Thursday, 4 June 2026
หาดกะรน

'สาวจีน' เซ็ง!! เล่นร่มร่อนที่ภูเก็ต 'ขาหัก-กระดูกโผล่' แต่คู่กรณีหาว่าสำออย ร้องเตือนชาวจีน "ผู้ประกอบการไม่เห็นความสำคัญของชีวิตพวกเรา"

(28 ก.พ. 67) บนโซเชียลฯ แชร์โพสต์จาก เพจ ‘ลุยจีน’ เป็นเรื่องราวของนักท่องเที่ยวชาวจีนรายหนึ่งนามว่า น่าต๋าหาน 娜达韩 เล่าให้ฟังผ่านแพลตฟอร์ม Douyin ว่าประสบอุบัติเหตุเล่นพาราไกลดิ้ง หรือร่มร่อนชายหาด แล้วเกิดอุบัติเหตุที่หาดกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่กลับพบว่าผู้ประกอบการร่มร่อนชายหาดรับผิดชอบเพียงแค่ 5 หมื่นบาท

ซึ่งน่าต๋าหาน เล่าว่า ระหว่างมาเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เห็นร่มร่อนตรงหาดกะรน จึงไปทดลองเล่น ปรากฏว่าเกิดอุบัติเหตุตอนร่อนลง ร่มควบคุมไม่อยู่ ทำให้ขาลงกระแทกพื้นอย่างรุนแรง แข้งซ้ายหักครึ่งกระดูกโผล่ออกมา คนขายร่มร่อนปฐมพยาบาลขั้นต้น ก่อนเรียกรถพยาบาล แต่เนื่องจากการจราจรติดขัด ใช้เวลา 2 ชั่วโมง โรงพยาบาลแรกพบว่าเครื่องมือไม่พร้อม ผ่านไป 5-6 ชั่วโมงจึงส่งต่อไปยังโรงพยาบาลมิชชั่นภูเก็ต ผ่าแข้งที่หักแล้วใส่ดามเหล็กเข้าไป แผลเย็บยาว 15 เซนติเมตร ตั้งข้อสังเกตว่า มาตรการความปลอดภัยต่ำมาก จ่ายเงินเสร็จลากไปใส่เสื้อชูชีพแล้วมีคนให้บริการมาประกบหน้าหลังทันทีโดยไม่อธิบายใดๆ พูดแค่ "Hurry Hurry, Safe Safe" แล้วลากไปเล่นเลย

หลังเกิดอุบัติเหตุ ผ่าตัดใส่เหล็กดามเรียบร้อย คู่กรณีแสดงท่าทีฉุนเฉียว กล่าวหาว่าสำออยอยากได้เงิน พยายามทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่เชื่อผล CT scan และคำบอกเล่าอาการจากแพทย์และพยาบาล กล่าวหาว่ากุเรื่องเพื่อจะเอาเงินอย่างเดียว ทั้งนี้ ค่ารักษาพยาบาลจากการผ่าตัด 150,000 บาท น่าต๋าหานเรียกร้องค่าเสียหายจากคู่กรณีเพียง 200,000 บาท เพราะไม่อยากให้ยืดเยื้อ อยากให้เรื่องจบเร็ว แต่คู่กรณีกลับตอบกลับมาว่ามีให้แค่ 50,000 บาทเท่านั้น และมีท่าทีแข็งกร้าวอย่างชัดเจนว่าไม่ยอมจ่ายเพิ่มใดๆ บอกห้ามแจ้งความ สุดท้าย น่าต๋าหานให้ทางโรงพยาบาลเปิดแผลให้คู่กรณีดูชัดๆ ถึงมีท่าทีอ่อนลง

พร้อมกันนี้ น่าต๋าหานเตือนชาวจีนว่าอย่าเล่นกีฬาผาดโผนในไทย เพราะมีความเสี่ยงต่อชีวิต สังเกตว่าไม่มีคนไทยในพื้นที่เล่น มีแต่ชาวต่างชาติรวมทั้งชาวจีนที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลัก เห็นว่าผู้ประกอบการไม่เห็นความสำคัญของชีวิตพวกเรา เห็นคนต่างชาติแบบตนเป็นแค่แหล่งเงินเท่านั้น และจากที่สอบถามฝั่งที่ขายบริการร่มร่อน พบว่าทุกปีมีอุบัติเหตุแบบที่ประสบหลายเคส แต่ไม่เคยเป็นข่าว ยิ่งทำให้บริการแบบนี้น่ากลัวมากๆ เพราะหลังจากที่แข้งหักเข้าโรงพยาบาล คู่กรณีก็ยังคงขายบริการนี้ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติเหมือนเดิม เหมือนไม่เคยมีความผิดพลาดเกิดขึ้น

‘มังกรทะเลสีน้ำเงิน’ โผล่หาดกะรน จ.ภูเก็ต อีกครั้ง เตือนภัยนักท่องเที่ยวห้ามจับเด็ดขาดมีพิษร้ายถึงชีวิต

เมื่อวานนี้ (10 ก.ค.68) เพจ 'ฉุกเฉินการแพทย์' ได้โพสต์เตือนภัย 'มังกรทะเลสีน้ำเงิน' โผล่ทะเลบริเวณหาดกะรน ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งมีพิษร้ายแรง หากสัมผัสโดนอันตรายถึงชีวิต

โดยทางเพจระบุข้อความว่า “ด่วนรับแจ้งจากประชาชนหาดกะรน จ.ภูเก็ต พบ Blue Dragon บริเวณหาดกะรน จากการตรวจสอบข้อมูลทางวิชาการที่มีการเผยแพร่กัน พบว่า Blue Dragon เป็นชื่อของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ใต้น้ำทะเลชนิดหนึ่ง โดยเป็นทากทะเลประเภทหนึ่ง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Glaucus Atlanticus หรือรู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า Blue Ocean Slug โดย Blue Dragon ถูกจัดอยู่ในประเภทสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง พบได้ตามมหาสมุทรและชายฝั่งน้ำอุ่นแถบประเทศออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ และยุโรป มีรูปร่างคล้ายมังกรหกปีกพร้อมลายสีน้ำเงินสดสะดุดตา โดยลำตัวจะโตยาวสุดแค่ 1-1.5 นิ้วเท่านั้น

มีนิสัยดุร้ายพร้อมโจมตีเหยื่อและผู้บุกรุกด้วยพิษสุดร้ายแรงที่จะเข้าไปทำลายระบบประสาทการทำงานของหัวใจและเซลล์ผิวหนัง

- บลูดรากอน (Blue Dragon) หรือมังกรทะเลสีน้ำเงิน มีพิษและเป็นอันตราย ห้ามจับเด็ดขาด ถึงแม้จะมีขนาดเล็กและสีสันสวยงาม แต่พิษของมันสามารถทำให้เกิดอาการระคายเคืองอย่างรุนแรงหากสัมผัสกับผิวหนัง พิษของมันมีฤทธิ์คล้ายกับแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส

- พิษร้ายแรง:
บลูดรากอนไม่ได้ผลิตพิษเอง แต่เก็บสะสมพิษจากสัตว์ที่มันกิน เช่น แมงกะพรุนพิษ

- อาการเมื่อโดนพิษ:
หากโดนพิษของบลูดรากอน อาจมีอาการปวดแสบปวดร้อน คลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดศีรษะอย่างหนัก

- อันตรายถึงชีวิต:
สำหรับผู้ที่แพ้พิษ อาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

- ข้อควรระวัง:
หากพบเห็นบลูดรากอนบนชายหาดหรือในทะเล ห้ามเข้าใกล้หรือสัมผัสเด็ดขาด

- การปฐมพยาบาลเบื้องต้น:
หากถูกพิษ สามารถใช้น้ำส้มสายชูล้างบริเวณที่ถูกพิษ เพื่อบรรเทาอาการ“

ทางเพจเผยเพิ่มเติมว่า “หายไปเกือบ 2 ปีเต็ม วันนี้มีคนพบอีกครั้งที่หาดกะรน จ.ภูเก็ต มังกรสีนํ้าเงิน (Blue Dragon) Glaucilla marginata กับสีสันที่สวยงามและมาพร้อมพิษที่ร้ายแรง เจอห้ามสัมผัสจะกินแมงกะพรุนที่มีพิษร้ายแรงเป็นอาหาร (แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส) ทำให้มีการสะสมพิษไว้ในตัว”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top