Thursday, 4 June 2026
สิทธิเด็ก

‘วราวุธ’ ย้ำ!! อนุสัญญาสิทธิเด็กข้อ 22 ไทยไม่ได้ให้สัญชาติเด็กต่างชาติ แค่ช่วยดูแลเด็กที่เข้ามา ด้าน 'การเติบโต-การศึกษา-พยาบาล' เท่านั้น

(9 ก.ย. 67) ที่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงกรณีที่มีสื่อโซเชียลมีเดียมีคอนเทนต์ครีเอเตอร์ท่านหนึ่งและพี่น้องประชาชนอีกจำนวนมากตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก โดยเฉพาะข้อที่ 22 ที่กำหนดให้เด็กคนหนึ่งมีสิทธิที่จะได้รับการดูแลไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาการรักษาพยาบาลเรื่องอาหาร เรื่องการเจริญเติบโตที่ประเทศไทยจะต้องให้ความคุ้มครองกับเด็กที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ประเทศไทยนั้นมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าภายใต้ข้อ 22 นั้นประเทศไทยจะต้องให้สัญชาติไทยกับเด็กเหล่านั้นเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนผิดโดยสิ้นเชิง

โดยนายวราวุธ กล่าวว่า ขออนุญาตทำความเข้าใจว่าในข้อที่ 22 ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ไม่ได้พูดถึงการให้สัญชาติประเด็นนี้เลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่เน้นในข้อที่ 22 คือ การคุ้มครองดูแลเด็กคนหนึ่งให้เขาสามารถเจริญเติบโตทั้งกายและใจตามสิ่งที่เด็กคนหนึ่งพึงจะมี และที่สำคัญข้อที่ 22 นี้ ทั่วโลกได้มีการนำไปประยุกต์ใช้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งประเทศไทยของเราในทางกลับกันเป็นประเทศสุดท้าย จากกว่า 100 ประเทศที่ให้การรับรองข้อที่ 22 ซึ่งใช้เวลาเกือบ 40 ปี กว่าจะรับรองข้อบทนี้ แต่ต้องขอย้ำบางท่านอาจจะตั้งข้อสังเกตว่าทำไมจะต้องไปดูแลเด็กต่างชาติ เด็กไทยเราไม่ดูแล ซึ่งในกรณีนี้เราดูแลเด็กทุกคน และในทางกลับกันถ้าหากว่ามีคนไทยไปตกระกำลำบากที่ต่างประเทศหรือว่ามีเด็กไทยไปตกระกำลำบาก ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับประเทศอื่น ประเทศเหล่านั้นก็จะต้องดูแลเด็กไทยเช่นเดียวกับเด็กของเขาเช่นกัน แต่ไม่ได้ให้สัญชาติกับผู้ใดโดยเด็ดขาด 

ทั้งนี้ นายวราวุธยังทิ้งท้ายว่า ดังนั้น ขออนุญาตทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่าการที่ประเทศไทยให้การรับรองข้อที่ 22 ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กนั้น ไม่ได้เป็นการรับรองให้สัญชาติกับผู้ใด ขอให้ความสบายใจกับพี่น้องประชาชนและทำความเข้าใจ และที่สำคัญขอฝากบอกต่อๆ กันเพราะว่าความเข้าใจผิดนั้นกระจายเหลือเกิน แต่พอจะให้เข้าใจถูกไม่ค่อยกระจาย จึงขอฝากช่วยกันกระจายข้อมูลที่ถูกต้องด้วย

‘รสนา’ ขอศาลอนุญาต ‘ฟ้า สุธินี’ ไปเรียนที่ที่สหราชอาณาจักร วอนอย่าตัดอนาคตเด็กให้ได้รับโอกาสเติบโตทางปัญญา

(16 ก.ค. 68) น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า ดิฉันขอความกรุณาศาลอาญากรุงเทพใต้ในการอนุญาตให้ 'ฟ้า สุธินี' ได้รับโอกาสไปศึกษาต่างประเทศตามที่ได้รับทุน 

ดิฉันไม่รู้จักเธอหรือครอบครัวเป็นการส่วนตัว แต่เธอคือเยาวชนที่จะเป็นอนาคตของประเทศ เธอคือลูกหลานของคนไทยที่ควรได้รับโอกาสเติบโตทางปัญญา และมีโอกาสได้เห็นโลกกว้างเพื่อมาทำประโยชน์ต่อประเทศ ต่อครอบครัว และต่อตัวเธอเองในอนาคต

เมตตาธรรมของผู้ใหญ่จะเป็นกำลังใจ เป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนเหล่านี้

ดิฉันขอความกรุณาศาลแทนเธอและครอบครัวได้โปรดเมตตาเยาวชนไทยด้วยการอนุญาตให้เธอได้ไปเรียนต่อ เป็นการแสดงความเมตตากรุณาของศาลที่ทำงานภายใต้พระปรมาภิไธย ที่ไม่ตัดอนาคตของเด็กไทยที่เป็นลูกหลานของเรา

สำหรับกรณีดังกล่าว สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2568 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ฟ้า - สุธินี จ่างพิพัฒน์นวกิจบรรณาธิการหนังสือเด็ก อายุ 25 ปี  หนึ่งในจำเลยคดีมาตรา 112 จากการร่วมอ่านแถลงการณ์ในการชุมนุมที่หน้าสถานทูตเยอรมนี เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2563 พร้อมด้วยทนายความได้เดินทางไปยื่นคำร้องขอเดินทางออกนอกประเทศ หลังได้รับทุนการศึกษาในระดับปริญญาโทจากทุน ‘Erasmus Mundus’ ในสาขาวรรณกรรมเด็ก

ในคดีนี้ ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยระหว่างพิจารณา โดยมีเงื่อนไข “ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรก่อนได้รับอนุญาตจากศาล” ต่อมา ฟ้าได้รับทุนการศึกษาจากโครงการอีราสมุส มุนดุส สำหรับหลักสูตรปริญญาโทนานาชาติ ในสาขาวรรณกรรมเด็ก สื่อและการประกอบการทางวัฒนธรรม (CLMCE) ซึ่งมีกำหนดการศึกษาเป็นระยะเวลา 24 เดือน ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. 2568 – 15 ก.ย. 2570

ทั้งนี้ ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้คำสั่งไม่อนุญาตให้ฟ้าเดินทางออกนอกประเทศ โดยระบุคำสั่งว่า “พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เงื่อนไขการห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรถือเป็นเงื่อนไขสำคัญในการอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลย เพราะเกรงว่าการปล่อยชั่วคราวจะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินคดีในศาล 

“ที่จำเลยขออนุญาตเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยอ้างว่าได้รับทุนการศึกษาเป็นเวลา 24 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. 2568 ถึงวันที่ 15 ก.ย. 2570) ถือว่าเป็นการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน อาจกระทบต่อวันนัดสืบพยานคดีนี้ ประกอบกับคดีนี้ค้างพิจารณาเป็นเวลานานแล้ว ในชั้นนี้จึงไม่สมควรอนุญาต ยกคำร้อง”

อย่างไรก็ตาม หลังจากคำสั่งดังกล่าว ฟ้า สุธินี และทนายความ จะพิจารณายื่นคำร้องต่อศาลเพิ่มเติม ให้ทบทวนคำสั่งต่อไป

วันป้องกันและเยียวยาความรุนแรงในเด็ก จุดเริ่มต้นที่ทำให้สังคมกล้าพูด ถึงเวลาต้องยืนข้างเด็ก รณรงค์ร่วมหยุดความรุนแรงทั่วโลก

UN กำหนด 18 พฤศจิกายน เป็น “วันป้องกันและเยียวยาการแสวงประโยชน์ทางเพศและความรุนแรงในเด็กโลก”

องค์การสหประชาชาติประกาศให้วันที่ 18 พฤศจิกายนของทุกปี เป็น “วันป้องกันและเยียวยาการแสวงประโยชน์ทางเพศ การล่วงละเมิด และความรุนแรงในเด็กโลก” เพื่อย้ำถึงความสำคัญของการปกป้องเด็กจากความรุนแรงทุกรูปแบบ และสนับสนุนการเยียวยาผู้รอดชีวิต

บริซา เด อังกูโล สมาชิก SAGE แห่ง Brave Movement นักกฎหมาย นักจิตวิทยาเด็ก และผู้ก่อตั้งมูลนิธิ A Breeze of Hope ในโบลิเวีย กล่าวว่า วันนี้มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงทางเพศในวัยเด็ก เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาต้องเผชิญความเจ็บปวดอย่างเงียบงัน ด้วยความอับอายและคำตำหนิที่ไม่ควรเกิดขึ้น

การมีวันสากลนี้ คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้สังคมกล้าพูด กล้ายอมรับว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้น “ไม่ใช่ความผิดของเหยื่อ” และต้องร่วมกันลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
Brave Movement และ Together for Girls เตรียมระดมผู้รอดชีวิตและพันธมิตรจากทั่วโลกในวันที่ 18 พฤศจิกายน เพื่อเรียกร้องให้ผู้นำประเทศต่างๆ ออกนโยบายป้องกันความรุนแรงทางเพศต่อเด็ก พร้อมผลักดันการรักษาและความยุติธรรมให้เหยื่อเข้าถึงได้จริง

บริซากล่าวปิดท้ายว่า
“เราเจ็บปวดมานานอย่างเงียบๆ วันนี้คือวันที่บอกเราว่า… เราไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป”

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top