนของเทศกาลท่องเที่ยว โดยเฉพาะเที่ยวบินเช่าเหมาลำที่เพิ่มขึ้นในช่วงสิ้นปี และเป็นที่จับตามองว่า การใช้งานเครื่องบินอย่างเข้มข้นในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุหรือไม่

ขณะที่กระทรวงกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานดับเพลิงของเกาหลีใต้ได้เปิดเผยไทม์ไลน์เหตุการณ์สุดท้ายของเที่ยวบิน 7C2216 ซึ่งระบุเวลาท้องถิ่นดังนี้

08:54 น. หอบังคับการบินสนามบินมูอันอนุญาตให้เครื่องบินลงจอดบนรันเวย์ 01 ซึ่งทำมุม 10 องศาทางตะวันออกเฉียงเหนือ

08:57 น. หอบังคับการบินแจ้งเตือน "ระวัง พบฝูงนก"

08:59 น. นักบินแจ้งว่าเครื่องบินชนกับฝูงนก และส่งสัญญาณฉุกเฉิน “เมย์เดย์” พร้อมขอบินวนเพื่อลงจอดใหม่

09:00 น. เครื่องบินเริ่มบินวน และขอเปลี่ยนรันเวย์ลงจอดไปยังรันเวย์ 19

09:01 น. หอบังคับการบินอนุญาตให้ลงจอดที่รันเวย์ 19

09:02 น. เครื่องบินแตะพื้นรันเวย์ 19 ที่ระยะประมาณ 1,200 เมตรจากความยาวรันเวย์ทั้งหมด 2,800 เมตร

09:02:34 น. หอบังคับการบินส่งสัญญาณ "Crash Bell" แจ้งเตือนหน่วยกู้ภัยและดับเพลิง

09:03 น. เครื่องบินไถลออกนอกรันเวย์และชนเข้ากับกำแพง

09:10 น. กระทรวงคมนาคมได้รับรายงานอุบัติเหตุจากเจ้าหน้าที่สนามบิน

09:23 น. ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุชาย 1 ราย และนำส่งหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน

09:38 น. ประกาศปิดสนามบินมูอัน

09:50 น. ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุรายที่สองจากส่วนหางของเครื่องบิน

จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นว่า นักบินของเครื่องบินที่ประสบเหตุได้แจ้งขอความช่วยเหลือเนื่องจากถูกนกชนเมื่อเวลา 8.59 น. และได้บินวนกลับ (ขึ้นบินโดยไม่ลงจอด - Go Around) ซึ่งสัญญาณที่ส่งออกไปในเวลานั้นเป็นสัญญาณถูกนกชนครั้งแรกและครั้งเดียว ในเวลา 08.57 น. หรือ 2 นาทีก่อนนักบินส่งสัญญาณฉุกเฉิน หอควบคุมการบินสนามบินมูอันได้แจ้งเตือนเกี่ยวกับกิจกรรมของนกในบริเวณใกล้สนามบิน และอีก 2 นาทีต่อมา นักบินได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือพร้อมตะโกนว่า “เมย์เดย์ เมย์เดย์ เมย์เดย์” จากนั้นจึงแจ้งว่า “นกชนเครื่องบิน นกชนเครื่องบิน นกชนเครื่องบิน กำลังบินวน”

‘เกาหลีใต้’ เผย!! กล่องดำ ‘เจจูแอร์’ หยุดทำงาน 4 นาที ก่อนเครื่องพุ่งไถล ชี้!! แหล่งกำเนิดพลังงานทั้งหมดบนเครื่องบิน ไฟสำรอง อาจถูกตัด

(11 ม.ค. 68) กล่องบันทึกข้อมูลการบิน (flight data recorder) และกล่องบันทึกเสียงในห้องนักบิน (cockpit voice recorder) ของเครื่องบินเจจูแอร์ (Jeju Air) ที่ประสบอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. หยุดทำงานราว ๆ 4 นาทีก่อนที่เครื่องบินจะลื่นไถลรันเวย์ไปชนกับกำแพงคอนกรีตที่สนามบินนานาชาติมูอัน ตามข้อมูลจากกระทรวงคมนาคมเกาหลีใต้วันนี้ (11 ม.ค.)

พนักงานสอบสวนอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่คร่าชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือรวม 179 คน และถือเป็นโศกนาฏกรรมทางการบินครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้ เตรียมที่จะวิเคราะห์เพิ่มเติมว่าอะไรเป็นสาเหตุทำให้ ‘กล่องดำ’ ทั้ง 2 ใบหยุดทำงานไปเฉยๆ ในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนั้น

ทางกระทรวงระบุว่า กล่องบันทึกเสียงภายในห้องนักบินถูกนำมาตรวจวิเคราะห์เบื้องต้นในเกาหลีใต้ และเมื่อพบว่าข้อมูลบางส่วนหายไป จึงได้มีการส่งไปยังห้องแล็บของคณะกรรมการความปลอดภัยขนส่งแห่งชาติสหรัฐฯ (NTSB) เพื่อตรวจสอบโดยละเอียด

ด้านกล่องบันทึกข้อมูลการบินที่เสียหายก็ถูกส่งไปตรวจวิเคราะห์ในสหรัฐฯ แล้วเช่นกัน

เที่ยวบิน 7C2216 ของเจจูแอร์ซึ่งออกเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปยังสนามบินมูอันในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของเกาหลีใต้ ลงจอดในสภาพที่ล้อไม่กาง ก่อนจะลื่นไถลหลุดรันเวย์ไปชนกับกำแพงคอนกรีตจนเกิดระเบิดไฟลุกท่วม คร่าชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือไป 179 คน และมีเพียงลูกเรือ 2 คนที่นั่งอยู่ในส่วนท้ายเครื่องเท่านั้นที่รอดมาได้

นักบินผู้ควบคุมเครื่องได้แจ้งไปยังหอควบคุมการบินว่าเครื่องบิน ‘พุ่งชนนก’ และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินราวๆ 4 นาทีก่อนที่เครื่องจะชนเข้ากับกำแพงคอนกรีตปลายรันเวย์

ทั้งนี้ หอควบคุมการบินเองได้มีการแจ้งเตือน ‘กิจกรรมของนก’ บริเวณรอบๆ สนามบิน ก่อนที่เครื่องบินลำนี้จะส่งสัญญาณ Mayday ประมาณ 2 นาที และหลังจากที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว นักบินได้ตัดสินใจยกเลิกการลงจอด และนำเครื่องกลับไปบินวน 1 รอบ

อย่างไรก็ตาม แทนที่จะบินวนจนครบรอบ เครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ลำนี้กลับหักเลี้ยวอย่างกะทันหัน และตรงเข้าไปยังรันเวย์เดี่ยวของทางสนามบินมูอันจากทิศทางตรงกันข้าม ก่อนจะลงจอดในสภาพที่ท้องเครื่องบินครูดไถลไปกับพื้นด้วยความเร็วสูง

ซิม ไจดง (Sim Jai-dong) อดีตพนักงานสอบสวนอุบัติเหตุของกระทรวงคมนาคมเกาหลีใต้ ระบุว่าการค้นพบว่ากล่องดำหยุดทำงานในช่วงไม่กี่นาทีสุดท้ายถือว่าน่าประหลาดใจ และสะท้อนว่าแหล่งกำเนิดพลังงานทั้งหมดบนเครื่องรวมถึงไฟสำรองอาจถูกตัด ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

กระทรวงคมนาคมเกาหลีใต้แถลงว่า ข้อมูลอื่นๆ ที่มีอยู่จะถูกนำมาใช้ในกระบวนการสอบสวน พร้อมยืนยันว่าจะตรวจสอบต้นตอของอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างโปร่งใส และแชร์ข้อมูลให้ครอบครัวของเหยื่อได้ทราบ

เปิดผลสอบ Jeju Air ตกไถลชนกำแพงรันเวย์ คร่า 179 ชีวิต รายงานชี้!! นักบินดับเครื่องยนต์ผิดฝั่ง หลังนกถูกดูดเข้าไป

(22 ก.ค. 68) ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบิน Jeju Air เที่ยวบิน 2216 ตกเมื่อช่วงเดือนธันวาคม ในปี 2024 ออกมาแสดงความไม่พอใจ หลังรายงานสอบสวนเบื้องต้นระบุว่า นักบินปิดเครื่องยนต์ผิดข้าง ทำให้เครื่องตกและมีผู้เสียชีวิต 179 รายจากทั้งหมด 181 คนบนเครื่อง 

โดยเหตุเกิดขึ้นหลังเครื่องบินดูดนกเข้าเครื่องยนต์ขณะกำลังลงจอดที่สนามบินเมืองมูอัน จังหวัดช็อลลาใต้ ประเทศเกาหลีใต้ ส่งผลให้นักบินแจ้งเหตุฉุกเฉินและพยายามเปลี่ยนทิศทางลงจอด แต่เครื่องกลับไถลลงโดยไม่มีล้อ ชนเข้ากับกำแพงคอนกรีตที่ปลายรันเวย์จนเกิดไฟลุกไหม้ คร่าชีวิตเกือบทั้งหมด ยกเว้นลูกเรือเพียง 2 คน

รายงานจากคณะสอบสวนของเกาหลีใต้พบว่า นักบินได้ปิดเครื่องด้านซ้ายซึ่งไม่เสียหาย แทนที่จะปิดเครื่องทางด้านขวาที่ถูกนกโจมตีอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม ครอบครัวเหยื่อมองว่ารายงานเน้นโยนความผิดให้กับนักบิน โดยไม่พูดถึงปัจจัยอื่น เช่น กำแพงคอนกรีตที่ปลายรันเวย์ ซึ่งทำให้ความเสียหายรุนแรงขึ้น

ทั้งนี้ ครอบครัวเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และไม่เร่งสรุปก่อนข้อมูลจะครบ ขณะเดียวกัน สหภาพนักบินของสายการบิน Jeju Air ก็ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้เช่นกัน โดยมองว่ามีการลดน้ำหนักของปัจจัยแวดล้อมอื่นที่เกี่ยวข้อง

แม้มีเสียงวิจารณ์จากหลายฝ่าย แต่แหล่งข่าวใกล้ชิดการสอบสวนยืนยันกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า รายงานอิงจาก “หลักฐานชัดเจนและข้อมูลสนับสนุน” ขณะที่กระทรวงคมนาคมเกาหลีใต้ประกาศแล้วว่าจะรื้อกำแพงคอนกรีตในสนามบิน 7 แห่ง และมีผู้บริหารรวมถึง CEO ของ Jeju Air ถูกแจ้งความดำเนินคดีฐานประมาทเลินเล่อ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top