Thursday, 4 June 2026
อธึกกิตแสวงสุข

‘ใบตองแห้ง’ โพสต์เล่าเรื่อง ‘ไอ้หนุ่มผมยาว’ หลัง ‘ดร.ไชยันต์’ ลงสมัคร!! ศาลรัฐธรรมนูญ

(7 เม.ย. 68) นายอธึกกิต แสวงสุข หรือ ‘ใบตองแห้ง’ คอลัมนิสต์การเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Atukkit Sawangsuk แสดงความคิดเห็นภายหลัง ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตัดสินใจลงสมัครตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีใจความว่า …

ตำนานไอ้หนุ่มผมยาว

จบจากอังกฤษมาเป็นอาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬา
อ.ไชยวัฒน์ ค้ำชู คณบดีสมัยนั้นเห็นความสามารถตั้งให้เป็นรองคณบดี แล้วก็มีวาระประชุมผู้บริหารมหาลัย
อ.ไชยวัฒน์ให้เข้าประชุมแทน
โห พวกอนุรักษนิยมสีชมพูด่าพรึม
รับไม่ได้ เสียสถาบัน ผมยาวเฟื้อยมานั่งอยู่กลางคณาจารย์ผู้เคร่งขรึม เป็นรองคณบดีได้ไง
แหม่ ไม่รู้เสียแล้ว อย่าดูคนแค่ภายนอก
คนเราเปลี่ยนกันได้

อย่างไรก็ตาม ต่อมา ศ.ดร.ไชยันต์ เข้ามาแสดงความคิดเห็นในโพสต์ดังกล่าว ระบุว่า...

กลับมาสอน สมัยอาจารย์สุจิตเป็นคณบดีครับ ตอนนั้นอาจารย์ผู้ใหญ่บางคนมาติเรื่องผมยาว
เมื่อเวลาผ่านไป หลังจากอาจารย์สุจิตหมดวาระ มีการแข่งขันชิงตำแหน่งคณบดี
ผมกับอาจารย์พิชญ์ไปขอให้อาจารย์ไชยวัฒน์ลงแข่ง พอท่านได้ ผมก็ต้องไปช่วยท่าน โดยเป็นรองคณบดีครับ
ตอนนั้น ไม่มีใครติเรื่องผมยาวแล้ว

‘ใบตองแห้ง’ ลั่น!! ‘ทหาร’ มีหน้าที่ตายตามคำสั่ง ‘รัฐบาล’ ชี้!! ไม่มีอำนาจ หน้าที่ กำหนดเส้นเขตแดนของประเทศ

(14 มิ.ย. 68) นายอธึกกิต แสวงสุข หรือที่หลายคนรู้จักในนาม 'ใบตองแห้ง' คอลัมนิสต์ที่คร่ำหวอดในแวดวงสื่อมวลชนมานาน ได้โพสต์ข้อความ โดยระบุว่า ...

ทหารไม่มีอำนาจหน้าที่กำหนดเส้นเขตแดน

ว่าตรงไหนเป็น 'แผ่นดินกู'

เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐบาล ภายใต้สนธิสัญญา ข้อตกลง ตามกฎหมายระหว่างประเทศ ที่จะกำหนดเส้นเขตแดน

จากนั้น ถ้ามีการรุกล้ำ ทหารจึงมีหน้าที่สู้รบตามคำสั่งรัฐบาล

มีหน้าที่ตายตามคำสั่งอะ ไม่ได้มีอำนาจสั่ง!!

ทหารยึดอำนาจตัดสินใจ ตั้งแต่ ‘คลิปอังเคิล’

(10 ส.ค. 68) นายอธึกกิต แสวงสุข หรือ ‘ใบตองแห้ง’ คอลัมนิสต์ สื่อมวลชนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

ไม่ได้แปลกใจที่โพลนิยมทหาร ด่ารัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ
ทหารยึดอำนาจตัดสินใจตั้งแต่คลิปอังเคิล

ยึดกุมนโยบายที่ไม่เจรจา จนนำไปสู่การรบ (ไม่ว่าจะบอกใครยิงก่อน แต่เห็นชัดว่าไม่เจรจา เข้มตึงตั้งแต่ทหารเหยียบกับระเบิด)

จากนั้นทหารก็กุมเรื่องเล่า ผ่านสื่อ อินฟลู

แม้เราเห็นว่า เรื่องเล่าของกองทัพ ที่เป็นทางการ ยังดูเหมือนจะอยู่ในกรอบ (ที่จริงคาบเส้น แล้วเปิดให้สื่อ อินฟลู ล้ำเส้น) 

แต่เพจข้างเคียงจำนวนมาก ที่ไม่เป็นทางการ ไม่ได้บอกว่าเป็นของกองทัพ ก็ฉกโอกาสนี้ โจมตีรัฐบาล

‘ใบตองแห้ง’ เหน็บทหารนำประเทศไม่ได้ แค่ปั่นกระแสชาตินิยมช่วงวิกฤตชายแดน

(12 ส.ค. 68) อธึกกิต แสวงสุข หรือ ใบตองแห้ง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Atukkit Sawangsuk' พร้อมแชร์ข่าวจากเพจ Matichon Online - มติชนออนไลน์ ประเด็นเราเปิดพื้นที่ให้ “ทหาร-กองทัพ” นำประเทศมาพักใหญ่ ในช่วงวิกฤตการณ์ตรงชายแดนไทย-กัมพูชา เช่นเดียวกับที่ผู้คนในสังคมก็พลอยอินกับกระแส “ทหารนำการเมือง” ไปด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อวิกฤตดังกล่าวเริ่มสงบลง (แม้อาจไม่ยุติอย่างสิ้นเชิง แต่ต้องตามแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง-เจรจาต่อรองกันไปเรื่อยๆ) คนไทยและสังคมไทยก็ได้เวลาหวนคืนสู่ "ความเป็นจริงหลัก" หรือ "โจทย์ปัญหาหลัก" ของตนเอง 

นั่นคือเราจะเอาอย่างไรกับ "การเมืองไทย" ดี?

กระนั้นก็ตาม ในความเป็นจริง กองทัพคงไม่สามารถ "นำการเมือง" หรือ "นำประเทศ" ไปได้ตลอดรอดฝั่ง บทพิสูจน์ คือ พวกเขาเคยได้รับโอกาสนี้มาแล้วเกือบหนึ่งทศวรรษ และทำให้หลายคนตระหนักดีว่านั่นกลับกลายเป็น "ทศวรรษที่สูญเปล่าและน่าเสียดาย" ของสังคมไทย

‘ใบตองแห้ง’ โพสต์ข้อความว่า “จริงๆแล้วทหารนำประเทศไม่ได้ แค่ใช้โอกาสปัญหาชายแดนปั่นชาตินิยมทหารนิยม คุมนโยบายความมั่นคง แต่ทหารก็ไปสุด แบบถึงขนาดรัฐประหารไม่ได้ ไม่มีความสามารถพอบริหารประเทศ  นั่นเป็นจุดที่มันจะค้างเติ่ง”

เพื่อไทยหนัก พรรคส้มก็เหนื่อย ชาตินิยม เป็นอันตราย

(24 ส.ค. 68) นายอธึกกิต แสวงสุข หรือ ‘ใบตองแห้ง’ คอลัมนิสต์ สื่อมวลชนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

ชาตินิยมที่เกิดจากปัญหาชายแดน ส่งผลกระทบต่อทุกพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย
เพื่อไทยหนัก พรรคส้มก็เหนื่อย 
ชาตินิยมเป็นอันตราย แต่ในอีกมุม ทำอย่างไรจะทำให้การเมืองเรื่องชีวิตเรื่องความเปลี่ยนแปลงเป็นชาตินิยมขึ้นมาได้

เศรษฐกิจเสรีนิยมใหม่ อำนาจกดทับในสังคม ทำให้คนกลายเป็นอณู ที่ไม่มีความหมาย
ชาติ กลายเป็นความคิดเก่าที่สามารถยึดโยงให้แต่ละอณูเชื่อมโยงกัน ทำให้เกิดความหมายว่า เรามีค่ามากกว่าเป็นอณู
แต่ชาตินิยมถ้าไม่มี Political Project ที่ชัดเจน เห็นอนาคต และเป็นประโยชน์ต่อชีวิต ก็ไม่ได้มีอะไรนอกจากคลั่งชาติ

แม้ชาตินิยมทำให้ดูเหมือนสังคมไทยถอยหลัง จากปี 63 ปี 66
แต่จากนี้ไปจนถึงเลือกตั้ง กระแสสังคมจะหันมาทบทวนชาตินิยม
พรรคการเมืองจะต้องนำเสนอชาตินิยมที่มีปัญญาญาณ สร้างชุดความหวังและอุดมคติ ที่ทำให้สังคมเดินต่อไปได้ ผนวกกลืนชาตินิยมให้เป็นสิ่งที่มีค่า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top