Saturday, 5 April 2025
อสส

รองโฆษก อสส. ชี้!! หนี้เงินไม่ใช่หนี้ชีวิต ไม่ต้องเอาไปใช้ให้ใคร แนะ!! สายด่วน 1157 อัยการมีวิธีหาทางออกให้

(30 ม.ค. 66) นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “เป็นหนี้…อย่าคิดสั้น  หนี้เงินไม่ใช่หนี้ชีวิต ไม่ต้องเอาชีวิตไปใช้หนี้ใคร..?” ระบุว่า อัยการมีวิธี…แก้ปัญหาชีวิต มาคิดยาว..กับอัยการชีวิตยังไปต่อได้เสมอ ปัญหาหนี้สินเครียด ไม่มีทางออก อย่าคิดสั้น อัยการมีวิธีหาทางออกให้ถูกกฎหมาย ต่อให้ล้มละลาย..ชีวิตก็ยังไปต่อได้

โปรดไปพบอัยการคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย มีทุกจังหวัด 117 สาขาวันเสาร์ก็ไปได้ สายด่วน 1157 อัยการจะบอกวิธีแก้ปัญหาชีวิตจากหนี้สิน อัยการช่วยแก้ปัญหาหนี้สินให้ประชาชนมาแล้วมากมาย มาหาอัยการจะมองเห็นทางออกชีวิตไม่มีทางตัน ชีวิตไปต่อได้เสมอ มาสู้ชีวิต ๆต้องสู้…อัยการจะอยู่เคียงข้างประชาชน ก่อนตัดสินใจคิดสั้นโปรดมาพบอัยการก่อนครับ

‘ครม.’ ไฟเขียวเพิ่มค่าตอบแทน อสม.-อสส. จาก 1,000 เป็น 2,000 ต่อเดือน

ครม.ไฟเขียว เพิ่มค่าป่วยการ อสม.-อสส. จากเดือนละ 1,000 บาท เป็น 2,000 บาท เตรียมตั้งคำของบประมาณตั้งแต่ปี 67 คาดใช้งบปีละ 1.3 หมื่นล้าน โวลั่น ภท.พูดแล้วทำ

จากกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เสนอเรื่องเข้าบรรจุวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่องขอเพิ่มค่าตอบแทนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จาก 1,000 บาท เพิ่มเป็น 2,000 บาท ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2567 นั้น

(7 มี.ค. 66) รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แจ้งว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบให้เพิ่มค่าป่วยการอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครกรุงเทพมหานคร (อสส.) จากเดิมเดือนละ 1,000 บาท เป็น 2,000 บาทต่อคน ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ และให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และสำนักอนามัย กรุงเทพมหานครตั้งคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2567 เป็นต้นไป  ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้งบประมาณในแต่ละปีงบประมาณ จำนวน 13,081 ล้านบาท

โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ได้กล่าวขอบคุณ ครม. ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของพี่น้อง อสม. และได้อนุมัติการเพิ่มเงินค่าป่วยการในครั้งนี้ให้สอดคล้องกับภารกิจของ อสม. และอสส. ที่เพิ่มขึ้นมีทั้งภารกิจ 9 งานหลัก และภารกิจที่รัฐบาลมอบหมายเพิ่มเติมใน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 

1.) การคัดกรองเพื่อประเมินสุขภาวะผู้สูงอายุ 9 ด้าน 
2.) สร้างความรอบรู้และให้บริการดูแลสุขภาพตามสภาพปัญหาในแต่ละด้าน 
3.) ประสานภาคีเครือข่ายดูแลผู้สูงอายุให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ปฏิบัติงานในระยะ Post-Pandemic ของโรคโควิด19 
และ 4.) ติดตามผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติดในระบบสมัครใจบำบัด

นายอนุทิน กล่าวว่า อสม.และอสส. ได้รับค่าป่วยการในอัตราปัจจุบันที่ 1,000 บาทต่อเดือนมาตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2561 โดยผู้จะได้รับค่าป่วยการจะต้องเป็น อสม.และ อสส. ที่มีรายชื่อในฐานข้อมูลประวัติของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ มีระยะเวลาปฏิบัติงานที่แน่นอน มีการรายงานผลปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์ ซึ่งปัจจุบันมี อสม. อยู่ 1,075,163 คน และ อสส. 15,000 คน รวม 1,090,163 คน ก่อนจะเสนอ ต่อ ครม. ในครั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ศึกษาเปรียบเทียมอัตราค่าป่วยการ กับค่าใช้จ่ายของ อสม. ในการปฏิบัติงานแล้วพบว่า ค่าป่วยการที่ได้นั้นต่ำกว่าค่าใช้จ่ายที่ อสม. ได้มาโดยตลอด

‘อนุทิน’ จัดหนัก!! นโยบายสวัสดิการเอาใจ ‘อสม. – อสส.’ เหตุเป็นกลุ่มฟันเฟืองสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดความเรียบร้อย

‘อนุทิน’ เปิดนโยบายสวัสดิการเอาใจ ‘อสม. – อสส.’ จัดเต็มกองทุนเงินออมให้ยืม 1 แสนบาท ตั้งสถาบันอสม. เหน็บ ไม่ต้องตั้งสกุลเงินใหม่ แต่ใช้เงินหมุนเวียนในระบบอสม. หวัง ได้เสียงสนับสนุนกว่าล้านเสียง กลับเข้าไปสานต่องานกระทรวงสาธารณสุข

(17 เม.ย. 66) ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค เป็นประธานการแถลงนโยบายการพัฒนา และสวัสดิการอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร (อสส.) พร้อมด้วย น.ส.เรวดี รัศมิทัต และนายจำรัส คำรอด ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ร่วมแถลงด้วย โดยมี อสม.และ อสม.เข้าร่วมรับฟัง 

นายอนุทิน กล่าวตอนหนึ่งว่า สมัยที่ตนเป็นรมช.สาธารณสุข ตนไม่รู้จัก อสม. แต่พอได้ออกไปปฏิบัติหน้าที่นอกกระทรวง ได้พบเห็นได้รับการซึมซับ อสม.จนเข้าใจว่าคือ ฟันเฟืองสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดความเรียบร้อย หลังจากนั้นคำว่า ‘อสม.’ ก็อยู่ในความคิดของตนตลอด กระทั่งวันที่ได้กลับมาเป็นรมว.สาธารณสุข ก็ได้ออกปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ต่างจังหวัดอีกครั้ง ความรู้สึก และบรรยากาศ ทุกอย่างเหมือนเดิม และเมื่อโควิด - 19 เข้ามายิ่งทำให้มีความใกล้ชิดกับ อสม.มากขึ้น ทำให้เรากล้าแสดงให้คนทั้งประเทศได้เห็นความสำคัญของ อสม. ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาด และส่วนตัวได้สมัครเป็นอสม.ด้วย ที่ ต.อิสาน อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งน่าจะเป็นหัวหน้าพรรคเพียงคนเดียวที่เป็น อสม. 

ทั้งนี้ เราต้องไม่ลืมว่า อสม.คือบุคคลที่เป็นอาสาสมัคร ถ้าเราอยากหาเสียงแบบไม่ลืมหูลืมตัว เราคงแถมแหลกแจกสะบัด แต่ตนบอกเสมอว่า อสม.คืออาสาสมัครไม่มีใครบังคับให้มา พวกท่านมากันเอง ถ้ามาเรียกร้องค่าตอบแทนความเป็น อสม.จะหมดไปทันที ตนต้องรักษาศักดิ์ศรีของพวกท่านทุกคนที่เป็นอสม.ด้วย จึงต้องทำให้ทุกท่านยืนหยัดได้ด้วยความมีศักดิ์ศรี เราทำงานขนาดนี้ ก็คงต้องกลับไปดูและกระทรวงสาธารณสุขอีกครั้ง

อสส. จับมือ รฟม. ส่งเสริมการดำเนินงานด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์

องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (อสส.) จับมือ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานด้านการตลาดเกี่ยวกับผู้ใช้บริการ รวมถึงด้านการประชาสัมพันธ์

เมื่อวานนี้ (30 ม.ค.68) ณ ศูนย์การเรียนรู้ด้านรถไฟขนส่งมวลชน (MRTA Learning Center) เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย และ นายวิทยา พันธุ์มงคล รองผู้ว่าการ (ปฏิบัติการ) รักษาการแทนผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ร่วมกันลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือการส่งเสริมการดำเนินงานด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ 

ทั้งนี้ MOU ในดังกล่าววัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานด้านการตลาดเกี่ยวกับผู้ใช้บริการผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงเพื่อร่วมกันจัดกิจกรรมและประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการประกอบกิจกรรมและผู้ใช้บริการของทั้งสองฝ่าย 

โดยมีผู้บริหารองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยฯ ประกอบด้วย นางจงกลนี แก้วสด รองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย (สายบริหาร) นายวันชัย ตันวัฒนะ รองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย (สายอนุรักษ์และวิจัย) นางสมรัก บุษปธำรง รองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย (สายปฏิบัติการและพัฒนาธุรกิจ) นายฐิติพร ทองดีพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาธุรกิจ นางบังอร สนธิสุวรรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาผู้อำนวยการ นางสุภาพรรณ รุจิรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันจัดการสวนสัตว์ นางภรปภัช ธนะวัย รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักดิจิทัล และผู้บริหารการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ประกอบด้วย นางสาวจิรนันท์ วรจักร ผู้ช่วยผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และนายยุทธศักดิ์ ชื่นใจ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามเพื่อร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานด้านการตลาดเกี่ยวกับผู้ใช้บริการ ร่วมกันจัดกิจกรรมและประชาสัมพันธ์ของทั้งสองหน่วยงาน

สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ มีแนวทางของการใช้ทรัพยากรร่วมกัน โดยจะใช้ประโยชน์จากจุดแข็ง ทรัพยากร และฐานลูกค้าของกันและกัน เพื่อเพิ่มความสามารถทางการตลาดและการประชาสัมพันธ์ ต่อไป 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top