Thursday, 4 June 2026
หุ่นยนต์จีน

'หวัง ซิงซิง' แห่ง Unitree กับเส้นทางสู่เจ้าพ่อหุ่นยนต์จีน

คณะหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จากยูนิทรี โรโบติกส์ (Unitree Robotics) เพิ่งสร้างกระแสฮือฮาด้วยการแสดงเต้นระบำพื้นบ้านในงานฉลองเทศกาลตรุษจีนที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ CCTV กลายเป็นจุดสนใจของงานไปโดยปริยาย และไม่นานหลังจากนั้น ชื่อของ "หวัง ซิงซิง" (王兴兴) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัท ก็ถูกกล่าวถึงอีกครั้งในเวทีใหญ่ระดับประเทศ

เมื่อวันที่ (17 ก.พ. 68) หวัง ซิงซิง กลายเป็นผู้บริหารอายุน้อยที่สุดที่ได้รับเกียรติให้นั่งแถวหน้าในที่ประชุมสัมมนาผู้ประกอบการภาคเอกชนจีน ร่วมกับบุคคลสำคัญระดับแถวหน้า อาทิ เหริน เจิ้งเฟย (Huawei), แจ็ก หม่า (Alibaba) และ โพนี หม่า (Tencent) ภายใต้การนำของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง นับเป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จของเขาในฐานะผู้นำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ของจีน

หวัง ซิงซิง เกิดที่เมืองหนิงโป มณฑลเจ้อเจียง ในปี 2533 เขาไม่ใช่นักเรียนที่โดดเด่นด้านวิชาการ โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เขาไม่ได้ศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ อย่างไรก็ตาม ความหลงใหลในเทคโนโลยีหุ่นยนต์ตั้งแต่วัยเยาว์ทำให้เขาเลือกเส้นทางของตัวเอง

ตั้งแต่วัยเด็ก หวังชื่นชอบการสร้างแบบจำลองเครื่องบินและทดลองทางกลศาสตร์ เมื่อเข้าสู่ช่วงมัธยม เขาสามารถประกอบเครื่องยนต์เทอร์โบเจ็ตขนาดเล็กได้ด้วยตัวเอง แม้ครูจะมองว่าเขาเป็นนักเรียนธรรมดา แต่ไฟแห่งความทะเยอทะยานกลับลุกโชนอยู่ในตัวของเขา

ในปี 2552 หวังเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเจ้อเจียง สาขาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ ขณะที่ยังเป็นนักศึกษาปีหนึ่ง เขาสร้างหุ่นยนต์สองเท้าตัวแรกขึ้นมาด้วยงบเพียง 200 หยวน (ประมาณ 924 บาท) ความสามารถในการบริหารต้นทุนกลายเป็นหัวใจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จของ Unitree ในเวลาต่อมา

ในปี 2554 หวังได้รับสิทธิบัตรฉบับแรกจากการพัฒนา "อุปกรณ์ป้อนกลับแบบหลายแรงสำหรับนิ้วมือ" (Multi-force Feedback Device for Fingers) และมุ่งมั่นศึกษาด้านตัวควบคุมมอเตอร์กระแสตรงแบบไม่มีแปรงถ่านเพื่อพัฒนาหุ่นยนต์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ เขายังแบ่งปันรายการหนังสือกว่า 100 เล่มที่เคยอ่านบนแพลตฟอร์มโซเชียล "เสี่ยวหงซู" (Red Note) โดยเฉพาะหนังสือด้านฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ และ AI หนึ่งในเล่มที่สร้างแรงบันดาลใจให้เขาคือ AI Techniques for Game Programming ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาเข้าสู่โลกของปัญญาประดิษฐ์อย่างจริงจัง

ในปี 2558 หวังพัฒนาหุ่นยนต์สี่ขาต้นแบบ "XDog" ด้วยงบประมาณ 20,000 หยวน (ราว 92,400 บาท) โดยเลือกใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแทนระบบไฮดรอลิกเช่นที่ Boston Dynamics ใช้ การตัดสินใจนี้ช่วยให้ต้นทุนลดลงอย่างมาก และทำให้เขาชนะการแข่งขันระดับประเทศ คว้าเงินรางวัล 80,000 หยวน (ราว 369,600 บาท)

หลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทในปี 2559 หวังเข้าทำงานกับ DJI บริษัทผู้ผลิตโดรนชั้นนำของจีน แต่ไม่นานเขาก็ตัดสินใจลาออกเพื่อก่อตั้ง Unitree Robotics โดยได้รับเงินทุนสนับสนุน 2 ล้านหยวน (ราว 9,240,000 บาท) จากนักลงทุนอิสระ

ชื่อ "Unitree" มาจากการผสมคำว่า "Universe" (จักรวาล) กับ "Tree" (ต้นไม้) ซึ่งสื่อถึงแนวคิด "จุดประกายต้นไม้เทคโนโลยี" บริษัทของเขากลายเป็นเจ้าแรกในโลกที่จำหน่ายหุ่นยนต์สี่ขาและหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ประสิทธิภาพสูงให้กับผู้บริโภคทั่วไป ผลิตภัณฑ์ของ Unitree ได้รับการนำเสนอในงานสำคัญหลายแห่ง เช่น เอเชียนเกมส์หังโจว 2023

ขณะที่บริษัทในสหรัฐฯ อย่าง Tesla และ Nvidia เร่งพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ รัฐบาลจีนเองก็ให้การสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมนี้อย่างเต็มที่ ผ่านนโยบายและกองทุนวิจัยเพื่อกระตุ้นการแข่งขันกับตะวันตก

ปัจจุบัน Unitree ตั้งอยู่ใน Startup Park เขตปินเจียง เมืองหังโจว มีพนักงานเกือบ 500 คน และกำลังขยายสาขาไปยังเซี่ยงไฮ้เพื่อรองรับการเติบโต

ในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว หวังได้รับเชิญให้กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีต้อนรับนักศึกษาใหม่ที่มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ เขาทิ้งท้ายข้อคิดที่สะท้อนตัวตนและเส้นทางความสำเร็จของเขาไว้ว่า

"จงค้นหาสิ่งที่คุณรัก ทำงานหนัก มุ่งมั่นเรียนรู้ และอย่าหยุดพัฒนา"

"ตั้งแต่เด็ก ผมอยากใช้เทคโนโลยีสร้างบางสิ่งที่มีคุณค่า เพื่อพิสูจน์ตัวเอง และเปลี่ยนแปลงโลก นั่นคือแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผมเสมอมา" 

เส้นทางของเขาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า แม้จะไม่ได้มาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ แต่ด้วยความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล ก็สามารถสร้างอิทธิพลต่อวงการเทคโนโลยีหุ่นยนต์ระดับโลกได้เช่นกัน

‘หุ่นยนต์สี่ขา’ จากจีน วิ่งเร็วทุบสถิติ ‘กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด’ โค่นเกาหลีใต้!! ระยะ 100 เมตร วิ่งได้ 16.33 วินาที

(14 ส.ค. 68) มหาวิทยาลัยเจ้อเจียงในจีน ประกาศความสำเร็จ เมื่อเจ้า 'ไวท์ไรโน' (White Rhino) หุ่นยนต์สี่ขา พัฒนาร่วมโดยศูนย์ X-Mechanics คณะวิศวกรรมการบินและอวกาศ และศูนย์นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโลกหางโจว สามารถวิ่ง 100 เมตร ได้ในเวลาเพียง 16.33 วินาที ทำลายสถิติโลก “กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด” เดิมของหุ่นยนต์ 'ฮาวด์' (Hound) จากเกาหลีใต้ที่เคยทำไว้ 19.87 วินาที เมื่อปี 2022 

ศาสตราจารย์หวัง หงเทา (Wang Hongtao) หัวหน้าโครงการเผยว่า การวิ่งระยะสั้น 100 เมตร เป็นบททดสอบทั้งพลัง ความเร็ว ความมั่นคง และการควบคุมท่ามกลางความเร็วสูง พร้อมย้ำว่าผลสำเร็จครั้งนี้สะท้อนว่าทีมวิจัยมาถูกทางด้านเทคโนโลยี

สำหรับจุดเด่นของไวท์ไรโนคือ แนวคิดการออกแบบ (Robot Forward Design) ที่จำลองการทำงานของข้อต่อและมอเตอร์ในหลายสภาพแวดล้อม เพื่อหาการออกแบบที่เหมาะสมที่สุดตั้งแต่ต้น พร้อมติดตั้งชุดขับเคลื่อนกำลังสูงที่ทีมพัฒนาขึ้นเอง ทำให้ทั้งแรงบิดและการตอบสนองอยู่ในระดับเดียวกับ “กล้ามเนื้อนักแข่งจริง”

นอกจากนี้ ไวท์ไรโนยังแบกน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัม จึงเหมาะกับการใช้งานในภารกิจช่วยเหลือภัยพิบัติ หรือการขนส่งในพื้นที่ทุรกันดาร โดยเป้าหมายต่อไปของทีมคือการต่อยอดให้หุ่นยนต์ไม่เพียง 'วิ่งเร็ว' แต่ต้อง “วิ่งได้อย่างมีประโยชน์ต่อสังคม” ด้วย

จีนจัดมหกรรมกีฬา “โอลิมปิกหุ่นยนต์” สุดอลังการ รวม 280 ทีมจาก 16 ประเทศ ร่วมโชว์เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

(18 ส.ค. 68) จีนเปิดฉากการแข่งขัน World Humanoid Robot Games หรือที่ถูกขนานนามว่า “โอลิมปิกหุ่นยนต์” ณ กรุงปักกิ่ง โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–17 สิงหาคม มีทีมเข้าร่วมกว่า 280 ทีมจาก 16 ประเทศ รวมทั้งสหรัฐฯ เยอรมนี และบราซิล โดยเป็นผลงานจากมหาวิทยาลัย 192 ทีม และจากภาคเอกชน 88 ทีม เช่น Unitree และ Fourier Intelligence ของจีน

สำหรับการแข่งขันมีทั้งกีฬามนุษย์ เช่น วิ่ง-ฟุตบอล-ปิงปอง และภารกิจเฉพาะทางของหุ่นยนต์ เช่น คัดแยกยา ขนย้ายวัสดุ และแข่งทำความสะอาด ไฮไลต์คือการแข่งฟุตบอลที่หุ่นยนต์วิ่งชนกันล้มระเนระนาด และการวิ่งระยะ 1,500 เมตร ซึ่งหุ่นบางตัวพังกลางทางก่อนเข้าเส้นชัย สร้างเสียงฮือฮาให้ผู้ชม ขณะที่บัตรเข้าชมเปิดขายในราคา 128–580 หยวน (ราว 600–2,900 บาท)

แม้หุ่นยนต์จำนวนมากยังต้องพึ่งพามนุษย์ช่วยพยุง แต่หลายตัวก็สามารถลุกขึ้นเองได้ ซึ่งได้รับเสียงปรบมือจากผู้ชม นักพัฒนาและนักวิจัยย้ำว่า ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนสำคัญ เพราะช่วยเก็บข้อมูลการเคลื่อนไหว การประสานงาน และการแก้ปัญหาของหุ่นยนต์ ซึ่งจะต่อยอดไปสู่การใช้งานจริงในโรงงานและสายการผลิต

ทั้งนี้ การแข่งขันดังกล่าวสะท้อนถึงการลงทุนมหาศาลของจีนในเทคโนโลยีหุ่นยนต์และ AI เพื่อรับมือสังคมสูงวัยและการชิงความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมกับสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้จีนเพิ่งจัด “มาราธอนหุ่นยนต์” และเปิดงานประชุมหุ่นยนต์ระดับโลก รวมถึงมีร้านค้าขายหุ่นยนต์โดยเฉพาะ นักวิเคราะห์ชี้ว่านี่คือสัญญาณว่าไม่เพียงแต่รัฐบาล แต่สังคมจีนในวงกว้างก็กำลังตื่นตัวและยอมรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในชีวิตประจำวัน

จีนเปิดตัว Xueba 01 หุ่นยนต์เรียนปริญญาเอก เข้าเรียนที่ STA ระยะเวลา 4 ปี สาขาการออกแบบการแสดงดิจิทัล

(22 ก.ย. 68) จีนเปิดตัว “Xueba 01” หุ่นยนต์เรียนปริญญาเอกตัวแรกของประเทศ เข้าศึกษาที่ Shanghai Theatre Academy (STA) โดยจะใช้เวลา 4 ปีเรียนในสาขาการออกแบบการแสดงดิจิทัล จุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาวิธีการฝึกอบรมหุ่นยนต์รุ่นใหม่ที่เน้นการปฏิสัมพันธ์หลายมิติ การแสดงเชิงศิลปะ และการเติบโตทางปัญญา

โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง STA และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเซี่ยงไฮ้ (USST) โดยทีม USST จะพัฒนาความรู้และการฝึกทางเทคนิค ส่วน STA จะฝึกทักษะการแสดงศิลปะ ซึ่งหุ่นยนต์รุ่นนี้ถูกพัฒนาต่อยอดจาก “Xingzhe No.2” ที่เคยแข่งวิ่งมาราธอนหุ่นยนต์ในปักกิ่ง

สำหรับตัวหุ่นยนต์ Xueba 01 มีโครงสร้างเบา ใช้เทคโนโลยีใบหน้าเสมือนมนุษย์ สามารถแสดงอารมณ์กว่า 100 แบบ สามารถร้องงิ้วจีนหลายแขนง และปรับการแสดงตามเสียงตอบรับจากผู้ชมได้ แต่ยังต้องฝึกเพิ่มให้ท่าทางและความงามทางศิลป์ให้สมจริงยิ่งขึ้น ด้วยเทคนิคจับการเคลื่อนไหวจากนักแสดงมืออาชีพ

หวง ฉางหยง (Huang Changyong) ผู้บริหาร STA ระบุว่า ภารกิจหลักคือการเชื่อมศิลปะกับเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน โดยการสอนหุ่นยนต์ทั้งมิติทางเทคนิคและแรงบันดาลใจด้านมนุษยศาสตร์ เช่น การอธิบายภูมิหลังและอารมณ์ตัวละคร เพื่อให้หุ่นยนต์ตีความและนำไปสู่การสร้างสรรค์รูปแบบการแสดงใหม่ๆ

สำหรับ โครงการนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการอนุรักษ์และนวัตกรรมศิลปะการละครจีนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยนักวิชาการเชื่อว่าศิลปินยุคใหม่ต้องผสานทักษะดั้งเดิมเข้ากับความรู้เทคโนโลยี เพื่อต่อยอดให้ “หุ่นยนต์นักแสดง” อย่าง Xueba 01 กลายเป็นทั้งสื่อสร้างสรรค์และคู่หูใหม่ของวงการศิลปะในอนาคต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top