Thursday, 17 September 2026
อาคารถล่ม

‘อมตะ ซัมมิท’ เร่งตรวจสอบผนังอาคารถล่ม พร้อมประสานผู้เชี่ยวชาญหาสาเหตุอย่างละเอียด

(19 พ.ค. 68) บริษัท อมตะ ซัมมิท เรดดี้บิลท์ จำกัด ออกแถลงการณ์กรณีผนังอาคารด้านหน้าอาคารให้เช่า ในนิคมฯอมตะซิตี้ ชลบุรี หลุดร่วงจากตัวอาคารยืนยันเดินหน้าตรวจสอบสาเหตุอย่างเร่งด่วน และยกระดับมาตรการความปลอดภัยในทุกอาคาร

นางสาวจันจิรา แย้มยิ้ม กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมตะ ซัมมิท เรดดี้บิลท์ จำกัด เปิดเผยถึงกรณีผนังอาคารด้านหน้าอาคารให้เช่าแห่งหนึ่งภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี เกิดการหลุดร่วงจากตัวอาคารว่า บริษัทขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเพียงหนึ่งราย แต่เหตุการณ์ดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้เช่า ซึ่งบริษัทฯไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด

บริษัทฯให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้เช่าและบุคลากรทุกฝ่าย โดยได้ประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้าง และตัวแทนจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ.เพื่อเร่งตรวจสอบหาสาเหตุของเหตุการณ์อย่างละเอียด พร้อมเพิ่มการตรวจสอบซ้ำด้านความปลอดภัย

นอกจากนี้ บริษัทฯจะนัดหมายเพื่อร่วมประชุมกับผู้เช่าอาคารในลักษณะเดียวกันทุกราย เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง แผนการดำเนินงาน และมาตรการตรวจสอบซ้ำด้านความปลอดภัย พร้อมเปิดรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้เช่า และเชิญผู้เชี่ยวชาญร่วมตรวจสอบโครงสร้างอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจร่วมกัน

บริษัทฯขอยืนยันความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส มีความรับผิดชอบ และเปิดกว้างให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสาธารณะชน เข้าตรวจสอบได้อย่างเต็มที่ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้เช่า นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคต

‘อรรถวิชช์’ ยื่นผลตรวจเหล็ก!! ถึงผู้ว่า สตง. จี้ตรวจสอบตึกถล่มให้โปร่งใส ชี้ผลตรวจพบเหล็ก IF ไม่ผ่านมาตรฐาน สตง.ใช้งบปีละกว่า 3 พันล้าน แต่ถูกตั้งคำถามปฏิเสธตรวจเอกสารเหล็กเพราะไม่ใช่การเงิน

“อรรถวิชช์” ยื่นผลตรวจเหล็กตกมาตรฐานถึงผู้ว่า สตง. จี้ตรวจสอบอย่างโปร่งใส ซัด! ใช้งบปีละกว่า 3 พันล้าน แต่ปฏิเสธตรวจเอกสารเพราะไม่ใช่เอกสารการเงิน 

ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวในที่ประชุมสภาฯ ตั้งข้อสังเกตถึงการใช้งบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปีของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พร้อมเรียกร้องให้ สตง.ตรวจสอบความคุ้มค่าโครงการก่อสร้างอาคาร สตง.ที่ถล่มเมื่อเดือน มี.ค. 2568 หลังคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน ได้ทำหนังสือถึง สตง. เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2569 ขอผลตรวจเหล็กจากกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งส่งตรวจโดยสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย (สลท.) แต่ได้รับคำตอบจากนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินว่า “ไม่ใช่เอกสารเกี่ยวกับการตรวจสอบการเงิน จึงไม่มีอำนาจขอเอกสารดังกล่าว”

ขณะที่ผลการตรวจเหล็กจากการเก็บตัวอย่าง 2 ครั้ง พบว่า เหล็ก EF ผ่านมาตรฐาน แต่เหล็ก IF ไม่ผ่านมาตรฐาน ซึ่ง ดร.อรรถวิชช์ ย้ำว่า “ไม่ได้หมายความว่าเหล็ก IF ทุกเส้นไม่ได้มาตรฐาน แต่กรณีที่ใช้ในโครงการ สตง. มีผลตรวจจากหน่วยงานรัฐแล้วว่าไม่ผ่านมาตรฐาน”

อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเหล็กเป็นสาเหตุของอาคารถล่มหรือไม่ แต่เมื่อมีผลตรวจจากหน่วยงานรัฐระบุว่าเหล็กไม่ผ่านมาตรฐาน สตง.ควรนำข้อมูลดังกล่าวไปตรวจสอบต่อ และพิจารณาเรียกร้องความเสียหายจากคู่สัญญา เนื่องจากเงื่อนไขการจัดซื้อกำหนดให้เหล็กต้องมีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หากตรวจสอบภายหลังแล้วพบว่าไม่ผ่านมาตรฐาน ย่อมเป็นประเด็นที่ สตง.ต้องดำเนินการ

ด้านนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ชี้แจงกรณีตึก สตง.ถล่มเมื่อปี 2568 ว่า สตง.ได้ทำหนังสือขอข้อมูลเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างตึกดังกล่าวแล้ว แต่ได้รับการชี้แจงว่า เอกสารอยู่ในสำนวนคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล จึงไม่สามารถมอบให้บุคคลอื่นได้ ส่งผลให้ สตง.ไม่มีข้อมูลดังกล่าว และไม่สามารถส่งเอกสารตามที่คณะกรรมาธิการฯ ร้องขอได้ โดยพร้อมยินดีรับมอบเอกสารผลการตรวจสอบเหล็กจากกระทรวงอุตสาหกรรมที่ ดร.อรรถวิชช์ นำมาให้ เพื่อนำไปประกอบการตรวจสอบของ สตง.ต่อไป

ทั้งนี้ ภายหลังการอภิปรายเสร็จสิ้น ดร.อรรถวิชช์ ได้เดินไปยังหน้าบัลลังก์ในห้องประชุมสภาฯ เพื่อยื่นเอกสารผลการตรวจสอบเหล็กจากสถานที่เกิดเหตุอาคาร สตง.ถล่ม ซึ่งเก็บตัวอย่างเมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2568 ถึงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อประกอบการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องโปร่งใสในการดำเนินการของ สตง.


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top