Thursday, 4 June 2026
หมอบรัดเลย์

27 สิงหาคม พ.ศ. 2378  หมอบรัดเลย์ นายแพทย์ชาวอเมริกัน เริ่มการผ่าตัดเป็นครั้งแรกในสยาม

วันนี้เมื่อ 188 ปีก่อน หมอบรัดเลย์ เริ่มการผ่าตัดเป็นครั้งแรกในสยาม โดยผ่าตัดก้อนเนื้อที่หน้าผากของผู้ป่วยรายหนึ่งโดยไม่มียาสลบ

หมอบรัดเลย์ หรือ แดน บีช แบรดลีย์ (Dan Beach Bradley) เป็นนายแพทย์ชาวอเมริกัน ได้เดินทางเข้ามายังสยาม เมื่อ พ.ศ. 2378 โดยเข้ามาทำงานในคณะกรรมธิการพันธกิจคริสตจักร โพ้นทะเล (American Board of Commissioners for Foreign Missions) พักอาศัยอยู่กับมิชชันนารี ชื่อ จอห์นสัน ที่วัดเกาะ และได้เปิดโอสถศาลาขึ้นที่ข้างใต้วัดเกาะ รับรักษาโรคให้แก่ชาวบ้านแถวนั้นพร้อมทั้งสอนศาสนาคริสต์ให้แก่ชาวจีนที่อยู่ในเมืองไทย

ต่อมาหมอบรัดเลย์ได้เริ่มการผ่าตัดเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยผ่าตัดก้อนเนื้อ (ฝีขนาดใหญ่เหนือคิ้วซ้าย) ที่หน้าผากของผู้ป่วยรายหนึ่งโดยในขณะนั้นยังไม่มียาสลบ เป็นการผ่าตัดก่อนหน้าจะมีการใช้ยาสลบอีเทอร์ครั้งแรกในประเทศไทยถึง 13 ปี (ยาสลบอีเทอร์ใช้ครั้งแรกในไทยโดยหมอเฮาส์ในปี พ.ศ. 2391) การผ่าตัดสำเร็จด้วยดีท่ามกลางการเฝ้าดูและให้กำลังใจของชาวบ้าน

และอีกหนึ่งการผ่าตัดที่ได้รับการจารึกไว้คือเมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2380 เกิดเหตุระเบิดของปืนใหญ่ที่บริเวณงานวัดประยุรวงศาวาส มีคนเสียชีวิต 8 คน และบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งในเหตุการณ์นี้ได้มีพระภิกษุรูปหนึ่งได้รับบาดแผลฉกรรจ์หมอบรัดเลย์จึงได้คิดเห็นว่าต้องตัดแขนและขาทิ้ง เพื่อรักษาชีวิตไว้

27 สิงหาคม พ.ศ. 2378 ‘หมอบรัดเลย์’ สร้างตำนานผ่าตัดครั้งแรกในประเทศไทย กลายเป็นก้าวสำคัญของวงการแพทย์ในสมัยรัชกาลที่ ๓

แดน บีช แบรดลีย์ (Dan Beach Bradley) หรือ “หมอบรัดเลย์” มิชชันนารีชาวอเมริกัน ได้บันทึกเหตุการณ์สำคัญในสยาม เมื่อเขาทำการ “ผ่าตัดครั้งแรกในประเทศไทย” เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2378 โดยรักษาทาสชาวจีนชื่อ “ควง” ที่มีฝีขนาดใหญ่เหนือคิ้วซ้าย การผ่าตัดนี้เกิดขึ้นโดยไม่มียาสลบ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่และน่าหวาดหวั่นในสายตาชาวบ้านยุคนั้น

ฝีดังกล่าวมีขนาดใหญ่มาก กินพื้นที่หน้าผากและปูดออกมานานหลายปี หมอบรัดเลย์จึงตัดสินใจลงมือผ่าตัด โดยมีชาวบ้านจำนวนมากมุงดูด้วยความตื่นเต้นและกังวล เมื่อมีดกรีดลงไป เลือดทะลัก คนไข้ร้องลั่น แต่ทีมผู้ช่วยต้องช่วยกันยึดตัวเอาไว้เพื่อให้การผ่าตัดดำเนินต่อไป

แม้สถานการณ์เต็มไปด้วยแรงกดดัน แต่หมอบรัดเลย์ใช้เวลาราว 4–5 นาทีในการผ่าฝีออกสำเร็จ และเย็บปิดแผลเรียบร้อย ท่ามกลางเสียงโล่งใจและการชื่นชมจากผู้คนที่ได้เห็นเหตุการณ์ตรงหน้า คนไข้รายนั้นยังนำก้อนฝีที่ถูกตัดออกกลับไปเก็บไว้เป็นที่ระลึก

สำหรับเหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 นับเป็นก้าวแรกของการแพทย์สมัยใหม่ในไทย ก่อนที่ยาสลบอีเทอร์จะถูกนำมาใช้จริงในอีก 13 ปีต่อมา และเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ชื่อ “หมอบรัดเลย์” กลายเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์การแพทย์ไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top