Friday, 5 June 2026
เงินลงทุน

‘กรมโรงงานฯ’ เผยสถิติโรงงาน ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย 5 ปี มีแนวโน้มที่ดี ส่งสัญญาณบวก 7 เดือนแรกของปีนี้ มีเงินลงทุนเพิ่มกว่า 1.6 แสนล้าน จ้างงานเพิ่มกว่า 2.5 หมื่นคน

(12 ส.ค. 67) นายจุลพงษ์ ทวีศรี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สถิติการปิดโรงงาน (เลิกประกอบกิจการ) ในช่วง7เดือนแรกในปี 2567 (มกราคม-กรกฎาคม 2567 )พบว่า มีโรงงานเลิกประกอบกิจการ จำนวน 667 โรง และมีโรงงานเปิดใหม่ แจ้งประกอบกิจการแล้ว จำนวน 1,260 โรง คิดเป็นอัตราส่วนร้อยละ 54 ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา

"เมื่อหักลบโรงงานที่ปิดตัวลง ใน 7 เดือนแรกของปีนี้ จากยอดโรงงานใหม่ มีเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 167,691 ล้านบาท และมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 25,663 คน" นายจุลพงษ์กล่าว

ส่วนสถิติการปิดโรงงาน ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ยปีละ 1,254 โรง ในขณะที่มีการเปิดโรงงานใหม่ (รับใบอนุญาตและแจ้งประกอบแล้ว) เฉลี่ยปีละ 2,360 โรง คิดเป็นอัตราส่วนเฉลี่ยร้อยละ 53 หากคิดรายปีพบว่า ตั้งแต่ปี 2562 ถึง 2566 อัตราส่วนการเลิกประกอบกิจการเท่ากับร้อยละ 69 ร้อยละ 36 ร้อยละ 28 ร้อยละ 52 และร้อยละ 84 ตามลำดับ

ก่อนหน้านี้ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่าสถานการณ์ภาคการผลิตของไทยหดตัว ถึงแม้ว่า 6 เดือนแรกของปี 2567 จะมีการเปิดโรงงานกว่า 1,009 โรง เพิ่มขึ้นร้อยละ 122.67 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนต่างชาติที่ย้ายฐานผลิตมาไทยไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ PCB และรถอีวีจากจีนที่เข้ามาลงทุนผ่าน BOI ขณะที่ตัวเลขพบว่ามีโรงงานปิดตัวเพิ่มขึ้นกว่า 667 โรง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 86.31 หรือเฉลี่ย 111 โรงต่อเดือน ส่วนใหญ่เป็นโรงงานขนาดเล็ก(SMEs )ที่มีมูลค่าโรงงานเฉลี่ยต่อโรงอยู่ที่ 27.12 ล้านบาท

เพจดังแฉ “ดาราตัวแม่” เปิดเคสดราม่าบันเทิง ชวนเพื่อนลงทุน ดอกเบี้ยลวง ยอดเสียหายกว่า 400 ล้านบาท ผู้เสียหายเตรียมแจ้งความตำรวจ

(20 พ.ย. 68) เพจดังในโลกออนไลน์เผยเคสดราม่าครั้งใหญ่ของวงการบันเทิงไทย ระบุว่า "ดาราสาวตัวแม่" คนหนึ่งถูกกล่าวหาชักชวนเพื่อนสนิทและดาราร่วมวงการให้ร่วมลงทุน โดยรับปากผลตอบแทนในรูปแบบ "ดอกเบี้ยและปันผล" แต่กลับเกิดปัญหาเบี้ยวหนี้จนมูลค่าความเสียหายรวมพุ่งกว่า 400 ล้านบาท กลายเป็นแรงสั่นสะเทือนในกลุ่มเพื่อนคนบันเทิงและสังคมออนไลน์

ต้นเหตุของดราม่าน้ำท่วมโซเชียลมาจากโพสต์ในเพจ "ท่านเปา" ที่เปิดประเด็นว่า ดาราสาวระดับแถวหน้าคนหนึ่งใช้สถานะความสนิทชักชวนให้ร่วมลงทุนพร้อมการันตีผลตอบแทนที่น่าดึงดูด อย่างไรก็ตาม มีผู้ร้องเรียนว่าดอกเบี้ยเริ่มล่าช้าหรือไม่ได้รับตามกำหนด รวมถึงบางรายถูกยืมเงินเพิ่มแต่เงียบหาย ทำให้เกิดความขัดแย้งในกลุ่มเพื่อน

โมเดลลงทุนใช้ชื่อเสียงและความใกล้ชิดสร้างความน่าเชื่อถือ บอกว่าจะนำเงินไปหมุนในธุรกิจและให้ผลตอบแทนเป็น "ดอกเบี้ย" และ "ปันผล" จากกำไร ผู้ลงทุนบางรายได้รับผลตอบแทนในช่วงแรกจึงเพิ่มเงินลงทุน บางคนใช้เงินเก็บตลอดชีวิต จนมูลค่าความเสียหายเฉลี่ยรายละหลักสิบถึงหลักร้อยล้านบาท รวมกันเกิน 400 ล้านบาท แต่ความเสียหายส่งผลลึกถึงบางคนจน "ชีวิตการเงินพัง" จากความไว้วางใจนี้

หลังพยายาม "เคลียร์กันหลังบ้าน" กลุ่มผู้เสียหายเริ่มรวบรวมหลักฐานเตรียมแจ้งความกับตำรวจในข้อหาฉ้อโกงหรือผิดสัญญาทางแพ่ง ขณะเดียวกัน สื่อกระแสหลักยังไม่เผยชื่อดาราสาวตัวแม่อย่างเป็นทางการ ส่วนฝ่ายถูกกล่าวหายังไม่ได้ออกมาตอบโต้ ขณะเดียวกันมีคนดังบางรายถูกโยงชื่อ ต้องออกมาปฏิเสธ "ไม่ใช่วุ้นแน่นอน 1000%" พร้อมเตรียมดำเนินคดีหากมีการพาดพิงเท็จ สะท้อนว่าข่าวลือในโซเชียลส่งผลกระทบต่อชีวิตหลายคน

สถานะปัจจุบันยังเป็นเพียง "ข้อกล่าวหา" รอผลสอบสวนจากหน่วยงานยุติธรรมที่อาจนำเข้าสู่กระบวนการต่อไป สังคมต้องติดตามว่าเรื่องจะจบลงในทิศทางใด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top