Thursday, 4 June 2026
เกาะหมาก

กรมทะเลชายฝั่ง ร่วมกับ อบต.เกาะหมาก และชมรมอนุรักษ์ปะการังเกาะหมาก เร่งสกัด และจัดการคราบน้ำมันที่รั่วไหล จากเหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ท บริเวณอ่าวทองหลาง จังหวัดตราด

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2566 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) กล่าวว่า วานนี้ตนได้รับแจ้งจากศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก (ศวทอ.) ถึงเหตุน้ำมันรั่วไหลจากเหตุเพลิงไหม้เรือท่องเที่ยวสปีดโบ๊ท บริเวณอ่าวทองหลาง ตำบลเกาะหมาก อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่าจุดเกิดเหตุเป็นบริเวณท่าจอดเรือ อ่าวทองหลาง สภาพน้ำทะเลมีฟิล์มน้ำมันลอยบนผิวน้ำ มีหลุดรอดจากทุ่นกักน้ำมันบริเวณแนวเขื่อนเล็กน้อย และไม่พบสัตว์น้ำตาย จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจวัดคุณภาพน้ำเบื้องต้น พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างน้ำทะเล จำนวน 3 สถานี (KM1-3) โดยผลคุณภาพน้ำทั่วไปอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานฯ มีค่าความเป็นกรด-ด่าง 7.92-8.03 อุณหภูมิ 26.7-26.9 องศาเซลเซียส ความเค็ม 31.2-31.3 ส่วนในพันส่วน และปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำ 5.56-6.98 มิลลิกรัมต่อลิตร นอกจากนั้นได้สำรวจแนวปะการังใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ 

เบื้องต้นพบว่าแนวปะการังมีสภาพปกติ ไม่พบคราบน้ำมันและตะกอนน้ำมันบนผิวโคโลนีปะการังและในมวลน้ำทะเล และจากการสัมภาษณ์คุณธานินทร์ สุทธิธนกุล รองประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกาะหมาก ทราบว่าหลังเหตุการณ์เพลิงไหม้ ทางอบต.เกาะหมาก และชมรมอนุรักษ์ปะการังเกาะหมาก ได้ร่วมกันประดิษฐ์ทุ่นกักน้ำมันไปวางติดตั้งป้องกันบริเวณปากอ่าวเพื่อไม่ให้น้ำมันรั่วไหลออกสู่ทะเลอีกด้วย

ไทยแลนด์กระหึ่มโลก!! ‘เกาะหมาก’ คว้าอันดับ 2 รางวัลระดับโลก   ด้าน ‘การจัดการ-ฟื้นฟู’ จาก ‘ITB Berlin 2023’

อพท. เผย ‘เกาะหมาก’ จ.ตราด คว้ารางวัลระดับโลก “2023 GREEN DESTINATIONS STORY AWARDS” ด้านการจัดการและการฟื้นฟู โดยได้รางวัลอันดับ 2 รองจาก NORMANDIE ประเทศฝรั่งเศส

เพจ Dasta Thailand ขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เปิดเผยว่า ‘เกาะหมาก’ จ.ตราด คว้ารางวัลระดับโลก ‘2023 GREEN DESTINATIONS STORY AWARDS’ ในประเภท Governance, Reset and Recovery (ระบบการจัดการและการฟื้นฟู) โดยรางวัลในประเภทนี้มี 3 รางวัลได้แก่ อันดับ 1 คือ NORMANDIE จากประเทศฝรั่งเศส อันดับ 2 เกาะหมาก จากประเทศไทย และอันดับ 3 OGUNI TOWN จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผู้จัดได้คัดเลือกแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการประกาศให้เป็นสุดยอดแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน 100 แห่งของโลก ในปี 2565 (2022 Green Destinations Top 100 Stories)

ทั้งนี้ นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. และ นายนล สุวัจนานนท์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะหมาก จังหวัดตราด ได้เข้ารับรางวัลดังกล่าวที่จัดขึ้น ในงานมหกรรมส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือ ‘ITB Berlin 2023’ ซึ่งเป็นงานมหกรรมส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีประเทศจากภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกเข้าร่วมจัดแสดงและนำเสนอขายสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว รวมถึงการเจรจาธุรกิจทางการท่องเที่ยว

สำหรับเกาะหมาก เป็นเกาะขนาดกลางแห่งหมู่เกาะช้าง ทะเลตราด ตั้งอยู่ระหว่างเกาะช้างกับเกาะกูด บนเกาะมีอ่าวและหาดหลายแห่งที่น่าสนใจและเหมาะแก่การท่องเที่ยว เช่น “อ่าวนิด” เป็นที่ตั้งของชุมชนใหญ่ ‘อ่าวสวนใหญ่’ เป็นอ่าวโค้งยาวน่ายล ‘อ่าวโล่ง’ ที่รอบข้างร่มรื่นเขียวครึ้มไปด้วยสวนยางพารา ในหลาย ๆ หาดหลาย ๆ อ่าวจะมีการสร้างสะพานเทียบเรือ (ของที่พัก) ทอดยาว ถือเป็นจุดถ่ายรูปและเสน่ห์อันโดดเด่นของเกาะหมาก

อีกทั้งเกาะหมากยังเป็นจุดเชื่อมโยงไปยังเกาะอื่น ๆ เพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ดำน้ำดูประติมากรรมช้างใต้ทะเล ดำน้ำดูปะการังเกาะยักษ์ หมู่เกาะรังได้อีกด้วย

ชู "เกาะหมาก" โมเดลรักษ์โลกที่มนุษย์ทำได้จริง จากพื้นที่ปะการังฟอกขาวสู่รางวัลระดับโลก ยกเป็นต้นแบบฟื้นฟูทะเลที่ยั่งยืน หนุน 'จันทบุรี-ตราดมา ฮับท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

‘วิชัย ทองแตง’ ชู “เกาะหมาก” ต้นแบบความสำเร็จฟื้นฟูปะการังระดับโลก พร้อมดันจันทบุรี-ตราด สู่แหล่งท่องเที่ยว “Low Carbon” หนึ่งในโครงการที่ร่วมผลักดันโดย อิน – เอม ทองแตง แห่งกลุ่ม Below the Tides

(17 ก.พ. 69) — นายวิชัย ทองแตง นักธุรกิจชั้นนำและผู้มากประสบการณ์ ได้ลงพื้นที่สัมผัสความงดงามทางธรรมชาติของ “เกาะหมาก” จังหวัดตราด พร้อมเปิดเผยความประทับใจหลังได้เห็นความสำเร็จของชุมชนในการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เข้มแข็ง จนสามารถคว้ารางวัลระดับโลกมาครองได้สำเร็จ

เจาะลึกเบื้องหลังรางวัลระดับโลกปี 2566


นายวิชัย กล่าวถึงความภาคภูมิใจที่คนไทยหลายคนอาจยังไม่ทราบว่า “เกาะหมาก” เคยสร้างชื่อเสียงด้วยการชนะเลิศการประกวดระดับโลกเมื่อปี 2566 ซึ่งรางวัลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและความเข้มแข็งของประชาคมชาวเกาะหมาก โดยเฉพาะในประเด็นการแก้ไขปัญหา “ปะการังฟอกขาว”

“จากการลงพื้นที่และได้ดำน้ำสำรวจด้วยตนเอง ผมได้เห็นภาพจริงของการฟื้นฟูปะการังที่ทำได้อย่างยั่งยืน และน่าพึงพอใจมาก สิ่งที่สัมผัสได้คือความงดงามและความจริงใจของคนในพื้นที่ ซึ่งทำให้ผมรู้สึกภูมิใจในประเทศไทยมากขึ้น” นายวิชัยกล่าว

ชู “จันทบุรี-ตราด” โมเดลท่องเที่ยว Low Carbon


นอกจากเรื่องการอนุรักษ์ทางทะเล นายวิชัยยังได้ชื่นชมศักยภาพของจังหวัดจันทบุรีและตราด ที่มีความเข้มแข็งด้านการท่องเที่ยวแบบ คาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism) ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ที่จะช่วยให้โลกน่าอยู่ขึ้น
“รีสอร์ทและผู้คนบนเกาะต่างใส่ใจในวิถีความเป็น Low Carbon อย่างจริงจัง ผมเชื่อว่าไม่ใช่แค่เกาะทางภาคตะวันออก แต่เกาะอื่นๆ ทั่วประเทศไทยก็สามารถพัฒนาไปในทิศทางนี้ได้ เพราะไม่ใช่เรื่องยาก ขอเพียงแค่เรา ‘เอาใจ’ เข้าไปมีส่วนร่วมเท่านั้น”

เชื่อมั่น “มนุษย์แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้”


นายวิชัย ทิ้งท้ายด้วยการเชิญชวนทั้งคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่า ที่มีความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ให้มาสัมผัสความสำเร็จที่เกาะหมาก เพื่อสร้างกำลังใจและพิสูจน์ให้เห็นว่า มนุษย์สามารถแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนและฟื้นฟูธรรมชาติได้จริง

“ถึงเวลาแล้วที่เราจะเปล่งประกายให้คนทั้งโลกได้เห็น ด้วยความงดงามของภูมิประเทศ ธรรมชาติ และความร่วมมือร่วมใจของคนไทย เพื่อสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นไทยให้ขจรไกลไปทั่วโลก” 


‘อิน – เอม ทองแตง’ 2 เยาวชนรักษ์โลกร่วมผลักดัน

สำหรับการลงพื้นที่ท่องเที่ยวเกาะหมากของนายวิชัย ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากได้รับการเชิญชวนจากหลานชายและหลานสาว 2 คน นั่นคือ อิน - อริณชย์ ทองแตง และเอม - อริสา ทองแตง ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม “Below the Tides” เพื่อดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อม 


และในพื้นที่เกาะหมาก เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่กลุ่ม Below the Tides ได้เข้าไปดำเนินโครงการปะ ปลา ยูน หญ้า ณ เกาะหมาก (Coral Fish Gong Grass @ Koh Maak) โดยได้ร่วมกับ กองทุนปะการังเกาะหมาก และชุมชนเกาะหมาก เพื่อฟื้นฟูแนวปะการัง หญ้าทะเล และรักษาสัตว์น้ำบริเวณเกาะหมาก จ.ตราด โดยเน้นการซ่อมแซมปะการังเทียมและอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลร่วมกับชุมชน ในการนำปะการังหักกลับคืนสู่แนวปะการังธรรมชาติ

โดยโครงการได้รับเงินสนับสนุนผ่าน “เทใจดอทคอม” ซึ่งรวมยอดระดมทุนประมาณ 330,000 บาท เพื่อใช้เป็นค่าอุปกรณ์ ค่าเรือ และค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงาน ในการสร้างความยั่งยืนให้กับระบบนิเวศทางทะเลของเกาะหมากให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง

 

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top