Friday, 5 June 2026
เกาะเสม็ด

‘ดร.สาธิต’ อัปเดตเหตุการณ์น้ำมันรั่วระยอง ไร้คราบรอบ ‘เกาะเสม็ด - หาดแม่รำพึง’ แล้ว

จากกรณีพบน้ำมันดิบรั่วไหลบริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเล หรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งท่าเรือมาบตาพุด จ.ระยอง ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 20 กิโลเมตร เมื่อเวลา 21.06 น. ของวันที่ 25 ม.ค. 65 ซึ่งทุกภาคส่วนกำลังช่วยกันแก้ปัญหากันอยู่นั้น

ล่าสุด ดร.สาธิต ปิตุเตชะ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กอัปเดตสถานการณ์ในวันนี้ ว่า...

เสม็ดครองใจนทท.ต่างชาติ คนไทยฮิตไปจันทบุรี-เซี่ยงไฮ้

(2 ม.ค. 67) Agoda แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวเปิดเผยข้อมูล พบว่า เกาะเสม็ด ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะที่ จันทบุรี ครองอันดับหนึ่งในใจนักท่องเที่ยวชาวไทย ด้าน เซี่ยงไฮ้ กำลังเป็นที่สนใจของนักเดินทางชาวไทยที่มุ่งหน้าไปต่างประเทศ

ผลการจัดอันดับประจำปีของ Agoda ซึ่งวิเคราะห์จากข้อมูลการจองที่พักย้อนหลัง 2 ปี เผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของเทรนด์การท่องเที่ยว โดยจังหวัดจันทบุรี ได้รับความนิยมในฐานะ "อัญมณีแห่งภาคตะวันออก" ด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งชายหาดอ่าวยาง น้ำตกพลิ้ว อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ เมืองเก่าจันทบุรี และตลาดพลอยที่มีชื่อเสียงระดับภูมิภาค

เกาะเสม็ด กลายเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมไปเที่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะอ่าวพร้าวที่ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบสงบและทิวทัศน์งดงาม

ด้าน เซี่ยงไฮ้ เมืองใหญ่ของจีนได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย เนื่องจากนโยบายยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า พร้อมดึงดูดใจด้วยเสน่ห์ของตึกระฟ้าทันสมัยที่ผสานวัฒนธรรมจีนอย่างลงตัว

ปิแอร์ ฮอนน์ ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยของ Agoda กล่าวว่า “นักท่องเที่ยวในปัจจุบันให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น” สะท้อนผ่านความนิยมในจุดหมายปลายทางที่มอบประสบการณ์พิเศษ

นอกจากจันทบุรี เกาะเสม็ด และเซี่ยงไฮ้ อโกด้ายังเผยว่า เชจู (เกาหลีใต้), ปารีส (ฝรั่งเศส), ญาจาง (เวียดนาม) และ ฟุกุโอกะ (ญี่ปุ่น) เป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในหมู่นักท่องเที่ยวเอเชีย

วุฒิสภาลงพื้นที่ระยอง–เกาะเสม็ด ยกเครื่องมาตรการความปลอดภัยท่องเที่ยว ครอบคลุมบก–น้ำ เสริมเครือข่ายกู้ชีพ 1669 รับมือเหตุฉุกเฉิน

วันที่ 14-15 สิงหาคม 2568 คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา นำโดย พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ประธานคณะอนุกรรมาธิการความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่ศึกษาดูงานด้านความปลอดภัยในจังหวัดระยอง พร้อมอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษา โดยมีนายกัฬชัย เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง และนายประสานต์ พฤกษชาติ รองนายก อบจ.ระยอง รวมถึงหน่วยงานรัฐ–เอกชน ร่วมให้การต้อนรับ

ที่ประชุมได้บรรยายสรุปมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ การสร้างเครือข่ายแพทย์ฉุกเฉินระหว่าง อบจ.ระยอง กับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (1669) ครอบคลุมทั้งการเดินทางทางบกและทางน้ำ พร้อมพัฒนาระบบประสานงานให้การช่วยเหลือรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้เยี่ยมชมศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง รวมถึงการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ช่วยครูผู้สอนด้านปฐมพยาบาลและกู้ชีพขั้นพื้นฐาน ณ โรงแรมคามิโอ แกรนด์ เพื่อเสริมทักษะและสร้างเครือข่ายความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยว

จากนั้น ลงพื้นที่ท่าเรือ อบจ.ระยอง และเกาะเสม็ด เพื่อตรวจมาตรการความปลอดภัยทางน้ำ การจัดระเบียบเรือโดยสาร และการทำงานของตำรวจท่องเที่ยว พร้อมประชุมกับหน่วยแพทย์ฉุกเฉินและหน่วยสาธารณสุข เสนอเพิ่มอุปกรณ์–บุคลากร จัดซ้อมแผนกู้ชีพร่วมทุกหน่วยงาน และพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ คณะอนุกรรมาธิการฯ ยังหารือกับอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า–หมู่เกาะเสม็ด เรื่องการติดตั้งธงแดงเตือนภัยคลื่นลมแรง และประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยว พร้อมตรวจเยี่ยมสำนักงานท่าเรือนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและหอควบคุมการเดินเรือ

พล.ต.ต.อังกูร ระบุว่า ความปลอดภัยคือปัจจัยสำคัญที่นักท่องเที่ยวใช้ตัดสินใจเลือกจุดหมาย จึงต้องมีมาตรการชัดเจน รับมือสถานการณ์ฉุกเฉินได้จริง พร้อมย้ำบทเรียนจากเหตุเรือล่มภูเก็ตว่าการวางแผน ซ้อมแผน และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ–เอกชน เป็นหัวใจในการป้องกันเหตุซ้ำรอย และสร้างความเชื่อมั่นให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top